ขอขยี้ตาอีกที! 10 'พิพิธภัณฑ์สุดแปลก' ที่มีอยู่จริงในเกาหลี

ขอขยี้ตาอีกที! 10 'พิพิธภัณฑ์สุดแปลก' ที่มีอยู่จริงในเกาหลี

คนอื่นไปเกาหลีเพราะร้านกาแฟ ตามรอยอปป้าในซีรี่ส์ ไม่ก็ตะลุยกินไก่ทอดกับเบียร์ แต่ครั้งนี้เราจะขอฉีกแนว พาสาวๆ สายเนิร์ด หาความรู้ชมพิพิธภัณฑ์แปลกๆ 12 แห่งในเกาหลีกันค่ะ รับรองสนุกแน่นอน =w=

16 May 2016
Mollacake
16 May 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ก่อนจะอ่านบทความนี้ ขอถามสาวๆ ซิสต้าก่อนว่า อยากไปประเทศเกาหลีเพราะอะไร ตอบค่ะ! *ยื่นไมค์*

เชื่อว่าหลายๆ คนคงตอบว่า "ตะลุยกินอาหารเกาหลี", "ตามรอยอปป้าในซีรี่ส์", "จิบกาแฟเก๋ๆ ตามร้านทั่วย่านอินซาดง-กาโรซูกิล ( ย่านฮิปๆ ของคนเกาหลี)", "ไปเล่นสกี เล่นหิมะให้สนุกเลย", "ตระเวนถ่ายรูปตามย่านงานศิลปะล่ะมั้ง"

แต่ถ้านี่ไม่ใช่การไปเกาหลีครั้งแรกล่ะ... เริ่มเบื่อกิจกรรมเหล่านั้นแล้วหรือยัง

ถ้าคำตอบของเธอคือใช่ ลองฉีกแนวไปหาความรู้ เป็น "สาวเนิร์ด" ในต่างประเทศดูบ้าง เปลี่ยนจากร้านกาแฟเก๋ๆ เป็น "พิพิธภัณฑ์" ดูบ้างก็ไม่เลวนะ =w=b

จัดไปกับบทความ " 12 พิพิธภัณฑ์แปลกๆ แต่มีอยู่จริงในเกาหลี " ไม่ต้องกลัวซ้ำ เพราะไม่มีในไทยแน่นอน มาเปิดประสบการณ์แปลกใหม่กันเถอะค่ะ เอ้า ลุย!

 

1. Trick Eye Museum - กรุงโซล, ปูซาน, เกาะเจจู
image_129069
- ที่มารูป: seoulistic.com

พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ไม่เหมือนทั่วๆ ไป เพราะที่นี่ให้ผู้เข้าชมเป็น 'ส่วนหนึ่ง' ของเหตุการณ์ในภาพ ภาพวาดเป็นแบบ 2 มิติที่ใช้เทคนิคภาพลวงตาทำให้ดูเด้งออกมาอยู่ในโลก 3 มิติ  โดยให้คนจริงๆ เป็นส่วนหนึ่งของภาพวาด แค่เข้าไปยืน, โพสท่าเก๋ๆ ก็ได้รูปสวยไปอวดเพื่อนแล้ว

แต่ละรูปจะมีการโพสท่าให้เข้ากันแตกต่างออกไป สิ่งที่เธอต้องทำก็แค่ "ยืนแล้วทำตามคำแนะนำที่บอกไว้" ก็ได้สนุกไปกับโลกเสมือน เอาไปอัพลงโซเชียลได้หลายวัน ไปกับเพื่อนหรือครอบครัวยิ่งสนุกคูณสิบ แอบกระซิบว่ามีพิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง ( Ice museum ) ให้เยี่ยมชมอีกด้วยค่ะ ( รวมในค่าแรกเข้าไปแล้ว )

ที่อยู่ : Seoul, Mapo-gu, Hongik-ro 3-gil 20
ไปยังไง : Hongik University Station ( สาย 2, Airport Express Line)
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 - 21.00 ( รอยสุดท้าย 20.00 )
ราคาค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ – 15,000 วอน | เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี – 12,000 วอน
เว็บไซต์ : http://trickeye.com/


2. Toto’s Nostalgia Museum - ย่านอินซาดง กรุงโซล
image_129070
- ที่มารูป: seoulistic.com

พิพิธภัณฑ์เกาหลีอีกแห่งที่ยูนีคสุดๆ ต้องยกให้ Toto’s Nostalgia Museum ( พิพิธภัณฑ์แห่งความหลังของโตโต้ ) ตั้งอยู่ในกรุงโซล จัดแสดงของเล่นต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นิตยสารและของหายากมากมายในยุคเก่า เหมือนย้อนกลับไปในยุคอดีตอย่างไรอย่างนั้น

สิ่งของในสถานที่นี้ จะทำให้เธอได้เรียนรู้วัฒนธรรมร่วมสมัยของคนเกาหลีในช่วง 60’s, 70’s, 80’s หรือแม้กระทั่งยุค 90’s ที่เพิ่งผ่านไป มีของที่เป็นเอกลักษณ์ให้ค้นหา โดยเฉพาะพวก 'ฮิปสเตอร์' ที่ชอบสิ่งของจุ๊กจิ๊กแบบเอเชีย เพราะตั้งอยู่ในย่านยอดฮิตอย่างอินซาดง จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ค่อนข้างตารางแน่น ใช้เวลาไม่นานก็เดินดูได้ค่ะ

ที่อยู่ : Seoul, Jongno-gu Gwanhun-dong 169-2
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด : สถานี Anguk ( สาย 3)
ค่าเข้าชม : 1,000 วอน
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 - 20.00 ( วันธรรมดา ) | 10.00 - 21.00 ( วันหยุด )

3. Toilet Park & Museum - ซูวอน
image_129071
- ที่มารูป: seoulistic.com

พิพิธภัณฑ์รูปร่างโถส้วมในห้องน้ำ แต่เห็นอย่างนี้ก็มีที่มานะคะ! มีตำนานว่า "พระเจ้าเซจงมหาราช'  เป็นผู้ริเริ่มระบบการเขียนตัวอักษรเกาหลี ( ตัวฮันกึล ) ในขณะเดียวกัน"ซิมเจด็อค" ก็ถือเป็นอดีตนายกเทศมนตรีของเมืองซูวอนและเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมห้องน้ำโลก ( the World Toilet Association ) ด้วยเช่นกัน!

เขาได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดห้องน้ำในเมืองซูวอนในการแข่งฟุตบอล World Cup ปี 2002 เพื่อสุขอนามัยและความสุขของคนเกาหลี ซิมแจด็อคเป็นผู้หลงใหลในห้องน้ำมาก มากจนสร้างตึกที่มีรูปร่างคล้ายโถส้วมและอาศัยอยู่ในตึกหลังนั้นเองซะเลย! หลังจากเขาลาจากโลกนี้ไป ตึกหลังนี้จึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสวนสาธารณะที่เด็กๆ มาพบปะ เล่น และมา "ขับถ่าย" ระหว่างทัศนศึกษาอีกด้วย แค่ฟังก็น่าสนุกแล้วใช่ไหมล่ะ ^-^

ที่อยู่ : Gyeonggi-do, Suwon, Jangan-gu, Jangan-ro Imok-dong 186-3 
ไปยังไง : จากสถานี Seongkyunkwan University (Suwon สาย 1), ขึ้นรถบัสหมายเลข 5, 36, 63, 64, 65, 92, 98, 99, 310, 410-1, 990
ค่าเข้าชม : ฟรี!
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 - 18.00 ( ปิดเวลา 17.00 ตั้งแต่พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)
เว็บไซต์ : http://www.haewoojae.com/

4. Pig Museum - คยองกี, อิชอน
image_129073
- ที่มารูป: seoulistic.com

ได้ยินครั้งแรกก็ต้องทวนซ้ำเพราะไม่แน่ใจ "พิพิธภัณฑ์หมู" เนี่ยนะ มีอยู่จริงหรือ ขอตอบว่าจริงค่ะ! สาวๆ หลายคนคงรู้จัก 'วิลเบอร์' เจ้าหมูตัวอ้วนจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อดัง "Charlotte's Web" และ 'พิกเล็ต' จากเรื่อง "Winnie The Pooh" ซึ่งเป็นตัวละครที่เราคุ้นเคย จนแทบจะมองมันเหมือนมนุษย์คนหนึ่งไปแล้ว ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่ทำพิพิธภัณฑ์ของพวกมันซะเลยล่ะ!

สถานที่นี้ตั้งอยู่ในอิชอน ( ไม่ใช่อินชอนนะคะ ) ด้านในมีงานศิลปะ, กระปุกหมูออมสิน, ตุ๊กตาหมูรูปแบบต่างๆ ที่เห็นแล้วก็ต้องวี้ดว้ายเพราะน่ารักสุดๆ แต่ต้องกรี๊ดกว่าเดิมถ้าเธอเห็น "ลูกหมูตัวเป็นๆ ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน" ทำการแสดงกระโดดข้ามรั้วหรือเล่นมายากลต่างๆ เธอยังสามารถลูบ / สัมผัส / ให้อาหารเจ้าตัวน้อยเหล่านี้ได้ด้วย

แม้การแสดงเหล่านั้นจะทำให้หมูเหมือน "นักแสดง" ไม่ใช่ "อาหารของมนุษย์" แต่ทางพิพิธภัณฑ์กลับมีกิจกรรมให้เธอทำไส้กรอกด้วยตัวเอง ซึ่งก็ต้องใช้หมูมาทำอยู่ดี - -

ที่อยู่: Gyeonggi-do Icheon-si Yulmyeon Wolpori 64 
ไปยังไง : จาก East Seoul Bus Terminal (동서울버스터미널) ที่สถานี Gangbyeon ( สาย 2 ), ไป Janghowon (장호원) แล้วต่อรถแท็กซี่
ค่าเข้าชม : 2,000 วอน | 6,000 วอน ( ชมการแสดงของหมูด้วย ) | 19,000 วอน (ชมการแสดงและเข้าร่วมการทำไส้กรอก)
เวลาเปิด-ปิด : 9.00 - 18.00 ( ปิดทุกวันจันทร์ )
เว็บไซต์: http://www.pigpark.co.kr/ ( ภาษาเกาหลี )

5. Simone Handbag Museum - กาโรซูกิล กรุงโซล
image_129074
- ที่มารูป: seoulistic.com

พิพิธภัณฑ์นี้ออกแบบอย่างเก๋ไก๋เพราะเป็นรูป "กระเป๋า" เป็นสถานที่เทรนดี้ สุดชิคสำหรับแฟชั่นสมัยใหม่ในกรุงโซล ย่านกาโรซูกิล ย่านซึ่งรวบรวมแหล่งช้อปปิ้ง นาง/นายแบบ และช่างถ่ายภาพแนว street fashion

ด้านในจะมีการเล่าถึงความเป็นมาของกระเป๋าถือ, กระเป๋าสตางค์ คอลเลคชั่นกระเป๋าที่เก่าที่สุดย้อนไปถึงช่วง 1500's พาเธอเข้าสู่ประวัติศาสตร์ของ "กระเป๋า" อย่างแท้จริง รู้ถึงยุคเปลี่ยนผ่านและเทรนด์ของกระเป๋าในช่วงนั้นๆ บริเวณจัดแสดงก็สวยงาม น่าเข้าชมสุดๆ สาวซิสต้าคนไหนเป็นสายแฟชั่นต้องไม่พลาดค่ะ

ที่อยู่ : Seoul, Gangnam-gu, Sinsa-dong 17 Dosandaero 13 Gil
ไปยังไง : สถานี Sinsa (สาย  3, ทางออก 8)
ค่าเข้าชม : 5,000 วอน
เวลาเปิด-ปิด : 11.00-20.00 (อังคาร-พฤหัส) , 21.00 (ศุกร์-เสาร์),  19.00 (อาทิตย์)
เว็บไซต์: http://simonehandbagmuseum.co.kr/en/ (ภาษาอังกฤษ)


6. Haenyeo Museum - เกาะเจจู
image_129077
- ที่มารูป: seoulistic.com

บุคคลต้นแบบที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในเกาหลีคือ "ผู้หญิงฮันยอ" แห่งเกาะเจจูหรือ "นักดำน้ำหญิง" นั่นเอง ตำนานนี้เริ่มจากหลายร้อยปีที่แล้ว นางเงือกที่ทำงานหนักต้องดำน้ำลงไปในมหาสมุทรด้วยแว่นดำน้ำเพียงคู่เดียวเพื่อเก็บอาหารทะเลด้วยมือเปล่า แม้จะเป็นช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวจนเป็นน้ำแข็งก็ตาม


โชคร้ายที่จำนวนนักดำน้ำหญิงเริ่มหดลงเรื่อยๆ เหลือแต่เพียงหญิงชราที่สังขารร่วงโรยลงเรื่อยๆ ตามกาลเวลา รัฐบาลเกาหลีจึงตัดสินใจสร้างพิพิธภัณฑ์เพือหญิงแกร่งเหล่านี้ขึ้นมา ทุกคนจะพบว่าสาวๆ เหล่านี้ทำงานหนักและขยันกันมากแค่ไหน แม้อายุกว่า 80 ปีแล้วก็ยังดำน้ำเก็บซีฟู้ดด้วยมือเปล่า ฟิตไปอีก! //ฉันยอม


ที่อยู่ : Jeju-do Jeju-si Gujwaeup Haenyeo Museum Road 26 (Hadori 3204-1)

ไปยังไง : จากสนามบินนานาชาติเจจู ขึ้นรถบัสสาย 100 หรือ 200 ไป Jeju Bus Terminal. ขึ้นรถบัสไป Sehwa (세화) และ Seongsan (송산) แล้วลงที่ Haenyeo Japan Resistance Movement Memorial Park

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,100 วอน | เด็กและเยาวชน (13-24 ปี) 500 วอน

เวลาเปิด-ปิด : 9.00 - 18.00 ( ปิดวันจันทร์แรกของทุกเดือน)

เว็บไซต์: http://www.haenyeo.go.kr/ ( ภาษาเกาหลี )


7. Owl Arts and Crafts Museum - จองโน กรุงโซล
image_129078
- ที่มารูป: seoulistic.com

สาวกนกฮูกต้องร้องกรี๊ด กับ "พิพิธภัณฑ์ศิลปะและงานฝีมือนกฮูก" แม้ในตำนานและเรื่องเล่าต่างๆ ในเกาหลี 'นกฮูก' จะไม่มีบทบาทสำคัญเป็นพิเศษ ไม่มีเอกลักษณ์และความสามารถพิเศษใดๆ ( เรียกง่ายๆ ว่าคนเกาหลีไม่ค่อยเห็นอยู่ในสายตา ) แต่เชื่อเถอะว่าพิพิธภัณฑ์นี้มีอะไรดีๆ ให้ดูแน่นอน

เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับนกฮูกโดยเฉพาะ จึงมีที่เดียว ยูนีคสุดๆ ในเกาหลี เป็นสถานที่เล็กๆ ที่มีงานศิลปะและงานฝีมือรูปนกฮูกกว่า 2000 ชิ้น พื้นที่นี้นอกจากนกฮูกแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์อินดี้แบบอื่นๆ อีก ถ้าไม่ชอบนกฮูกก็ลองมาดูก่อน อาจจะพบสิ่งที่สนใจอย่างอื่นก็ได้ค่ะ ^-^

ที่อยู่ : Seoul, Jongno-gu Samcheong-dong 27-21
สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด : สถานี Anguk  ( สาย 3 )
ค่าเข้าชม : 5,000 วอน
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 - 19.00 ( ปิดทุกวันจันทร์ )
เว็บไซต์: http://www.owlmuseum.co.kr/ ( ภาษาเกาหลี )

8. Kimchi Museum - กังนัม กรุงโซล
image_129080
- ที่มารูป: seoulistic.com

แน่นอนว่าพูดถึงเกาหลี สัญลักษณ์เด่นๆ ทีลืมไม่ได้ก็คือ "กิมจิ" ผักดองรสเปรี้ยวอมเผ็ด อาหารประจำชาติของคนเกาหลี ดังนั้นจะแปลกอะไรถ้าเราจะสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับกิมจิโดยเฉพาะ! ( ถ้าคิดจะมีแฟนเป็นอปป้าเกาหลี ยังไงก็หนีไม่พ้นนะเออ )

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นสถานที่เล็กๆ ในย่านดาวน์ทาวน์ใจกลางเมือง บอกเล่าความเป็นมา ประวัติศาสตร์ของการทำกิมจิ กิมจิทำยังไง และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สำคัญยังมีกิมจิฟรีให้ลองชิมอีกด้วยนะคะ ^^
 
ที่อยู่ : ห้าง COEX , กรุงโซล
ไปยังไง : สถานี Samseong (Line 2)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ – 3,000 วอน | เด็ก 8-19 ปี – 2,000 วอน | เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี – 1,000 วอน 
เวลาเปิด-ปิด : 10.00-18.00 ( รอบสุดท้าย 17.30 )

9. O’Sulloc Tea Museum
image_129081
- ที่มารูป: seoulistic.com

ประเทศเกาหลีเป็นสวรรค์ของคอกาแฟ เพราะเดินไปที่ไหนก็เรียงรายไปด้วยร้านกาแฟมากมาย แต่ละร้านก็มีสูตรเฉพาะของตัวเอง ไม่นับการจัดแต่งร้านที่มีหลายแนว ทั้งแบบมินิมอล หวานๆ หรือฮิปสเตอร์ มีแทบทุกบล็อก ทุกถนนเลยทีเดียว แต่คนเกาหลีก็ยังยึดถือในวัฒนธรรมเก่าๆ นั่นคือ "ชาเขียว" นั่นเองค่ะ

เกาะเจจูเป็นสถานที่ตั้งของร้านคาเฟ่ชาเขียว "โอซัลลอค ( O’Sulloc )" ทางร้านไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่มชาเขียวอร่อยๆ เท่านั้น แต่ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และประเพณีของชาเขียวในเกาหลี และที่ว้าวสุดๆ คือตัวตึกเป็นรูปถ้วยชาด้วยล่ะ มุ้งมิ้งไปอีก!

ถ้ามาที่นี่เธอจะรู้ถึงประเพณีของชา ถ้วยชา ประเภทของชา ศิลปะในการชงชาและสิ่งที่เกี่ยวกับชาแบบที่ไม่เคยรู้มาก่อน อ้อ แน่นอน! เธอจะได้ดื่มชาเขียวด้วยค่ะ

ที่อยู่ : Jeju-do, Seogwipo-si Andeokmyeon Seokwangri 1235-3
ไปยังไง : ขึ้นแท็กซี่จากสนามบินเจจู ( ประมาณ 40 นาที )
ค่าเข้าชม : ฟรี
เวลาเปิด-ปิด : 8:30 - 19.00 ( ฤดูร้อน ) | 9.00 - 18.00 ( ฤดูหนาว )
เว็บไซต์ : http://www.osulloc.com/mainF.do ( ภาษาเกาหลี )

10. Rice Cake Museum (떡박물관) - จองโน กรุงโซล
image_129084
- ที่มารูป: seoulistic.com

ถ้าเธอรู้จักอาหารเกาหลีตามร้านข้างทาง ( Korean street food ) เธอต้องไม่พลาดเมนูเด็ด "ต๊อกปกกี" แป้งเค้กข้าวที่เป็นก้อนเล็กๆ เคี้ยวหนุบหนับ เป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนหญิงและวัยทำงาน "ต๊อก" เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารเกาหลีและมีบทบาทสำคัญในช่วงปีใหม่ ( ซอลลัล ), วันเกิดและเทศกาลเก็บเกี่ยว ( ชูซ็อก ) จึงเป็นที่มาของการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นในกรุงโซล

ในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงนิทรรศการความเป็นมาของ "ต๊อก" และเครื่องครัวโบราณ ถ้าเดินดูเฉยๆ แล้วกลัวเบื่อ ที่นี่ก็มีคอร์สทำอาหาร โดยนำแป้งต๊อกมาทำเมนูต่างๆ ( ราคามีตั้งแต่ 50000 -70000 วอน ) ถ้าขี้เกียจทำจริงๆ ก็ไปคาเฟ่ต๊อกเพื่อซื้อมานั่งกินได้เลย เมนูเด็ดคือต๊อกบกกีรสเผ็ด เขาว่ากันว่าอร่อยที่สุดในโซลเลยล่ะค่ะ

ที่อยู่ : Seoul, Jongno-gu Waryong-dong 164-2
ไปยังไง : Jongno 3-ga Station ( สาย 3, สาย 5 ), ทางออก 7
ค่าเข้าชม : 3,000 วอน
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 - 17.00 ( 12.00-17.00 ทุกวันอาทิตย์ )
เว็บไซต์: http://www.kfr.or.kr/eng/index.htm

 

=================================

อิ่มท้องจากอาหารเกาหลี อิ่มตาอิ่มใจจากอปป้าเกาหลีแล้ว มาหาความรู้ให้เป็นสมาร์ทเกิร์ลแสนฉลาดก็เป็นความคิดที่ดี! พิพิธภัณฑ์ทั้ง 12 แห่งที่เราคัดสรรมาแล้ว ล้วนไม่มีในเมืองไทย แปลกใหม่และน่าไปสร้างความทรงจำดีๆ เช่น พิพิธภัณฑ์รูปโถส้วม, พิพิธภัณฑ์หมู, พิพิธภัณฑ์กระเป๋า, พิพิธภัณฑ์ถ้วยชา เป็นต้น

แต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์ในตัวเอง นอกจากความรู้ที่ได้รับจากการอ่านป้ายงานนิทรรศการแล้ว เธอยังได้ความทรงจำจากรูปถ่ายกลับไปอวดเพื่อนๆ และคนในครอบครัวอีกด้วย

เพราะเกาหลี...มีมากกว่าคำว่ากิมจิค่ะ ไปเที่ยวเกาหลีกันเถอะ Let's Go! ^^

=================================

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @