Curator
curator
Mollacake
486 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น
  • 2. เพิ่มรสชาติให้น้ำเปล่า
  • 3. นอนหลับให้เต็มอิ่ม
  • 4. ออกกำลังกายด้วยวิธีที่สนุกสนาน
  • 5. กินครบทุกมื้อ
  • 6. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์
  • 7. อย่ากินเมื่อกำลังโกรธ เครียด หรือเศร้า
  • 8. รับมือกับความเครียดให้ได้
  • 9. อย่าฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดถึงเรื่องกินตลอดเวลา
  • บทความที่เกี่ยวข้อง

9 พฤติกรรม ยับยั้ง 'ความอยากอาหาร' สำหรับคนที่ 'ลดความอ้วน'

กินกระหน่ำเพราะห้ามปากตัวเองไม่ได้สักที ทำแบบนี้สิ ผอมเห็นๆ (* Ŏ∀Ŏ)

25 August 2015
curator_Mollacake Mollacake
25 August 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สาวซิสต้าหลายคนน่าจะมีงานอดิเรกที่มีชื่อเรียกว่า “ กิน ”
ก็การกินมันมีความสุขมากเลยนี่นา เวลาคิดถึงขนมหลากรสชาติ หลายสีสันในร้านขนม ยั่วยวนให้หยิบไปคิดเงินที่แคชเชียร์ แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว! พอชิมชิ้นหนึ่งแล้วอร่อยก็อยากต่อชิ้นที่สอง ชิ้นที่สามไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็อ้วนกลมเป็นลูกบอลอัดแก๊ส เสียใจรัวๆ TT

ที่เป็นแบบนี้ เพราะเธอไม่สามารถควบคุม “ ความอยากอาหาร ” ของตัวเองได้ไงล่ะ! เราไม่ได้ห้ามให้เธอส่ายหน้าทุกครั้งที่มีคนมาแจกขนมให้ลองชิม แต่เธอต้องรู้จัก “ ความสมดุล ” กินบ้างนิดหน่อยตามเทศกาลไม่มีปัญหาหรอก แต่ที่กินทุกวัน ตลอดเวลานี่แหละปัญหา!

เมื่อกระเพาะร่ำร้องหาแต่ของกินตลอดเวลา เธอต้องคอยรับมือกับอาการ “ อยากอาหาร ” ให้ดีด้วยการอ่านบทความนี้ รับรองว่าแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างแน่นอน ว่าแล้วก็เลื่อนลงมาอ่านกันเล้ย!


1. ดื่มน้ำให้มากขึ้น
image_26861
- ที่มารูป: i.telegraph.co.uk

การดื่มน้ำให้เธอรู้สึก “ อิ่ม ” มากขึ้น อาจจะไม่รู้สึกหนักท้องเหมือนกินอาหาร แต่ช่วยทำให้เธอไม่อยากกินอะไรไปอีกพอสมควรเลยแหละ มีการศึกษาค้นพบว่าถ้าดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดความอยากอาหารได้! มีงานวิจัยหนึ่งเผยว่า คนที่ดื่มน้ำ 7 แก้ว/วัน จะกินอาหารน้อยลงถึง 200 แคลอรี่เทียบกับคนที่ไม่ค่อยดื่มน้ำ งานวิจัยอีกฉบับยังอ้างว่าผู้ใหญ่ที่ดื่มน้ำ 2 แก้ว/วันก่อนมื้ออาหาร จะกินน้อยลงประมาณ 75-90 แคลอรี่เลยนะ

มาดื่มน้ำกันเถอะ นอกจากจะอิ่มท้อง ผิวพรรณยังสดใสไม่แห้งกร้านอีกด้วย >w<


2. เพิ่มรสชาติให้น้ำเปล่า
image_26862
- ที่มารูป: www.healthappetite.com

สาวๆ บางคนก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของน้ำหวาน น้ำเชื่อม กาแฟใส่ครีมทั้งหลาย จะให้ดื่มน้ำเปล่าจืดชืดไร้รสชาติงั้นเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ! เรามีวิธีทำให้น้ำเปล่ามีรสชาติขึ้นได้ง่ายๆ ด้วยการเติมมะนาวหั่นเสี้ยว เนื้อส้ม ใบมิ้นท์สด ขิงขูด แตงกวาหั่นเสี้ยวหรือผลไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อยผสมลงไป

เพียงล้างขวดน้ำขวดใหญ่ให้สะอาด ใส่ผลไม้ที่ต้องการแล้วเทน้ำลงไป เธอจะได้น้ำหมักผลไม้ ( Infused Water ) แบบโฮมเมดแล้ว ทำง่าย ดื่มอร่อยด้วย


3. นอนหลับให้เต็มอิ่ม
image_26863
- ที่มารูป: expertbeacon.com

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้เธอรู้สึกหิวมากขึ้นกว่าปกติ! เธออาจไม่ได้กินอาหารมื้อหลักมากขึ้น แต่เธอจะมีอาการ “ โหย ” อาหารจั๊งค์ฟู้ดที่มีน้ำตาลและไขมันสูงปรื๊ดแทน มีการศึกษาค้นพบว่าการนอนน้อยทำให้กินมากขึ้น ส่งผลให้อ้วนขึ้น ในทางกลับกัน ถ้านอนหลับเต็มอิ่มจะทำให้เธอกินแป้งและไขมันน้อยลง ส่งผลให้ผอมลง!

ถ้าเธอนอนน้อยต่อเนื่องเป็นประจำ จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพหลายอย่าง เช่น ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ , โรคซึมเศร้าและโรคหัวใจ ถ้าเธออยากกินอะไรเล็กน้อยก่อนนอน แนะนำให้กินอาหารที่ช่วยทำให้หลับง่ายอย่างเชอร์รี่ กล้วย นม ข้าวหอมมะลิหรือซีเรียลค่ะ


4. ออกกำลังกายด้วยวิธีที่สนุกสนาน
image_26864
- ที่มารูป: www.myfit.gr

สาวๆ บางคนออกกำลังกายตามกระแส ไม่ได้ชอบกีฬานั้นจริงๆ จึงมีความคิดว่า ถ้าออกกำลังเสร็จแล้วก็ขอให้รางวัลตัวเองหน่อยสิ ซึ่งรางวัลนั้นก็คือการกิน! การออกกำลังกายทุกประเภทช่วยเผาผลาญพลังงานได้ทั้งนั้นแหละ แต่ถ้าเธอกินมากกว่าที่เผาผลาญไป ทุกอย่างก็ไร้ผล! อย่าใช้เหตุผลว่าเธออดทนวิ่งสองชั่วโมงเพื่อแฮมเบอร์เกอร์ชิ้นโต เพราะมันฟังไม่ขึ้น!

ถ้าเธอไม่ชอบการวิ่ง กระโดดเชือก ลองหาวิธีสนุกๆ ทำเพลินๆ เหมือนไม่ได้ออกกำลังกายสิ เช่น วอลเลย์บอลชายหาด ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เดินเล่นตามสวนสาธารณะ  ชมนกชมไม้ ฟังเพลงจากโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ เผลอแป๊บเดียวก็ครบชั่วโมง เผาผลาญไปได้หลายแคลอรี่แล้วนะเออ!


5. กินครบทุกมื้อ
image_26865
- ที่มารูป: genjimairice.com

บางคนก็แค่อยากกินเมื่อหิว เพราะมีตารางชีวิตไม่แน่นอน บางคนมีอาชีพที่กินนอนไม่เป็นเวลาเท่าไหร่ ไม่อยากตีกรอบตัวเองว่าต้องกินทุกมื้อ เช้า สาย บ่าย เย็น  แต่เธอต้องทำถ้าไม่อยากอ้วน! ร่างกายต้องการสารอาหารเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ถ้าเธออดมื้อกินมื้อจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ขาดพลังงาน และทำให้กินแหลกในมื้อถัดไปจนอ้วนขึ้นได้!

อย่าลืมอาหารมื้อเช้าเป็นอันขาด เพราะมื้อเช้าเหมือนเชื้อเพลิงที่จุดไฟเตาเผาผลาญในร่างกายให้ลุกโชน เธอควรกินมื้อเช้าภายในหนึ่งชั่วโมงหลังตื่นนอน กินแค่นิดหน่อยก็ยังดี เช่น ผลไม้สักชิ้นหรือไข่สักฟอง พยายามกินเว้นระยะทุก 3-4 ชั่วโมง นั่นคือเช้า เที่ยง เย็น และของว่างเล็กน้อยก่อนนอนค่ะ


6. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์
image_26866
- ที่มารูป: celiaccentral.files.wordpress.com

“ อาหารที่มีประโยชน์ ” เป็นคำที่ค่อนข้างกว้าง สาวๆ หลายคนอาจไม่รู้ว่าแล้วที่มีประโยชน์เนี่ย มันคืออะไรล่ะ ต้องไปหาเทรนเนอร์ตามฟิตเนสหรือนักโภชนาการให้ช่วยกำหนดอาหารให้ไหม

ใจเย็นค่ะ ไม่จำเป็นถึงขนาดนั้น ( ถ้าเธอไม่ใช่สายเล่นกล้ามที่เคร่งมากๆ น่ะนะ ) เธอยังจำวิชาสุขศึกษาที่เรียนตอนประถม-มัธยมได้ไหม กินอาหารให้ครบ 5 หมู่นั่นแหละ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน กินโปรตีนอย่างเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ผักผลไม้สดๆ แป้งที่มีประโยชน์ เช่น ขนมปังโฮลวีต และไขมันดีเช่น อโวคาโดและถั่วอัลมอนด์

พยายามกินให้หลากหลายและอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เมื่ออิ่มท้องพอดีก็จะไม่โหยอาหารเพิ่ม และไม่เกิดอาการ binge eating disorder หรืออาการ “ โซ้ยแหลก ” แน่นอนค่ะ

 

7. อย่ากินเมื่อกำลังโกรธ เครียด หรือเศร้า
image_26867
- ที่มารูป: sarahmarieh.files.wordpress.com

คนส่วนใหญ่มักกินอาหารเมื่ออารมณ์ดี เช่น มีความรัก สนุกสนาน ร่าเริงแจ่มใส แต่เธอไม่ควรกินเมื่ออารมณ์เสีย เพราะเธอจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แถมจะติดเป็นนิสัยอีกด้วย! เมื่อเธอรู้สึกเศร้า รู้สึกผิด หรือวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ เธอจะอยากกินอาหารนุ่มๆ อร่อยๆ ซึ่งมักจะหวาน มัน ไขมันเยอะอย่างเค้กหรือคุกกี้ สาเหตุที่แย่ที่สุดคือกินเพราะเบื่อ! เพราะเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นง่ายที่สุด นั่นหมายถึงเธอจะกินบ่อยตามไปด้วย ถ้าเธอเบื่อทั้งวัน ไม่นานคงกลายเป็นกะละมัง!

ถ้าเธอเบื่อล่ะก็ ทำอะไรที่สดชื่น กระปรี้กระเปร่าสิ! ทำอะไรเพลินๆ เบี่ยงเบนความสนใจให้ลืมความหิวไปซะ เช่น เล่นเกม ถักนิตติ้ง ทำงานบ้าน เล่นกีฬา เขียนไดอารี่ รู้ตัวอีกทีก็สบายใจขึ้นแล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิดทีหลังด้วยนะ =w=b


8. รับมือกับความเครียดให้ได้
image_26868
- ที่มารูป: jessevandervelde.com

เธอเคยได้ยินไหมว่า “ ขนมหวานกับความเครียดเป็นของคู่กัน ” เพราะน้ำตาลในขนมช่วยทำให้อารมณ์เครียดผ่อนคลายมากขึ้น ( แต่หลายครั้งก็เลยจุดนั้นไปนานแล้ว กินเพื่อสนองความอยากตัวเองมากกว่า ) เราหลีกเลี่ยงขนมหวานได้ แต่เราหลีกหนีความเครียดไม่ได้!

ถ้าเธอเป็นคนประเภทที่ “ เครียดแล้วต้องกิน ” ล่ะก็ การออกกำลังกายเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยปลดปล่อยความเครียดได้ดี เช่น การวิ่ง ชกมวย การต่อยกระสอบทรายสักอั้กสองอั้กช่วยทำให้เรารู้สึกดีขึ้นนะ

อย่าเลือกวิธีเก็บ กลั้นความเครียดไว้ในใจ เพราะจะทำให้เครียดสะสม เมื่ออัดอั้นมากๆ อาจเสียสติได้! ความเครียดจะไม่หายไปไหนถ้าเธอไม่ระบายมันออกมา แต่ควรเป็นวิธีที่ปลอดภัยและไม่เดือดร้อนคนอื่นนะคะ! อย่าต่อยคนอื่นระบายความเครียดนะเฮ้ย ไปสถานีตำรวจมันไม่คุ้ม!


9. อย่าฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดถึงเรื่องกินตลอดเวลา
image_26869
- ที่มารูป: i.shoppinglifestyle.com

สาวๆ บางคนก็เป็นพวก “ ห้ามปากตัวเองไม่ได้ ” ต้องกินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะอิ่ม เหมือนสมองตั้งโปรแกรมมาว่าถ้านั่งดูทีวีปุ๊บ ต้องคว้าถุงมันฝรั่งทอดกรอบมาเคี้ยวหงับๆ ทันที! มีหลายวิธีที่ทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดถึงเรื่องกินนะจ๊ะเธอ! ออกไปเล่นข้างนอกบ้าง ช้อปปิ้งกับเพื่อนบ้าง อ่านหนังสือ เย็บปักถักร้อย นั่งสมาธิหรือทำอะไรก็ได้ที่ใช้พลังงาน แต่ไม่รับแคลอรี่เข้าร่างกาย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าตึงกับตัวเองมากไปล่ะ หยิบช็อกโกแลตมากัดสักคำก็ได้ ถ้ามันทำให้เธอมีความสุข! ( แต่อย่าต่อจนหมดทั้งแท่งนะเฮ้ย!!! )


=============================
แค่ทำตามคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ นี้ก็ทำให้เธอกินได้น้อยลงแล้ว! บางครั้งเราไม่ได้กินเพราะหิว แต่กินเพราะแค่อยากเคี้ยว เบื่อ นอนไม่พอ ร่างกายขาดน้ำ หรือสภาพร่างกายของเธอไม่ปกตินั่นเอง! แค่เติมเต็มความต้องการพื้นฐานของร่างกาย ไม่ว่าจะดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับให้เต็มอิ่ม ออกกำลังกายตามสมควร กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อร่างกายมี  “ ความสุข ”  เราจะเลิกอยากกินจุบจิบโดยอัตโนมัติ!

ถ้าใครที่ทำตามวิธีนี้แล้วได้ผล บอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อนๆ ด้วยนะคะ จะได้หุ่นเพรียวสวยไปด้วยกัน เป็นคนสวยต้องหัดมีน้ำใจนะจ๊ะ!  คุณหนูน้อยแห่งพันทิปได้กล่าวไว้…

=============================


 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com