มีอยู่จริงมั้ยนะ!? รวม 7 โรคทางจิตแปลกๆ ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ในนิยาย

มีอยู่จริงมั้ยนะ!? รวม 7 โรคทางจิตแปลกๆ ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ในนิยาย

เวลาเห็นอาการป่วยทางจิตในละคร นิยาย หรือเกม หลายครั้งเราก็สงสัยว่า เอ๊ะ! มันมีอยู่จริงๆ มั้ย ซึ่งวันนี้เรารวม โรคทางจิตแปลกๆ ที่มีอยู่จริงมาแชร์ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่ก็มีอยู่จริงๆ จะมีอาการไหนบ้าง เดี๋ยววันนี้มาดูพร้อมๆ กันค่ะซิส

06 February 2022
belfry
06 February 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1072321
- ที่มารูป: pbs.twimg.com


ถ้าพูดถึงอาการป่วยทางจิต โรคที่เราคุ้นชินกันดี ก็จะมี โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล จะมีอยู่ไม่กี่โรคหรอก ที่เรารู้จัก ซึ่งหลายครั้งที่เราอ่านนิยาย ดูซีรีส์ หรือเล่นเกม เรามักจะเห็นตัวละครบางตัว มีอาการป่วยทางจิต เป็นอาการแปลกๆ ที่พูดเลยว่า ไม่คุ้น และไม่เคยได้ยินมาก่อน ดูเหมือนเป็นโรคที่แต่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคที่เพื่อนๆ เคยเห็นปรากฎในนิยายหรือละคร แม้กระทั่งในเกมบางเกม มันมีอยู่จริงๆ นะ วันนี้เรารวม 7 โรคทางจิตแปลกๆ ที่มีอยู่จริง ไม่ใช่แค่ในนิยายมาให้ดู บางโรคคือพบได้น้อยมาก แต่มีอยู่จริง ซึ่งมันน่าแปลกมาก ไม่คิดว่าจะมีอาการแบบนี้อยู่ด้วย จะมีโรคไหนบ้าง เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าค่ะ

1. โรคกลัวการถูกสัมผัส

image_1072325
- ที่มารูป: mpics.mgronline.com

เริ่มต้นกันด้วยโรคนี้เลย หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง โรคการถูกสัมผัส คือถ้าพูดง่ายๆ คือ ไม่ชอบการถูกเนื้อต้องตัว หรือเข้าใกล้ใครก็ตามในทุกๆ กรณี ซึ่งมันไม่ใช่ความรู้สึกเกลียด หรือขยะแขยงอะไรนะ แต่ทันเป็นความรู้สึกกลัว ไม่ชอบ อยากออกห่างแบบนี้มากกว่า หลายคนอาจจะคิดว่า เอ้า! แล้วจะใช้ชีวิตในโลกนี้ได้ยังไง จริงๆ โลกนี้เป็นแล้ว ไม่ใช่ว่าจะโดนตัวไม่ได้เลย ก็พอจะสัมผัสได้แหละ แต่ถ้าเลือกได้ที่จะไม่สัมผัสหรือใกล้ชิด เขาก็จะเลือกที่จะไม่เข้าใกล้หรือหลีกเลี่ยงมากกว่านั่นเอง

2. โรคกลัวตัวเองไม่สมบูรณ์แบบ

image_1072326
- ที่มารูป: mejorconsalud.as.com

เราว่าหลายๆ คนอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคนี้อยู่ก็ได้ แต่ไม่รู้ตัว โรคกลัวตัวเองไม่สมบูรณ์แบบ เป็นโรคที่ผู้ป่วยมักมีความวิตกกังวลในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่บ่อยๆ กลัวว่าทำแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ดีพอ รวมไปถึงการที่คุณตั้งความหวังมากเกินไป พอทำออกมาได้ไม่ตรงอยากที่หวัง ผลลัพธ์ที่อยากได้ไม่เป็นไปอย่างที่คิด ความคิดเหล่านี้ ทำให้คุณรู้สึกล้มเหลว เครียด จนส่งผลให้ภาวะซึมเศร้าตามมาได้ สำหรับอาการนี้ สิ่งที่สังเกตได้ง่ายๆ และชัดเจนที่สุดคือ มีความวิตกกังวลอย่างรุนแรง การเต้นของหัวใจไม่เป็นจังหวะ ขาดความเป็นตัวเอง และตามมาด้วยอาการทางกายอื่นๆ ตามมาอีก เช่น เหงื่อแตก คลื่นไส้ หายใจติดขัด และอื่นๆ เป็นต้น

3. โรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง

image_1072327
- ที่มารูป: lamedicinaestetica.files.wordpress.com

ชื่อโรคอาจจะคล้ายๆ กับเมื่อกี้ แต่จริงๆ ต่างกัน ที่เหมือนกันคือ โรคนี้อาจจะทำให้คุณกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในอนาคต โรคนี้เป็นโรคที่คุณจะคิดไปเองว่า ฉันไม่เก่ง ฉันไม่มีค่า ไม่มั่นใจตัวเอง โรคนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นกับคนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง คนที่นิยมความสมบูรณ์แบบ แต่กลับไม่มีความมั่นใจเลย ถึงได้ย้ำคิดย้ำทำบ่อยๆ รวมไปถึงคนที่ชอบกดดันตัวเอง ชอบคิดว่าที่ทำที่พยายามทั้งหมดนั้น ยังไม่ดีพอ แม้จะได้รับคำชม แต่ก็ยังรู้สึกว่า นี่มันยังไม่พอ! เป็นคนที่ชอบทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ไม่พึ่งพาใคร เพราะกลัวว่าถ้าทำงานร่วมกับใครแล้ว จะไม่ได้แสดงศักยภาพ แล้วจะถูกหาว่าเป็นคนไม่มีความสามารถ สรุปง่ายๆ คือถ้าคุณรู้สึกสงสัยในความสำเร็จของตัวเอง หรือไม่พอใจ ไม่เคยมองเห็นถึงคุณค่าของตัวเอง มองแต่ข้อเสียและจุดด้อยของตัวเองบ่อยๆ คุณอาจจะกำลังเป็นโรคนี้อยู่ก็ได้นะ

4. โรคกลัวความรัก

image_1072328
- ที่มารูป: lamedicinaestetica.files.wordpress.com

เมื่อเป็นคำพูดตลกๆ ที่หลายๆ คนหนิบยกมาพูดกัน แต่รู้มั้ยว่า โรคกลัวความนักนั้น มีอยู่จริงๆ นะ โรคนี่เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ทั้งการถูกทิ้ง ถูกนอกใจ หรือแม้แต่เห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากคนใกล้ตัว จนหลายมาเป็นปมฝังใจ ทำให้คุณรู้สึกกลัวขึ้นมา และอื่นๆ ซึ่งอาการของโรคนี้ ส่วนใหญ่แล้ว มักจะแสดงออกทางกาย เช่น สั่นกลัว ร้องไห้ วิงเวียน คลื่นไส้ เมื่อรับรู้ว่ากำลังจะมีคนพยายามจะสานสัมพันธ์กับเรา หรือแสดงออกว่าชอบเรา โดยอาการเหล่านี้ มักเกิดขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล และควบคุมตัวเองไม่ได้ โรคนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่อาจจะนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า และโรควิตกกังวลได้ เพราะงั้นอย่ามองว่าเป็นเรื่องตลก ไปพบคุณหมอเพื่อแก้ปัญหาจะดีที่สุดนะ

5. โรคมองทุกอย่างกลับหัว

image_1072329
- ที่มารูป: lamedicinaestetica.files.wordpress.com

เวลาเราเห็นในซีรีส์หรือในเกม ที่โลกของตัวละครกลับหัว แหม! เท่ชะมัด แต่เอาจริงๆ มันไม่เท่เลยนะ โรคนี้เป็นหนึ่งในโรคประหลาดที่หายยากและน้อยคนที่จะเป็น โดยผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคนี้ มักจะมองเห็นทุกอย่างกลับหัวบนล่างสลับจากคนปกติ เช่น การอ่านหนังสือหรือดูทีวีก็จะต้องดูแบบกลับหัว ไม่อย่างนั้นจะดูไม่รู้เรื่อง แต่ว่าเปอร์เซ็นต์ของคนที่ป่วยเป็นโรคเนี่ย เรียกว่าหาได้ยากมาก แต่ถ้าได้ป่วยเป็นโรคนี้แล้ว ผู้ป่วยคงรู้สึกทรมานสุดๆ ขนาดเราที่แค่อ่านอาการเบื้องต้นนี้ ยังรู้สึกเจ็บปวดแทนเลย!

6. โรคกลัวผู้ชาย

image_1072330
- ที่มารูป: cdn.statically.io

อย่ามองว่าเป็นเรื่องตลก เพราะโรคนี้สร้างความทรมาณและความลำบากในการใช้ชีวิตให้ใครต่อใครมาไม่น้อย จริงๆ แล้วโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงมามากกว่า โดนส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยจะมีอาการหวาดกลัวตั้งแต่เด็กลากยาวไปจนโต ซึ่งคนที่ป่วยเป็นโรคนี่ ส่วนใหญ่ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกตินะ ทว่าผู้ป่วยอาจจะแค่อยากหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับเพศชายเท่านั้นเอง บางรายอาจจะถึงขั้นหวาดกลัว ไม่กล้าคบ ไม่กล้าเข้าใจเลย ยกเว้นเพียงแต่ญาติ ครอบครัว หรือเพื่อนสนิทมากๆ เท่านั้น ซึ่งโรคนี้ ปัจจัยอาจจะเกิดมาจากประสบการณ์ที่เลวร้ายที่จำฝังใจมาตั้งแต่เด็ก หรือการได้เห็น ได้รับรู้เรื่องราวร้ายที่เกี่ยวกับผู้ชาย เลยทำให้ฝังใจจนรู้สึกหวาดกลัวนั่นเอง

7. โรคที่มองของเล็กเป็นใหญ่ หรือโรค Alice in Wonderland Syndrome

image_1072337
- ที่มารูป: i.pinimg.com

หลายคนอาจจะคิดว่า เอ๊ะ! นี่ใช่โรคทางจิตแน่หรอ ไม่ใช่ว่าเกิดจากประสาทหลอนจากยาเสพติดแน่นะ ใช่ค่ะ! จริงๆ แล้วโรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางประสาท ที่ส่งผลให้ผู้ที่มีอาการมองเห็นภาพที่ปรากฏตรงหน้าผิดเพี้ยน ไปจากความเป็นจริง ทั้งภาพขยายใหญ่ขึ้นหรือหดเล็กลงจนโตผิดปกติ ถ้านึกไม่ออก ให้ลองนึกถึงมุมมองแบบเดียวกันกับตัวละครอลิซ ในเรื่อง Alice in Wonderland ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ มักมีสาเหตุหลักๆ มาจากความผิดปกติบางประการในสมองส่วนการรับรู้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นภาวะที่จะนำไปสู่การเกิดไมเกรนในอนาคต เป็นโรคที่สามารถเกิดได้ทั้งกับเด็กและผู้ใหญ่

image_1072342
- ที่มารูป: i.pinimg.com


เอาจริงๆ อาการป่วยทางจิต ในความเป็นจริงแล้ว สามารถเกิดขึ้นได้กับคนปกติทั่วไปเลยนะ มันก็มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้เราเกิดอาการป่วยได้ ทั้งปมในอดีต ความกดดัน ความกลัว ความกังวล หรือแม้กระทั่งการพบเจอกับเหตุการณ์ร้ายๆ เพราะฉะนั้นถ้าใครที่รู้สึกว่า ตัวเองมีความผิดปกติไม่ว่าจะทางกายภาพ หรือทางความคิด ใดๆ ก็แล้วแต่ ควรไปพบจิตแพทย์ เพื่อทำการรักษาที่ถูกวิธีนะคะ อย่ากลัวที่จะได้รับการรักษาค่ะ แม้โรคเหล่านี้จะรักษาให้หายขาดได้ยาก แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย การเข้ารับการรักษาจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับโรคที่เราเป็นอยู่ได้นะคะ เพราะงั้นเรื่องแบบนี้จะละเลยไม่ได้เลยนะ ก็ขอเป็นกำลังให้กับผู้ป่วยทุกๆ คนนะคะ

สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อนแล้ว บ๊ายาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @