รีวิว Moltobene Deep Layer จากญี่ปุ่น ผมพังก็เปลี่ยนให้ปังได้!

รีวิว Moltobene Deep Layer จากญี่ปุ่น ผมพังก็เปลี่ยนให้ปังได้!

ผมพังก็เปลี่ยนให้ปังได้! ด้วย Moltobene Deep Layer ทรีตเมนต์บำรุงผมจากญี่ปุ่น

20 March 2022
beautylover
20 March 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ผมพังก็เปลี่ยนให้ปังได้! ด้วย Moltobene Deep Layer ทรีตเมนต์บำรุงผมจากญี่ปุ่น

สวัสดีค่ะทุกคน ^o^

ช่วงนี้เราเชื่อว่าด้วยเทรนด์สีผมโทนหม่นสุดฮิต สาวๆ หลายคนก็คงฟอกสีผมเพื่อให้ได้ทำผมสีสวยๆ กันใช่ไหมล่ะคะ  แต่ปัญหาที่ตามมาอย่างแน่นอนหลังจากการฟอกผมก็คือ ผมของเราจะแห้งเสีย จนบางทีก็ถึงกับกรอบไปเลย ทำเอาใครหลายๆ คนถึงกับเข็ดเลิกฟอกสีผมไปเลยก็มี T^T

แต่ล่าสุดเราได้ลองไปทำทรีตเมนต์ผมยี่ห้อหนึ่งที่ชื่อว่า “Moltobene Deep Layer” เป็นทรีตเมนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่เน้นเรื่องการบำรุงผมแห้งเสียจากการทำสีหรือฟอก ให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น เรียบลื่นเข้าทรง โดยแชมพูและทรีตเมนต์ของ Moltobene Deep Layer นั้นมีส่วนผสมของ “เคราติน” ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมแห้งเสียได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือมีการเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงด้วย “บูสเตอร์” (booster) หรือตัวดูดจับไอออนโลหะในน้ำประปาซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นผมหยาบกระด้างค่ะ

image_1078219

 “บูสเตอร์” จะช่วยปรับสภาพเส้นผมชั้นนอกให้เราก่อนที่จะลงมือทำทรีตเมนต์ โดยมันจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นการดูดซึมของทรีตเมนต์ ทำให้ทรีตเมนต์เข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของเส้นผมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ภายในเส้นผมด้วยค่ะ


image_1078215

สำหรัเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ Moltobene Deep Layer ก็จะมีความเข้มข้น เนื้อแน่น ทำให้เกิดจุดเด่นที่สำคัญคือ เวลาสระผม ตัวแชมพูจะกลายเป็นมาสก์ฟองที่เนื้อนุ่ม แต่ก็แน่นและละเอียดค่ะ

มาสก์ฟองจะช่วยทำให้เส้นผมไม่ฝืดและไม่เสียดสีกัน ทำให้ผมของเราไม่พันกันเวลาสระ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาผมเสียได้ค่ะ ตัวมาสก์ฟองจะคอยโอบล้อมส่วนผสมของแชมพูที่ช่วยบำรุงเส้นผมเอาไว้ ทำให้สารบำรุงซึมซาบเข้าสู่เส้นผมชั้นนอกได้ง่ายขึ้น และเข้าไปซ่อมแซมผมที่เสียได้อย่างเต็มที่ค่ะ

นอกจากนี้ Moltobene Deep Layer ยังเป็นทรีตเมนต์ที่มีกลิ่นหอมมากๆ ด้วยนะ! เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย เบาสบาย เรานอนทำผมไปก็รู้สึกหอมจนเคลิ้ม แทบจะหลับไปเลยค่ะ ฮ่าๆ ทั้งนี้ พนักงานบอกว่าทรีตเมนต์ตัวนี้เป็นกลิ่น Classic Pear และ Freesia ค่ะ เป็นกลิ่นลูกแพร์ที่หอมหวาน ละมุน มีความสดชื่นแบบซิตรัสนิดๆ ผสมกับความสดชื่นของดอก Peony

สำหรับวันนี้ ด้วยสภาพเส้นผมของเราที่แห้งเสียอย่างมากจากการฟอกสี เราเลยเลือกที่จะบำรุงแบบจัดเต็ม ด้วยการทำทรีตเมนต์ของ Moltobene Deep Layer ครบทั้ง 5 ขั้นตอนค่ะ ขั้นตอนการทำทรีตเมนต์ทั้งห้านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผมได้ในระดับสูงสุด เรียกได้ว่าจากผมที่เคยแห้งฟูก็จะกลายเป็นผมคุณหนูที่ทั้งนุ่มทั้งเงาสลวยกันไปเลยจ้าาา ❤️


ร้านทำผมในกรุงเทพฯที่ให้บริการทำทรีตเมนต์ผมด้วยผลิตภัณฑ์ Moltobene Deep Layer ก็คือร้าน TomoTomo ที่อยู่ในอาคาร UR Build ซอยทองหล่อ 11 และ 13 ค่ะ ถ้ามาทางรถไฟฟ้า BTS ก็สามารถนั่งมาลงที่สถานีทองหล่อ แล้วต่อรถแท็กซี่หรือมอเตอร์ไซค์เข้ามาได้เลยค่ะ


image_1078216


มาถึงหน้าร้านแล้ว~

image_1078217

บรรยากาศภายในร้าน TomoTomo ดูโปร่งโล่ง มีความมินิมอล สบายตามากๆ เลยค่ะภายในร้านก็สะอาดมากเลย

มีโซฟาให้นั่งรอทำผมชิลล์ๆ ด้วยค่ะ


image_1078218

ก่อนทำทรีตเมนต์ ช่างจะมาอธิบายขั้นตอนการทำให้เราฟังคร่าวๆค่ะ เขาจะให้คำแนะนำว่าสภาพเส้นผมแบบเราควรทำกี่ขั้นตอน เพราะว่าการทำทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer นั้นไม่จำเป็นต้องทำครบทั้ง 5 ขั้นตอนค่ะ

ช่างจะช่วยวัดระดับความแห้งเสียของเส้นผมเรา โดยดูด้วยสายตา สอบถามประวัติการทำผม และลองสัมผัสเส้นผมของเราค่ะ จากนั้นเขาก็จะกำหนดขั้นตอนการทำ รวมถึงเลือกสูตรแชมพูและทรีตเมนต์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมของเราค่ะ

สำหรับเราที่ผมค่อนข้างเสียจากการฟอกสีก็จัดเต็ม 5 ขั้นตอนไปเลยค่าาา (พนักงานร้าน TomoTomo ใจดีและสุภาพมากเลยค่ะ พี่เขาให้คำแนะนำดีมากๆ แล้วเราก็แอบเห็นว่าพนักงานที่นี่คุยภาษาอังกฤษกับลูกค้าต่างชาติได้ด้วยนะคะ ดังนั้นใครอยากพาเพื่อนคนต่างชาติมาทำผมที่นี่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารเลยค่ะ)


image_1078214

สำหรับทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer ที่เราจะมาทำกันในวันนี้ ก็จะมีให้เลือก 2 สูตรค่ะ คือ สูตร S และ สูตร G แต่ด้วยความสงสัย เราก็เลยถามพี่พนักงานว่าสองสูตรนี้มันต่างกันยังไง

พี่พนักงานอธิบายว่าสูตร S (Extra Sleek) เป็นสูตรที่ใช้สำหรับผมเส้นเล็กบางที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักและความนุ่มลื่นค่ะ


image_1078220

ส่วนสูตร G (Extra Glossy) ใช้สำหรับผมเส้นใหญ่หนา แห้ง แข็งกระด้าง หรือผมชี้ฟูที่ต้องการความนุ่มสลวยและความเงางามค่ะ


image_1078221

ดังนั้นสูตรของทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer จะไม่ได้แบ่งตามความเสียหายของสภาพเส้นผม เพราะทุกสูตรสามารถแก้ปัญหาผมเสียได้หมดเลยค่ะ ที่เขาแบ่งออกเป็น 2 สูตรนั้นเป็นเพียงการแบ่งตามลักษณะเส้นผมของผู้ใช้ค่ะ

สำหรับราคาของแชมพูและทรีตเมนต์ของ Moltobene Deep Layer นั้น ทั้งสูตร S และสูตร G ราคา ขวดละ 1,xxx บาท เท่ากันค่ะ


image_1078222

ส่วนใครที่สงสัยว่าทรีตเมนต์ขวดเล็กๆ สีดำที่อยู่ในรูปด้านบนคืออะไร อันนี้เป็น “Special Home Care” หรือทรีตเมนต์ขวดเล็กสำหรับซื้อกลับไปบำรุงต่อเองที่บ้านนะคะ ถ้าเราได้ใช้ทรีตเมนต์ตัวนี้ต่อ มันจะช่วยให้ประสิทธิภาพของทรีตเมนต์ที่เราทำจากซาลอนอยู่คงทนยาวนานยิ่งขึ้นค่ะ เส้นผมของเราที่ได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่องก็จะจัดทรงง่าย สภาพเส้นผมก็สวยงามไปอีกนาน~ ราวกับได้ยกซาลอนมาทำเองที่บ้านเลยจ้า

หากใครสนใจซื้อทรีตเมนต์ขวดเล็กแบบนี้ไปทำเองที่บ้าน เวลาใช้ทรีตเมนต์ก็ให้หมักผมทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วค่อยล้างออกนะคะ แต่เราขอแนะนำให้ลองปรึกษาช่างเรื่องความถี่ในการหมักทรีตเมนต์ด้วยค่ะ เพราะเขาจะช่วยดูลักษณะเส้นผมของเราและแนะนำได้ว่าสภาพเส้นผมแบบเราควรหมักบ่อยแค่ไหน คนที่ผมแห้งมากก็อาจจะใช้ทรีตเมนต์ทุกๆ 3 วันจนถึงสัปดาห์ละครั้ง แต่ถ้าใครสภาพผมค่อนข้างดีอยู่แล้วก็สามารถใช้ 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ได้ค่ะ 


ราคาของทรีตเมนต์ Special Home Care อยู่ที่ขวดละ 3xx บาทค่า~


พอเห็นว่ามีทรีตเมนต์สำหรับซื้อไปทำเองที่บ้านแบบนี้ เราก็เลยสอบถามพี่พนักงานถึงความแตกต่างระหว่างการมาทำทรีตเมนต์ที่ร้านกับการทำเองที่บ้านค่ะ เขาบอกว่าถ้าทำที่ร้านก็จะดีตรงที่ว่าทางร้านจะมีเครื่องมือครบครันในการบำรุงผม ซึ่งช่วยให้ทรีตเมนต์ซึมลึกเข้าไปในชั้นเส้นผมได้ดียิ่งขึ้นค่ะ ดังนั้นถ้าใครสะดวกก็ลองเดินทางมาทำผมที่ร้านกันดูนะคะ


image_1078223

หากทำทรีตเมนต์ที่ร้านจะใช้เวลาประมาณ 15 - 20 นาที อันนี้ยังไม่รวมตอนไดร์ผมค่ะ ถ้ารวมเวลาไดร์ผมและขั้นตอนอื่นๆ ด้วยก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ ก็นับว่าไม่นานเลย~


เอาละ! มาถึงตรงนี้หลายๆ คนคงอยากรู้แล้วว่า “การทำทรีตเมนต์ 5 ขั้นตอน” ของ Moltobene Deep Layer นั้นเป็นยังไง แล้วแต่ละขั้นตอนช่วยบำรุงเส้นผมยังไงบ้าง เราจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกันค่ะ


image_1078224

ขั้นตอนที่ 1 : Penetrating Repair (ฟื้นฟูเส้นผมโดยการดูดซึมส่วนที่สึกหรอ)

image_1078225

หลังจากที่ตัวบูสเตอร์ของทรีตเมนต์ดูดซับไอออนโลหะที่เส้นผมด้านนอกเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนแรกของการทำทรีตเมนต์ก็จะเป็นการนำส่วนผสมของเคราตินที่มีความหนาแน่นสูง (Hight molecular weight keratin PPT) แทรกซึมเข้าไปในช่องว่างหรือโพรงของเส้นผมที่แห้งเสีย เคราตินจะช่วยดูดซึมและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กับเส้นผมของเราค่ะ


ขั้นตอนที่ 2 : Bonding Repair (ซ่อมแซมพันธะของเส้นผม)

image_1078227

ขั้นตอนนี้เป็นการอุดช่องว่างภายในเส้นผมด้วยส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมความแห้งเสียค่ะ ในขั้นตอนนี้ส่วนผสมโมเลกุลต่ำ (Low Molecular weight) ของเคราตินขนาดเล็กและ Keratide® จะเข้าไปอุดช่องว่างเล็กๆ ของโพรงภายในเส้นผม ซึ่งเป็นจุดที่เคราตินในข้อ 1 เข้าไปไม่ถึงค่ะ เรียกได้ว่าเป็นการอุดช่องโหว่ในการบำรุงนั่นเอง


ขั้นตอนที่ 3 : Enhanced Repair (เพิ่มพลังในการซ่อมแซม)

image_1078228

ตรงนี้จะเป็นขั้นตอนที่ Keratide® ของทรีตเมนต์มารวมตัวกันเพื่ออุดช่องว่างภายในเส้นผมค่ะ เมื่อเส้นผมของเรามี Keratide® อัดแน่น ส่วนผสมที่ช่วยซ่อมแซมความสึกหรอก็จะเกาะติดภายในเส้นผมได้ดีขึ้น เส้นผมของเราก็จะพองตัวแน่น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ


ขั้นตอนที่ 4 : Moist Hyalo Film (เคลือบเกล็ดผมครั้งที่ 1)

image_1078229

ขั้นตอนที่ 4 เป็นการเคลือบเกล็ดผม (Cuticle) ครั้งแรก เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเกล็ดผม รวมถึงกักเก็บความชุ่มชื้นไว้กับเส้นผมด้านนอกค่ะ


ขั้นตอนที่ 5 : W Hyaluronic Acid Coating (เคลือบกรดไฮยาลูโรนิก 2 ชนิด)

image_1078230

สำหรับขั้นตอนที่ 5 ก็จะเป็นการเคลือบเส้นผมด้านนอกด้วยกรดไฮยาลูโรนิก 2 ชั้นค่ะ การเคลือบด้วยพลังดับเบิ้ลแบบนี้จะช่วยทำให้ประสิทธิภาพการบำรุงของทรีตเมนต์คงอยู่ยาวนานยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผม และช่วยให้สีผมติดทนนานมากขึ้นด้วยค่ะ เพราะกรดไฮยาลูโรนิกจะช่วยยับยั้งการเฟดของสีผมนั่นเอง


และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 ขั้นตอนการทำทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer ค่ะ!

อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเลือกระดับขั้นตอนการทำทรีตเมนต์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผมของตัวเองได้เลยนะคะ ทางร้านเขาจะแนะนำจำนวน STEP ที่เหมาะกับเส้นผมแต่ละแบบดังนี้ค่ะ


image_1078231

1 STEP (Low Damage) : ทำเฉพาะขั้นตอนที่ 5

เหมาะสำหรับคนที่ผมไม่ได้ผ่านการทำเคมี แต่กังวลเรื่องผมชี้ฟู


2 STEP (Light Damage) : ทำเฉพาะขั้นตอนที่ 4 และ 5

เหมาะสำหรับคนที่เส้นผมด้านนอกหยาบกระด้าง ปลายผมพันกัน


3 STEP (Middle Damage) : ทำเฉพาะขั้นตอนที่ 1, 2 และ 5

เหมาะสำหรับคนที่ทำสีผมตั้งแต่ Lv.9 ลงไป


5 STEP (High Damage) : ทำครบทั้ง 5 ขั้นตอน

เหมาะสำหรับคนที่ฟอกผม ดัดผม หรือทำสีผม Lv.10 ขึ้นไป


Moltobene Deep Layer ทั้ง 5 Step!

สำหรับเราที่ทำทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer ครบทั้ง 5 ขั้นตอนแล้ว เรารู้สึกพอใจกับสภาพเส้นผมที่เหมือนได้เกิดใหม่มากๆ ค่ะ 5555 คือก่อนหน้านี้ผมเราแห้งกรอบมากๆ เพราะว่าผ่านการฟอกและทำสีมา แต่หลังจากผ่านคอร์สทรีตเมนต์ที่ร้าน TomoTomo แล้ว ผมเราก็นุ่มขึ้นมากกกกกก ทั้งเรียบทั้งลื่น ไม่แห้งฟูเหมือนตอนก่อนทำ เรียกได้ว่าเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงที่เปลี่ยนชีวิตจริงๆ ค่ะ


image_1078234

หากเพื่อนๆคนไหนอ่านรีวิวจากเราแล้วสนใจทำทรีตเมนต์ Moltobene Deep Layer บ้างล่ะก็ ลองหาวันว่างมาทำผมชิลล์ๆ ที่ร้าน TomoTomo กันดูนะคะ บอกได้เลยว่าคุ้มค่าการเดินทางมาทำมากค่ะ


Location

141 Sukhumvit53 Klongtonnour Wattana Bangkok, Thailand 10110

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @