การลงสกินแคร์ตามลำดับที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพผิวถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด ทริคสำคัญที่หลายคนอาจมองข้ามไป เช่น การลงสกินแคร์จากเนื้อสัมผัสบางเบาไปหาเนื้อข้น (Thin to Thick), การเว้นระยะเวลาให้แต่ละตัวเซ็ตตัว, รวมถึงการเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองแทนการประโคมหลายขั้นตอนเกินความจำเป็น ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันและทำให้ผิวสวยสุขภาพดีได้อย่างยั่งยืน บทความนี้จะพาสาวๆ ทุกคนที่เคยลงสกินแคร์กันมาทั้งชีวิตแล้วได้มาลองทบทวนพฤติกรรมการบำรุงผิวหน้าตัวเองกันอีกรอบ พร้อมเรียนรู้ขั้นตอนการบำรุงผิวที่เหมาะสมทั้งช่วงเช้าและกลางคืน รวมไปถึงทริคดูแลผิวสำหรับแต่ละสภาพผิวด้วย อยากผิวสวยสุขภาพดีก็ต้องใส่ใจเรื่อง Skincare Routine กันด้วย เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย!

Parae P.
Content Manager
นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี
“Skincare Routine” คืออะไร
Skincare Routine หมายถึงลำดับขั้นตอนดูแลและบำรุงผิวหน้าหรือผิวกายที่เราทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาด เตรียมผิว และบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ต่าง ๆ รวมไปถึงปกป้องผิว เพื่อให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี และแก้ปัญหาผิวเฉพาะด้าน เช่น สิว ริ้วรอย หรือความหมองคล้ำ และจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลัก คือ ตอนเช้า (Morning Routine) เน้นปกป้องและเตรียมผิว และตอนกลางคืน (Night Routine) เน้นซ่อมแซมและบำรุงล้ำลึก
ซึ่งแนวคิดสกินแคร์รูทีนในการดูแลผิวมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลเลยค่ะ จากข้อมูลของ Capstone Medical Centre บอกเอาไว้ว่าในสมัยโบราณทางฝั่งเอเชีย อย่างจีน เกาหลี ญี่ปุ่น มีการบำรุงผิวพรรณเป็น routine มาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในราชวงศ์หรือเหล่าแวดวงคนมีฐานะสมัยก่อนจะใช้สมุนไพรพื้นบ้าน เช่น โสม ชาเขียว น้ำซาวข้าว และน้ำมันคามีเลีย มาช่วยดูแลความสะอาดและบำรุงความกระจ่างใสด้วย
จนมาถึงในยุคที่อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ความงามพัฒนามากขึ้น นวัตกรรมเครื่องสำอางและสกินแคร์เริ่มเติบโต ในช่วงปี 1960 เลยได้มีการกำเนิดโครงสร้างสกินแคร์พื้นฐาน 3 ขั้นตอนที่ใช้กันแพร่หลายในโลกตะวันตก คือ Cleanser - Toner - Moisturizer และเริ่มพัฒนากลายมาเป็น skincare routine ที่เป็นลำดับขั้นตอนการบำรุงผิวและทำกันเป็นประจำอย่างแพร่หลาย
5 สิ่งที่ต้องรู้ก่อนจัดลำดับการลงสกินแคร์
- ลงสกินแคร์เริ่มจากเนื้อเหลวไปหาเนื้อข้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงสกินแคร์คือให้ลงสกินแคร์จากเนื้อสัมผัสค่ะ เพื่อให้สกินแคร์ซึบซาบเข้าสู่ผิวได้ดีที่สุด ศิริราชบำรุงเวช แนะนำว่าให้ลงด้วยเทคนิค Thin to Thick เนื้อบางเบาซึมง่ายลงก่อน เช่น โทนเนอร์ เอสเซนส์ หรือเซรั่มเนื้อใส จากนั้นตามด้วยเนื้อที่มีความหนืดมาก เช่น อิมัลชั่น โลชั่น เซรั่มเนื้อเข้มข้น และจบด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ครีมเนื้อหนัก
- แยกความแตกต่างระหว่าง Routine ตอนเช้าและก่อนนอน
Vogue Thailand ได้บอกไว้ว่าผิวหนังมีภารกิจและวงจรการทำงาน (Circadian Rhythm) ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาของวัน การดูแลผิวในช่วงเช้าและกลางคืนเลยมีความแตกต่างกันไปด้วยค่ะ สำหรับการบำรุงช่วงเช้า Morning Routine เป็นช่วงที่ต้องทำกิจวัตรประจำวัน บางทีอาจจะมีออกแดด หรือต้องแต่งหน้าด้วย เลยจะเน้นปกป้องและเตรียมผิว ส่วนตอนกลางคืน Night Routine จะเน้นเป็นการดูแลฟื้นฟูผิวและบำรุงล้ำลึก เพื่อให้ผิวซ่อมแซมตัวเองนั่นเอง
- เช็กส่วนผสมของสกินแคร์ให้ละเอียด
ก่อนลงสกินแคร์ควรดูส่วนผสมของสกินแคร์แต่ละตัวที่ลงด้วยนะคะ โดยเฉพาะสกินแคร์ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA หรือวิตามินซีบางประเภท จะต้องการค่า pH ที่เหมาะสม ควรลงเป็นลำดับแรก ๆ หลังล้างหน้าและเช็ดโทนเนอร์ เพื่อให้สารลงไปทำงานกับผิวได้ดีที่สุดก่อนทาครีมตัวอื่น รวมไปถึงส่วมผสมที่ออกฤทธิ์แรง ออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ก็ไม่ควรใช้พร้อมกัน เช่น AHA, BHA, Vitamin C, Retinol เพราะอาจจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง แห้งลอก แสบแดง และไวต่อแดดมากขึ้นได้ ฉะนั้นควรเช็ก่อนใช้เสมอว่าเป็นกลุ่มสกินแคร์ที่ไม่ควรใช้ร่วมกันหรือไม่
- ให้เวลาผิวได้ซึมซาบทีละขั้นตอน
ถ้าอยากให้สกินแคร์ซึมซาบได้ดีอย่ารีบทาครีมทุกตัวติด ๆ กันในทันทีนะคะ ถ้าเกิดทาทับลงไปเลยอาจทำให้เนื้อครีมจับตัวเป็นก้อน และลดประสิทธิภาพการบำรุงได้ ควรเว้นระยะเวลาให้สกินแคร์เซ็ตตัวและซึมเข้าสู่ผิวก่อนประมาณ 1-2 นาที หรือถ้าตัวที่มีส่วนผสมเป็นกรดผลัดเซลล์ผิวก็สามารถทิ้งไว้นานกว่านั้นก็ได้ค่ะ
- เลือกใช้สกินแคร์บำรุงตามเป้าหมายการดูแลผิว
ข้อมูลของ watsons บอกว่านอกจากสภาพผิวที่แตกต่างกัน แต่ละคนยังมีปัญหาผิวที่ไม่เหมือนกันด้วย จึงควรเลือกใช้สกินแคร์ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงหรือแก้ปัญหาผิวนั้น ๆ อย่างตรงจุดจะดีกว่า คนมีปัญหาผิวแพ้ง่าย ปัญหาผิวโทรม ไวต่อสภาพแวดล้อม ที่มีส่วนช่วยให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น มีความชุ่มชื้น และยืดหยุ่นได้ดีขึ้น หรือคนที่มีปัญหาสิว ควรเลือกใช้สกินแคร์ที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ซึมลงสู่ผิวได้ดี และสามารถใช้ควบคู่ไปกับยาทาสิวได้ด้วย
Skincare Routine ควรมี skincare อะไรบ้าง
- Make-up Remover / Cleansing Oil ตัวช่วยละลายและชำระล้างครีมกันแดด เครื่องสำอาง และความมันส่วนเกินที่เกาะอยู่บนผิวหน้าออกก่อนการล้างหน้า เหมาะกับขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้าช่วงเย็น
- โฟมหรือเจลล้างหน้า (Cleanser) ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรก เหงื่อ และความมัน ให้เลือกเป็นสูตรอ่อนโยนที่มีค่า pH ประมาณ 5.5 เพื่อไม่ให้ทำลายเกราะป้องกันผิว ใช้ในขั้นตอนทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำเช้าและเย็น
- โทนเนอร์ (Toner) ตัวช่วยปรับสมดุลค่า pH ของผิวหลังล้างหน้า เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้าง และเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป บางสูตรช่วยผลัดเซลล์ผิวหรือลดสิวด้วย สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น ตอนเช้าจะช่วยเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า และกลางคืนจะช่วยปรับสมดุลผิว
- น้ำตบ (Essence) ช่วยเติมความชุ่มชื้นแรกให้แก่ผิว และช่วยให้สกินแคร์เนื้อข้นตัวถัดไปซึมเข้าสู่ผิวได้ดีขึ้น สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น
- เซรั่ม (Serum / Ampoule) สกินแคร์ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึกเฉพาะช่วงที่ผิวมีปัญหา มีให้เลือกหลายสูตรแตกต่างกันตามปัญหาผิว เช่น วิตามินซีช่วยเรื่องความกระจ่างใสและต้านอนุมูลอิสระ หรือไนอะซินาไมด์ช่วยกระชับรูขุมขนและลดรอยแดง และใช้บำรุงได้ทั้งเช้าและเย็น
- เจลแต้มสิว (Spot Acne Treatment) สกินแคร์ที่เอาใช้ไว้เฉพาะจุดที่มีปัญหา ตัวช่วยลดการอักเสบ ยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย และทำให้สิวยุบตัวเร็วขึ้น
- ครีมบำรุงรอบดวงตา (Eye Cream) ตัวช่วยให้ความชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำ หรือริ้วรอยรอบดวงตาที่บอบบางกว่าผิวส่วนอื่น ส่วนใหญ่จะใช้ในช่วงกลางคืน
- มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) ตัวช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว เสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น เพื่อช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรงชุ่มชื้น และช่วยเตรียมผิวด้วย
- ครีมกันแดด (Sunscreen) สกินแคร์ที่ใช้ในขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงตอนเช้า เพื่อช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่เป็นสาเหตุของความหมองคล้ำ ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัย
- Sleeping Mask / Lip Mask มาสก์เข้มข้นที่ใช้ในช่วงกลางคืน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อช่วยฟื้นฟูและล็อกความชุ่มชื้นขั้นสุดขณะนอนหลับ
ข้อดีของการลงสกินแคร์ตามลำดับ (skincare routine)
- ช่วยให้ผิวแข็งแรง สุขภาพผิวดี การลงสกินแคร์บำรุงผิวตามลำดับให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองเป็นประจำจะช่วยสร้างและซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้ทนทานต่อมลภาวะและสิ่งเร้าภายนอกได้ค่ะ
- ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะจุด การลงสกินแคร์เป็นขั้นตอนบำรุงผิวตามสเต็ปจะช่วยลดและป้องกันปัญหาผิวต่าง ๆ ตามขั้นตอนนั้น ๆ นั่นเอง
- ฟื้นฟูและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิว ขั้นตอนลงสกินแคร์มีส่วนช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ ทำให้ผิวดูเนียนนุ่มและฟูขึ้น
- ช่วยทำให้ผิวชุ่มชื้น มีสมดุลที่ดี skincare routine ในขั้นตอนลงมอยเจอร์ไรเซอร์ มีส่วนช่วยเติมน้ำให้ผิว ปรับสมดุลน้ำมันบนใบหน้า และลดการสูญเสียน้ำออกจากผิวด้วย
- ช่วยชะลอวัยและลดเลือนริ้วรอย การดูแลบำรุงผิวเป็นประจำสม่ำเสมอ ถือเป็นการป้องกันการเสื่อมสภาพของผิว และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างดีเลย
- ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด การทาครีมกันแดดเป็นประจำในขั้นตอนสุดท้ายของ skincare routine จะช่วยลดความเสี่ยงจากรังสี UVA และ UVB ที่เป็นสาเหตุของความหมองคล้ำและมะเร็งผิวหนังได้
Skincare Routine เหมาะกับใคร และไม่เหมาะกับใคร
Skincare Routine เหมาะกับใคร
- คนที่อยากเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิว skincare routine คือการบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ เลยมีส่วนช่วยสร้างและซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้น มีสมดุลที่ดี ทนทานต่อมลภาวะและสิ่งเร้าภายนอกได้
- คนที่ต้องการบำรุงและแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น คนเป็นสิว ผิวแห้งกร้าน ผิวมันขาดน้ำ มีจุดด่างดำ หรือต้องการลดเลือนริ้วรอยตามช่วงวัย การบำรุงตามขั้นตอนจะช่วยแก้ปัญหาผิวตามสเต็ปได้ด้วย
- คนที่ต้องการปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด การทามอยเจอร์ไรเซอร์และครีมกันแดดเป็นประจำในขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงช่วงเช้า ช่วยชะลอความเสื่อมของผิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
Skincare Routine ไม่เหมาะกับใคร
- คนที่มีแผลสด ผิวอักเสบ หรือโรคผิวหนังเฉพาะจุด การลงสกินแคร์หลายขั้นตอน โดยเฉพาะที่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรือสารผลัดเซลล์ผิว อาจทำให้อาการอักเสบแย่ลง ควรใช้เฉพาะยาหรือใช้สกินแคร์ตามคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังไปก่อนค่ะ
Tips ข้อควรรู้ก่อนลงสกินแคร์ตามลำดับ
- ไม่ควรลง skincare routine ตามคนอื่น เพราะสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การลงสกินแคร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวตัวเองจะทำให้สกินแคร์ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ และอาจจะทำให้สมดุลน้ำมันบนผิวเสีย เกิดสิวอุดตันหรือผิวแห้งกว่าเดิมได้ ควรลงสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของเราขณะนั้นจะดีที่สุด
- ระมัดระวังการใช้สกินแคร์ที่มีสารผลัดเซลล์ผิวหรือมีความเข้มข้นสูงเกินความจำเป็น เช่น การใช้กรดผลไม้ (AHA/BHA) หรือเรตินอล (Retinol) หนักเกินไปในคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย อาจทำให้เกราะป้องกันผิวพัง ผิวแห้งลอก หรือเกิดการระคายเคืองได้
7 ขั้นตอนการดูแลผิวหน้าตามลำดับสกินแคร์
เรามักลงสกินแคร์ดูแลผิวหน้ากัน 2 ช่วงเวลาคือช่วงเช้าและก่อนนอน แม้ส่วนใหญ่จะใช้สกินแคร์กลุ่มเดียวกัน แต่ก็ยังมีบางลำดับขั้นตอนที่ตอนเช้าควรมี แต่ก่อนนอนไม่จำเป็นต้องมี หรือบางตัวก็เหมาะสำหรับใช้ฟื้นฟูผิวช่วงเวลาก่อนนอน ดังนั้นลองจัดลำดับสกินแคร์และแบ่งแยกชนิดให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ใช้กันให้ชัดเจน จะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของไอเทมเหล่านั้นต่อผิวของเราได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Skincare Routine ตอนเช้า
สำหรับในช่วงเช้าที่เราต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ และบางคนอาจจะต้องออกแดดอยู่กลางแจ้งด้วย Morning Routine ที่ healthline แนะนำเลยจะเน้นเป็นการปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และการเติมความชุ่มชื้นค่ะ เพื่อเตรียมผิวให้แข็งแรง พร้อมสู้กับแดดและแต่งหน้าติดทนตลอดวัน และมีขั้นตอนต่อไปนี้
- ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์ (Cleanser)
ขั้นตอนแรกจะเน้นการทำความสะอาด และเปิดผิวเตรียมบำรุงตอนเช้า เริ่มต้นด้วยขั้นตอนปลุกผิวหน้าหลังจากตื่นนอน พร้อมกับขจัดความมัน และสิ่งสกปรกออก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไปอย่างการล้างหน้าทำความสะอาดด้วยเจลหรือโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว
- ปรับสมดุลผิวด้วยโทนเนอร์ (Toner)
หลังจากล้างหน้าที่ชำระล้างความมันบนผิวออกไปบางส่วนอาจจะมีความตึงผิวอยู่บ้าง ขั้นตอนนี้เลยจะเน้นปรับสมดุลค่า pH ของผิว และทำความสะอาดสิ่งตกค้างด้วยการเช็ดโทนเนอร์ที่เป็นตัวช่วยในการปรับสภาพผิวให้สมดุล และช่วยเปิดรูขุมขนให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป
- บำรุงเติมน้ำให้ผิวด้วยเอสเซนส์หรือน้ำตบ (Essence)
ต่อมาเป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิว ขั้นตอนนี้จะเน้นการเติมน้ำและความชุ่มชื้นให้ผิวชั้นบนดูอิ่มฟูด้วยสกินแคร์เนื้อบางเบาอย่างน้ำตบหรือเอสเซนส์ ตัวช่วยบำรุงผิวหน้าเติมความชุ่มชื้นและช่วยเตรียมผิวให้สกินแคร์ซึมซาบในขั้นตอนต่อไปได้ดีขึ้นด้วย
- บำรุงแก้ปัญหาผิวด้วยเซรั่ม (Serum)
สภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต่อมาเลยเป็นขั้นตอนการลงสกินแคร์ตามสภาพผิว หากต้องการเน้นการบำรุงล้ำลึกเฉพาะปัญหาผิวด้วยการลงเซรั่มเพื่อบำรุงให้เลือกตามสภาพผิวและปัญหาผิว เช่น ผิวแห้งเลือกเซรั่มที่ช่วยเติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว, ผิวมันเลือกเซรั่มที่ช่วยรักษาสมดุลความชุ่มชื้น และเป็นเนื้อสัมผัสแบบน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เป็นต้น สำหรับเซรั่มในการลงสกินแคร์ตอนเช้าแนะนำให้เลือกเนื้อเซรั่มที่มีความบางเบาจะดีกว่าค่ะเพื่อไม่ทำให้หนักหน้าในระหว่างวัน
- บำรุงรอบดวงตาด้วยอายครีม (Eye Cream)
ตอนเช้า ๆ ใครเป็นสายมีอาการตาบวมหลังตื่นนอนอาจอาศัยขั้นตอน Skincare Routine ที่ช่วยบำรุงรอบดวงตาด้วย เน้นการบำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำหรือรอยบวม ซึ่งส่วนรอบดวงตาเป็นส่วนที่ค่อนข้างบอบบางการลงอายครีมแนะนำให้แตะเบา ๆ บริเวณรอบดวงตา จะช่วยลดความหมองคล้ำหรือความบวมได้ดีกว่าค่ะ
- ล็อกความชุ่มชื้นด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer)
บำรุงผิวเสร็จแล้วก็มาล็อกความชุ่มชื้น ในขั้นตอนลงมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เน้นล็อกความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ไม่ให้สูญเสียน้ำระหว่างวัน แต่สำหรับใน Skincare Routine ตอนเช้าแนะนำให้เลือกเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเจล หรือเนื้อที่มีความบางเบา เพื่อไม่ให้หนักหน้าระหว่างวัน
- ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด (Sunscreen)
ปิดจบด้วยขั้นตอนสำคัญและจำเป็นที่สุดในตอนเช้า คือการทาครีมกันแดด เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่เป็นสาเหตุของฝ้า กระ ริ้วรอย และมะเร็งผิวหนัง และแสงสีฟ้าจากหน้าจอ และแน่นอนว่าเพื่อไม่ทำให้หนักหน้าระหว่างวันควรเลือกเป็นกันแดดที่มีเนื้อบางเบาจะดีกว่านะคะ
Skincare Routine ตอนกลางคืน
ในตอนกลางคืนเป็นช่วงที่ผิวได้พักผ่อนและเกิดกระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติได้ดีที่สุดในตอนกลางคืนด้วย สำหรับ skincare routine กลางคืนเลยจะเน้นเรื่องฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก และซ่อมแซมปัญหาผิวนั่นเอง
- ทำความสะอาดล้างเครื่องสำอาง (Makeup Remover)
ในขั้นตอนแรกของskincare routine กลางคืน แน่นอนว่าต้องเริ่มด้วยขั้นตอนทำความสะอาดผิวก่อน เพราะเราทาครีมกันแดด หรือแต่งหน้า พร้อมกับเจอมลภาวะ สิ่งสกปรกต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน ขั้นตอนนี้เลยจะเน้นล้างคราบครีมกันแดด เครื่องสำอาง และมลภาวะที่สะสมมาทั้งวันออก ด้วย Makeup Remover หรือคลีนเซอร์ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก ความมัน เพื่อไม่ให้มีสิ่งอุดตันรูขุมขนจนก่อให้เกิดสิวขึ้นมาได้
- Double Cleansing ด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้า (Cleanser)
หลังจากทำความสะอาดเอาเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และมลภาวะ รวมถึงสิ่งสกปรกต่าง ๆ ออกจากผิวแล้ว ก็มาถึงขั้นตอน Double Cleansing ทำความสะอาดผิวอีกรอบด้วยเจลหรือโฟมล้างหน้า เพื่อทำความสะอาดขจัดสิ่งสกปรก และมลภาวะต่าง ๆ ที่ตกค้างอีกหนึ่งขั้นตอนด้วยโฟมล้างหน้า แนะนำให้เลือกโฟมล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวของเราเพื่อให้การทำความสะอาดดียิ่งขึ้นค่ะ
- ปรับสมดุลและเตรียมผิวด้วยโทนเนอร์ (Toner) หรือเอสเซนส์หรือน้ำตบ (Essence)
ต่อมาเป็นขั้นตอนเหมือนกับช่วงเช้า คือปรับสมดุลผิวรวมถึงเตรียม ด้วยโทนเนอร์หรือเอสเซนส์หรือน้ำตบ ขั้นตอนนี้จะเน้นปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้าและเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป เพราะหลังจากล้างหน้า Double Cleansing อาจจะชำระเอาความมันตามธรรมชาติของผิวออกไปด้วย
- บำรุงแก้ปัญหาผิวด้วยเซรั่ม (Serum) หรือทรีตเมนต์ (Treatment)
ตามมาด้วยขั้นตอนลงเซรั่ม สำหรับ Skincare Routine กลางคืน จะเน้นลงเพื่อบำรุงผิวอย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น และแนะนำให้เลือกเป็นเซรั่มที่ช่วยบำรุงตามสภาพผิวของเราค่ะ เพื่อให้เซรั่มทำงานได้ดี และบำรุงผิวให้ได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่น เซรั่มสูตรกลางคืน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นยาวนานสำหรับผิวแห้ง เป็นต้น
- บำรุงรอบดวงตาด้วยอายครีม (Eye Cream)
สำหรับตอนกลางคืนจะเน้นบำรุงรอบดวงตาให้ได้รับความชุ่มชื้น เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยค่ะ และแนะนำให้แตะ ๆ ทารอบดวงตาอย่างเบามือ และเลือกเป็นอายครีมที่มีความอ่อนโยน เหมาะกับรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคือง
- ล็อกความชุ่มชื้นด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer)
มาถึงขั้นตอนลงมอยส์เจอไรเซอร์ในตอนกลางคืน เป็นขั้นตอนลงสกินแคร์ที่เน้นเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างล้ำลึก ให้ตื่นเช้ามาพร้อมกับผิวชุ่มชื้น เต่งตึง และสดใส และสำหรับคนผิวมันควรเลือกเป็นมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจล ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อป้องกันการอุดตันขึ้นได้ค่ะ
- เสริมเกราะป้องกันผิวด้วยสลีปปิ้งมาสก์ และลิปมาสก์ (Sleeping Mask / Lip Mask)
ปิดจบขั้นตอน Skincare Routine กลางคืน จะเน้นเสริมเกราะป้องกันขั้นสุดท้าย บูสต์ผิวให้ฉ่ำฟูยามเช้า และบำรุงริมฝีปาก ด้วยสลีปปิ้งมาสก์ และลิปมาสก์ เพื่อล็อกและคงความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดคืน นอกจากนั้นสลีปปิ้งมาสก์ยังมีคุณสมบัติช่วยเสริมความเรียบเนียนของผิวได้อีกด้วย
Tips Skincare Routine ช่วงเวลาพิเศษ
นอกจากนี้บางกรณีอาจมีช่วงเวลาพิเศษในการลงสกินแคร์ได้ เช่นช่วงที่ผิวมีปัญหา อาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แต้มสิวเพิ่มเติมนอกเหนือจากลำดับและเพิ่มเติมในเวลาอื่นๆ ได้ หรือช่วงที่ต้องการบำรุงผิวอย่างเร่งด่วนก่อนออกไปข้างนอกหรือร่วมงานอย่างการใช้มาสก์หน้า สครับผิวกาย ก็สามารถทำนอกเหนือจากช่วงเวลาในรูทีนได้เช่นกัน แต่ความถี่ของช่วงเวลาเหล่านี้มักทำเพียง 1-2 ครั้ง / สัปดาห์ ก็เพียงพอแล้วเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผิวมากเกินไป
ตารางสรุปลำดับการลงสกินแคร์
ช่วงเวลา | ประเภทสกินแคร์ | ลำดับการลง | จุดเด่น | ตัวอย่างรุ่นผลิตภัณฑ์ที่แนะนำ | ข้อดี | ข้อควรระวัง | เหมาะกับใคร | ไม่เหมาะกับใคร |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ตอนเช้า | เจลหรือโฟมล้างหน้า | ทำความสะอาดขั้นตอนแรก | ล้างความมันส่วนเกินและสิ่งสกปรกที่ขับออกมาตอนนอน | CeraVe Hydrating Cleanser / SENKA Perfect Whip | ผิวสะอาดสดชื่น ไม่แห้งตึง | ไม่ควรใช้โฟมที่ล้างแล้วผิวตึงเอี๊ยด เพราะอาจทำลายเกราะป้องกันผิว | ทุกสภาพผิว | คนที่ผิวแห้งจัดอาจล้างโดยใช้แค่น้ำเปล่าแทนได้ |
ตอนเช้า | โทนเนอร์ | ปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า | ปรับสมดุล pH และเติมความชุ่มชื้นเบื้องต้น | Hada Labo Hydrating Lotion / Round Lab 1025 Dokdo Toner | เตรียมผิวให้รับการบำรุงขั้นถัดไปได้ดีขึ้น | ควรเลือกสูตรไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมถ้าผิวแพ้ง่าย | ผิวขาดน้ำ | คนที่ชอบสกินแคร์น้อยขั้นตอน |
ตอนเช้า | เอสเซนส์หรือน้ำตบ | บำรุงหลังเช็ดโทนเนอร์ | เติมความชุ่มชื้นเบื้องต้นให้ผิว | SK-II Facial Treatment Essence / B eauty of Joseon Ginseng Essence Water | เติมน้ำและความชุ่มชื้นให้กับผิว | ไม่ควรถู แต่ให้ตบเบา ๆ ให้ทั่วหน้าแทน | ผิวแห้งขาดน้ำ | คนที่แพ้ส่วนผสมเฉพาะในสูตร |
ตอนเช้า | เซรั่ม | บำรุงล้ำลึกหลังตบเอสเซนส์ | ต้านอนุมูลอิสระ ลดจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้กระจ่างใส | La Roche-Posay Pure Vitamin C10 / Garnier Bright Complete Vitamin C Booster Serum | ช่วยให้หน้าไบรท์ ไม่หมองคล้ำระหว่างวัน | วิตามินซีอาจทำให้ระคายเคืองได้ในบางคน | คนที่ต้องการลดรอยสิว หน้าหมอง | ผิวเป็นสิวอักเสบรุนแรง |
ตอนเช้า | อายครีม | บำรุงรอบดวงตาหลังลงเซรั่ม | บำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำหรือรอยบวม | VICHY Mineral 89 Eyes Serum / Eucerin SPOTLESS BRIGHTENING DARK EYE CIRCLE CORRECTOR | ช่วยลดความหมองคล้ำ และรอยบวมใต้ตา | ควรใช้ปริมาณที่พอเหมาะ หรืองขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียว | คนที่มีปัญหาใต้ตาบวม หมองคล้ำ มีริ้วรอย | คนที่แพ้ส่วนผสมเฉพาะในอายครีม |
ตอนเช้า | มอยเจอร์ไรเซอร์ | ล็อกความชุ่มชื้น ทาหลังเซรั่ม หรืออายครีม | เติมและกักเก็บความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้หน้ามัน | Bioderma Sensibio Defensive / La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ | เนื้อบางเบา ซึมไว สบายผิว | ควรเลือกเนื้อเจลสำหรับคนผิวมัน เพื่อไม่ให้หนักหน้า | ทุกสภาพผิว | - |
ตอนเช้า | ครีมกันแดด | ทาหลังจากลงมอนเจอร์ไรเซอร์ | ปังป่องผิวจากรังสี UVA/UVB และมลภาวะ | ANESSA Perfect UV Sunscreen / MizuMi UV Water Serum SPF50+ PA++++ | ป้องกันฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัย | ต้องทาปริมาณ 2ข้อนิ้วจึงจะกันแดดได้เต็มประสิทธิภาพ | ทุกสภาพผิว | - |
ตอนกลางคืน | Makeup Remover | ทำความสะอาดขั้นตอนแรก | ล้างเครื่องสำอาง ครีมกันแดด และฝุ่นละออง PM 2.5 | Bioderma Sensibio H2O / Nivea Acne Care MicellAIR | ลดการอุดตันของรูขุมขนและสิวอุดตัน | เช็ดเบาๆ ไม่ควรใช้สำลีถูใบหน้าแรง ๆ | คนแต่งหน้าหรือทากันแดด | - |
ตอนกลางคืน | เจลหรือโฟมล้างหน้า | ทำความสะอาดอีกครั้งหลังลบเครื่องสำอาง | ทำความสะอาดสิ่งสกปรกที่เหลือตกค้าง | CeraVe Hydrating Cleanser / MizuMi Extra Mild Facial Cleanser | ผิวสะอาดล้ำลึก ปราศจากสิ่งอุดตัน | ไม่ควรล้างหน้านานเกินไป | ทุกสภาพผิว | - |
ตอนกลางคืน | โทนเนอร์ เอสเซนส์ | ปรับสมดุลผิวหลังล้างหน้า | ปรับสมดุล pH และเติมความชุ่มชื้นเบื้องต้น | Hada Labo Hydrating Lotion / Round Lab 1025 Dokdo Toner | ปลอบประโลมผิว | หลีกเลี่ยงโทนเนอร์ที่มีแอลกอฮอล์สูง | ทุกสภาพผิว | - |
ตอนกลางคืน | เซรั่ม ทรีตเมนต์ | บำรุงล้ำลึกหลังตบเอสเซนส์ | ผลัดเซลล์ผิว ลดริ้วรอย สิวอุดตัน | Eucerin Spotless Brightening Booster Serum / The Ordinary Retinol 0.2% in Squalane | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและผลัดเซลล์ผิวใหม่ | ห้ามใช้ร่วมกับวิตามินซีเข้มข้นในคืนเดียวกัน / ต้องทากันแดดเช้าเสมอ | คนมีปัญหาริ้วรอย สิวอุดตัน | หญิงตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ |
ตอนกลางคืน | อายครีม | บำรุงรอบดวงตาหลังลงเซรั่ม | บำรุงผิวรอบดวงตาที่บอบบาง | CeraVe Eye Repair Cream / ELIXIR Eye Cream | ลดความหมองคล้ำและความแห้งกร้านรอบตา | ทาด้วยนิ้วนางด้วยความเบามือที่สุด | คนที่มีปัญหาใต้ตาบวม หมองคล้ำ มีริ้วรอย | คนที่แพ้ส่วนผสมเฉพาะในอายครีม |
ตอนกลางคืน | มอยเจอร์ไรเซอร์ | ล็อกความชุ่มชื้น ทาหลังเซรั่ม หรืออายครีม | ล็อคความชุ่มชื้นและซ่อมแซม Skin Barrier | CeraVe Moisturizing Cream / SKINTIFIC 5X Ceramide Barrier Moisturizer Gel | ตื่นมาหน้าอิ่มฟู แข็งแรงขึ้น | ถ้าเนื้อหนักเกินไปสำหรับผิวมัน อาจทำให้เกิดสิวอุดตันได้ | ผิวแห้งถึงผิวผสม | ผิวมันมากๆ อาจต้องเลือกเนื้อเจล |
ตอนกลางคืน | สลีปปิ้งมาสก์ / ลิปมาสก์ | ทาหลังลงมอยเจอร์ไรเซอร์ | บูสต์ผิวให้ฉ่ำฟูยามเช้า และบำรุงริมฝีปาก | Laneige Lip Sleeping Mask EX / MizuMi Skincare UV Lip Glassy Mask | ช่วยล็อกและคงความชุ่มชื้นให้ผิวตลอดคืน | ควรทาบางๆ ทั่วใบหน้า ไม่ควรพอกหนาจนเกินไป จะทำให้ผิวอึดอัด | ผิวแห้ง ขาดน้ำ หรือผิวดูอ่อนล้า | สิวอักเสบเห่อ หรือผิวแพ้ง่ายเฉียบพลัน |
ตัวอย่าง skincare routine คนดัง
หากยังไม่เห็นภาพว่าการลงสกินแคร์ตามรูทีนเป็นอย่างไร ลองดูจากรูทีนการบำรุงผิวก่อนแต่งหน้าหรือการเตรียมผิวของคนดังเพื่อให้เข้าใจแนวทางการลงสกินแคร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่อย่าลืมนะคะว่าเราไม่ควรนำสกินแคร์รูทีนของผู้อื่นมาเป็นของตัวเองเพราะสภาพผิว ปัญหาผิว และไลฟ์สไตล์มีความแตกต่างกัน แนะนำให้ดูไว้เป็นตัวอย่างก็พอค่ะซิส
สกินแคร์รูทีนคนดัง Hailey Bieber
มาเริ่มกันที่สกินแคร์รูทีนในแบบของนางแบบคนดัง Hailey Bieber เซเลบสาวที่นำเทรนด์ Strawberry Makeup สไตล์การแต่งหน้าที่เน้นงานผิวฉ่ำโกลว์ ดูเป็นธรรมชาติ สดใส และให้ฟีลเหมือนแก้มกับปากเพิ่งโดนแดดหรือมีเลือดฝาดแบบลูกสตรอว์เบอร์รี่ Hailey มีสกินแคร์รูทีนยังไงให้ผิวหน้าฉ่ำโกลว์ ลองตามไปดูกัน
ขั้นตอน Skincare Routine Hailey Bieber
- เริ่มบำรุงด้วย Rhode Glazing Milk ที่เป็นเอสเซนส์บำรุงผิวหน้าเนื้อน้ำนม
- ลง Peptide Glazing Fluid ที่เป็นเซรั่มเนื้อเจลไฮบริด กึ่งเซรั่มกึ่งเจล ให้ผิวดูโกลว์ อิ่มน้ำ เล่นแสง
- บำรุงผิวแข็งแรงด้วย Barrier Restore Cream เพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว
- ทา Weleda Skin Food ครีมบำรุงผิวสูตรเข้มข้นพิเศษเพิ่มความชุ่มชื้น ทาบาง ๆ บริเวณข้างจมูก หน้าแก้ม และใต้ตา
- ผสมไฮไลต์เนื้อลิควิด เข้ากับเอสเซนส์บำรุงผิวหน้าเนื้อน้ำนม แล้วทาผิวอีกรอบ เพื่อให้ผิวฉ่ำโกลว์ยิ่งขึ้น
- ทาลิปบาล์มบำรุงริมฝีปาก
สกินแคร์รูทีนคนดัง LE SSERAFIM HUH YUNJIN
ตามมาด้วยสกินแคร์รูทีนคนดังฝั่งเอเชียกันบ้าง อย่าง ยุนจิน LE SSERAFIM ไอดอลสาวเบอร์ต้นเจน 4 เจ้าของเพลงฮิต BOOMPALA, FEARLESS, Smart และอีกมากมาย ตามมาดูกันว่าไอดอลสาวเสียงเพราะ หน้าใส มีวิธีดูแลผิวตามสกินแคร์รูทีนยังไง
ขั้นตอน Skincare Routine LE SSERAFIM HUH YUNJIN
- ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้า พร้อมกับใช้เครื่องล้างหน้าและนวดหน้า FOREO นวดวนเบา ๆ ไปด้วย แล้วล้างหน้าให้สะอาด
- มาสก์หน้าด้วยโทนเนอร์แพด
- บำรุงด้วยเซรั่ม the ordinary
- บำรุงต่อด้วย Serumizer
- จากนั้นใช้กัวซานวดหน้า เพื่อลดบวมและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
- จากนั้นทาครีมบำรุงบาง ๆ เพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง
- ทาลิปมันเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
สกินแคร์รูทีนคนดัง NCT JAEHYUN
มาส่องสกินแคร์รูทีนของหนุ่ม ๆ กันบ้าง อย่างหนุ่มหน้าใสที่หลายคนอยากรู้ Skincare Routine ของเขา นั่นก็คือแจฮยอน NCT ไอดอลหนุ่มเสียงเพราะ หน้าหล่ออร่า ที่มาพร้อมกับเพลงดัง Kick It, 2 Baddies, Regular, Boss, Make A Wish (Birthday Song), 90's Love แถมยังเคยแสดงซีรีส์บทนำเรื่อง Dear.M มาแล้วด้วย หนุ่มออร่าคนนี้มีวิธีดูแลผิวยังไงให้มีออร่าพุ่ง ๆ ลองตามไปดูกันเลย
ขั้นตอน Skincare Routine NCT JAEHYUN
- ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าสะอาด
- ซับหน้าด้วยผ้าขนหนู
- ใช้แผ่นสำลีลงโทนเนอร์เพิ่มความชุ่มชื้น
- ทาครีมบำรุงผิวเน้นให้ความชุ่มชื้น
- ทาลิปมันเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก
ดูต่อ สกินแคร์ที่ห้ามใช้ร่วมกัน ต้องรู้ก่อนเผลอทำหน้าพัง

ไม่อยากหน้าแหก อย่าริอาจใช้คู่กัน ชวนซิสส่อง สารในสกินแคร์ที่ 'ห้ามใช้ร่วมกัน' มีอะไรบ้าง | บทความของ belfry | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/89243
คำถามที่พบบ่อย
Skincare Routine คือลำดับขั้นตอนดูแลและบำรุงผิวหน้าหรือผิวกายที่เราทำเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวัน จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาหลัก คือตอนเช้า (Morning Routine) เน้นปกป้องและเตรียมผิว และตอนกลางคืน (Night Routine) เน้นซ่อมแซมและบำรุงล้ำลึก
สำหรับสกินแคร์ถ้าแบ่งตามการดูแลผิวหน้าและผิวกายแยกกัน Skincare ผิวหน้าหลัก ๆ จะแบ่งได้ 4 ประเภท
- กลุ่มทำความสะอาด (Cleansing) ทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรก คราบมัน และเครื่องสำอาง
- กลุ่มเตรียมผิวและบำรุง (Prep / Nourishment) ทำหน้าที่เพิ่มความชุ่มชื้นและสารอาหารให้ผิว
- กลุ่มดูแลปัญหาผิวเฉพาะจุด (Targeted Care / Treatment) ทำหน้าที่แก้ไขปัญหา เช่น สิว จุดด่างดำ ริ้วรอย
- กลุ่มปกป้องผิว (Protection) ทำหน้าที่ป้องกันแสงแดดและมลภาวะ
ส่วน Skincare ผิวกาย หลัก ๆ จะแบ่งได้ 4 ประเภทใหญ่ ๆ เหมือนกัน ได้แก่
- กลุ่มทำความสะอาดผิว (Body Cleansers) ทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรก เหงื่อ ความมัน และแบคทีเรีย
- กลุ่มเพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้น (Body Moisturizers) ทำหน้าที่เติมน้ำให้ผิว เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) และลดการสูญเสียน้ำ
- กลุ่มผลัดเซลล์ผิวและดูแลปัญหาเฉพาะจุด (Body Exfoliators & Targeted Care) ทำหน้าที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้เนียนนุ่ม หรือแก้ปัญหาผิวเฉพาะด้าน
- กลุ่มปกป้องผิวจากแสงแดด (Body Sunscreens) ทำหน้าที่ปกป้องผิวกายจากรังสี UVA และ UVB ป้องกันผิวไหม้แดดและความหมองคล้ำ
สำหรับผิวแห้งเป็นผิวที่ค่อนข้างขาดความชุ่มชื้น ควรลงสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติช่วยเติมน้ำ และกักเก็บความชุ่มชื้น เพื่อเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ดังนี้
Skincare Routine ตอนเช้า
- ล้างหน้า ใช้ไอเทมทำความสะอาดที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและสบู่
- เช็ดโทนเนอร์หรือน้ำตบ ใช้สูตรเพิ่มความชุ่มชื้น
- ลงเซรั่ม เลือกเซรั่มที่มีส่วนผสมช่วยกักเก็บน้ำและเติมความชุ่มชื้น
- ทามอยเจอร์ไรเซอร์ ที่มีส่วนผสมช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว
- ทาครีมกันแดด ควรเลือกกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไป เพื่อปกป้องผิวแห้งไม่ให้ถูกทำร้าย
Skincare Routine ตอนกลางคืน
- ล้างเครื่องสำอาง ใช้คลีนซิ่งบาล์มหรือไมเซล่าร์สูตรอ่อนโยนก่อนล้างหน้า
- ล้างหน้าอีกรอบ ด้วยเจลหรือโฟมล้างหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแห้ง หรือหากจะรวบขั้นตอนแรกให้ใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าสูตรที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางอย่างอ่อนโยนได้ด้วย
- เช็ดโทนเนอร์ น้ำตบ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหลังล้างหน้า
- ลงเซรั่ม ใช้เซรั่มที่มีคุณสมบัติเติมน้ำให้ผิว
- มอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อเข้มข้น ในตอนกลางคืนสามารถใช้ครีมที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวตลอดคืน
การลงสกินแคร์รูทีนสำหรับคนผิวมัน ให้เน้น routine ที่ใช้สกินแคร์ไม่มาก ไม่ซับซ้อน เพื่อลดการอุดตันและควบคุมความมันส่วนเกิน ดังนี้
Skincare Routine ตอนเช้า
- ล้างหน้า ด้วยเจลล้างหน้าหรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน มีฤทธิ์ควบคุมความมัน แต่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง
- เช็ดโทนเนอร์ หรือน้ำตบ เลือกที่เป็นสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ หรือมีส่วนผสมช่วยคุมมันและกระชับรูขุมขน
- ลงเซรั่ม ใช้เซรั่มคุมมันหรือลดรอยสิว เพื่อช่วยลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและเสริมเกราะป้องกันผิว
- ทามอยเจอไรเซอร์ ให้เลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจล หรือเนื้อโลชั่นบางเบา
- ทากันแดด เลือกกันแดดเนื้อเจล น้ำนม ที่คุมมันและไม่ทำให้หน้าเยิ้มระหว่างวัน
Skincare Routine ตอนกลางคืน
- เช็ดเครื่องสำอาง ใช้ Cleansing Water หรือ Cleansing Balm นวดเบา ๆ ก่อนล้างหน้า เพื่อลดการอุดตัน
- ล้างหน้าด้วยเจลหรือโฟม เพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกและเหงื่อที่สะสมมาทั้งวัน
- เช็ดโทนเนอร์ ใช้โทนเนอร์ หรือผลัดเซลล์ผิวด้วย BHA สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน
- ทายารักษาสิว / เซรั่ม ถ้าหน้ามันและมีสิวให้แต้มด้วยยาสิว เช่น Benzoyl Peroxide หรือ Retinoid ตามคำแนะนำ หรือเซรั่มบำรุง
- ทามอยเจอไรเซอร์ ใช้มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อเจลบางเบา เพื่อล็อคความชุ่มชื้นและซ่อมแซมผิว
ผิวผสมเป็นผิวที่มีทั้งบริเวณผิวแห้งและผิวมันผสมกัน คือ T-Zone (หน้าผาก จมูก คาง) ที่มีความมันวาวง่าย และ U-Zone (แก้ม) ที่มีความแห้งหรือปกติ จึงควรเลือกและลงสกินแคร์ให้เหมาะกับผิวผสม ดังนี้
Skincare Routine ตอนเช้า
- ล้างหน้า เน้นล้างความมันส่วนเกินที่ T-Zone แต่ไม่ทำให้แก้มแห้งตึง
- ทาน้ำตบ หรือโลชั่นใส ช่วยเตรียมผิวและเติมน้ำให้ผิวชั้นนอก
- ลงเซรั่ม เลือกเป็นเซรั่มเนื้อบางเบา ซึมไว ทาให้ทั่วหน้า
- ทามอยเจอร์ไรเซอร์ ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ 2 แบบ หรือแบ่งโซนทา บริเวณ T-Zone ใช้เนื้อเจล และบริเวณแก้ม (U-Zone) ใช้เนื้อโลชั่นหรือครีม
- ทาครีมกันแดด เลือกเป็นเนื้อฟลูอิด (Fluid) เจล หรือเนื้อแป้ง ที่คุมมันและไม่อุดตันผิว
Skincare Routine ตอนกลางคืน
- เช็ดเครื่องสำอาง เช็ดด้วยไมเซล่าร์ หรือใช้คลีนซิ่งบาล์ม/ออยล์นวดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยเจลล้างหน้าอีกครั้ง
- เช็ดโทนเนอร์ สามารถใช้โทนเนอร์ที่มีส่วน
- ผสมของ Salicylic Acid (BHA) เช็ดเฉพาะบริเวณ T-Zone เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน
- ลงเซรั่ม บำรุงตามปัญหาผิว เช่น เติมความชุ่มชื้น หรือลดจุดด่างดำ
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ล็อกความชุ่มชื้นด้วยเนื้อเจลหรือครีมสูตรบางเบา โดยเน้นทาบริเวณแก้มให้หนากว่า T-Zone เล็กน้อย
สำหรับการลงสกินแคร์ของผิวแพ้ง่ายที่ค่อนข้างไวต่อการระคายเคืองและอาการแพ้ ควรลงสกินแคร์ให้มีขั้นตอนน้อยที่สุดและใช้สกินแคร์ที่จำเป็นเพื่อไม่ให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลงกว่าเดิม เช่น
Skincare Routine ตอนเช้า
- ล้างหน้า ใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน มีค่า pH ประมาณ 5.5 และไม่มีฟองหรือสารทำความสะอาดที่รุนแรง
- เช็ดโทนเนอร์หรือเอสเซนส์หรือน้ำตบ เลือกสูตรปลอบประโลมผิว ปราศจากแอลกอฮอล์และน้ำหอม ตบเบา ๆ บนผิวหมาด
- ลงเซรั่มลดการระคายเคือง เช่น เซรั่มที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid หรือสารปลอบประโลมผิว
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เติมและกักเก็บความชุ่มชื้น และควรเลือกเนื้อครีมหรือโลชั่นที่ไม่มีน้ำหอมและพาราเบน
- ทาครีมกันแดด ใช้กันแดดสูตรอ่อนโยนและทาในปริมาณที่เพียงพอ
Skincare Routine ตอนกลางคืน
- เช็ดเครื่องสำอาง ใช้คลีนซิ่งน้ำนม ไมเซล่าแคร์ หรือบาล์มที่ล้างออกง่าย ไม่ต้องใช้สำลีถูใบหน้าแรง ๆ
- ล้างหน้าอีกรอบ ด้วยเจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนตัวเดียวกับตอนเช้า และหากจะรวบขั้นตอนเช็ดเครื่องสำอางให้ใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าสูตรที่ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางอย่างอ่อนโยนได้ด้วย
- เช็ดโทนเนอร์ น้ำตบ เพื่อปรับสมดุลผิวและเตรียมผิวรับการบำรุง
- ทาเจลแต้มสิวเฉพาะจุด ถ้ามีสิวอักเสบ ให้แต้มเฉพาะบริเวณที่เป็นสิว
- ลงเซรั่มฟื้นบำรุงผิว เน้นกลุ่มซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทาให้ทั่วใบหน้าเพื่อล็อกความชุ่มชื้นตลอดคืน
การลงสกินแคร์รูทีนสำหรับผู้ชายที่ไม่ถนัดเรื่องความงาม และไม่ชอบขั้นตอนซับซ้อน สามารถเริ่มได้ง่าย ๆ ด้วยขั้นตอนพื้นฐาน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว ดังนี้
Skincare Routine ตอนเช้า
- ล้างหน้า ใช้เจลหรือโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน เหมาะกับสภาพผิว ล้างวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น
- ทาเซรั่ม หรือ เอสเซนส์ เพื่อช่วยเรื่องความกระจ่างใสหรือลดรอยด่างดำ
- ทามอยเจอร์ไรเซอร์ ทาครีมหรือเจลเติมความชุ่มชื้น เพื่อล็อกน้ำในผิว
- ทากันแดด บีบปริมาณความยาวประมาณ 2 ข้อนิ้ว เลือกค่า SPF 30 ขึ้นไป และมี PA+++ เพื่อป้องกันรังสี UVA และ UVB แม้จะอยู่แต่ในที่ร่ม
Skincare Routine ตอนกลางคืน
- ล้างหน้า หรือเช็ดทำความสะอาด ถ้าในตอนกลางวันทาครีมกันแดดหรือแต่งหน้า ควรใช้คลีนซิ่งเช็ดก่อน แล้วตามด้วยโฟมล้างหน้า
- ทาเซรั่ม ทรีตเมนต์ ทาเซรั่มแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น สิว หรือริ้วรอย
- ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงในขณะนอนหลับ
ตามหลักการลงสกินแคร์ให้ลงจากเนื้อเหลวไปหาเนื้อหนัก แนะนำให้ลงน้ำตบก่อนลงเซรั่ม เพราะน้ำตบมีเนื้อเหลว บางเบา และซึมไวกว่าเซรั่มที่มีความเข้มข้นของสารบำรุงสูง ถ้าเซรั่มก่อน น้ำตบจะซึมผ่านเนื้อเซรั่มลงไปได้ยาก และทำให้สกินแคร์ทำงานได้ไม่เต็มที่
มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) และ ครีม (Cream) มีความแตกต่างกันตรงการทำงานของสกินแคร์และลักษณะเนื้อสัมผัส สำหรับมอยส์เจอร์ไรเซอร์จะทำหน้าที่เพิ่มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว รวมทั้งช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวไม่ให้น้ำระเหยออกไปจากผิว มีเนื้อสัมผัสให้เลือกหลายรูปแบบทั้งเนื้อเจล เนื้อโลชั่น เนื้อครีม
ส่วนครีมบำรุงจะทำหน้าที่บำรุงเฉพาะทาง เช่น ครีมลดริ้วรอย ครีมไวท์เทนนิ่ง ที่นอกจากเพิ่มความชุ่มชื้นแล้ว ยังใส่สารบำรุงอื่น ๆ เพิ่มเข้าไปด้วย และจะมีเนื้อสัมผัสข้น หนัก และมีส่วนผสมของน้ำมันด้วย
แนะนำให้ทาเซรั่มก่อนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพราะเซรั่มมีโมเลกุลขนาดเล็ก เนื้อเหลว ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ลึก และมีความเข้มข้นของสารบำรุงสูง เลยต้องทาเป็นลำดับแรก ๆ ค่ะ ส่วนมอยส์เจอร์ไรเซอร์ มีเนื้อสัมผัสที่เข้มข้นกว่า ทำหน้าที่เป็นเกราะเคลือบผิวเพื่อล็อกความชุ่มชื้นและสารบำรุงจากเซรั่มให้อยู่ในผิว ไม่ระเหยออกไป จึงต้องทาทีหลังเพื่อล็อกความชุ่มชื้น
การทาเซรั่มให้ได้ผลดีที่สุด แนะนำให้ทาเซรั่มในตอนที่ผิวหน้ายังมีความชื้นเล็กน้อยหลังล้างหน้าหรือเช็ดโทนเนอร์ เพราะผิวที่ชื้นจะช่วยให้เซรั่มซึมซาบได้ดีกว่าผิวที่แห้งสนิทถึงหลายเท่า
การลงสกินแคร์สำหรับผิวกายก็ใช้หลักการเดียวกับลงสกินแคร์ผิวหน้าเลยค่ะ คือลงจากเนื้อสัมผัสที่บางเบาไปหาเนื้อสัมผัสที่เข้มข้น ได้แก่
- ทาบอดี้เซรั่ม บอดี้เอสเซนส์ เพื่อแก้ปัญหาผิวเฉพาะจุด เช่น ผิวคล้ำเสียจากแดด หรือเน้นความกระจ่างใส
- ทาบอดี้โลชั่น เติมความชุ่มชื้นพื้นฐานให้ผิว
- ทาบอดี้ครีม บัตเตอร์ ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เป็นขั้นตอนที่เหมาะกับคนผิวแห้งมาก หรือทาเน้นจุดแห้งกร้าน เช่น ข้อศอก หัวเข่า ตาตุ่ม
- ทาบอดี้ออยล์ เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเคลือบผิวและล็อกความชุ่มชื้นทั้งหมดไว้ไม่ให้ระเหยออกจากผิว
- ทาครีมกันแดดตัว ทาปิดท้ายสุด เน้นในตอนกลางวันเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและรังสี UV
สรุป Skincare Routine ที่ได้ผลดีต้องลงตามลำดับความเข้มข้นเนื้อสัมผัส เหมาะตามช่วงเวลา และเหมาะกับสภาพผิวตนเอง เพื่อผิวสวยสุขภาพดีที่เห็นผลจริง
กระแสความงามปัจจุบันมีแนวโน้มบำรุงผิวให้ดูสวยสุขภาพดีโดยไม่ต้องมีรูทีนที่เยอะเกินไป เพราะยิ่งลงเยอะยิ่งอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของการอุดตันผิวและรบกวนหน้าที่กันเองจนสกินแคร์ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ฉะนั้นจากเดิมที่ Skincare Routine มักประโคมสกินแคร์หลายขั้นตอนจึงปรับมาเป็นการลงสกินแคร์ที่เรียบง่ายมากขึ้น เน้นให้ตรงจุดและแก้ปัญหาผิวทีละเรื่อง เพียงอย่าลืมสิ่งสำคัญของขั้นตอนการลงสกินแคร์ก็คือต้องลงตามความเข้มข้นของเนื้อสัมผัส และเลือกสกินแคร์ให้เหมาะตามช่วงเวลาและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนด้วย เพื่อให้ใช้ผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเห็นผลผิวสวยสุขภาพดีได้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ Capstone Medical Centre / ศิริราชบำรุงเวช / Vogue Thailand / watsons
บทความแนะนำที่น่าสนใจ

All-in-One ในวงการบิวตี้ มัดรวมสกินแคร์และเครื่องสำอาง ตัวเดียวครบจบ | บทความของ chollychon | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/all-in-one-beauty-219150

เครื่องบูสต์สกินแคร์ เทคโนโลยีล้ำ ๆ ผิวสวยใสตาม Hailey Bieber | บทความของ ManooFK | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/booster-face-glass-skin-213669

สกินแคร์ที่ไม่ควรใช้ร่วมกัน เช็กก่อนหน้าพัง จับคู่ผิดอาจเกิดผลเสียได้! | บทความของ ManooFK | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/97353

ตอบคำถามฮิต! สกินแคร์-เมคอัพ ชนิดไหนควรเก็บในตู้เย็น จำเป็นมั้ยว่าต้องแช่ตู้เย็นหรือเก็บรักษาที่ไหน ? | บทความของ SIS GURU | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/91418

รีบเปลี่ยนก่อนสาย! รู้หรือไม่… “ สกินแคร์ ” แต่ละสเต็ปใช้ปริมาณไม่เท่ากัน 📌 | บทความของ SIS GURU | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/90390


