มารู้จักกับ Skin Type & Skin Condition คืออะไร เราเป็นแบบไหน ดูแลอย่างไรดี

มารู้จักกับ Skin Type & Skin Condition คืออะไร เราเป็นแบบไหน ดูแลอย่างไรดี

Skin Type และ Skin condition ต่างกันอย่างไรนะ เราเป็นแบบไหน ดูแล Skin ของเราอย่างไรดี?

18 August 2021
Lly Loli
18 August 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าทุกโค้นนน~

ช่วงนี้ทุกคนเป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย ตอนนี้สถานการณ์โควิดบ้านเราก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไร และดูเหมือนยอดผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกต่างหาก จนจะมากกว่ายอดเงินในบัญชีของดิชั้นแล้วค่าาา TOT มุแงงงงง
อย่างไรก็ตาม ทุกคนควรดูแลตัวเองให้ดีและเลือกเสพข่าวอย่างพอดี เพื่อรักษาสุขภาพจิตด้วยนะคะ แถมช่วงนี้มีการล็อกดาวน์ต้องทำงานอยู่ที่บ้าน ก็คงมีเรื่องให้คิดมาก ฟุ้งซ่าน และน่าเบื่อไม่น้อย

ไม่เป็นไรนะคะ ถ้ามองในข้อดี ก็ถือว่าทำให้เราได้มีเวลาในการดูแลใส่ใจผิวตัวเองมากขึ้น ปลดล็อกดาวน์อีกครั้งเมื่อไร จะได้มีผิวสวยพร้อมนัดไปเที่ยวกับเพื่อนยังไงล่ะ!


แต่ก่อนจะเริ่มการดูแลผิวอย่างจริงจัง แอลก็อยากให้ทุกคนได้รู้จักสภาพผิวและทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาผิวของตัวเองอย่างถ่องแท้ก่อน เพราะทุกคนเคยรู้สึกไหมคะว่า หลายครั้งเราใช้สกินแคร์ไม่ได้ผล หรือเพื่อนรีวิวบอกว่ามันดี แต่เราใช้แล้วกลับรู้สึกเฉยๆ นั่นก็เป็นพราะว่า สภาพผิวของเราแต่ละแตกต่างกันยังไงล่า หรือต่อให้มีสภาพผิวเดียวกับ แต่ Condition ของผิวต่างกัน ก็ทำให้ผลของการใช้ Skin care ต่างกันไปด้วย ดังนั้นวันนี้ แอลจะพาทุกคนมาให้รู้ผิวและปัญหาผิวของตัวเองอย่างจริงๆ กัน!

สำหรับเนื้อหานี้มีทั้งแบบเป็น VDO และเป็นบทความนะคะ
ใครใคร่อ่าน อ่านเลย ใครใคร่ดู คลิกรูปด้านล่างเลยจ้าาา

image_1051883
- ที่มารูป: www.pinterest.com


แต่ก่อนอื่น ต้องขอแบ่งผิวของเราออกเป็นสองคำเพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายนะคะ
นั่นคือคำว่า Skin type และ Skin condition 
.
.
.
.

image_1051917
- ที่มารูป: www.pinterest.com
Skin Type


สำหรับ Skin Type คือประเภทของผิวซึ่งแบ่งเป็น ผิวแห้ง, ผิวมัน, ผิวผสม, ผิวธรรมดา ที่ทุกคนเคยได้ยินกันบ่อยๆ นั่นเองค่า โดยปกติแล้วเนี่ย Skin Type เป็นสิ่งที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ถูกกำหนดโดนพันธุกรรม เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ หรือรักษาให้หายได้สนิท แต่สามารถดูแลให้มันดีขึ้นได้ค่ะ

ก่อนจะมาเริ่มรู้จักแต่ละสภาพผิวของ Skin Type อยากให้ทุกคนจินตนาการก่อนว่า
ในผิวของเรา มีทั้ง น้ำ ( Water ) และ น้ำมัน ( Sebum ) เป็นองค์ประกอบผิว
ที่ช่วยคงสภาพผิวให้ชุ่มชิ้น เปล่งปลั่ง มีสุขภาพดี

ผิวแห้ง
image_1051950
- ที่มารูป: www.pinterest.com

สำหรับคนผิวแห้งนะคะ คนผิวแห้งจะเป็นคนที่มี น้ำ และ น้ำมันในผิวน้อยกว่าคนปกติ วิธีสังเกตสำหรับคนมีผิวแห้งคือ ผิวจะลอกเป็นขุยบ่อย ลูบผิวหน้าไปแล้วจะรู้สึกสากๆ จะรู้สึกแสบๆ คันๆ เวลาอากาศแห้งหรือหนาว ผิวหน้าจะแดง และเกิดริ้วรอยได้ง่ายทั้งที่อายุยังน้อย และคนผิวแห้งมักจะแต่งหน้าไม่ค่อยติด เครื่องสำอางจะเป็นขุยๆ หรือตกร่อง ถ้าใครสังเกตตัวเองดูแล้วมีอาการแบบนี้ แปลว่าตัวเองมีผิวแห้งนั่นเองจ้าา นอกจากนี้นะคะ ผิวแห้งยังเป็นผิวที่เสี่ยงต่อการเกิดผิวแพ้ง่ายที่สุดด้วย

วิธีดูแลผิวสำหรับคนผิวแห้งก็ไม่ยากเลยค่าาา Skin care ที่เหมาะกับคนผิวแห้งนะคะ จะเป็นพวก Moisturizer หรือ Hyaluronic acid ที่เป็นตัวเติมน้ำให้กับผิว แต่ส่วนผสมที่ดีกับคนผิวแห้งมากเลยก็คือพวกเซราไมด์ นอกจากนี้ การใช้สกินแคร์ที่มีเนื้อครีมหรือ Oil ก็เหมาะกับคนผิวแห้งเช่นกันค่ะ แต่สกินแคร์ที่คนผิวแห้งควรหลีกเลี่ยงก็ได้แก่ สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Alcohol, สครับ, หรือสกินแคร์ที่มีสารช่วนผลักเซลล์ผิวมากๆ

image_1051957
- ที่มารูป: bit.ly
image_1051965
- ที่มารูป: bit.ly

  

ผิวมัน
image_1051956
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ผิวมันนั้น ตรงกันข้ามกับผิวแห้งเลย ผิวมันจะเป็นผิวที่มีน้ำมันกับน้ำมันเยอะกว่าปกติ เรียกได้ว่าเป็นผิวที่อุดมสมบูรณ์เกินไปอ่ะนะ ฮาาา คนกลุ่มที่มีผิวมันจะมีความมันทั่วทั้งใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณ T-zone จะรู้สึกหน้าเงาๆ เลื่อมๆ เป็นเพราะต่อมไขมันทำงานแบบ Overactive ทำให้ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป รูขุมขนกว้าง ยิ่งล้างหน้าไม่สะอาด สิ่งสกปรกยิ่งอุดตันรูขุมและเกิดสิว จะสังเกตว่า คนผิวมันเกิดสิวได้ง่ายกว่าคนปกติ นอกจากนี้ เวลาคนผิวมันแต่งหน้า เมคอัพจะหลุดง่าย ไม่ค่อยติดทนอีกด้วย

เอ๊ะ แต่ถ้าถามว่าคนผิวแห้งเป็นสิวได้ไหม...คำตอบคือ ได้จ้าาา เพราะคนผิวแห้ง ผิวจะไม่ค่อยแข็งแรง Skin barrier มีรอยรั่วม่ำให้ติดเชื้อ Bateria ได้ง่าย จะเกิดเป็นสิวอุดตันเล็กๆ

วิธีการดูแลผิวหน้าของคนผิวมันนะคะ คือคนผิวมันจะเหมาะกับ Skin Care ที่มีเนื้อเบาๆ เช่น  เนื้อเจล เนื้อน้ำ เนื้อโลชั่น เพราะจะไม่อุดตันผิว สิ่งที่คนผิวมันควรโฟกัส คือ ความ Balance น้ำมันในผิว ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า Oil control / Oil free นะคะ และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มี Oil หรือเนื้อครีม

image_1052023
- ที่มารูป: bit.ly
image_1052024
- ที่มารูป: www.caretobeauty.com

 

ผิวผสม
image_1052022
- ที่มารูป: i.pinimg.com

สำหรับสภาพผิวแบบผิวผสมนะคะ จะเป็นผิวที่มีน้ำใต้ผิวค่อนข้างน้อย แต่จะมีน้ำมันและรูขุมขนกว้างบริเวณ T-zone บริเวณแก้มทั้งสองข้างจะเป็นผิวแห้ง หรือผิวปกติ ไม่แห้งไม่มัน

การดูแลผิวของคนกลุ่มนี้นะคะ จะค่อนข้างลำบากนิดนึง ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า ‘สำหรับผิวผสม’ หรือจะใช้ Skin care ของคนผิวมันบริเวณที่มัน และใช้สกินแคร์คนผิวแห้งบริเวณที่แห้ง

image_1052025
- ที่มารูป: www.esteelauder.co.th

 

ผิวธรรมดา
image_1052021
- ที่มารูป: www.pinterest.com

มาในส่วนสุดท้ายของ Skin type กันนน ก็คือ ผิวธรรมดาค่ะ สภาพผิวนี้เรียกได้ว่าเป็นสภาพผิว Ideal ในฝันของสาวๆ เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นผิวที่มีความสมดุลของน้ำและน้ำมัน เป็นผิวที่แข็งแรง ไม่แห้ง ไม่มัน ยิ่งถ้าใครมีน้ำใต้ผิวในระดับที่สมบูรณ์ ยิ่งทำให้ผิวดูโกลว อิ่มน้ำ น่าอิจฉามากแกกก

การดูแลผิวสภาพผิวธรรมดาก็ง่ายมาก จะใช้สกินแคร์อะไรก็ได้เลย แต่แนะนำว่า อาจจะลองอิงตามสภาพอากาศเพื่อความ Balance ผิว ช่วงอากาศร้อนสามารถใช้สกินแคร์ของคนผิวมัน เช่น สกินแคร์เนื้อเจล เนื้อน้ำ ส่วนอากาศหนาว ที่ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้นมาก อาจใช้พวกสกินแคร์ของคนผิวแห้ง อย่าง ครีม หรือ Oil เพื่อเติมความชุ่มชื้น และเป็นเกราะป้องกันผิวไม่ให้สูญเสียความชุ่มชื้นค่ะ


ก็จบกันไปสำหรับ Skin type นะคะ มาต่อกันที่ Skin condition กันบ้างงง~

Skin Condition

Skin condition เป็นแค่สภาวะหนึ่งที่เกิดกับผิวค่ะ ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรมแบบ Skin type เกิดขึ้นมาจากการใช้ชีวิต และสามารถรักษาให้หายได้ค่า  ส่วนใหญ่สามารถเกิดได้จากทั้ง Internal Factor และ External Factor มีอะไรกันบ้าง ไปดูกันเล้ย!

ผิวขาดน้ำ
image_1052026
- ที่มารูป: www.pinterest.com

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักผิวขาดน้ำกันใช่ไหมคะ เชื่อว่าผิวขาดน้ำคงเป็นคำที่หลายๆ คนได้ยินกันมามาก แต่ก็อาจมีใครหลายๆ คนที่ยังสับสนระหว่างผิวแห้ง กับผิวขาดน้ำอยู่ ซึ่งความแตกต่างก็อยู่ตรงนี้แหละค่ะ ผิวขาดน้ำ ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม เป็นผิวที่มีน้ำใต้ผิวน้อย เกิดจากหลายสาเหตุของการใช้ชีวิต เช่น แสงแดด อายุ การใช้สกินแคร์ผิดประเภทของผิว การอาบน้ำร้อนบ่อยเกินไป ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน พักผ่อนน้อย เครียด โอ๊ยยย มากมายไปหมดค่ะ

อาการของคนผิวขาดน้ำที่เป็นที่สังเกตกันมาก และสังเกตได้ง่ายก็คือ หลังล้างหน้า จะรู้สึกว่าผิวหน้าแห้งตึง แต่พอผ่านไปสักพักโดยไม่ต้องลงครีม หรืออะไร จะรู้สึกว่าหน้ามีน้ำมันมาเคลือบที่หน้า หน้ามัน แต่จับไปร้สึกผิวว่าหน้าสาก ดูแห้ง ไม่ชุ่มชื้น ฟิลเหมือนคนผิวแห้ง นั่นแหละค่ะ คืออาการของผิวขาดน้ำ เป็นเพราะว่าเมื่อผิวหน้าของเราขาดน้ำมากเกินไป เซลล์เลยเร่งผลิตน้ำมันมาเคลือบที่ผิวหน้าเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่หายไป นอกจากนี้ คนที่เป็นผิวขาดน้ำก็จะหน้าหมองคล้ำ เพราะน้ำเป็นตัวที่ทำให้ผิวสุขภาพดี ปัญหานี้ก็ทำให้ใครหลายๆ คนเข้าใจผิด จึงไปเลือกซื้อครีมที่ช่วยทำให้หน้ากระจ่างใส นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนะคะ เสียเงินเปล่า แค่เติมความชุ่มชื้นห้กับผิวก็พอแล้ว

ผิวขาดน้ำ เกิดขึ้นได้ในทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็น ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม ผิวธรรมดา จึงเป็นที่มาของคำว่า 'ผิวมันขาดน้ำ' 'ผิวแห้งขาดน้ำ' ที่เราเคยได้ยินนั่นองค่ะ

วิธีการดูของคนเป็นผิวขาดน้ำ คือ เน้นการเติมน้ำ เติมความชุ่มชื้นให้ผิว อย่างเทคนิคส่วนตัวของแอลเลย แอลชอบหา Skin care ที่มี Hyaluronic acid เพราะเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี ช่วยเรื่องริ้วรอยที่เกิดจากผิวแห้งได้ด้วย แถมเป็นส่วนผสมที่หาง่ายในสกินแคร์หลากหลายยี่ห้อ พวก Moisturizer ก็ควรใช้ หรือบางคนก็ชอบใช้ว่านหางจระเข้ก็ได้เช่นกันค่า นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดค่ะ เช่น ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ลดคาเฟอีน ดื่มน้ำมากๆ เลือกสกินแคร์ให้ถูก Skin type ทาครีมกันแดดก็ช่วยได้เยอะเลย ปัญหามันเกิดจากการใช้ชีวิต เราก็ควรแก้การใช้ชีวิตเนอะ

ผิวแพ้ง่าย
image_1052027
- ที่มารูป: www.pinterest.com

ผิวแพ้ง่ายเป็นปัญหาหนักใจสำหรับใครหลายๆ คน ผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่เป็นได้ทั้ง Skin type และ Skin condition เลย สามารถเกิดได้จากทั้งพันธุกรรม หรือเกิดจากผิวแห้งที่ขาดน้ำมากๆ จนผิวอ่อนแอ ผิวเลยแพ้ง่ายค่ะ

วิธีดูแลผิวแพ้ง่าย เป็นอะไรที่ต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อนมากๆ ควรเลือกใช้ Skincare ที่มีคำว่า สำหรับ Sensitive skin และก็ไม่ควรลองใช้สกินแคร์ไปเรื่อยนะคะ ยิ่งสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Alcohol ยิ่งต้องระวัง การสครับผิวบ่อยๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเช่นกันค่ะ ทางที่ดี ควรพบแพทย์ เข้ารับการปรึกษาจะดีที่สุดค่ะ


สำหรับ Skin condition ก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้นะคะ ยังรวมถึง Skin pigmentation, Aging, Acne, Acneic ซึ่งมันจะเยอะเกินไป แอลขอยกมาสองตัวคร่าวๆ ที่หลายๆ คนกำลังเผชิญแทนแล้วกันนะคะ ^^

ก็ถือว่าวันนี้เป็นอะไรที่เนื้อหาอัดแน่นพอสมควรเลยเนอะ
นับถือคนที่อ่านจนมาถึงตรงนี้มากจ้าาา ได้รับรางวัลบุคคลใฝ่รู้แห่งปีไปเลยค่ะซิสสส
 ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆ นะคะ หวังว่าทุกคนจะรู้จักผิวตัวเองมากขึ้น ดูแลได้ถูกจุดมากขึ้น

สำหรับสกินแคร์ที่แอลแปะรูปแนะนำไปก็เป็นสกินแคร์ที่แอลเคยลองใช้แล้วประทับใจหรือไปอ่านรีวิวแล้วอยากได้ จริงๆ อยากแนะนำอีกหลายตัว แต่ขี้เกียจหารูปมาแปะ อิอิ


วันนี้แอลคงต้องขอตัวลาไปก่อน ใครขี้เกียจอ่านก็ไปดูคลิปที่แปะไว้ต้นเรื่องได้
ฝากติดตามด้วยนะคะ แล้วแอลจะมีรีวิวเด็ดๆ ทั้งไอเทมน่าลอง คาเฟ่น่าไปมาแชร์อีก
หรือเป็นแนวแชร์ความรู้แบบนี้ก็จะมีอีกแน่นอนค่ะ ^^
.
.
บ๊ายบายยย <3
 

image_1052028
- ที่มารูป: www.pinterest.com
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @