อาการปวดตามร่างกายบอกนิสัย? บอกไลฟ์สไตล์ “ สไตล์มนุษย์ออฟฟิศ ” พร้อมวิธีแก้และท่าโยคะง่ายๆ ที่ควรทำ

อาการปวดตามร่างกายบอกนิสัย? บอกไลฟ์สไตล์ “ สไตล์มนุษย์ออฟฟิศ ” พร้อมวิธีแก้และท่าโยคะง่ายๆ ที่ควรทำ

ปัญหาสุขภาพยอดฮิตที่ชาวออฟฟิศต้องเจอก็หนีไม่พ้นอาการปวดตามร่างกายนี่แหละ วันนี้เราจึงจะพาไปเช็กว่าอาการปวดตามร่างกายส่วนต่างๆ บอกไลฟ์สไตล์มนุษย์ออฟฟิศยังไง พร้อมกับหยิบวิธีแก้และท่าโยคะง่ายๆ มาฝากกันด้วยค่ะ

06 December 2022
SIS GURU
06 December 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

   

image_1105808
- ที่มารูป: bit.ly

เคยได้ยินประโยคฮิตของวัยทำงานที่ว่า “ การไม่ปวดหลังเป็นลาภอันประเสริฐ ” กันรึเปล่าคะ ???

ก่อนอื่นขอเซย์ฮายชาวซิสวัยทำงานทุกคนเลยค่าา ^^/ ใครที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คงรู้สึกเหมือนกันว่าชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เพราะในแต่ละวันต้องต่อสู้กับงานกองโตเป็นภูเขาที่ชวนให้เครียดและปวดหัว ซึ่งเอาจริงๆ สำหรับบางคนงานหนักอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่สักเท่าไหร่ แต่พอต้อง นั่งทำงานนานๆ หลายชั่วโมง หรือแทบจะทั้งวันโดยไม่ได้ลุกขึ้นเดินไปไหน พอมีโอกาสขยับตัวก็เกิดอาการกระดูกลั่นดังกร๊อบบ!!! แถมยังพร้อมกับ อาการปวดร้าวตามร่างกาย อีกต่ากหาก

วันนี้เราจึงขอพาทุกคนไปเช็กกันว่า อาการปวดตามร่างกายบอกนิสัย หรือไลฟ์สไตล์ “ สไตล์มนุษย์ออฟฟิศ ” ยังไงบ้าง? พร้อมกับหยิบ วิธีแก้และท่าโยคะที่เหล่าคนทำงานควรทำให้เป็นนิสัย มาฝากกันด้วย เอาละ! รีบตามไปเอาชนะอาการปวดตามร่างกายส่วนต่างๆ พร้อมกันได้เลย

●・●・●・●・●

  

☰ ทำความรู้จัก “ Office Syndrome ” โรคฮิตของคนวัยทำงาน ☰

image_1105816
- ที่มารูป: i.pinimg.com

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ Office Syndrome ” กันเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะว่านี่คือโรคฮิตของมนุษย์ออฟฟิศและคนวัยทำงานค่ะ โดยออฟฟิศซินโดรมคือ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด ที่เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ จนมีอาการปวด ชา และกล้ามเนื้ออักเสบ แล้วออฟฟิศซินโดรมก็มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานติดโต๊ะในท่าเดิมนานๆ ไม่ได้ขยับตัวเปลี่ยนท่าทาง รวมทั้งต้องกดแป้นพิมพ์คีย์บอร์ด / จ้องหน้าจอคอมฯ / คุยโทรศัพท์เป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่องด้วย

ซึ่งอาการของออฟฟิศซินโดรมอาจ เริ่มจากรู้สึกปวดบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือข้อมือ ที่เรียกได้ว่าเป็นจุดปวดยอดฮิตที่พบได้บ่อยๆ ซึ่งช่วงแรกๆ การใช้วิธีนวดอาจช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยและทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่หากไม่รีบแก้ไขและยังทำพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำๆ อาการปวดตามร่างกายส่วนต่างๆ ก็จะกลับมาอีกครั้ง แล้วยัง มีโอกาสลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง ที่ทรมานสุดๆ ค่ะ

ซิสป้ายยาที่น่าสนใจ

รีวิว กันแดดสำหรับคนผิวมัน เป็นสิวง่าย (ชาร์โคโลจี เจลกันแดดถ่านไม้ไผ่)

ผิวหน้า
5
4
7.2K

  

☰ อาการปวดตามร่างกาย บอกนิสัย / ไลฟ์สไตล์ยังไงบ้าง ? ☰

image_1105809
- ที่มารูป: i.pinimg.com

➀ อาการปวดตา

เริ่มต้นด้วยอาการปวดยอดฮิตของเหล่ามนุษย์ออฟฟิศจุดแรกอย่าง อาการปวดตา ก่อนเลยค่ะ คนวัยทำงานที่มีอาการปวดตา ตามัว ตาพร่า ก็บอกนิสัยและไลฟ์สไตล์ได้ว่า เวลาทำงานมักใช้สายตาเพ่งมองจอคอมพิวเตอร์อย่างหนัก และมองหน้าจอเป็นเวลานานแบบไม่หยุดพักสายตา ค่ะ

  

➁ อาการปวดข้อมือ

ตามมาเช็กนิสัยและไลฟ์สไตล์ของมนุษย์ออฟฟิศด้วยอาการปวดตามร่างกายกันต่อเลยดีกว่า ใครที่รู้สึกปวดข้อมือ มีอาการมือชา หรือนิ้วล็อก ก็อาจเกิดจาก การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์และใช้มือจับเมาส์ในท่าเดิมเป็นเวลานานแบบไม่รู้ตัว จนทำให้กล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาทและมีอาการปวดมือตามมาค่ะ

  

➂ อาการปวดหลัง

มนุษย์ออฟฟิศคนไหนที่ไม่ปวดหลัง ถือว่าเป็นคนที่แต้มบุญสูงมากๆ เลยนะคะ เพราะอาการปวดหลังเป็นจุดปวดที่เหล่าคนวัยทำงานพบเจออยู่บ่อยๆ แล้วคนที่มีอาการปวดหลังก็อาจเกิดจาก ไลฟ์สไตล์การทำงานที่นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานหลายชั่วโมง รวมทั้งการนั่งไม่ถูกท่า หลังค่อม งอตัว คอยื่นไปด้านหน้า จนทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคอมีการเกร็งอยู่ตลอดนั่นเอง

  

➃ อาการปวดคอ บ่า ไหล่

สำหรับมนุษย์ออฟฟิศที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จนรู้สึกทรมานเวลานั่งทำงาน ก็บ่งบอกนิสัยและพฤติกรรมการทำงานได้ว่าเป็นคนที่ ชอบนั่งทำงานกับโต๊ะและนั่งอยู่ในลักษณะท่าเดิมๆ เป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจาก การคุยโทรศัพท์ที่ใช้คอกับไหล่หนีบโทรศัพท์เอาไว้ ด้วยค่ะ

  

➄ อาการปวดสะโพก

และอีกหนึ่งจุดปวดยอดฮิตของคนวัยทำงานที่เราหยิบมาให้ได้เช็กกันก็คืออาการปวดสะโพกค่ะ ชาวออฟฟิศหลายคนมีอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ที่มีสาเหตุเกิดจาก การนั่งทำงานเป็นเวลานาน โดยไม่ได้ขยับตัวเดินไป - มา หรือเปลี่ยนท่าทาง ส่งผลให้มีอาการปวดเมื่อยตั้งแต่สะโพกไล่ลงมาจนถึงข้อเท้าได้เลย

  

☰ วิธีแก้อาการปวดตามร่างกายฉบับมนุษย์ออฟฟิศ ☰

image_1105810
- ที่มารูป: i.pinimg.com

โรคออฟฟิศซินโดรมที่มาพร้อมกับอาการปวดร่างกายส่วนต่างๆ ตั้งแต่อาการปวดเมื่อยที่เป็นๆ หายๆ ไปจนถึงอาการปวดเมื่อยที่รุนแรงและเรื้อรัง เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์การทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งการทำงานหนักจนร่างกายอ่อนล้าและเกิดความเครียดสะสมด้วยเหมือนกันนะคะ

แล้วมนุษย์ออฟฟิศที่กำลังเจอกับภาวะออฟฟิศซินโดรม และอยากแก้อาการปวดตามร่างกายก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองซะใหม่ โดย ไม่ควรนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน หาเวลาหยุดพักเพื่อผ่อนคลายร่างกายและสมอง ละสายตาจากการเพ่งหน้าจอคอมเป็นเวลานาน เดินออกไปสูดอากาศหรือลุกขึ้นเพื่อยืดเส้นยืดสายขยับตัวไปมาบ้าง และควร ปรับเปลี่ยนท่าทางการนั่งทำงานให้ถูกต้อง ไม่นั่งหลังค่อมหรือเอนหลังในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ซึ่งการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การทำงานบางอย่างก็จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยลงได้ แถมยังช่วยให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นด้วยนะคะ แล้วนอกจากวิธีแก้เหล่านี้ ทางเราก็หยิบ ท่าโยคะง่ายๆ ที่มนุษย์ออฟฟิศควรทำให้เป็นนิสัย มาฝากกันด้วย รีบตามไปดูได้เลยค่ะ

  

☰ แจก 5 ท่าโยคะง่ายๆ ที่มนุษย์ออฟฟิศควรทำให้เป็นนิสัย ☰

  

➀ โยคะท่า Eagle

image_1105822
- ที่มารูป: bit.ly

มามะๆ มนุษย์ออฟฟิศที่รู้สึกทรมานร่างกายและจิตใจเพราะอาการปวดเนื้อเมื่อยตัว ก็ตามมาส่องท่าโยคะง่ายๆ ท่าแรกอย่าง ท่า Eagle ที่เป็นท่าโยคะแก้ปวดคอและแก้ปวดหลังก่อนเลยค่ะ โดยประโยชน์ของการฝึกโยคะท่านี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่ที่มีอาการตึง พร้อมช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณหลัง และทำให้หัวไหล่และหลังมีความยืดหยุ่นมากขึ้นด้วย

วิธีฝึกโยคะท่านี้ให้ เริ่มด้วยการนั่งขัดสมาธิ ยืดหลังตรง และผ่อนคลายหัวไหล่ แล้วยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาทำมุมตั้งฉากกับหัวไหล่ จากนั้นก็ยกแขนขวามาวางบนแขนซ้าย ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน แล้วก้มตัวและศีรษะมาด้านหน้าเล็กน้อย ทำท่านี้ค้างไว้ 10 - 20 วินาที แล้วสลับเอาแขนซ้ายวางบนแขนขวา แล้วทำซ้ำสเต็ปเดิมได้เลยค่ะ

  

➁ โยคะท่า Child’s Pose

image_1105823
- ที่มารูป: bit.ly

ตามมายืดเส้นยืดสายกันต่อด้วยท่าโยคะที่เน้นช่วยแก้ปวดคอ แก้ปวดหลัง และแก้ปวดสะโพกอย่าง ท่า Child’s Pose ที่แม้ว่าจะเป็นท่าโยคะง่ายๆ สบายๆ แต่มีประโยชน์หลายอย่างและช่วยแก้ปวดกล้ามเนื้อได้หลายส่วนในท่าเดียวกัน ซึ่งการฝึกโยคะท่านี้บ่อยๆ จะช่วยผ่อนคลายอาการตึงกล้ามเนื้อบริเวณคอ หลัง สะโพก และต้นขา ลดการปวดเมื่อยตามร่างกายและช่วยลดอาการปวดศีรษะได้ด้วยค่ะ

วิธีฝึกโยคะท่านี้ก็ เริ่มต้นจากการนั่งคุกเข่าโดยเหยียดปลายเท้าไปด้านหลัง และนั่งให้ก้นทับอยู่บนส้นเท้า แล้วค่อยๆ ก้มตัวลงไปด้านหน้าจนหน้าผากแตะกับพื้น พร้อมกับเหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นไปเหนือศีรษะ เพื่อช่วยยืดและผ่อนคลายแผ่นหลังและหัวไหล่ ค้างท่านี้ไว้ 30 - 60 วินาทีแล้วค่อยคลายท่า

  

➂ โยคะท่า Cow Face

image_1105824
- ที่มารูป: bit.ly

ชาวออฟฟิศรีบตามมาส่องและลองฝึกโยคะแก้ปวดหลังท่าต่อไปอย่าง ท่า Cow Face ได้เลยค่ะ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งท่าโยคะที่ทำตามง่ายมากๆ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายแบบจุกๆ ทั้งช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแขนและข้อมือ ที่คนวัยทำงานต้องใช้งานหนักแทบทุกวัน รวมทั้งช่วยยืดหล้ามเนื้อบริเวณไหล่ อก หลัง แลัหน้าท้อง บรรเทาอาการปวดหลังและปวดคอได้ดีสุดๆ เลย

วิธีฝึกโยคะท่านี้ก็ เริ่มด้วยการนั่งขัดสมาธิ พร้อมกับยืดหลังให้ตรง ห้ามนั่งหลังค่อมหรืองอหลัง จากนั้นก็ยกแขนขวาขึ้นแล้วพับข้อศอกลงไปด้านหลังศีรษะ แล้วใช้แขนซ้ายอ้อมหลังขึ้นไปจับกับแขนขวา ค้างท่านี้ไว้ 10 - 20 วินาที แล้วสลับไปทำแบบเดียวกันกับอีกฝั่งได้เลยค่ะ

   

➃ โยคะท่า Cat-Cow Pose

image_1105825
- ที่มารูป: bit.ly

จุดปวดยอดฮิตของชาวออฟฟิศที่พบเจอบ่อยๆ ก็คืออาการปวดคอและหลัง เราจึงหยิบท่าโยคะที่ช่วยแก้ปวดคอและแก้ปวดหลังมาให้ลองทำตามกัน นั่นก็คือ ท่า Cat-Cow Pose ที่ฝึกเป็นประจำแล้วจะ ช่วยผ่อนคลายความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณหลังและคอ พร้อมช่วยยืดลำตัวและกระดูกสันหลัง จึงช่วยบรรเทาอาการปวดคอ ปวดหลัง และปวดศีรษะจากการนั่งทำงานได้ค่ะ

วิธีฝึกโยคะท่านี้ให้เพื่อนๆ เริ่มด้วยการคุกเข่าลงในท่าคลาน จัดท่าทางให้ลำตัวขนาดกับพื้น คอและหลังเหยียดตรง และวางฝ่ามือให้ห่างกันเท่ากับระยะหัวไหล่ จากนั้นก็เงยหน้าแล้วค่อยๆ กดแผ่นหลังลง แอ่นหน้าอก และยกสะโพกขึ้น ทำท่านี้ค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับมาก้มหน้าลงแล้วค่อยๆ โก่งหลังขึ้นและกดสะโพกลง ค้างท่านี้ไว้ 10 วินาที แล้วทำสเต็ปเดิมสลับกันได้เลยค่ะ

  

➄ โยคะท่า Cobra

image_1105826
- ที่มารูป: bit.ly

และท่าโยคะที่มนุษย์ออฟฟิศควรฝึกเป็นประจำท่าสุดท้ายที่เราหยิบมาฝากกันก็คือ ท่า Cobra ท่าโยคะสุดเบสิกที่ช่วยแก้ปวดคอ แก้ปวดหลัง แก้ปวดสะโพก มือใหม่สามารถทำตามได้สบายๆ โดยท่านี้จะช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ หน้าอก ลำตัว หลัง และกระดูกสันหลังให้มีความยืดหยุ่นและแข็งแรงขึ้น ช่วยลดอาการปวดของจุดปวดยอดฮิตบริเวณคอ หลัง และสะโพกค่ะ

วิธีฝึกโยคะท่านี้ เริ่มต้นด้วยการนอนคว่ำให้ขาทั้งสองข้างชิดกันและลำตัวเหยียดตรง วางมือไว้ข้างลำตัวและงอศอกให้ฝ่ามือวางอยู่ข้างหน้าอก จากนั้นก็ออกแรงใช้มือและแขนดันลำตัวด้านบนขึ้นจากพื้น โดยที่สะโพกและขายังวางราบอยู่กับพื้น แล้วกดหัวไหล่ลงให้คอเหยียดตรง และพยายามยืดตัวและหลังให้มากที่สุด ค้างท่านี้ไว้ 20 - 30 วินาที แล้วค่อยๆ คลายท่าค่ะ

   

●・●・●・●・●

มนุษย์ออฟฟิศที่กำลังโดนอาการปวดตามร่างกายเล่นงานอยู่ในตอนนี้ หลังจากอ่านบทความนี้จบแล้วก็คงได้ความรู้แบบเต็มที่ และเข้าใจแบบชัดเจนแล้วว่าอาการปวดตามร่างกายส่วนต่างๆ มันมีสาเหตุเกิดจากนิสัยหรือไลฟ์สไตล์การทำงานแบบไหนบ้าง

ซึ่งอาการปวดเมื่อยตามร่างกายหรือที่เรียกกันว่าออฟฟิศซินโดรม ไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นกับคนที่นั่งทำงานในออฟฟิศอย่างเดียวเท่านั้น แต่คนที่ต้องทำงานลักษณะเดิมๆ อย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นฟรีแลนซ์ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมฯ พนักงานขายที่ต้องยืนตลอดทั้งวัน หรือแม้แต่คนที่ติดสมาร์โฟนไถหน้าจอมือถือรัวๆ ก็มีโอกาสเกิดภาวะออฟฟิศซินโดรมได้เหมือนกัน แล้วถ้าไม่อยากรู้สึกทรมานกับอาการปวดเนื้อเมื่อยตัวจนกลายมาเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต ก็ต้องรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองใหม่ รวมทั้งขยันออกกำลังกายหรือฝึกโยคะเป็นประจำ แต่ถ้าเริ่มรู้สึกว่าอาการปวดมันรุนแรงหรือปวดเป็นเวลานาน ก็แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาอย่างถูกวิธีจะดีที่สุดค่ะ ♥

   

●・●・●・●・●

Designer : namoodong
Writer : Pearrisa

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @