1. SistaCafe
  2. 5 ผลข้างเคียงของการดื่ม 'ชาเขียว และ มัตจะ ' ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

อ่านจบใน 9 นาที

ช่วงนี้เทรนด์ดูแลตัวเองมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ชาเขียวฟีเวอร์ มัตจะฟีเวอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงไทยที่หันมาดื่ม “มัตจะ” กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาดอกไม้ หรือมัตจะ ด้วยภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มที่ทั้งเฮลตี้ ช่วยผิวใส คุมหุ่น และดูเป็นสายบิวตี้สายคลีน แต่ถึงชาเขียวจะขึ้นชื่อว่าเป็นมิตรต่อสุขภาพ ก็ใช่ว่าจะดื่มได้แบบไม่ต้องระวัง เพราะหากดื่มผิดเวลา หรือมากเกินไป อาจส่งผลข้างเคียงที่กระทบทั้งผิว สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ ได้ วันนี้เราจึงขอชวนมาเช็กลิสต์ 5 ผลข้างเคียงของการดื่มมัตจะ ที่สายบิวตี้ควรรู้ไว้ก่อนจิบ จะได้สวยใสแบบไม่พลาด

เลือกอ่านตามหัวข้อ

Profile picture of Ceppurii

Ceppurii

ทีมบรรณาธิการ

Content Rookie

นักเขียนนิวบี้รุกกี้ของวงการ แต่ถึงจะเขียนได้ไม่นาน แต่จริงๆแอบอยู่หลังบ้านงานบิวตี้มานานเกือบ 5 ปี พร้อมแชร์ทริคและประสบการณ์สายบิวตี้กับชาวซิสทุกคน

มัตจะ และ ชาเขียว ต่างกันอย่างไร

มัทฉะคือชาเขียวเวอร์ชันอัปเกรดมีความเข้มข้นกว่า มีกรรมวิธีปลูกที่พิถีพิถันกว่า และกรรมวิธีพรีเมียมกว่าชาเขียวธรรมดา

มัทฉะ : ได้มาจากการนำใบชาที่คัดสรรมานึ่ง ผึ่งแห้ง เอาเส้นใยกับก้านออกให้เหลือแต่เนื้อใบล้วนๆ แล้วนำมาบดละเอียดจนเป็นผง สีมีจะเข้มจัด เขียวสดๆ รสชาติจะมีความมัน นัว นม มีความอูมามิบางสายพันธ์มีเบสของรสกลมกล่อมคล้ายสาหร่าย หรือ ถั่ว เนื้อหลังชงกับน้ำจะเข้มข้น เหมาะมากกับการเอามาทำลาเต้หรือขนม

ชาเขียวธรรมดา: ได้จากใบชาที่นำไปไปอบแห้งและนวด เวลาชงเราจะใช้ใบชาแช่ในน้ำร้อนเพื่อดึงน้ำชาออกมา แล้วกรองกากใบชาทิ้งไป สีน้ำชาจะออกเขียวอมเหลืองใสๆ รสชาติฝาดของใบชาเบาๆ ดื่มแล้วโปร่ง สดชื่น ชุ่มคอ

5 ผลข้างเคียงของการดื่ม ‘ชาเขียว-มัตจะ’ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ชาเขียวทั้งแบบะรรมดา และ มัตจะ ถือเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพยอดนิยมทั่วโลก ด้วยประโยชน์มากมายจากสารต้านอนุมูลอิสระและคาเทชิน (catechin) แต่การดื่มชาเขียวก็ ไม่ได้ปลอดภัยสมบูรณ์ 100% หากบริโภคมากเกินไปหรือมีข้อควรระวังเฉพาะกลุ่ม อ่านต่อเพื่อรู้ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

1. รบกวนการนอน และอาการจากคาเฟอีน

ชาเขียวมีคาเฟอีน แม้จะน้อยกว่ากาแฟ แต่ก็ยังเพียงพอที่จะทำให้เกิดอาการ นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว วิตกกังวล หรือสั่นได้ โดยเฉพาะในคนที่ไวต่อคาเฟอีนหรือดื่มช่วงเย็น/ค่ำ

👉 คาเฟอีนในชาเขียวยังสามารถทำให้ตื่นตัวนานกว่าปกติได้จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ด้วย

2. อาการระคายกระเพาะและปัญหาการย่อย

สารแทนนิน (tannins) ในชาเขียวอาจทำให้กระเพาะระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อดื่มตอนท้องว่าง ส่งผลให้เกิด ปวดท้อง คลื่นไส้ แสบท้อง กรดไหลย้อน หรืออาการท้องเสีย ในบางราย

3. ลดการดูดซึมธาตุเหล็ก

ชาเขียวมีสารบางชนิดที่สามารถจับกับธาตุเหล็กชนิด non-heme iron ในอาหาร ทำให้ร่างกายดูดซึมได้น้อยลง ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับคนที่มี ภาวะโลหิตจาง โรคโลหิตจาง หรือกำลังตั้งครรภ์

👉 ตัวอย่างเช่น การดื่มชาเขียวพร้อมมื้ออาหารที่มีธาตุเหล็กสูง อาจลดการดูดซึมลงได้มากถึง 90%

4. ปฏิกิริยาระหว่างยาหรือผลต่อตับ/สุขภาพอื่นๆ

ชาเขียว โดยเฉพาะในรูปแบบ สกัดเข้มข้นหรือเป็นอาหารเสริม อาจมีการโต้ตอบกับยาบางชนิด เช่น ยาควบคุมความดัน หรือยาลดไขมัน รวมทั้งเคยมีรายงาน ผลข้างเคียงต่อตับ ในบางกรณี

📌 นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าควรปรึกษาแพทย์ หากคุณกำลังใช้ยาเป็นประจำและต้องการบริโภคชาเขียวปริมาณสูง

5. ผลข้างเคียงจากการบริโภคมากเกินไป

ถึงแม้การดื่มชาเขียวปริมาณปกติ (เช่น 1–3 แก้วต่อวัน) จะปลอดภัยสำหรับคนทั่วไป แต่การดื่มมากเกินไป — โดยเฉพาะในรูปแบบ ผงสกัดเข้มข้น / ชนิดอาหารเสริม — อาจทำให้เกิด

  • อาการใจสั่น/หัวใจเต้นผิดปกติ
  • ปัสสาวะขับแคลเซียมมากขึ้น
  • เกิดนิ่วในไตจากการขับแคลเซียมมากขึ้น
  • อาการกระตุ้นระบบประสาทจากคาเฟอีนเกินขนาด

📌 ผู้เชี่ยวชาญบางรายแนะนำให้จำกัดปริมาณชาเขียวไว้ที่ประมาณ 2–3 แก้ว/วัน เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงเหล่านี้


ไขข้อสงสัย คำถามที่พบบ่อย : มัตจะ

มัตจะดีต่อร่างกายอย่างไร?
  • ผิวเด็ก หน้าใส ต้านแก่

ในมัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม EGCG (Epigallocatechin Gallate) สูงมากกก ซึ่งสูงกว่าชาเขียวทั่วไปถึง 137 เท่าเลยทีเดียว! และยังมี Antioxidants สูงมาก ช่วยเข้าไปกู้ผิวที่พังจากมลภาวะ ช่วยลดการอักเสบของผิว ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ทานเป็นประจำผิวจะดูโกลว์ใสและแก่ช้าลงค่ะ

  • ช่วยให้โฟกัสงานได้ดี ตื่นตัวแต่ไม่ใจสั่นเหมือนกาแฟ

มีกรดอะมิโน L-theanine ที่ทำงานร่วมกับคาเฟอีนได้อย่างลงตัว ทำให้รู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิโดยไม่ใจสั่นเหมือนการดื่มกาแฟ

  • ช่วยลดคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ

สาร EGCG และสารอาหารในมัทฉะ มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมัน ดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจลดความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมในระยะยาวได้อีกด้วย

ดื่มมัตจะตอนไหนดี

ช่วงเวลาที่แนะนำ

  • ตอนเช้าหลังอาหาร คือช่วงเวลาที่แนะนำมากที่สุด ควรดื่มหลังรับประทานอาหารเช้าประมาณ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารจากมื้อเช้าก่อน แล้วค่อยเสริมด้วยชาเขียวเพื่อเพิ่มความสดชื่นและกระตุ้นการทำงานของสมองตลอดช่วงเช้า
  • ก่อนออกกำลังกาย 30–60 นาที ก็เป็นอีกช่วงที่เหมาะสม เพราะคาเฟอีนและ EGCG ในชาเขียวช่วยเพิ่มการเผาผลาญและความทนทานของร่างกายระหว่างการออกกำลังกายได้
  • ช่วงบ่ายระหว่าง 14.00–16.00 น. ก็ดื่มได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกง่วงหลังอาหารกลางวัน ชาเขียวจะช่วยให้กลับมาตื่นตัวได้โดยไม่กระทบกับการนอนหลับในตอนกลางคืนมากนัก

เวลาไหน ไม่ควรดื่มชาเขียว - มัตจะ

แม้ชาเขียว และมัตจะ จะมีประโยชน์มาก แต่มีบางช่วงเวลาที่ไม่ควรดื่ม ได้แก่

  • ขณะท้องว่าง เพราะสารแทนนินในชาจะกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น อาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้หรือไม่สบายท้องได้
  • พร้อมกับมื้ออาหาร ควรเว้นระยะห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อย 30–60 นาที เนื่องจากแทนนินจะไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง
  • ก่อนนอน คาเฟอีนในชาเขียว มัตจะ แม้จะน้อยกว่ากาแฟ แต่ก็อาจรบกวนการนอนหลับได้หากดื่มใกล้เวลานอนเกินไป
ควรดื่มชาเขียวกี่แก้วต่อวัน

สำหรับชาเขียวแบบใส ปริมาณที่เหมาะสมคือ 2–3 แก้วต่อวัน ซึ่งเพียงพอที่จะได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระและสารออกฤทธิ์ต่างๆ โดยไม่รับคาเฟอีนมากเกินไป ทั้งนี้ควรเลือกชาเขียวที่ไม่เติมน้ำตาลหรือครีมเทียม เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงโดยไม่เพิ่มแคลอรีโดยไม่จำเป็น

การดื่มชาเขียวอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่เหมาะสมและถูกเวลา ถือเป็นหนึ่งในนิสัยเล็กๆ ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพในระยะยาวได้อย่างน่าทึ่ง

มัตจะใช้ปริมาณกี่กรัม?

เนื่องจากมัตจะมีความเข้มข้นสูง ใน 1 วันไม่ควรทานผงมัทฉะเกิน 10 กรัม / วัน เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนมากเกินไปจนอาจจะนอนไม่หลับ หรือตาค้างได้ค่ะ


View post on Instagram
 

สรุป การดื่มชาเขียวละมัตจะ มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

ชาเขียว-มัตจะ เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน เช่น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง แต่ก็มี ผลข้างเคียงที่ควรรู้ หากบริโภคเกินความเหมาะสมหรือมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะตัว เช่น รบกวนการนอน ระคายกระเพาะ ลดการดูดซึมธาตุเหล็ก ปฏิกิริยากับยา อาการจากการบริโภคมากเกินไป

ดังนั้นการดื่มชาเขียวควรอยู่ใน “ปริมาณที่เหมาะสม” และปรับตามสุขภาพของแต่ละคน หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อคำแนะนำเฉพาะบุคคลนะคะ


บทความอื่นที่แนะนำ