แค่นั่งเฉยๆ ยังเหนื่อย! แจก 7 เคล็ดลับเอาชนะ “ ความขี้เกียจ ” ปลุกตัวเองให้ตื่นตัว ไม่รู้สึกเฉื่อยชาอีกต่อไป 📌

แค่นั่งเฉยๆ ยังเหนื่อย! แจก 7 เคล็ดลับเอาชนะ “ ความขี้เกียจ ” ปลุกตัวเองให้ตื่นตัว ไม่รู้สึกเฉื่อยชาอีกต่อไป 📌

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคนขี้เกียจตัวแม่!!! ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่คำว่าขี้เกียจเต็มไปหมด ก็ต้องลองทำตาม 7 เคล็ดลับเอาชนะ “ ความขี้เกียจ ” ที่จะช่วยปลุกพลังกายและใจให้รู้สึกตื่นตัวมากขึ้นกันค่ะ

27 March 2022
Pearrisa
27 March 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

สาวซิสคนไหนชอบพ่ายแพ้ให้กับ “ ความขี้เกียจ ” อยู่บ่อยๆ บ้างคะ ยกมือขึ้น ?!

   

image_1080260
- ที่มารูป: media1.giphy.com

  

เรามั่นใจว่าทุกคนต้องเคยเจอกับโมเมนต์ที่รู้สึก ขี้เกียจ แบบสุดๆ กันมาแล้วทั้งนั้น ไม่ว่าจะขี้เกียจตื่นเช้าไปเรียน ขี้เกียจสะสางงานที่วางกองอยู่ตรงหน้า ขี้เกียจทำงานบ้าน ขี้เกียจอ่านหนังสือ และอีกสารพัดเรื่องที่ขี้เกียจจนไม่อยากจะขยับตัวไปทำมัน ทางเราต้องบอกเลยว่าความขี้เกียจมันเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยเลยนะ โดยอาจเกิดจากความเหนื่อยล้าจากการใช้ร่างกายและสมองทำงานหนักติดต่อกันนานๆ หรืออาจเกิดจากการต้องฝืนตัวเองทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ เพราะไร้แรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจก็ได้เหมือนกัน

แล้วหากปล่อยให้ความขี้เกียจมันคลืบคลานเข้ามาครอบงำเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้คุณสาวๆ กลายเป็นคนเฉื่อยชา และไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้สำเร็จก็เป็นได้นะคะ วันนี้เราจึงรวมลิสต์ 7 เคล็ดลับเอาชนะ “ ความขี้เกียจ ” มาให้ได้ลองทำตามกัน เพื่อช่วยปลุกให้รู้สึกตื่นตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็ตามไปดูเคล็ดลับแต่ละข้อได้เลยค่าา~

┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈

 
 

➀ ค้นหาให้เจอว่าปัญหาเกิดจากอะไร ?

   

image_1080267
- ที่มารูป: i.pinimg.com


เริ่มต้นด้วยเคล็ดลับเอาชนะความขี้เกียจข้อแรกที่เราหยิบมาให้ได้ลองทำตามกัน ไม่ว่าคุณสาวๆ จะกำลังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ยากลำบากเรื่องไหนก็ตาม สิ่งแรกที่ควรทำก็คือการ ค้นหาให้เจอว่าต้นตอของปัญหานั้นๆ มันเกิดจากอะไร ค่ะ อย่างคนที่มักจะเจอกับช่วงเวลาที่รู้สึกขี้เกียจอยู่บ่อยๆ ก็ลองถามตัวเองดูให้ดีๆ สิว่า สาเหตุที่ทำให้ขี้เกียจจนไม่อยากลุกไปทำอะไรมันมีต้นตอมาจากไหน เช่น ความเหนื่อยล้า / หมดกำลังใจ / เข้าสู่ช่วงหมดไฟในตัวเอง / กลัวจนไม่กล้าลงมือทำ / แค่รู้สึกขี้เกียจเฉยๆ แบบไม่มีเหตุผล ฯลฯ พอหาต้นตอของปัญหาเจอก็จะช่วยให้หาทางแก้ไขได้ง่ายขึ้นค่ะ

   

➁ หาทางแก้ไขต้นตอความขี้เกียจ

   

image_1080266
- ที่มารูป: i.pinimg.com


หลังจากที่หาต้นตอของความรู้สึกขี้เกียจจนเจอแล้ว สเต็ปต่อไปที่ต้องทำก็คือ การโฟกัสไปที่ตัวการเหล่านั้นและรีบหาทางแก้ไข เพื่อกระตุ้นให้กลับมารู้สึกตื่นตัวอีกครั้งค่ะ เช่น หากสาเหตุที่ทำให้รู้สึกขี้เกียจมันเกิดจากความเหนื่อยล้า จนสมองไม่แล่นและไม่มีแรงลงมือทำสิ่งไหน ก็ควรหาเวลาพักผ่อนเพื่อผ่อนคลายตัวเองและชาร์จพลังกลับคืนมาอีกครั้ง หรือหากความรู้สึกขี้เกียจที่เกิดขึ้นตอนนี้มันเกิดจากการขาดแรงบันดาลใจ เพราะอยู่กับอะไรเดิมๆ นานเกินไป ก็ถึงเวลาออกไปเปิดหูเปิดตาพบเจออะไรใหม่ๆ เพื่อปลุกไฟในตัวเองกลับมา เป็นต้น เชื่อสิว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือกิจวัตรประจำวันบางอย่าง แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันอาจช่วยให้เอาชนะความขี้เกียจได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ได้นะคะ

   

➂ จัดระเบียบสิ่งของรอบตัว / สภาพแวดล้อม

  

image_1080265
- ที่มารูป: i.pinimg.com


โอ๊ยย จะหันซ้าย หันขวา มองด้านหน้า หรือเอี้ยวคอไปมองด้านหลัง ก็เจอแต่กับอะไรเดิมๆ ที่สุดแสนจะน่าเบื่อ จนพาลทำให้ระดับความขี้เกียจในตัวเองมันพุ่งทะยานขั้นสุด!!! เราขอเตือนไว้เลยว่าบรรยากาศรอบตัวก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้รู้สึกขี้เกียจขึ้นมาได้เหมือนกันนะคะ ลองนึกดูสิว่าหากต้องใช้เวลาอยู่ท่ามกลางโต๊ะทำงานที่มีเอกสารวางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ หรือห้องที่รกไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่วางปนกันไม่เป็นที่เป็นทาง มันก็อาจทำให้รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยก็เป็นได้ แบบนี้จึงควรรีบลุกขึ้นมา ปัดกวาดทำความสะอาดและจัดระเบียบสิ่งของรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน / ห้องนอน / ห้องนั่งเล่น / รถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ พอมองไปเห็นสภาพแวดล้อมที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็จะช่วยกระตุ้นให้รู้สึกอยากจะลงมือทำสิ่งต่างๆ มากขึ้นไงละ

   

➃ เลิกพูดจาบั่นทอนกำลังใจตัวเอง

   

image_1080264
- ที่มารูป: i.pinimg.com


สาวซิสคะ! ในบางครั้งสาเหตุที่ทำให้รู้สึกขี้เกียจตัวเป็นขน จนไม่มีแรงใจลุกขึ้นมาทำงาน อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน และอีกสารพัดหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ มันอาจไม่ได้เกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวหรือใครที่ไหนไกลเลยนะ เพราะหากเธอมัวแต่พูดจาบั่นทอนกำลังใจตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า “ ชั้นทำไม่ได้หรอก! ” / “ งานเยอะขนาดนี้ใครจะทำหมด?! ” / “ ขี้เกียจ… ไม่ทำดีกว่า! ” ฯลฯ มันก็จะยิ่งทำให้ติดแหง็กอยู่ในวังวนคนขี้เกียจ 2022 แบบหนีไปไหนไม่ได้ ทางที่ดีควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเรื่องนี้ของตัวเองซะใหม่ โดย เปลี่ยนมาพูดให้กำลังใจตัวเองมากขึ้น ว่า “ ชั้นต้องทำได้! ” / “ ของแค่นี้สบายมาก! ” / “ รีบทำให้เสร็จดีกว่า จะได้ไปพักยาวๆ ” เป็นต้น เพื่อเป็นการให้กำลังใจตัวเองและช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกด้วยค่ะ

   

➄ อย่าโฟกัสแต่เป้าหมายใหญ่ ลองตั้งเป้าหมายเล็กลงมาหน่อย

   

image_1080263
- ที่มารูป: i.pinimg.com


เคยเป็นมั้ยคะ… พอตั้งเป้าหมายว่าจะทำบางสิ่งบางอย่าง แต่พอคิดดูดีๆ แล้วมันแอบยากหรือยิ่งใหญ่เกินตัวไปสักนิด แค่คิดก็ทำให้รู้สึกท้อถอยหมดกำลังใจได้ง่ายๆ แล้วนะ นั่นก็เพราะว่าเป้าหมายที่ใหญ่เกินไปมันอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟ รู้สึกอ่อนล้า ไม่มีแรงจูงใจ และอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นๆ จนขี้เกียจและไม่อยากจะลงมือทำขึ้นมาซะงั้น!!! แบบนี้หนึ่งในเคล็ดลับเอาชนะความขี้เกียจ ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ก็คือ การกำหนดเป้าหมายที่เล็กลงมาและคิดว่าตัวเองสามารถทำได้จริง ซึ่งเป้าหมายเล็กๆ เหล่านี้จะนำพาไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ที่สุดที่เคยตั้งใจไว้ แบบไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหรือท้อจนเกินไปค่ะ

   

➅ ทำเช็กลิสต์เพื่อกระตุ้นให้อยากลุยต่อ

   

image_1080262
- ที่มารูป: i.pinimg.com


หลายคนหลังจากที่นั่งทำงานงกๆ พอทำงานนั้นเสร็จก็หยิบอีกงานขึ้นมาทำต่อแบบรัวๆ จนไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำงานเสร็จไปถึงไหนแล้ว ก็คงแอบรู้สึกเหมือนพลังงานในร่างกายเริ่มติดลบ จนขี้เกียจและไม่อยากทำงานต่อไปใช่มั้ยละ??? เราจึงอยากแนะนำเคล็ดลับที่จะช่วยกระตุ้นให้รู้สึกตื่นตัวได้อีกครั้ง ด้วยการ ทำเช็กลิสต์สิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนเลยค่ะ โดยเมื่อไหร่ก็ตามที่ทำงานชิ้นไหนสำเร็จลุล่วงลงไปแล้ว ก็ให้คุณสาวๆ ขีดฆ่ารายการนั้นๆ ทิ้งไป พอเห็นรายการสิ่งที่ต้องทำมันเริ่มลดลงเรื่อยๆ ก็จะช่วยเพิ่มพลังให้รู้สึกอยากทำงานต่อไป ไม่แน่ว่าอาจทำงานเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นไปหมดแล้วก็ได้นะ

   

➆ หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนที่อาจทำให้วอกแวก

   

image_1080261
- ที่มารูป: i.pinimg.com


พูดคุยกันเพลินๆ จนมาถึงเคล็ดลับเอาชนะความขี้เกียจข้อสุดท้ายที่เราหยิบมาแชร์กันแล้วนะคะ บางครั้งเวลาที่สาวซิสขี้เกียจทำงาน / ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เสร็จสิ้น อาจไม่ได้เกิดจากความรู้สึกขี้เกียจจริงๆ แต่เป็นเพราะมีสิ่งรบกวนอย่างสมาร์ทโฟน / โซเชียลมีเดีย / รายการทีวี / ซีรีส์เรื่องโปรด / สัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก ฯลฯ เข้ามาทำให้สมาธิแตกกระเจิงจนไม่เป็นอันทำงานก็เป็นได้ หากนี่คือตัวการที่ทำให้ระดับความขี้เกียจมันพุ่งสูงขึ้นจนต้านทานไม่ไหว ก็แนะนำให้ พาตัวเองไปอยู่ในที่เงียบๆ หรือวางอุปกรณ์ที่อาจทำให้วอกแวกให้ห่างจากตัวช่วงเวลาที่ต้องทำงาน ก็จะช่วยสร้างสมาธิให้จดจ่อกับงานตรงหน้ามากขึ้น และช่วยให้ทำงานต่างๆ เสร็จลุล่วงได้เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้นด้วยค่ะ


   

┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈ ┈

ซิสจ๋าา หลังจากที่ได้อ่าน เคล็ดลับเอาชนะความขี้เกียจ ที่เราลิสต์มาแชร์กันวันนี้ไปจนครบทั้ง 7 ข้อแล้ว คิดว่าสามารถทำตามที่เราแนะนำไปได้มั้ยเอ่ย??? ทางเราเข้าใจดีนะว่า “ ความขี้เกียจ ” ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่มันยากเกินจะต้านทานไหว เพราะหากรู้สึกขี้เกียจขึ้นมาเมื่อไหร่ก็จะส่งผลให้รู้สึกหมดแรง ไม่มีสมาธิ ไม่มีกระจิตกระใจในการลงมือทำสิ่งต่างๆ แต่ถ้าคุณสาวๆ ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนิสัยบางอย่างของตัวเอง ก็จะช่วยขับไล่เจ้าตัวขี้เกียจออกไป และกระตุ้นให้ใช้ชีวิตสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้แน่นอนค่ะ!


 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @