วิธี แก้ปัญหา 'หลุมสิว' ให้หน้าเนียนสวย ใสปิ๊ง

วิธี แก้ปัญหา 'หลุมสิว' ให้หน้าเนียนสวย ใสปิ๊ง

อยากเป็นสาวหน้าเนียนบ้าง ทำยังไงดีนะ

27 April 2017
Monnamae
27 April 2017


ถ้าพูดเรื่องความสวยความงาม รับรองว่าไม่มีปัญหาไหนจะน่าปวดหัวเท่ากับเรื่องสิว ซึ่งเป็นบ่อเกิดของจุดด่างดำและหลุมสิวอีกแล้วววววว เพราะคงไม่มีสาวๆ คนไหนอยากจะมีปัญหาทั้งจุดด่างดำและหลุมสิวเป็นแน่

โดยเฉพาะเจ้า หลุมสิว เนี่ยทำยังไงก็ไม่หาย อาจจะต้องถึงขั้นหาหมงหาหมอเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องพยายามแหละ ก็อยากหน้าเนียนสวยนี่นา แล้วจะมีวิธีไหนบ้างนะที่จะช่วยให้หลุมสิวเราดีขึ้นได้ ไปดูกันเล้ยยย

image_344039
- ที่มารูป: www.rcskinclinic.com


ก่อนอื่นเรามารู้กันก่อนว่าหลุมสิวเกิดจากอะไร


หลุมสิวเกิดจากการที่ผิวถูกทำลายจนถึงชั้นหนังแท้ ทำให้เกิดแผลเป็นบริเวณใต้ผิวหนัง จนกระทั่งกลายเป็นพังผืดดึงรั้งผิวบริเวณนั้นให้กลายเป็นหลุมลึกลงไป การรักษาหลุมสิวจึงเป็นไปได้ยาก เพราะผิวบริเวณนั้นไม่เนียนเรียบเสมอผิวบริเวณอื่นนั่นเอง

image_344040
- ที่มารูป: medthai.com


ประเภทของหลุมสิว


 1. Rolling scar หลุมสิวแบบตื้นสุด ค่อนข้างจะรักษาง่าย เกิดจากการที่เมื่อเป็นสิวแล้วเราไปแกะเกาบริเวณที่เป็นนั่นเอง

 2. Box scar เป็นหลุมสิวที่ลึกลงมาหน่อย แต่ไม่ลึกถึงขนาดผิวชั้นหนังแท้

 3. Ice pick scar เป็นหลุมสิวแบบลึกถึงผิวชั้นหนังแท้ ทำให้รักษายากและทำให้ผิวไม่น่ามอง ต้องใช้วิธีพิเศษในการรักษานั่นเอง

image_344336
- ที่มารูป: www.erk-erk.com


ความจริงแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดหลุมสิว แต่หากว่าเกิดแล้วนั้นเราก็ต้องมาหาวิธีรักษา แต่บอกก่อนว่าการรักษาหลุมสิวนั้นต้องใช้เวลา และใช้เงินพอสมควร หากรายที่เป็นมากอาจจะต้องใช้เงินรักษาเป็นจำนวนที่มากขึ้นด้วย

วิธีดูแลรักษาหลุมสิวแรกเริ่มนั้นเริ่มจากการดูแลผิวหน้าให้ถูกวิธี

ใช้ Cleanser ทุกครั้งก่อนล้างหน้าเพื่อล้างเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนให้หมด จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยโฟมที่เหมาะกับสภาพผิวหน้า ถ้าให้ดีควรเลือกโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของ BHA หรือ AHA เพราะจะช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้น

image_344279

ตัวอย่างโฟมล้างหน้า AHA

- ที่มารูป: static.weloveshopping.com
image_344281

AHA และ BHA ผลัดเซลล์ผิวหน้า

- ที่มารูป: www.faris.co.th


ครีมบำรุงผิว เลือกที่มีส่วนผสมของเรตินเอ หรือใครจะใช้อนุพันธ์วิตามินเอทาผิวหน้าก่อนนอนก็ได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวหน้า จึงทำให้หลุมสิวชนิดไม่ลึกดูตื้นขึ้น

เพียงแต่ต้องระวังเรื่องความชุ่มชื้น และไม่ควรทาเรตินเอทุกวัน ควรจะทาวันเว้นวันจะดีกว่า ส่วนวันที่ไม่ได้ทาก็สามารถทามอยส์เจอไรเซอร์ได้ตามปกติ

image_344362
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com


แต่สำหรับหลุมสิวลึกๆ วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผล แม้จะทำให้ผิวโดยรอบดูเนียนขึ้นก็ตาม แต่ส่วนที่เป็นหลุมลึกคงยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งส่วนที่เป็นหลุมลึกนั้น อาจจะต้องพึ่งพาการเลเซอร์ หรือวิธีการของแพทย์ ซึ่งปัจจุบันมีเลเซอร์หลายชนิดหลายแบบมากมายที่มีสรรพคุณในการดูแลรักษาเรื่องหลุมสิว

เรามาดูดีกว่าว่า เลเซอร์แบบไหน ช่วยเรื่องหลุมสิวได้อย่างไรบ้าง

image_344381
- ที่มารูป: 2.bp.blogspot.com

1. การกรอผิวด้วยไม่โครคริสตัล

อาจจะยังไม่ถึงขั้นเลเซอร์ แต่เป็นการที่แพทย์ใช้ผงอัญมณีผลัดเซลล์ผิวหน้า วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่เป็นหลุมแบบไม่ลึกหรือเป็นหลุมระดับตื้นๆ ซึ่งเมื่อผลัดเซลล์ผิวแล้ว ร่างกายจะกระตุ้นให้ผิวหน้าสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น ซึ่งในการกรอผิวนั้นควรทำตั้งแต่สี่ครั้งขึ้นไปจึงจะเริ่มเห็นผล

image_344383
- ที่มารูป: www.thfile.com
image_344384
- ที่มารูป: www.wonderful.in.th


2. การใช้กรด TCA

หรือชื่อเต็มคือ Trichloroacetic Acid เมื่อแต้มลงไปบริเวณหลุมสิวเฉพาะจุด ผิวบริเวณนั้นจะเกิดเป็นแผล และมีการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ผิวจึงค่อยๆตื้นขึ้น

แต่ไม่ใช่ว่าแต้มเพียงครั้งเดียวแล้วจะเห็นผลเลย การแต้ม TCA ควรทำโดยแพทย์เป็นประจำเท่านั้น ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาเลือกความเข้มข้นของกรดอย่างเหมาะสมเอง

image_344385
- ที่มารูป: cl.lnwfile.com


3. Dermaroller

เป็นการใช้ลูกกลิ้งที่มีเข็มเล็กๆ กลิ้งไปบนผิวหน้า แต่ก่อนหน้าจะกลิ้งลูกกลิ้งไปบนผิวหน้านั้น ต้องโปะยาชาราวสี่สิบห้านาทีเสียก่อน หลังจากนั้นแพทย์จะกลิ้งเข็มไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะทนไม่ไหวประมาณสองสามรอบ เป็นอันเรียบร้อย โดยที่หลังทำนั้นผิวหน้าจะแดงอยู่ราวครึ่งชั่วโมง และหลังทำหนึ่งถึงสามวันผิวหน้าจะเริ่มตกสะเก็ดอาจจะเป็นสะเก็ดดำๆ อยู่ราวอาทิตย์นึง ก่อนสะเก็ดจะเริ่มตก และผิวจะดูใสสว่างขึ้น 


ซึ่งการทำ Dermaroller ต้องทำราวสามครั้งขึ้นไป ซึ่งเหมาะสำหรับหลุมสิวทุกขนาด แต่จะได้ผลมากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วย แต่จะได้ผลดีกว่าการกรอผิวไมโครคริสตัล รวมถึงราคาสูงกว่าด้วย

image_344408

ลูกกลิ้งแบบมีเข็มที่ปลาย

- ที่มารูป: cl.lnwfile.com
image_344409
- ที่มารูป: cl.lnwfile.com


4. เลเซอร์แบบต่างๆ


ปัจจุบันมีเลเซอร์หลากหลายชนิดที่มีสรรพคุณในการรักษาหลุมสิวขนาดลึก แต่ส่วนใหญ่จะใช้หลักการเดียวกัน คือการยิงเลเซอร์ลงไปทำให้ผิวหน้าเกิดแผลเป็นสะเก็ด และเมื่อตกสะเก็ดก็จะเผยให้เห็นผิวพรรณที่เรียบเนียนขึ้นด้วย เลเซอร์นั้นมีตั้งแต่

Fraxel เป็นการยิงแสงเข้าไปให้ผิวหน้าเกิดรูเล็กๆ มากมาย เกิดเป็นแผล เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวใหม่ขึ้นมา

Fractional CO2 ป็นการทำลายผิวหนังชั้นบน เพื่อให้ผิวหน้าเกิดขึ้นมาใหม่ ดูสดใสเรียบเนียนกว่าเดิม

IPL เป็นการใช้แสงเพื่อกระตุ้นให้ผิวหน้าเกิดการสร้างคอลลาเจน จึงดูอิ่มเอิบ เต่งตึงขึ้น

fine scan เป็นการยิงลำแสงเล็กๆ ไปกระตุ้นให้เกิดแผล และเกิดการสร้างผิวใหม่กับใบหน้านั่นเอง

ส่วนใหญ่แล้วเลเซอร์จะมีหลักการเดียวกันคือทำให้เกิดแผลที่ผิวหน้า เพียงแต่เทคโนโลยีที่แตกต่างอาจจะทำให้เกิดแผลในลักษณะที่ต่างกันนั่นเอง

ที่สำคัญคือหลังทำเลเซอร์ ควรดูแลผิวหน้าตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดด้วย

image_344429
- ที่มารูป: 3.bp.blogspot.com
image_344430
- ที่มารูป: www.centrkosmetologii.ru


การทำเลเซอร์นั้น บางครั้งแพทย์จะทำร่วมกับการทำ Subcision ซึ่งเป็นการใช้เข็มเลาะพังผืดของผิวบริเวณที่เป็นหลุมออกไป เพื่อให้ร่างกายรักษาตัวเอง แต่หลังจากทำนั้นไม่ควรให้ผิวเจอแสงแดด เพราะอาจจะไหม้หมองคล้ำได้นั่นเอง

image_344436
- ที่มารูป: www.skinlaser-hatyai.com


นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งวิธีหากเราไม่อยากทำเลเซอร์ คือการฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มผิวบริเวณที่เป็นหลุม ซึ่งจะอยู่ได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง อาจจะราวหกเดือน และอาจจะต้องไปฉีดซ้ำ แต่ข้อดีคือหลังฉีดไม่มีแผล และใช้ชีวิตได้ตามปกตินั่นเอง

image_344439
- ที่มารูป: bookup.asia


ถึงแม้ว่าปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ช่วยเรื่องหลุมสิวมากมาย แต่สาวๆ อย่างเราก็อย่าลืมว่า การดูแลผิวหน้าไม่ให้เกิดสิวซึ่งเป็นต้นเหตุของหลุมสิวนั้น เป็นวิธีที่ดีที่สุดและเสียเงินน้อยที่สุดด้วย พยายามรักษาความสะอาด และใช้ครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับสภาพผิวหน้าของตัวเอง รับรองผิวใสค่ะ ^^ วันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ บ๊ายบาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @