1. SistaCafe
  2. Podcast 2026 ใจดีกับตัวเอง ฟังสบาย แนวรักตัวเองและพัฒนาตัวเอง

อ่านจบใน 49 นาที

ในวันที่เราเหนื่อยเกินกว่าจะเปิดหนังสืออ่านหรือจ้องหน้าจอนาน ๆ "Podcast พัฒนาตัวเอง" ได้กลายเป็นเพื่อนคู่ใจที่เข้าถึงง่ายที่สุด เพราะเราไม่จำเป็นต้องหาเวลาว่างเพิ่ม แต่สามารถแทรกการเรียนรู้และความสบายใจเข้าไปในทุกช่วงเวลาของกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่าจะขณะขับรถ ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน หรือก่อนเข้านอน

และแม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานหรือการศึกษาใดยืนยันได้ว่า “ฟัง Podcast แล้วรักษาปัญหาสุขภาพจิตได้” แต่มีงานวิจัยเกี่ยวกับ Podcast และสุขภาพจิตโดยมีหลักฐานเบื้องต้นที่พบผลเชิงบวกในบางเรื่อง เช่น Mindfulness, Body Image และทัศนคติต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ฉะนั้นจึงอาจตีความได้ว่า Podcast ที่ฟังแล้วช่วยฮีลใจ เพิ่มความรักตัวเอง รวมถึงช่วยพัฒนาตนเองได้นั้นมีอยู่จริง เพียงแต่ต้องเลือกให้ตรงกับสไตล์ความชอบและจุดประสงค์ในการฟังของตนเองเสียก่อน

อยากรู้ไหมว่าพอดแคสต์คืออะไรกันแน่ และมีวิธีเลือกฟังพอดแคสต์แนวรักตัวเอง พัฒนาตัวเองอย่างไรให้ได้ประโยชน์ ตอบโจทย์ชีวิตของเราที่สุด? มาหาคำตอบและเริ่มดูแลใจตัวเองไปด้วยกันในบทความนี้!

เลือกอ่านตามหัวข้อ

Podcast พัฒนาตัวเอง คืออะไร ทำไมคนชอบฟัง ?

Podcast พัฒนาตัวเอง กลายเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ Podcast รักตัวเอง, Podcast ใจดีกับตัวเอง, Podcast ฮีลใจ รวมถึงรายการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ การทำงาน ภาษา และจิตวิทยา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเหตุผลจากสภาพสังคม เศรษฐกิจ การพัฒนาทางเทคโนโลยี ที่ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อความรู้สึกนึกคิดและการใช้ชีวิตของคน จนกระทั่งกระทบไปถึงพฤติกรรมการรับชมหรือเสพคอนเทนต์เป็นงานอดิเรกเพื่อเยียวยาจิตใจ ต้องการได้รับความผ่อนคลาย ช่วยให้เราเข้าใจตนเอง หรือฝึกฝนตัวเองเพื่อเป้าหมายบางอย่าง การได้มีใครสักคนมาชวนคิด ชวนคุย หรือบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ระหว่างขับรถ ออกกำลังกาย ทำงานบ้าน หรือก่อนเข้านอน ในรูปแบบของการฟัง podcast จึงเป็นเรื่องที่พบเห็นได้อย่างเป็นปกติทั่วไปในชีวิตประจำวัน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับ Podcast และสุขภาพจิตอย่าง Systematic Scoping Review ที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Mental Health ปี 2025 รวบรวมงานวิจัย 20 การศึกษาที่ใช้ Podcast เป็นส่วนหนึ่งของ Mental Health Intervention (การช่วยเหลือและบำบัดทางสุขภาพจิต) พบว่ารูปแบบที่ถูกศึกษามากที่สุดคือ Meditation/Mindfulness 40% และ Psychoeducation/Therapeutic Content 40% โดยมีหลักฐานเบื้องต้นที่พบผลเชิงบวกในบางเรื่อง เช่น Mindfulness, Body Image และทัศนคติต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิต

แม้ไม่อาจตีความได้ว่า “ฟัง Podcast แล้วรักษาปัญหาสุขภาพจิตได้” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Podcast เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าถึงความรู้และดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น มาลองทำความรู้จัก Podcast กันให้มากขึ้น เพื่อให้เพื่อนๆ ได้เลือกแนวการฟังที่ตรงกับสไตล์ของตัวเองได้ดีที่สุดกันเลยค่ะ

Podcast คืออะไร มาจากไหน ?


คำว่า Podcast เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “Podcast” ส่วนภาษาไทยนิยมเขียนว่า “พอดแคสต์” Merriam-Webster อธิบาย Podcast ว่าเป็นรายการ เช่น รายการพูดคุยหรือเพลง ที่เผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัลผ่านอินเทอร์เน็ต โดยคำว่า Podcast เดิมเกิดจากการรวมคำว่า iPod + Broadcast และเริ่มมีการใช้คำนี้ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2004

ปัจจุบันความหมายของ Podcast กว้างขึ้นมาก เราสามารถเปิดฟังผ่าน Spotify, Apple Podcasts, YouTube หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องมี iPod และหลายรายการก็มีทั้งเวอร์ชันเสียงและวิดีโอ เสน่ห์ของ Podcast คือความรู้สึกคล้ายกับการนั่งฟังใครบางคนเล่าเรื่องให้ฟังตรงหน้า โดยเฉพาะรายการที่มีบทสนทนายาว ๆ ซึ่งสามารถอธิบายแนวคิดได้ลึกกว่าคอนเทนต์สั้นบนโซเชียลมีเดีย

การฟัง Podcast ช่วยอะไรได้บ้าง ?


Podcast มีข้อดีตรงที่สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกิจกรรมอื่นได้ จึงลดอุปสรรคเรื่อง “ไม่มีเวลา” ส่วนประโยชน์ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่เราเลือกฟัง เช่น

  1. ได้เรียนรู้แนวคิดหรือองค์ความรู้ใหม่
  2. ช่วยเปิดมุมมองต่อปัญหาหรือเหตุการณ์ในชีวิต
  3. ฝึกภาษาและทักษะการฟัง
  4. เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์และการสื่อสาร
  5. ทำความเข้าใจเรื่องอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม
  6. ได้ไอเดียในการพัฒนาตัวเอง
  7. ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในช่วงที่รู้สึกหมดไฟ
  8. ใช้ประกอบการฝึก mindfulness หรือ self-compassion

อย่างไรก็ตาม Podcast ไม่ใช่ “ยาวิเศษทางใจ” และการได้ฟังแนวคิดดี ๆ ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเปลี่ยนทันที การเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นเมื่อเรานำสิ่งที่ได้ฟังไปทดลองใช้และปรับให้เหมาะกับชีวิตของตัวเองเสียมากกว่า

ประเภทของ Podcast


จริง ๆ แล้ว Podcast ไม่มีจำนวนประเภทที่ตายตัว เพราะสามารถแบ่งได้ทั้งตามรูปแบบรายการและตามเนื้อหา หากแบ่งตามรูปแบบ เราอาจพบ Podcast เช่น รายการพูดคนเดียว รายการสัมภาษณ์ รายการสนทนาหลายคน Storytelling สารคดี ข่าว หรือรายการเล่าเรื่องเชิงการศึกษา แต่ถ้าแบ่งตาม “เนื้อหา” จะมีหลากหลายมาก เช่น

  1. Podcast พัฒนาตัวเอง เกี่ยวกับนิสัย การตั้งเป้าหมาย Productivity การทำงาน การบริหารเวลา และแนวคิดในการใช้ชีวิต
  2. Podcast จิตวิทยา อธิบายพฤติกรรม ความคิด อารมณ์ ความสัมพันธ์ และงานวิจัยทางจิตวิทยา
  3. Podcast รักตัวเอง / Podcast ใจดีกับตัวเอง พูดถึง Self-love, Self-compassion, Self-esteem การยอมรับตัวเอง และการลดเสียงวิจารณ์ตัวเองในใจ
  4. Podcast ฮีลใจ มักเน้นเรื่องความเครียด ความสัมพันธ์ การอกหัก ความสูญเสีย ความกังวล หรือช่วงชีวิตที่รู้สึกเหนื่อย
  5. Podcast ภาษาอังกฤษ ช่วยฝึก Listening, Vocabulary, Pronunciation และการสนทนา
  6. Podcast สุขภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การนอน อาหาร การออกกำลังกาย ไปจนถึงสุขภาพสมอง
  7. Podcast การเงินและการทำงาน พูดถึงการจัดการเงิน การลงทุน Career Development และ Business
  8. Podcast ข่าว ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ True Crime เทคโนโลยี อัปเดตเรื่องราวเชิงข่าว หรือชวนคุยวิเคราะห์กึ่งวิชาการกึ่งไลฟ์สไตล์ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และ/หรือ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
  9. Podcast หนังสือ วิเคราะห์ข้อคิด เตือนใจที่ได้จากหนังสือเล่มนั้นๆ หรือการสรุปย่อความหนังสือเรื่องนั้นมาถ่ายทอดให้ผู้ฟังที่เป็นฐานกลุ่มความสนใจเดียวกัน
  10. Podcast ความรัก บอกเล่าเรื่องราวความรัก ทริคที่นำไปใช้ได้จริง ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความรัก เป็นต้น

ประเภทของ Podcast ด้านจิตวิทยา


พอดแคสต์ด้านจิตวิทยาไม่ได้มีการแบ่งหมวดอย่างเป็นทางการเช่นกัน แต่สามารถแบ่งเพื่อให้เลือกฟังได้ง่ายขึ้น ดังนี้

  1. Podcast รักตัวเอง และ Self-Compassion เน้นเรื่องการยอมรับตัวเอง การลดการตำหนิตัวเอง และการเรียนรู้ที่จะ ใจดีกับตัวเองมากขึ้น คำว่า Self-compassion ไม่ได้หมายถึงการตามใจตัวเองทุกเรื่อง แต่คือการรับมือกับความผิดพลาดหรือความทุกข์ของตัวเองด้วยความเข้าใจ แทนที่จะซ้ำเติมตัวเอง ดังนั้น Podcast รักตัวเองที่อ้างอิงแนวคิด Self-compassion, Mindfulness หรือหลักจิตวิทยาที่มีงานวิจัยรองรับ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจกว่าการฟังคำพูดประเภท “คิดบวกแล้วทุกอย่างจะดีเอง”
  2. Podcast ฮีลใจ และสุขภาพจิต พอดแคสต์ประเภทนี้พูดถึงความเครียด ความกังวล Burnout ความเศร้า ความสัมพันธ์ หรือการจัดการอารมณ์ ข้อดีคือช่วยให้ผู้ฟังมี “ภาษา” สำหรับอธิบายสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึก เช่น ทำไมเราถึงรู้สึกผิดเวลาปฏิเสธคนอื่น ทำไมถึงคิดมากหลังจากบทสนทนาจบไปแล้ว หรือทำไมเราเหนื่อยทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก แต่อย่าลืมว่า Podcast ฮีลใจอาจเป็น “เครื่องมือเสริม” ที่ดี แต่ไม่ควรถูกใช้แทนที่การพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อเพื่อน ๆ มีปัญหาสุขภาพจิตที่รบกวนการใช้ชีวิตอย่างต่อเนื่องแล้วนะคะ
  3. Podcast พัฒนาตัวเองและสร้างนิสัย กลุ่มนี้เหมาะกับคนที่สนใจเรื่อง Productivity การตั้งเป้าหมาย Motivation การสร้างนิสัย หรือการจัดระเบียบชีวิต สิ่งสำคัญคือฟังแล้วไม่จำเป็นต้องทำตามทุกอย่าง เพราะคำแนะนำบางอย่างอาจเหมาะกับบางคน แต่ไม่ได้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ บุคลิก หรือข้อจำกัดของเราทั้งหมด แนะนำให้เลือกเพียง 1-2 แนวคิดมาลองใช้จริง มักมีประโยชน์กว่าการฟัง Podcast พัฒนาตัวเองวันละหลายชั่วโมงแต่ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเลย
  4. Podcast ความรักและความสัมพันธ์ ตั้งแต่ Attachment Style, Boundary, Toxic Relationship, Communication ไปจนถึงการ Move on หมวดนี้ได้รับความนิยมมาก แต่ก็เป็นหมวดที่ควรระวังการ “ติดป้าย” คนอื่นจากข้อมูลเพียงไม่กี่ข้อ เช่น การสรุปว่าแฟนเป็น Narcissist หรือมี Attachment Disorder จากคลิปหรือ Podcast ตอนเดียว เพราะเนื้อหาจิตวิทยาที่ดีควรช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมมากขึ้น ไม่ใช่ทำให้เราวินิจฉัยทุกคนรอบตัว


ตัวอย่าง Podcast ยอดนิยม คนฮิตฟัง


ทุกวันนี้ Podcast มีให้เลือกเยอะมากจนบางครั้งคำถามไม่ใช่ “มีอะไรให้ฟังบ้าง” แต่กลายเป็น “จะเริ่มฟังอะไรดี” ลองไปดูตัวอย่าง Podcast ที่ได้รับความนิยม โดยคละทั้งรายการภาษาไทยและต่างประเทศ

ตัวเลือกที่เหมาะกับคนมีเวลาน้อยคือ 6 Minute English ของ BBC Learning English จุดเด่นคือแต่ละตอนสั้น 6 นาที ฟังง่าย และหยิบหัวข้อใกล้ตัวหรือเรื่องที่กำลังเป็นที่สนใจมาใช้สอน โดยเน้นที่ Vocabulary และการฟังภาษาอังกฤษ เหมาะมากกับคนที่อยากเริ่มสร้าง Habit การฟังภาษาอังกฤษทุกวัน อยากฝึก Listening วันละนิด เพราะไม่ต้องใช้เวลานานในแต่ละ Episode แต่อาจไม่เหมาะกับคนที่ต้องการบทสนทนายาวหรือเนื้อหา Psychology เชิงลึก

เป็น Podcast ภาษาไทยที่พูดเรื่อง Mental Health และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันโดยตรง คอนเซปต์ของรายการคือชวนสำรวจว่าอารมณ์หรือพฤติกรรมที่กำลังเจอเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป หรือเป็นสัญญาณที่ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ รายการดำเนินโดย ดุจดาว วัฒนปกรณ์ และปอนด์ ยาคอปเซ่น และมีทั้งหมดกว่า 300 Episode ใน Archive หัวข้อมีตั้งแต่ Self-esteem, ความสัมพันธ์, ความเศร้า, ความโกรธ ไปจนถึง Depression และสุขภาพจิต โดยบางตอนมีจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพูดคุยด้วย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเข้าใจสุขภาพใจด้วยภาษาไทยที่ฟังง่าย แต่ละตอนมีระดับของ Source ไม่เหมือนกัน หากเป็นเรื่องการวินิจฉัยหรือโรคทางจิตเวช ควรเลือกตอนที่มีผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูล

เป็น Podcast ภาษาไทยที่นำเสนอเรื่องการจัดการอารมณ์ ความคิด การทำงาน และการพัฒนาตัวเองใน Episode ที่ค่อนข้างสั้นเพียง 5 นาที Mission To The Moon อธิบายตัวเองว่าเป็นพื้นที่แบ่งปันเรื่องธุรกิจ แรงบันดาลใจ และแนวคิดพัฒนาตนเอง และในปี 2026 รายการยังมี Episode ใหม่ออกอย่างต่อเนื่อง เช่น เรื่อง Self-awareness, Resilience, การรับ Feedback และการสร้างความมั่นใจ เหมาะกับคนทำงานและคนมีเวลาน้อยที่อยากได้แนวคิดไปลองปรับใช้ทันที


ทริคเลือกฟัง Podcast พัฒนาตัวเองให้เหมาะกับสไตล์เรา

ทริคหนึ่งที่ช่วยให้เราเลือกพอดแคสต์ที่เหมาะกับเราคือลองสำรวจที่ตัวเราเองว่าเราต้องการเนื้อหาแนวไหน ฟังเพื่ออะไร และมีสิ่งที่นำไปทดลองปรับใช้จริงในแบบที่เหมาะกับเราได้หรือไม่ และที่สำคัญคือต้องเป็นเนื้อหาที่มาที่ไป เชื่อถือได้ ตรวจสอบได้ด้วยยิ่งดีเลยล่ะ หรือเพื่อนๆ จะลองเช็กจากลิสต์ด้านล่างนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแนวพอดแคสต์ที่ชอบฟังก็ได้นะ

เริ่มง่าย ๆ จากถามตัวเองว่า ตอนนี้อยากได้อะไร


ถ้ากำลังเหนื่อย อาจไม่จำเป็นต้องฟัง Podcast Productivity ที่บอกให้ตื่นตีห้า ออกกำลังกาย อ่านหนังสือหนึ่งชั่วโมง และทำงานให้สำเร็จก่อนแปดโมงเช้า บางช่วงชีวิต Podcast ใจดีกับตัวเอง หรือ Podcast ฮีลใจ อาจมีประโยชน์มากกว่า Podcast ที่ผลักให้เราต้อง “เก่งขึ้น” ตลอดเวลา ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า “หลังจากฟังจบ เราอยากรู้สึกหรือเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้น?” คำตอบจะช่วยเลือกรายการได้ง่ายขึ้น

ดูว่าใครเป็นคนพูดเรื่องนั้น


เราไม่จำเป็นต้องฟังเฉพาะคนที่มีปริญญาเท่านั้น เพราะประสบการณ์ชีวิตก็มีคุณค่า แต่หากเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ สุขภาพจิต จิตวิทยา การรักษา การเงิน หรือสุขภาพ ควรตรวจสอบ Background ของผู้พูดเพิ่ม เช่น เป็นนักจิตวิทยา จิตแพทย์ นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นจริงหรือไม่ และหากไม่ใช่ ผู้ดำเนินรายการมีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญหรืออ้างอิงแหล่งข้อมูลอย่างเหมาะสมหรือเปล่า

เลือกรายการที่บอกที่มาของข้อมูลได้


ประโยคอย่าง “งานวิจัยพบว่า…” ฟังดูน่าเชื่อถือ แต่คำถามต่อไปที่ควรถามคือ งานวิจัยไหน ? Podcast คุณภาพดีไม่จำเป็นต้องอ่าน Reference ยาว ๆ ให้เราฟังทุกครั้ง แต่ควรสามารถบอกชื่อผู้เชี่ยวชาญ งานวิจัย หนังสือ หรือแหล่งข้อมูลต้นทางให้ตรวจสอบต่อได้ โดยเฉพาะเนื้อหาที่อ้างว่า “วิทยาศาสตร์พิสูจน์แล้ว”

เลี่ยงเนื้อหาที่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน


ถ้า Podcast บอกว่า “ถ้าคุณรักตัวเองจริง คุณต้อง…” , “คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนทำสิ่งนี้…” หรือ “ทำตามวิธีนี้แล้วชีวิตจะเปลี่ยนแน่นอน” อาจต้องฟังด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ มนุษย์มีพื้นฐาน บุคลิก สภาพแวดล้อม สุขภาพ และข้อจำกัดต่างกัน คำแนะนำด้าน Self-development ที่ดีจึงมักเปิดพื้นที่ให้เราปรับใช้ มากกว่าบอกว่าทุกคนต้องทำเหมือนกัน

Podcast ที่ดีไม่ควรทำให้เรารู้สึกผิดที่ยังไม่ “ดีพอ”


นี่เป็นกับดักที่พบได้บ่อยในโลก Self-improvement ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าต้อง productive กว่านี้ , ต้องหาเงินมากกว่านี้ , ต้องรักตัวเองให้ได้ , ต้องเลิกคิดลบ , ต้องประสบความสำเร็จก่อนอายุเท่านั้นเท่านี้สุดท้าย Podcast พัฒนาตัวเองกลับกลายเป็นอีกหนึ่งมาตรฐานที่เราใช้ตำหนิตัวเอง การพัฒนาตัวเองที่ดีควรทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่เกลียดตัวเองเวอร์ชันปัจจุบันมากกว่าเดิม

ระวัง “มิจฉาชีพในคราบโค้ช”


ไม่ใช่ Life Coach หรือ Coach ทุกคนจะไม่น่าเชื่อถือ แต่คำว่า “Coach” เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้รับประกันว่าเจ้าของคำแนะนำมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ควรระวังเป็นพิเศษเมื่อมีการขายคอร์สหรือ Coaching ที่อ้างว่า การันตีความสำเร็จ , การันตีรายได้ , มี “สูตรลับ” ที่คนอื่นไม่รู้ , ต้องรีบจ่ายเงินทันที , จ่ายแพ็กเกจแพงขึ้นแล้วจะเปลี่ยนชีวิตได้เร็วขึ้น , ใช้ Testimonial เป็นหลักแต่ไม่มีหลักฐานอื่นสนับสนุน

ฟังแล้วลองเลือกมาทดลองใช้ ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกเรื่องทั้งหมด


Podcast ที่ดีไม่ควรกลายเป็น “คัมภีร์ชีวิต” ถ้าได้เทคนิคหนึ่งจาก Podcast เช่นเขียน Journal ก่อนนอน , เดิน 10 นาทีเมื่อเครียด , ฝึกพูดกับตัวเองให้ใจดีขึ้น , ปิด Notification ระหว่างทำงาน ลองนำมาทดลอง 1-2 สัปดาห์แล้วสังเกตว่าชีวิตเราดีขึ้นจริงหรือไม่ สิ่งที่ได้ผลกับเจ้าของ Podcast อาจไม่ได้ผลกับเรา และนั่นไม่ใช่ความผิดของใคร


อัปเดต 12 Podcast แนวจิตวิทยาพัฒนาตัวเอง 2026 ดีต่อใจ ฟังสบาย

หลังจากลองถามตัวเองมาแล้วว่า ตอนนี้เราอยากฟังอะไรเพื่อเติมเต็มชีวิตมากที่สุด บางคนอาจกำลังมองหาเนื้อหาที่ช่วยให้เข้าใจตัวเองและจัดการกับความรู้สึกได้ดีขึ้น บางคนอยากได้แรงบันดาลใจในการทำงาน อยากสร้างนิสัยใหม่ หรืออยากมีเพื่อนคุยเบา ๆ ระหว่างเดินทางและพักผ่อน

Podcast แนวจิตวิทยาและพัฒนาตัวเองจึงไม่ได้มีแค่เนื้อหาสอนให้เรา “เก่งขึ้น” เท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราได้หยุดทบทวนความคิด เข้าใจอารมณ์ มองความสัมพันธ์ในมุมใหม่ และค่อย ๆ ดูแลใจตัวเองในแบบที่เหมาะกับช่วงชีวิตของเราด้วยนะ

ลิสต์ต่อไปนี้คัดมาให้แล้วมีทั้ง Podcast รักตัวเอง ฮีลใจ หนังสือ การใช้ชีวิต พัฒนาตัวเอง โดยเน้น Podcast ภาษาไทยเป็นหลัก มีรายการไหนน่าสนใจบ้าง ลองไปดูกันค่ะ

ชื่อ Podcast

ประเภท Podcast

ช่วยพัฒนา
ด้านไหน

เจ้าของ/ผู้ดำเนินรายการ

แหล่งข้อมูลหลัก

ความยาวเนื้อหา

เหมาะกับใคร

R U OK

Mental Health / Psychology

รักตัวเอง /
Self-esteem / เข้าใจอารมณ์

ดุจดาว วัฒนปกรณ์,
ปอนด์ ยาคอปเซ่น และผู้เชี่ยวชาญรับเชิญ

จิตบำบัด จิตแพทย์ แนวคิดจิตวิทยา

15–30 นาที หรือตอนรวมยาวกว่า
1 ชม.

คนอยากเข้าใจตัวเองแบบมีพื้นฐานทางจิตวิทยา

Love me, love yourself.

Relationship / Self-help

Self-love / ความสัมพันธ์ / Boundary

Varinrumpai Wasinanont และ Krid Karnsomdee

ประสบการณ์และแนวคิดด้านความสัมพันธ์

20–40 นาที

คนกำลังทบทวนความรักและความสัมพันธ์

วันนี้เป็นยังไงบ้าง

How-to / Reflection

ใจดีกับตัวเอง / กำลังใจ / การใช้ชีวิต

เสียงที่ไม่ได้ยิน

Reflection และประสบการณ์ชีวิต

12–22 นาที

คนอยากฟังอะไรเบา ๆ ในวันที่เหนื่อย

ปลดล็อกกับหมอเวช

Mental Health / Psychology

ฮีลใจ / จัดการอารมณ์ / เข้าใจตัวเอง

นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล

จิตเวชศาสตร์ จิตวิทยา งานวิจัย และประสบการณ์ทางคลินิก

60–90 นาทีโดยประมาณ

คนอยากฟังความรู้จากจิตแพทย์แบบลงรายละเอียด

Alljit สุขภาพใจ

Mental Health

ฮีลใจ / รักตัวเอง / การนอน / รับมือความรู้สึก

ทีม Alljit และแขกรับเชิญ

แนวคิดจิตวิทยา นักจิตวิทยาการปรึกษา และประสบการณ์

10–30 นาที

คนอยากเริ่มเรียนรู้เรื่องสุขภาพใจ

Open Relationship

Relationship / Social Psychology

ความรัก / การเลิกรา / ความสัมพันธ์

ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ และอรัณย์ หนองพล

Gender Studies, Sexuality, สังคม และ Relationship Studies

30–60 นาที

คนอยากมองความรักให้กว้างกว่า How-to

ความสุขโดยสังเกต

Psychology / Life

ความสุข / Gratitude / ฟังสบาย

นิ้วกลม–สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์

หนังสือ ปรัชญา จิตวิทยา วิทยาศาสตร์ และประสบการณ์

20–40 นาที

คนเหนื่อยหรืออยากทบทวนความหมายของชีวิต

Readery

Books

หนังสือ / Self-development / การใช้ชีวิต

โจ วรรณพิณ และนัฏฐกร ปาระชัย

หนังสือต้นฉบับ วรรณกรรม Non-fiction และประสบการณ์อ่าน

30–90 นาที

คนรักหนังสือและอยากรู้ก่อนซื้อ

อ่านแล้วอ่านเล่า

Books / Self-development

หนังสือ / ความคิด / Productivity

Thananon Domthong

หนังสือต้นฉบับและงานวิจัยที่หนังสืออ้างถึง

10–20 นาทีโดยมาก

คนไม่มีเวลาอ่านหนังสือยาว

Bookery

Books

หนังสือ / แรงบันดาลใจ

Thananchawan

หนังสือพัฒนาตัวเองและ Non-fiction

ประมาณ 10–30 นาที

คนชอบสรุปหนังสือแบบกระชับ

Mission To The Moon Podcast

Self-improvement / Business

การใช้ชีวิต / Career / Mindset

Mission To The Moon Media และรวิศ หาญอุตสาหะ

หนังสือ งานวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์ผู้บริหาร

15–60+ นาที

คนทำงานที่อยากพัฒนาทั้งชีวิตและ Career

5 Minutes Good Time

Self-improvement

ความคิด / อารมณ์ / Habit

รวิศ หาญอุตสาหะ และ Mission To The Moon Media

หนังสือ งานวิจัย แนวคิด Self-development และประสบการณ์

5–15 นาทีโดยมาก

คนมีเวลาน้อยและอยากได้หนึ่งไอเดียต่อวัน


Podcast รักตัวเอง : R U OK — เข้าใจใจตัวเองก่อนรีบบอกให้ตัวเอง “ คิดบวก ”



ถ้าพูดถึง Podcast รักตัวเองที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Mental Health โดยตรง R U OK เป็น Podcast ที่สำรวจพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยแยกแยะว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกเป็นเรื่องทั่วไป หรือเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินรายการโดย คุณ ปอนด์ ยาคอปเซ่น และ คุณ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ ซึ่งคุณดุจดาวมีพื้นฐานด้านจิตบำบัดอีกด้วยค่ะ

จุดเด่น

จุดแข็งจึงอยู่ที่รายการไม่ได้พูดเรื่อง “รักตัวเอง” ในความหมายแบบให้กำลังใจอย่างเดียว แต่ค่อย ๆ แกะไปถึง Self-esteem, Self-compassion, ความต้องการความรัก ความรู้สึกผิด ความสัมพันธ์ และ Pattern บางอย่างที่เกิดขึ้นในใจเราตัวอย่างที่ชัดมากคือชุด “ หนทางสู่การรักตัวเอง ” ซึ่งรวบรวมเรื่องการรักตัวเอง การฝึกเมตตาต่อตัวเอง Self-esteem และ Self-care เข้าไว้ด้วยกัน

ใจความสำคัญของรายการหลายตอนจึงอาจสรุปได้ว่า การรักตัวเองไม่ได้เริ่มจากการบอกตัวเองว่า “ฉันดีที่สุด” แต่เริ่มจากการกล้ารับรู้ว่า ตอนนี้เรารู้สึกอะไร ต้องการอะไร และกำลังปฏิบัติต่อตัวเองแบบไหน แนวคิดนี้ไปในทิศทางเดียวกับ Self-compassion ที่ไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด แต่เป็นการลดการซ้ำเติมตัวเองเมื่อชีวิตไม่เป็นอย่างหวัง

เหมาะกับใคร

  • คนที่ตำหนิตัวเองบ่อย
  • คนที่อยากเข้าใจ Self-esteem และ Self-worth
  • คนมีปัญหาเรื่อง Boundary หรือความสัมพันธ์

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการการวินิจฉัยหรือคำแนะนำ Mental Health แบบเฉพาะบุคคล เพราะแม้เนื้อหาจะมีพื้นฐานด้านจิตวิทยา แต่ Podcast ไม่สามารถแทนการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญได้

ฟัง Podcast รักตัวเอง : R U OK เพิ่มเติม


Podcast รักตัวเอง : Love me, love yourself. — ก่อนจะมีความสัมพันธ์ที่ดี ลองกลับมาดูความสัมพันธ์กับตัวเอง



ชื่อรายการก็บอก Concept ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า “ รักฉันก็ต้องรักตัวเองด้วย ” Love me, love yourself. เป็น Podcast ด้าน Relationship และ Self-help ดำเนินโดย Varinrumpai Wasinanont และ Krid Karnsomdee โดยคำอธิบายอย่างเป็นทางการของรายการระบุว่า ต้องการช่วยให้ผู้ฟังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว เข้าใจตัวเอง และรักตัวเองมากขึ้น

จุดเด่น

หัวข้อไม่ได้มีเฉพาะ Self-love แต่เชื่อมไปถึง Dating, Healthy Relationship, Red Flags และการสังเกตว่าเรากำลังต้องลดคุณค่าตัวเองเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้หรือไม่ เช่น ตอนเกี่ยวกับ 15 สัญญาณที่บอกว่าความสัมพันธ์อาจไม่ Healthy ชวนให้ผู้ฟังกลับมาสังเกตความรู้สึกของตัวเอง แทนที่จะตัดสินความสัมพันธ์เพียงจากคำว่า “ยังรักกันอยู่”

ความน่าเชื่อถือของรายการนี้ควรมองต่างจาก R U OK หรือ Podcast ของจิตแพทย์ เพราะไม่ได้อยู่ในฐานะ Clinical Psychology โดยตรง จึงเหมาะกับการฟังในฐานะ Relationship Reflection และประสบการณ์ที่ชวนตั้งคำถาม มากกว่าจะนำไปใช้วินิจฉัยคู่รักหรือตัวเอง

เหมาะกับใคร

  • คนกำลัง Dating
  • คนมีแฟนแต่รู้สึกว่าตัวเองหายไปจากความสัมพันธ์
  • คนอยากฝึก Boundary
  • คนอยากกลับมาสังเกตว่า “เราต้องการอะไรจากความรัก”

อาจไม่เหมาะกับใคร

ผู้ที่กำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่มีความรุนแรง หรือมีปัญหาสุขภาพจิตรุนแรง ซึ่งควรได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงมากกว่า

ฟัง Podcast รักตัวเอง : Love me, love yourself เพิ่มเติม


Podcast รักตัวเอง : วันนี้เป็นยังไงบ้าง — Podcast ที่เหมือนมีใครถามว่า “ วันนี้เราโอเคไหม? ”



ถ้าชอบ Podcast รักตัวเองแบบไม่ต้องมีศัพท์จิตวิทยาเยอะ วันนี้เป็นยังไงบ้าง เป็นอีก Mood หนึ่งที่ต่างจากสองรายการแรกอย่างชัดเจน รายการสร้างโดย “เสียงที่ไม่ได้ยิน” และนิยามตัวเองว่าเป็น Podcast ที่อยากช่วยให้ผู้ฟัง “มีกำลังใจในทุกวันที่ใช้ชีวิต” ปัจจุบันมีมากกว่า 150 ตอน และในปี 2026 ยังมี Episode ใหม่ออกมา เช่น “วันที่เราใจดีกับทุกคน แต่ลืมใจดีกับตัวเอง” และ “บางเรื่องเราเปลี่ยนมันไม่ได้หรอก”

จุดเด่น

Episode ส่วนใหญ่ไม่ยาวมาก ประมาณ 12–22 นาที จึงมีบรรยากาศคล้ายเปิดฟังเพื่อนคนหนึ่งค่อย ๆ ชวนทบทวนชีวิตตัวอย่างแนวคิดจากตอนเดือนมิถุนายน 2026 คือ การกลับมาฟังเสียงตัวเองในวันที่เราเอาความใจดีไปให้ทุกคนรอบข้างจนหมด แล้วไม่เหลือพื้นที่ให้ตัวเอง จุดแข็งของรายการนี้คือ ฟังง่ายและ Emotional Accessible แต่จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ นี่เป็น Reflection Podcast ไม่ใช่รายการจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ดังนั้นคำแนะนำต่าง ๆ ควรฟังเพื่อ “ชวนคิด” มากกว่าใช้เป็นหลักฐานทางจิตวิทยา

เหมาะกับใคร

  • คนเหนื่อยจากงาน
  • คนที่ชอบดูแลทุกคนจนลืมตัวเอง
  • คนต้องการกำลังใจสั้น ๆ ระหว่างเดินทาง
  • คนที่ไม่อยากฟัง Content หนักมาก

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนต้องการคำอธิบายเชิง Scientific Psychology หรือกำลังต้องการคำแนะนำด้านสุขภาพจิตเฉพาะบุคคล

ฟัง Podcast รักตัวเอง : วันนี้เป็นยังไงบ้าง เพิ่มเติม


Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : Alljit สุขภาพใจ — ตั้งแต่รักตัวเองจนถึงช่วยนอนหลับ



จุดเด่น

Alljit วาง Position ตัวเองตรงกับคำว่า “สุขภาพใจ” ค่อนข้างชัดเจน เป็น Podcast เกี่ยวกับ จิตวิทยาในการใช้ชีวิต การรักตัวเอง การรับมือกับความรู้สึก รวมถึงการเป็น Podcast สำหรับ Meditation และการนอนหลับ จึงเหมาะกับคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากเริ่มจากเรื่องอะไร เพราะสามารถเลือกได้หลาย Mood บางวันอาจอยากรู้จักตัวเอง บางวันอยากฟังเรื่องความสัมพันธ์ บางวันอยากเรียนรู้เรื่อง Body Image และบางคืนอาจอยากเปิด Audio ที่ช่วยให้ใจสงบก่อนนอน

ทีม Alljit ยังมี Content ที่พูดคุยกับ นักจิตวิทยาการปรึกษา ควบคู่กับรายการที่เป็นการแชร์ประสบการณ์และความคิดเห็นของผู้ดำเนินรายการด้วย ค่อนข้างมีความหลากหลาย ฟังง่าย ฟังสบาย

เหมาะกับใคร

  • มือใหม่ที่เริ่มสนใจสุขภาพใจ
  • คนอยากเรียนรู้เรื่อง Self-love
  • คนต้องการ Podcast ก่อนนอนหรือ Meditation
  • คนชอบ Content ภาษาไทยที่ฟังง่าย

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการข้อมูล Clinical แบบเข้มข้นทุก Episode ควรเลือกตอนที่มี Psychologist หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นแขกรับเชิญโดยเฉพาะ

ฟัง Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : Alljit สุขภาพใจ เพิ่มเติม


Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : Open Relationship — ฮีลใจด้วยการ “เข้าใจความสัมพันธ์” มากกว่าหาคนผิด



การฮีลใจหลังความสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่การบอกว่า “Move on เดี๋ยวก็ดีขึ้น” บางครั้งสิ่งที่ช่วยได้มากกว่าคือการเข้าใจว่า ทำไมความสัมพันธ์ถึงเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก Open Relationship เป็น Podcast ของ THE STANDARD ดำเนินโดย ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ และอรัณย์ หนองพล รายการนิยามตัวเองว่าเป็นพื้นที่สำหรับ “เปิดดูความสัมพันธ์ร่วมสมัย” และทำความเข้าใจกันและกันมากขึ้น

จุดเด่น

สิ่งที่ทำให้รายการแตกต่างจาก Relationship Advice ทั่วไป คือหลาย Episode ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ทำอย่างไรให้แฟนรัก?” แต่ตั้งคำถามใหญ่กว่านั้น เช่น เรานิยามรักแท้จากอะไร , กรอบชาย-หญิงมีผลต่อความสัมพันธ์อย่างไร , ครอบครัวเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตคู่แค่ไหน หรือมาตรฐาน “ความรักที่ดี” ที่เราเชื่อ มาจากตัวเราจริงหรือมาจากสังคม

รายการจึงมีฐานคิดจาก Gender Studies, Sexuality, Social Structure และประสบการณ์ความสัมพันธ์ของมนุษย์ มากกว่า Psychology แบบ Clinical

เหมาะกับใคร

  • คนกำลังอกหัก
  • คนสับสนกับ Relationship Pattern
  • คนอยากเข้าใจความรักแบบไม่แบ่งถูก-ผิดง่าย ๆ
  • คนสนใจ Gender และความสัมพันธ์ร่วมสมัย

อาจไม่เหมาะกับใคร คนที่ต้องการคำตอบสั้น ๆ แบบ “5 วิธีทำให้แฟนกลับมา” เพราะรายการมักชวนตั้งคำถามมากกว่าแจกสูตรสำเร็จ

ฟัง Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : Open Relationship เพิ่มเติม


Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : ความสุขโดยสังเกต — เมื่อความสุขอาจอยู่ในเรื่องธรรมดากว่าที่คิด



ในวันที่ไม่อยากฟังคำว่า “ต้องเก่งขึ้น” อีกแล้ว ลองเปลี่ยนเป็น Podcast ที่ถามว่า แล้วจริง ๆ ความสุขคืออะไร ? ความสุขโดยสังเกต ดำเนินรายการโดย นิ้วกลม–สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนที่สนใจเรื่อง Happiness และอ่านหนังสือเกี่ยวกับความสุขมาเป็นจำนวนมาก รายการใช้หลาย Lens มองเรื่องความสุข ทั้ง จิตวิทยา , ปรัชญา , วิทยาศาสตร์ , ประวัติศาสตร์ , วัฒนธรรม, ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ชีวิต มาเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาที่ฟังสบาย

จุดเด่น

นี่จึงไม่ใช่ Podcast จากนักจิตวิทยา แต่เป็น Reflection Podcast จากนักเขียนที่ทำ Research และอ่าน Source หลากหลายประเภท ตัวอย่าง Concept ที่พบตั้งแต่ Episode แรกคือการตั้งคำถามว่า เราแยก “ความสุข” ออกจาก “ความสนุก” ได้หรือไม่ และเหตุใดเราถึงพยายามวิ่งไปหาเป้าหมายใหม่ตลอดเวลา บางทีสิ่งที่ได้จากรายการนี้จึงไม่ใช่ Checklist ว่าต้องทำอะไรต่อ แต่เป็นการมองเห็นบางสิ่งที่เรามีอยู่แล้วชัดขึ้น

เหมาะกับใคร

  • คน Burnout
  • คนเหนื่อยกับ Productivity Content
  • คนชอบหนังสือ ปรัชญา และ Psychology
  • คนอยากได้ Podcast ฟังก่อนนอนหรือเดินเล่น

อาจไม่เหมาะกับใคร คนต้องการ Clinical Psychology หรือวิธีแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอน

ฟัง Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : ความสุขโดยสังเกต เพิ่มเติม


Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : ปลดล็อกกับหมอเวช — ฟังเรื่องใจจากมุมของจิตแพทย์



ถ้าต้องการ Podcast ฮีลใจที่มีน้ำหนักด้านผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น ลองฟัง ปลดล็อกกับหมอเวช เจ้าของรายการคือ นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล และ Podcast มีเนื้อหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2018 จนถึงปี 2026 ปัจจุบันมีประมาณ 300 Episode บน Apple Podcasts

จุดเด่น

รายการพูดกว้างตั้งแต่อารมณ์ ความสัมพันธ์ เป้าหมายชีวิต การรู้จักตัวเอง ระบบประสาท ไปจนถึงวิธีสร้างคุณภาพชีวิตในระยะยาว จุดต่างจาก Podcast Self-help ทั่วไปคือ Host มีพื้นฐานจาก จิตเวชศาสตร์และประสบการณ์วิชาชีพ จึงเหมาะกับคนที่อยากฟังคำอธิบายซึ่งเชื่อม Psychology เข้ากับชีวิตจริง

ตัวอย่างเช่น Episode เกี่ยวกับสมองและระบบประสาทมีการชวนผู้ฟังเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความคิด ร่างกาย และประสบการณ์ พร้อมเสนอการฝึกสังเกตร่างกาย การหายใจ และ Sensory Awareness เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเอง แต่หลาย Episode เป็น Long-form จาก Live ความยาวอาจเกินหนึ่งชั่วโมง จึงต่างจาก Podcast ฮีลใจประเภทเปิดฟังก่อนนอน

เหมาะกับใคร

  • คนสนใจ Psychology จริงจัง
  • คนชอบทำความเข้าใจต้นเหตุของความคิดและพฤติกรรม
  • ผู้ใหญ่หรือคนทำงานที่กำลังทบทวนทิศทางชีวิต
  • คนอยากฟังผู้เชี่ยวชาญ

อาจไม่เหมาะกับใคร คนที่ต้องการ Content สั้นมาก ๆ หรือฟังแบบไม่ต้องใช้สมาธิมาก

ฟัง Podcast ฮีลใจ ฟังสบาย ๆ : ปลดล็อกกับหมอเวช เพิ่มเติม


Podcast เกี่ยวกับหนังสือ : Readery — มีหนังสือบางเล่มที่อาจเปลี่ยนวิธีมองชีวิต



สำหรับคนชอบหนังสือ Readery เป็นหนึ่งใน Podcast หนังสือภาษาไทยที่มี Concept คือ คัดสรรและแนะนำหนังสือ อธิบายว่าแต่ละเล่มพูดเรื่องอะไร ดีอย่างไร และเหมาะกับใคร ด้วยความเชื่อว่าอาจมีหนังสือสักเล่มที่เปลี่ยนความคิดและชีวิตเราได้

จุดเด่น

รายการมีทั้งหมด 159 Episode แต่เนื้อหาจำนวนมากยังเป็น Evergreen เช่น ความเศร้าและ Grief , ความทรงจำ , Self-love , ความสัมพันธ์ , การเติบโต ,ปรัชญา หรือ วรรณกรรม

ผู้ดำเนินรายการ ได้แก่ โจ วรรณพิณ และนัฏฐกร ปาระชัย โดยนัฏฐกรยังเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์ Readery และ Readery Podcast ความน่าเชื่อถือของ Readery แม้ไม่ได้อยู่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ Mental Health แต่คือ Book Curator ที่กลับไปหา Source จากหนังสือต้นฉบับเป็นการเรียนรู้ผ่านหนังสือ

เหมาะกับใคร

  • คนชอบหนังสือแต่ไม่มีเวลาค้นหาเล่มใหม่
  • คนอยากรู้ว่าเล่มไหนน่าซื้อ
  • คนชอบวรรณกรรมและเนื้อหาที่ชวนคิด
  • คนชอบ Podcast ยาวและ Storytelling

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนต้องการสรุปหนังสือแบบ 5–10 นาที เพราะ Readery หลายตอนลงรายละเอียดค่อนข้างมาก

ฟัง Podcast เกี่ยวกับหนังสือ : Readery เพิ่มเติม


Podcast เกี่ยวกับหนังสือ : อ่านแล้วอ่านเล่า — หนังสือหนึ่งเล่มในเวลาประมาณพักกาแฟ


จุดเด่น

ถ้า Readery เหมือน Book Club ที่นั่งคุยกันยาว ๆ อ่านแล้วอ่านเล่า จะเหมาะกับคนที่อยากได้สาระจากหนังสือแบบกระชับกว่าเป็น “Podcast ที่จะสรุปเรื่องราวจากหนังสืออันหลากหลายมาให้กับคุณ” ดำเนินรายการโดย Thananon Domthong และในปี 2026 รายการยังมี Episode ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีเกือบ 500 ตอนแล้ว หนังสือมีตั้งแต่ Self-development, Productivity, Psychology, Business, Health ไปจนถึง Science

ข้อดีคือบางเล่มที่นำมาพูดมีงานวิจัยต้นทางค่อนข้างชัด เช่น Episode เกี่ยวกับ The Talent Code อธิบายว่างานของผู้เขียนสำรวจคนเก่งจากหลายวงการผ่านมุม Psychology และ Science ก่อนนำสาระหลักมาสรุปต่อ แต่สิ่งที่ควรจำคือ Podcast สรุปหนังสือ = การตีความหนังสืออีกชั้นหนึ่ง ถ้าประเด็นสำคัญต่อการตัดสินใจจริง ๆ ควรอ่านหนังสือต้นฉบับหรืองานวิจัยที่หนังสือนั้นอ้างถึงด้วยนะ

เหมาะกับใคร

  • คนเดินทางไปทำงาน
  • คนมีเวลาครั้งละ 10–20 นาที
  • คนอยากได้ Key Takeaway ก่อนตัดสินใจซื้อหนังสือ
  • คนชอบ Self-development จากหนังสือ

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการ Analysis ทางวรรณกรรมแบบละเอียด หรืออยากเข้าใจ Argument ทั้งเล่มโดยไม่ตัด Context

ฟัง Podcast เกี่ยวกับหนังสือ : อ่านแล้วอ่านเล่า เพิ่มเติม


Podcast เกี่ยวกับหนังสือ : Bookery — หยิบข้อคิดจากหนังสือมาเป็นแรงบันดาลใจ


จุดเด่น

Bookery เป็น Podcast หนังสืออีก Mood หนึ่งที่เน้น ข้อคิดและแรงบันดาลใจจากหนังสือ มากกว่าการวิเคราะห์เชิง Literary รายการสร้างโดย Thananchawan และอธิบายตัวเองว่าเป็นพื้นที่สำหรับนำ “ข้อคิดและแรงบันดาลใจจากหนังสือสักหนึ่งเล่มที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ” มาเล่า

ตัวอย่างหนังสือที่รายการหยิบมาพูด ได้แก่ Put Your Dream to the Test ของ John C. Maxwell ซึ่งใช้คำถามเกี่ยวกับเป้าหมายและความฝันเป็นเครื่องมือชวนผู้ฟังสำรวจตัวเอง จึงเหมาะกับคนที่ชอบ Book Summary + Motivation

เหมาะกับใคร

  • คนอยากเริ่มฟัง Podcast หนังสือ
  • คนชอบ Motivation
  • คนอยากได้หนังสือพัฒนาตัวเองเป็นหลัก
  • คนไม่อยากเริ่มจาก Episode ยาวมาก

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการรายการซึ่ง Update ใหม่อย่างต่อเนื่องในปี 2026

ฟัง Podcast เกี่ยวกับหนังสือ : Bookery เพิ่มเติม


Podcast พัฒนาตัวเอง : Mission To The Moon Podcast — พัฒนาตัวเองแบบคนทำงาน ตั้งแต่ชีวิตถึง Career


จุดเด่น

ถ้า Search หา Podcast พัฒนาตัวเอง รายการ Mission To The Moon น่าจะเป็น Podcast แรก ๆ ที่ทุกคนต้องได้ลองฟัง น่าเป็นรายการในหมวด Self-Improvement และมีเนื้อหาหลากหลายตั้งแต่ Career , Leadership , Business , Mental Health , การสร้าง Habit , Productivity , หนังสือ , Technology , Future Skills ไปจนถึง Philosophy of Life

โดยมี คุณรวิศ หาญอุตสาหะ นักธุรกิจชื่อดังเป็น Host หลัก พร้อมแขกรับเชิญจากหลายสาขา ทำให้เนื้อหาของแต่ละ Episode ค่อนข้างหลากหลาย บางตอนมาจากประสบการณ์ของคุณรวิศเอง บางตอนเป็น Book Summary และบางตอนเชิญผู้เชี่ยวชาญ เช่น Episode เรื่องการรู้ทันอารมณ์ที่ร่วมพูดคุยกับ ทพญ.กัญจน์ภัสสร สุริยาแสงเพ็ชร์ CEO & Founder ของ OOCA ขณะที่บางตอนก็หยิบหนังสือหรืองานของผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาถอดแนวคิด เช่น Concept “Asymmetric Life” จาก Graham Weaver อาจารย์ Stanford Graduate School of Business

ดังนั้นเวลาฟัง Mission To The Moon อาจต้องลองดู Description ของ Episode เพิ่มว่า ตอนนี้กำลังฟังความคิดเห็นของ Host, สรุปหนังสือ หรือข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ

เหมาะกับใคร

  • วัยทำงาน
  • Manager หรือเจ้าของธุรกิจ
  • คนอยาก Upskill/Reskill
  • คนชอบ Self-development ที่เชื่อม Career กับชีวิต

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนที่กำลัง Burnout และเริ่มรู้สึกว่าทุก Content กลายเป็นแรงกดดันให้ต้อง Productive มากขึ้น ควรเลือก Episode ด้าน Well-being หรือพักจาก Self-improvement บ้าง

ฟัง Podcast พัฒนาตัวเอง : Mission To The Moon เพิ่มเติม


Podcast พัฒนาตัวเอง : 5 Minutes Good Time — เริ่มชีวิตดี ๆ จากไอเดียเล็ก ๆ วันละไม่กี่นาที


จุดเด่น

ถ้าชอบ Mission To The Moon แต่รู้สึกว่า Episode ยาวเกินไป ลองฟัง 5 Minutes Good Time Concept ของรายการคือการแชร์ไอเดียเรื่อง การจัดการอารมณ์ ชีวิต และความคิด ในเวลาสั้น ๆ กับ คุณ รวิศ หาญอุตสาหะ เช่นกัน

แม้ชื่อจะว่า “5 Minutes” แต่ปัจจุบันบาง Episode อาจยาวประมาณ 8–15 นาที ขึ้นอยู่กับหัวข้อ จุดเด่นที่สุดจึงไม่ใช่ว่า ทุกตอนต้องยาวห้านาทีเป๊ะ แต่คือการออกแบบ Content ให้มีโจทย์ไม่ใหญ่เกินไป เช่น วันนี้ลองสำรวจความคิดหนึ่งเรื่อง , ลองเปลี่ยน Habit หนึ่งอย่าง , ลองดูว่าเราตอบสนองต่อ Feedback อย่างไร หรือลองสังเกตอารมณ์ของตัวเอง รายการยังเคยทำ Episode อธิบายเบื้องหลังของ 5 Minutes โดยตรงว่าไอเดียต่าง ๆ ที่นำมาพูดมาจากไหนและตั้งใจใช้ Content สั้น ๆ เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

วิธีฟังที่เหมาะที่สุดอาจไม่ใช่เปิดต่อกัน 20 ตอน แต่เลือก หนึ่ง Episode หนึ่งเรื่องที่เอาไปทดลอง เพราะการพัฒนาตัวเองที่เกิดขึ้นจริง สำคัญกว่าจำนวน Podcast ที่ฟังจบ

เหมาะกับใคร

  • คนมีเวลาน้อย
  • คนเดินทางไปทำงาน
  • คนเพิ่งเริ่มฟัง Podcast
  • คนชอบ Takeaway ที่นำไปทดลองได้ทันที

อาจไม่เหมาะกับใคร

คนที่ต้องการ Academic Psychology แบบลงรายละเอียด เพราะรายการออกแบบมาเป็น Self-development Content ที่ย่อยง่ายมากกว่า Lecture ทางวิชาการ

ฟัง Podcast พัฒนาตัวเอง : 5 Minutes Good Time เพิ่มเติม


เพิ่มความเข้าใจตัวเองมากขึ้น ลองเล่นเกมทายใจจิตวิทยาต่อได้ที่นี่


คำถามที่พบบ่อย

Podcast อะไรบ้างที่ฮิต ?

ปัจจุบัน Podcast แนวพัฒนาตัวเองได้รับความนิยมมาก เพราะฟังง่ายระหว่างเดินทางหรือทำกิจกรรมอื่นได้ ตัวอย่างในไทย เช่น Mission To The Moon, 5 Minutes Good Time และ The Library ด้วยเนื้อหาที่นำไปใช้กับชีวิตจริงได้ เช่น Career, Mindset, Productivity และการจัดการอารมณ์

Podcast กับ Broadcast ต่างกันอย่างไร ?

Podcast คือรายการเสียงหรือวิดีโอแบบ On-demand ผู้ฟังเลือกเปิดเมื่อไรก็ได้ ส่วน Broadcast คือการกระจายเสียงหรือภาพ เช่น วิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งแบบดั้งเดิมมักออกอากาศตามเวลาที่กำหนด Broadcast เน้น “ส่งรายการออกไป” ขณะที่ Podcast เน้น “ผู้ฟังเลือกเปิดเมื่อพร้อม”

ฟัง Podcast อะไรช่วยฝึกภาษาอังกฤษได้บ้าง ?

แนะนำ BBC Learning English – 6 Minute English สำหรับฝึกคำศัพท์และ Listening ผ่านบทสนทนาสั้นประมาณ 6 นาที , All Ears English สำหรับภาษาอังกฤษที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน และ The English We Speak ของ BBC สำหรับสำนวนและ Expression ที่เจ้าของภาษาใช้บ่อย

ฟัง Podcast อะไรดีเพื่อพัฒนาตัวเอง ?

ถ้าชอบภาษาไทย ลอง Mission To The Moon หรือ 5 Minutes Good Time ถ้าฟังภาษาอังกฤษได้ The Mel Robbins Podcast ก็เหมาะกับเรื่อง Habit, Motivation และการเปลี่ยนพฤติกรรม โดยควรเลือก Episode ให้ตรงกับสิ่งที่อยากพัฒนา ไม่จำเป็นต้องฟังทุกตอน

7 ขั้นตอนในการพัฒนาตัวเองมีอะไรบ้าง ?

เริ่มจาก รู้จักตัวเอง → กำหนดสิ่งที่อยากเปลี่ยน → ตั้งเป้าหมาย → วางแผน → ลงมือทำทีละน้อย → ทบทวนผล → ปรับแผนและทำต่อเนื่อง จุดสำคัญคือไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน เพราะเป้าหมายเล็กที่ทำได้จริงมักยั่งยืนกว่า

การพัฒนาตนเอง 5 ด้านมีอะไรบ้าง ?

แบ่งง่าย ๆ ได้เป็น ด้านร่างกาย, ด้านอารมณ์และจิตใจ, ด้านความคิดและการเรียนรู้, ด้านความสัมพันธ์และสังคม และ ด้านการงาน/การเงินและเป้าหมายชีวิต ไม่จำเป็นต้องพัฒนาทุกด้านพร้อมกัน ควรเลือกตามช่วงชีวิตของเรา

พอดแคสต์ฟังก่อนนอนมีอะไรบ้าง ?

ควรเลือก Podcast ที่จังหวะไม่เร็ว เนื้อหาไม่กระตุ้นให้คิดหรือเครียดเกินไป เช่น วันนี้เป็นยังไงบ้าง, ความสุขโดยสังเกต หรือ Podcast แนว Meditation/Mindfulness อย่าง 10% Happier หากตั้งใจฟังเพื่อหลับ ควรหลีกเลี่ยง True Crime ข่าว หรือเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์มากก่อนนอน

ข้อควรรู้หรือข้อควรระวังในการเลือกฟัง Podcast มีอะไรบ้าง ?

ควรตรวจสอบว่าใครเป็นผู้พูด มีความเชี่ยวชาญจริงหรือไม่ และข้อมูลมาจากงานวิจัย หนังสือ หรือ Source ที่ตรวจสอบได้หรือเปล่า โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพจิต การเงิน และสุขภาพ ระวังรายการที่ใช้คำว่า “งานวิจัยบอกว่า” แต่ไม่บอกที่มา รวมถึง Coach ที่รับประกันผลลัพธ์หรือเสนอสูตรสำเร็จสำหรับทุกคน

ทริคเลือก Podcast ฟังสบาย ๆ ให้ถูกใจ

เริ่มจากเลือกตาม Mood มากกว่ากระแส เช่น วันเหนื่อยเลือกฮีลใจ วันอยากเรียนรู้เลือก Psychology หรือหนังสือ ทดลองฟังสัก 10–15 นาที ถ้าไม่ชอบน้ำเสียง จังหวะ หรือวิธีเล่าก็เปลี่ยนได้ทันที และไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดที่ฟังไม่จบ เพราะ Podcast ที่เหมาะคือรายการที่ทำให้เราอยากกลับมาเปิดฟังเอง ไม่ใช่รายการที่ต้องฝืนฟังเพราะคนอื่นบอกว่าดีค่ะ


สรุป Podcast รักตัวเองที่ดีต้องเหมาะกับเรา ฟังเพื่อเข้าใจตัวเอง สะท้อนว่าเราเติบโตทางอารมณ์ขึ้นมากแค่ไหน

นอกจากเลือกรายการให้เหมาะกับตัวเองแล้ว วิธีฟังก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกคำแนะนำ เลือกแค่หนึ่งเรื่องที่นำไปใช้ได้จริง เช่น เขียนสิ่งดี ๆ วันละหนึ่งข้อ ฝึกปฏิเสธเรื่องเล็ก ๆ หรือเปลี่ยนวิธีพูดกับตัวเองเมื่อทำผิด การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจริง ย่อมมีค่ากว่าการฟังหลายตอนโดยไม่ได้นำไปทดลอง อย่าเปลี่ยนการฟัง Podcast ให้เป็นการแข่งขัน เพราะจำนวนชั่วโมงไม่ได้สะท้อนว่าเราเติบโตมากแค่ไหน คำถามสำคัญกว่าคือ “เราเข้าใจตัวเองเพิ่มขึ้นอย่างไรจากสิ่งที่ฟัง”

ขณะเดียวกัน ควรระวังแนวคิดแบบ Toxic Positivity การคิดบวกไม่ควรทำให้เรารู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์เศร้า โกรธ หรือเหนื่อย Mindfulness และ Self-compassion ไม่ได้สอนให้ลบอารมณ์ด้านลบ แต่ชวนให้ยอมรับว่า “ตอนนี้เรากำลังรู้สึกแบบนี้” โดยไม่รีบตัดสินตัวเอง

การพัฒนาตัวเองไม่ควรตั้งอยู่บนความเกลียดตัวเอง เราอยากเก่งขึ้น สุขภาพดีขึ้น หรือมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ พร้อมกับยอมรับว่าเราในวันนี้ก็ยังสมควรได้รับความเข้าใจ งานวิจัยพบว่า Self-compassion อาจช่วยลด Depression, Anxiety และ Stress ได้ในระดับเล็กถึงปานกลาง แต่ยังไม่ใช่สูตรมหัศจรรย์ และควรพิจารณาหลักฐานอย่างรอบคอบ

Podcast อาจช่วยให้เราเข้าใจอารมณ์และรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แต่หากความเศร้า ความวิตกกังวล ความเครียด ปัญหาการนอน หรือความคิดรบกวนการใช้ชีวิตต่อเนื่อง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง โดยสามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง นะคะ

Podcast ที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่คือรายการที่เหมาะกับความต้องการของเราในเวลานั้น วันที่อยากมีแรงไปต่อ เราอาจเลือกฟัง Podcast พัฒนาตัวเอง วันที่สับสนกับความสัมพันธ์ อาจเลือกฟัง Podcast จิตวิทยา และในวันที่เหนื่อยล้า Podcast ฮีลใจเบา ๆ อาจเพียงพอแล้ว


ขอบคุณภาพประกอบ magnific.com

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง thestandard , missiontothemoon , psy.chula , dmh.go.th/ , self-compassion , journals , pubmed


บทความแนะนำที่คล้ายกัน