[ Novel ] หนีรัก มาพบคุณ : บทที่ 8

[ Novel ] หนีรัก มาพบคุณ : บทที่ 8

เมื่อท่านเจ้าที่ให้โอกาสเธอย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อพบกับ ป๊ะป๋าสายอ่อย และ อาหยูตัวน้อย ความเข้าใจผิดครั้งในอดีตจะได้รับการเเก้ไขหรือไม่ ? ในเมื่อเขาต้องเลือกระหว่าง...ภรรยาเก่าและความรักครั้งใหม่

12 July 2021
Mamaya Writer
12 July 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

บทที่ 8

เป็นเช้าอีกวันที่นั่งส่งอีเมลสมัครงานอีกเช่นเคย จนกระทั่งเที่ยงทำเพียงแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินแล้วเขียนจดหมายสมัครงานทางอีเมลไปหลายต่อหลายที่ ส่วนมากมักจะตอบกลับมาว่ายังไม่เปิดรับพนักงานฝ่ายนี้เนื่องจากเต็มอัตรา จนกระทั่งเกือบบ่ายสามหญิงสาวจึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปรอตามนัดกับชายที่เก็บของเธอได้ในห้องน้ำ

ลฎาภาวิ่งหน้าตั้งข้ามสะพานลอยมาทันทีที่ลงจากรถเมล์ เพราะอุบัติเหตุการจารจรในช่วงเย็นเป็นเหตุทำให้มาสายกว่าเวลาที่นัด ไม่คิดว่าวันนี้จะใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมงกว่า เมื่อวิ่งลงจากสะพานมาแล้วหันหากระจกร้านจัดแต่งทรงผมที่ดูยุ่งเหยิงให้เข้าที่

เขายังจะรอเธออยู่ไหม ?

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผลักประตูร้านเดินเข้าไปพลางกวาดสายตามองไปยังมุมร้านที่เขานัดหมาย แล้วค่อย ๆ สาวเท้าเดินเข้าไปหา

“เออ...ขอโทษนะคะ คือ...”

ให้ตายสิตอนนั้นก็ลืมถามชื่อไว้ด้วย ลฎาภายกมือขึ้นกุมขมับอย่างคาดโทษตัวเอง เมื่อได้ยินเสียง ชายหนุ่มจึงหันมาและขยับตัวลุกขึ้นขณะที่ หญิงสาวยังคงก้มหน้าอยู่

“สวัสดีครับ”

เมื่อได้ยินเสียงหล่อเอ่ยทักทายลฎาภาก็รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที ดวงตากลมกะพริบมองอยู่นานเมื่อเห็นชายหนุ่มยิ้มตอบกลับ

“เออ...” หญิงสาวรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก สูดลมหายใจเข้าตั้งสติและขยับตัวนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเขาก่อนกล่าวทักทาย “สวัสดีค่ะ”

เจตนิพัทธ์เรียกพนักงานแล้วสั่งเครื่องดื่ม ก่อนจะหันมาถามเธอเพื่อสั่งให้เช่นกัน ลฎาภานั้นได้ตอบแค่น้ำเปล่าหนึ่งแก้วด้วยความเกรงใจ

“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเก็บไว้ให้ ฉันคิดว่าจะไม่ได้คืนซะแล้ว”

หญิงสาวพูดกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสั่น

“ไม่เป็นไรครับ” เขาพูดพร้อมกับหยิบซองเอกสารและโทรศัพท์ส่งคืน

“ขอบคุณค่ะ” ลฎาภาเอื้อมมือหยิบของตรงหน้าแล้วยิ้มให้ขณะที่เครื่องดื่มเพิ่งจะมาเสิร์ฟ

“มีคนลืมของคุณไว้หรือครับ”

อ่า...เป็นคำถามที่อยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปไกล ๆ ทันที แน่นอนว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ลฎาภาฉีกยิ้มหวานมองแบบเขินอาย ก่อนจะขยับตัวและโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกับกวักมือเรียกให้ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาหา

เจตนิพัทธ์เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย แต่ก็ทำตามโดยดี

“คือว่า...” ลฎาภาอ้ำอึ้งอยู่นานเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี “คือว่า...มีคนหยิบของฉันไปผิดน่ะค่ะ” หญิงสาวแต่งเรื่องโกหกทั้งที่ในใจก็กล่าว ขอโทษเขาหลายครั้ง ถ้าจะให้พูดความจริงที่ว่าเข้าห้องน้ำผิดแล้วละก็...น่าอายจะตายไป

“เป็นแบบนี้เอง ดีนะครับที่ไปเจอซะก่อน”

“ค่ะ” ลฎาภาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่เขาไม่ได้ถามหรือสงสัยต่อ หากเป็นคนอื่นอาจจะถามว่า ใครจะหยิบผิดไป หรือไม่คนนั้นอาจจะเป็นคนที่เดินสวนกับเธอก็ได้ “เออ...แล้วเย็นนี้คุณพอจะว่างไหมคะ? ฉันอยากเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณ”

ชายหนุ่มยิ้มและยกมือขึ้นมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือเป็นเชิงบอก อันที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนที่เก็บได้แต่เป็นเจ้านายต่างหาก และนี่ก็คือคำสั่งที่ให้นำของมาคืนให้

image_1048958

หน้าปกฉบับนิยายค่ะ สามารถหาอ่านในรูปแบบ e-book ได้นะคะ เสิร์ทค้นหาใน google ได้เลยค่า

“วันนี้ผมมีธุระต่อ ไว้วันหลังแทนนะครับ”

“ได้ค่ะ ๆ” หญิงสาวตอบกลับในทันที

“ถ้างั้นเรามาแลกเบอร์กันนะครับ” เจตนิพัทธ์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้หญิงสาวกดเบอร์

ลฎาภาพยักหน้ารับและกดเบอร์ไปอย่างไม่คิดอะไร เมื่อเสร็จแล้วก็ยื่นส่งให้เขา ไม่นานนักชายหนุ่มก็กดโทร. ออก

“นั่นเบอร์ของผม หากวันไหนว่างผมจะโทร. นัดคุณ” เจตนิพัทธ์ยิ้มให้เธอพลางขยับตัวลุกขึ้น “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

ลฎาภามองและขยับตัวลุกขึ้นตามด้วยเช่นกัน ก่อนจะนั่งลงเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์แล้วบันทึกเบอร์ของชายหนุ่มที่เพิ่งโทร. เข้าไว้

“ตายล่ะ ลืมถามชื่อ...” เธอนั่งนิ่งอยู่นานเพื่อนึกชื่อพิมพ์สำหรับจำ แต่ในเมื่อไม่รู้จักเขาอย่างเป็นทางการก็ต้องบันทึกอะไรที่ทำให้นึกออกง่ายเอาไว้ก่อน

“แบบนี้ละกัน”

หลังจากที่บันทึกเบอร์โทรศัพท์แล้ว หญิงสาวก็กดโทร.ออกหาพี่สาว

[ยัยจอม ! ทำไมไม่รับสายที่บ้าน นี่แกหาโทรศัพท์เจอแล้วเหรอ]

ยังไม่ทันจะพูดเสียงปลายสายทำให้ต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู

“หาเจอแล้ว นี่ก็จะโทร. มาถามว่าวันนี้จะกลับมากินมื้อเย็นไหม”

[ไม่น่ะ พี่มีนัดกับเพื่อน]

“งั้นก็ดีเลย จอมขี้เกียจทำเหมือนกัน” หญิงสาวตอบพลางเอื้อมมือหยิบน้ำเปล่าขึ้นดื่ม

[แค่นี้ก่อนนะ พี่รีบ]


เมื่ออีกฝ่ายพูดจบก็ว่างสายไป หญิงสาวได้แต่นั่งงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วรีบหยิบของทั้งหมดเดินออกจากร้านไปทันที

เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมง หลังจากดูซื้อของไปพลางๆ ทว่าก็ไม่ได้เลือกซื้ออะไรมากมายนั่นเพราะต้องประหยัดเงินในบัญชีประคองจนกว่าจะได้งานใหม่ทำ แน่นอนว่าถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะถูกพี่สาวส่งกลับไปอยู่ที่บ้านก็ได้ ลฎาภาถอนหายใจออกมาเดินมองหาร้านอาหารก่อนจะเข้าไปนั่งรับประทานเพียงลำพัง...

ถลัชนันท์กลอกตาซ้ายทีขวาที เพื่อมองการสนทนาระหว่างชายหนุ่มและแม่ของเขาบนโต๊ะอาหารมื้อเย็น แม้ว่าในร้านอาหารนี้จะหรูและแพง รสชาติอาหารเป็นที่ล้ำลือ ทว่าเมื่อเธอตักเข้าปากแล้วกลับรู้สึกขมคอจนอยากจะอ้วกออกมา

ตอนนี้ทำเพียงแค่เงียบนิ่งและไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาทั้งสิ้นก้มหน้าตักกินโดยไม่รับรู้ความอึดอัดนี้ ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายถึงขึ้นต้องแต่งงานรับผิดชอบด้วยซ้ำ แต่เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายชายออกปากมาเอง...เธอก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ ที่สำคัญไม่ใช่แค่ครอบครัวเขาดูมีฐานะดีเท่านั้น แต่ยังรวยมากด้วย ถึงจะแต่งงานเพราะไม่ใช่ความรัก แต่ถ้าต่างคนต่างอยู่ไปเธอก็ยินดี

ในเมื่อไม่มีอะไรจะให้เสียหายอีกแล้ว ทั้งถูกแฟนนอกใจ ทั้งเสียครั้งแรกให้คนแปลกหน้า ไม่มีอะไรที่โชคร้ายและน่าเศร้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว เอาเป็นว่า...ปลงกับชีวิตแล้วกัน

“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน” ลภัสรดาพูดขณะหยิบผ้าเช็ดปากเช็ค โดยที่ไม่สนสีหน้าและแววตาไม่พอใจของลูกชายแม้แต่น้อย “ส่วนเธอ...เร็ว ๆ นี้จะทำเรื่องสู่ขอทางผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ ยังไงก็...”

“เออ...คือตอนนี้หนูอยู่กับน้องสาวแค่สองคนค่ะ” หญิงสาวพูดปด เพราะไม่ต้องการให้ทางครอบครัวรู้เรื่องนี้

“แล้วญาติผู้ใหญ่คนอื่นล่ะ”

“ไม่มีค่ะ” ถลัชนันท์รีบตอบกลับในทันที

“คุณแม่ครับ...”

“งั้นเรื่องงานแต่งนี้ ทางป้าจะเป็นฝ่ายจัดการให้เองแล้วกัน” ลภัสรดาพูดแทรกโดยไม่สนลูกชายเลยสักนิด ความจริงแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่ได้เป็นดังที่หวังไว้มากนัก เพราะเธอตั้งใจอยากจะให้ลูกชายเพียงคนเดียวแต่งงานกับลูกสาวบ้านที่มีฐานะเทียมกัน ทว่านั่นก็เป็นเรื่องยากไปเสียหน่อยเพราะ ศรันภัทรไม่เคยยอมมานัดดูตัวตามที่บอก ถึงมาก็ทำเรื่องที่เกินคาดจนฝ่ายผู้ใหญ่รับไม่ได้ ครั้งนี้ถือว่าโชคเข้าข้าง แม้จะไม่ชอบเรื่องฐานนะของฝ่ายหญิงแต่โดยรวมก็ถือว่าไม่ได้แย่มากนัก

“เออ...ค่ะ” ถลัชนันท์ตามน้ำอีกฝ่าย ทว่าในใจก็กลัวเรื่องที่ตามมาอีก

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ทันทีที่พูดจบศรันภัทรก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

“งั้นก็ไปส่งว่าที่ภรรยาของแกด้วยเลยละกัน จะได้รู้จักกันมากขึ้น” ลภัสรดาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าสายตากลับจ้องมองและบอกเป็นเชิงสั่งว่าต้องทำ

“เออ..ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองดีกว่า” หญิงสาวพูดปฏิเสธอย่างเกรงใจ ทั้งที่จริงกลับคิดว่าหากต้องนั่งรถกลับกับเขาแล้วคงทำให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องนั่งรถมากับเขาจนได้ ถลัชนันท์ได้แต่นิ่งเงียบตลอดทางมีเพียงการบอกทางเป็นระยะ ๆ เท่านั้น จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาในซอยเกือบจะถึงหน้าบ้าน ชายหนุ่มก็หยุดจอดลงนั่นเพราะว่ามีรถอีกคันมาจอดขวางอยู่หน้าประตูบ้านก่อนหน้าแล้ว

ถลัชนันท์ส่งสายตามองด้วยความตกใจเล็กน้อย มือและร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ แน่นอนว่าไม่เคยลืมเลยว่ารถคันนี้เป็นของใคร

ผู้ชายเลว ๆ คนนั้นนั่นเอง...

ติดตามผลงานได้นะคะ 
Mamaya Writer 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @