Curator
curator
jjjmyby_p
13 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1. สนามกีฬาโอลิมปิกปี 2008 (国家体育场)
  • 2. ย่าน Wangfujing (王府井)
  • 3. หอฟ้า หรือเทียนฐาน (天坛)
  • 4. จัตุรัสเทียนอันเหมิน (天安门)
  • 5. พระราชวังต้องห้าม หรือกู้กง (故宫)
  • 6. พระราชวังฤดูร้อน (颐和园)
  • 7. กำแพงเมืองจีน ด่านปาต้าหลิง (长城: 八达岭)
  • 8. ย่านถนนคนเดิน Qianmen (前门)

ตะลุยเที่ยวมหานครปักกิ่ง 8 ที่ท่องเที่ยวยอดฮิต

กรุงปักกิ่ง ใครๆ ก็อยากมา หากคุณชื่นชอบการท่องเที่ยวประเทศจีน กรุงปักกิ่งเป็นตัวเลือกหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด

13 June 2017
curator_jjjmyby_p jjjmyby_p
13 June 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ


你好!ชาว
SistaCafe ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ บทความแรกของเราเอง ^^


หลายคนที่หลงรักในการท่องเที่ยวเมืองจีน กรุงปักกิ่งเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ห้ามพลาด เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลากหลาย ทั้งวัฒนธรรม, ประวัติศาสตร์, โบราณสถาน และแหล่งช้อปปิ้ง ขอบอกเพื่อนๆ เลยว่า ปักกิ่งธรรรมชาติสวยมากกก ฟินตลอดทั้งทริปแน่นอนค่ะ

ทริปนี้เราจะเน้นเที่ยวสถานที่สำคัญและธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อนๆ คงทราบว่าเมืองจีนนั่นแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาล เที่ยวทริปนี้รับรองว่าเดินจนเท้าระบมแน่นอนจ้าา

1. สนามกีฬาโอลิมปิกปี 2008 (国家体育场)


สนามกีฬาโอลิมปิกปี 2008 พื้นที่กว้างและเยอะมาก ตอนนั้นเราไปตอนกลางคืนของหน้าหนาวในปักกิ่ง อากาศหนาวมากๆ ค่ะ และที่สำคัญทัวร์จีนเยอะมาก 

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี 噢体中心 (Olympic Sport Center) Line 8 ทางออก B1 เดินออกตามคนเยอะๆ ก็จะเห็นสนามกีฬารังนก ก่อนเข้าไปก็จะมีการตรวจสแกนกระเป๋า ไม่เสียค่าเข้านะคะ

เรามาชมบรรยากาศตอนกลางคืนกันเถอะ..

image_374729

จุดเด่นของที่นี่ก็คือ สนามกีฬารังนก นั่นเอง

image_374731

ในสนามกีฬาจะมีการเล่นแสงสีเสียง สร้างความกลมกลืนให้กับบรรยากาศ

2. ย่าน Wangfujing (王府井)


หลังจากนั้นเรามากันต่อที่ ย่าน 王府井 (Wangfujing) – เป็นย่าน Street ชื่อดังของปักกิ่ง ศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์เนมและแฟชั่น แต่ที่เด่นๆ นั่นคือ "ตรอกของกิน" ซึ่งมีอาหารแปลกตามากมายให้เพื่อนๆ ลิ้มรส

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี王府井 (Wangfujing) Line 1 ทางออกจำไม่ได้ ลองถามคนแถวนั้นดูนะคะ

ใครที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง แนะนำให้มาเดินที่นี่ตอนกลางคืน ><

image_374748
image_374752

สองข้างทางตกแต่งประดับโคมไฟสีแดง รอบๆถูกสร้างแบบโรงเตี๊ยมดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวอย่างเรา

image_374754

ร้านค้าในย่านนี้จะมีพ่อค้า แม่ค้า ขายของกินและของที่ระลึก คอยเรียกลูกค้าโดยเฉพาะชาวต่างชาติ

image_374757

สิ่งแปลกตาอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ "แมลงทอด" ไม่ใช่แค่แมลงทอดธรรมดานะ ทั้งตะขาบ แมงป่อง เห็นแล้วแอบตกใจไม่เบา -北京酸奶 โยเกิร์ตของปักกิ่ง อร่อยมาก -ผลไม้เชื่อมน้ำตาล ของหวานยอดฮิตของเมืองจีน -臭豆 หรือ เต้าหู้เหม็น กลิ่นจะเหม็นแต่ถ้าเพื่อนๆ ลองแล้วจะติดใจ

image_374758

บรรยากาศโรแมนติก คู่รักหลายคู่ออกมาเดินเล่น TT

3. หอฟ้า หรือเทียนฐาน (天坛)


เทียนฐาน
เป็นสถานที่สำคัญในสมัยราชวงศ์หมิงกับราชวงศ์ชิง ใช้ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพร พื้นที่ด้านในกว้างและสับสน หาทางออกค่อนข้างยาก แนะนำให้ดูแผนที่ด้านหลังตั๋วหรือป้ายบอกทางภายในเทียนฐาน

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี 天坛东门 (Tian tan dong men) Line 5 ทางออก A2 แล้วเลี้ยวขวา เดินตรงมาจะเห็นนักท่องเที่ยวหลายเชื้อชาติ ด้านขวามือเป็นจุดขายตั๋ว

ไปชมบรรยากาศรอบๆกันดีกว่าา ^^

image_374777

ราคาตั๋วขึ้นอยู่กับแต่ละเดือน ช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคม ราคา 10 元 (ราคาไทยประมาณ 52 บาท) เดือนเมษายนถึงตุลาคม ราคา 15 元 (ราคาไทยประมาณ 78 บาท) ค่าเข้าไม่ได้รวมสถานที่ภายในเข้าชมทั้งหมดนะ ส่วนใครมีบัตรนักศึกษาของจีนลดครึ่งราคา

image_374778

เข้ามาจะเจอที่นี่เป็นที่แรก สามารถเข้าไปเยี่ยมชม แต่ต้องนำพาสปอตไปยังจุดขายตั๋วด้านหน้าให้กับพนักงาน พนักงานก็จะให้ตั๋วกับเราหนึ่งใบแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับเข้าชมด้านใน

image_374779

สถาปัตยกรรมแห่งนี้สร้างด้วยสีสันอันสวยงามเหมือนซีรี่ส์เกาหลี เห็นแวบแรกนึกว่ามาเกาหลีนะเนี่ย

image_374783

ทางเดินเชื่อมไปยังหอฟ้าหรือเทียนฐาน

image_374785

"หอฟ้า" จุดไฮไลท์สำหรับถ่ายรูป ท้องฟ้าที่นี่สวยมาก ไม่ต้องแต่งภาพเลยค่ะ

image_374789

มาดูหอฟ้าแบบใกล้ๆ กัน เห็นแล้วบอกเลยว่าคนจีนสร้างได้สวยงามตระการตามาก

4. จัตุรัสเทียนอันเหมิน (天安门)


จัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีภาพวาดท่านประธานเหมาประดับอยู่ด้านหน้าประตู ซึ่งด้านหลังประตูจะเป็นพระราชวังต้องห้าม ใครมาที่นี่แนะนำให้เพื่อนๆ ศึกษาประวัติความเป็นมารับรองว่า คุณจะอินไปกับสถานที่แน่นอน

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี 天安门东 (Tian an men east) Line 1 ทางออก A แล้วถามทางกับตำรวจ ก่อนเข้าเทียนอันเหมินจะพบจุดสแกนตัวและกระเป๋า หลังจากนั้นก็จะเห็นรูปท่านประธานเหมา แสดงว่าคุณมาถึงแล้ว !

image_374800

จัตุรัสเทียนอันเหมินอันโด่งดังของกรุงปักกิ่ง

5. พระราชวังต้องห้าม หรือกู้กง (故宫)


พระราชวังต้องห้าม
 ตั้งอยู่ด้านหลังของเทียนอันเหมิน ภายในพระราชวังต้องห้าม มีหลากหลายพระตำหนักและพื้นที่กว้างใหญ่ เรียกได้ว่าเดินจนเท้าระบม ใช้เวลาในการเดินชมประมาณ 3 ชั่วโมงเลยนะ อยากให้เพื่อนๆ จัดการตารางเที่ยวให้เรียบร้อย แนะนำให้เที่ยวหนึ่งวันเต็มค่ะ เพื่อความสะดวกและสามารถเยี่ยมชมได้ทั่วถึงทุกพระตำหนัก อย่าลืมทานข้าวมาก่อนนะ เพราะที่นี่หาของกินยากมากก

เวลาเปิด-ปิด: 8:30-17.00 น. (1 เมษายน-31 ตุลาคม)
                      8.30-16.30 น. (1 พฤศจิกายน-31 มีนาคม) 
                           ปิดทุกวันจันทร์

image_374805

ตั๋วค่าเข้าช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคม ราคา 40 元 (ราคาไทยประมาณ 208 บาท) เดือนเมษายนถึงตุลาคม ราคา 60 元 (ราคาไทยประมาณ 312 บาท) ส่วนใครมีบัตรนักศึกษาของจีนลดครึ่งราคา

image_374808

แต่ละพระตำหนักน่าสนใจแฝงด้วยประวัติความเป็นมายาวนาน เสียดายได้เยี่ยมชมไม่นานเลยมีภาพมาฝากไม่มากนัก

image_374809

ประตูนี้เป็นประตูทางออกของพระราชวังต้องห้าม ตอนนั้นพระราชวังใกล้จะปิดต้องรีบเดินออก และไม่สามารถกลับเข้าไปใหม่


ตรงข้ามกับประตูทางออกของพระราชวังต้องห้าม จะเป็น สวนJingshan (景山公园)– เราสามารถมองเห็นจุดชมวิวบนภูเขา บริเวณนี้จะมีคนจีนขายทัวร์และแท๊กซี่มากมาย อย่าหลงเชื่อง่ายๆ นะคะ หลังจากนั้นให้เดินลงบันไดใต้ดินเพื่อข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม โดยไม่ต้องข้ามถนน แล้วซื้อตั๋วด้านหน้า

image_374810

ตั๋วราคา 2元 (ราคาไทยประมาณ 10 บาท) บัตรนักศึกษาของจีนลดครึ่งราคา เราได้ครึ่งราคาด้วย

image_374811

เมื่อเดินขึ้นภูเขาจะพบจุดชมวิว สามารถมองเห็นพระราชวังต้องห้ามทั้งหมด ซึ่งบรรยากาศดีและหนาวมากเช่นกัน ถือว่าคุ้มกับค่าเหนื่อย เปรียบเสมือนเรากำลังมองภาพวาด

image_374812

นั่งมองพระอาทิตย์ตกยามเย็นบวกกับอากาศหนาว

6. พระราชวังฤดูร้อน (颐和园)


พระราชวังฤดูร้อน
เป็นสถานที่ที่เราประทับใจมากที่สุดในทริปนี้ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ, สถานที่ หรือรวมไปถึงวัฒนธรรมของทีนี้ ทุกอย่างล้วนลงตัวสมบูรณ์แบบ เพื่อนๆ ที่อยากมาเยี่ยมชม แนะนำให้มาตอนหน้าหนาวช่วงธันวาคม รับประกันความฟินค่ะ ทะเลสาปจะเป็นน้ำแข็ง หนาวจนมือแข็งอ้าา ><

 พระราชวังอยู่บนเนินเขา ล้อมรอบด้วยทะเลสาบคุนหมิง เป็นพระราชวังตากอากาศที่มีพื้นที่ใหญ่มาก และใช้เวลาเดินชมประมาณ 4-5 ชั่วโมง ใครอยากลองสัมผัสบรรยากาศแนะนำให้จัดทริปแบบหนึ่งวันเต็มยกให้กับที่นี่เลย

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี 北宫门 (Beigongmen) Line 4 ทางออก D เดินขึ้นมาให้เดินตรงไปแล้วถามทางกับคนแถวนั้น เราต้องข้ามถนนแล้วพระราชวังฤดูร้อนอยู่ทางซ้ายมือ มันมีหลายเส้นทางที่สามารถเดินไปได้ เพราะจุดขายตั๋วรู้สึกจะมีสองฝั่ง ลองถามคนแถวนั้นนะ อาจจะหลงทางบ้าง แต่ยังไงก็อย่ายอมแพ้ค่ะ

เวลาเปิด-ปิด: 7.00-17.00 น.

image_374814
image_374815

ค่าเข้าชมแบบเหมารวมทุกตำหนัก ราคา 50元 (ราคาไทยประมาณ 260 บาท) ส่วนนักศึกษาของจีนลดครึ่งราคาเช่นเคยค่ะ

image_374816

ตลาดน้ำซูโจว ขายของที่ระลึกของปักกิ่งในสมัยก่อน แม่ค้าพ่อค้าแต่งตัวตามยุคสมัยนั้นกลมกลืนกับสถานที่

image_374818

ตลาดน้ำซูโจวจำลองเปิดเป็นร้านขายของสำหรับนักท่องเที่ยว

image_374819

บรรยากาศรอบๆตลาดน้ำซูโจว

image_374820

นึกว่าเกาหลีซะอีก

image_374821

ได้เวลาขึ้นภูเขาไปชมพระราชวังกันแล้ววว

image_374822

ตลอดทางขึ้นพระราชวังฤดูร้อน เส้นทางค่อนข้างชัน ทั้งข้ามก้อนหินและขึ้นบันได บอกเลยว่าเหนื่อยมาก

image_374823

แวะจุดชมวิวสามารถมองเห็นทะเลสาบคุนหมิง ซึ่งตอนที่เราไปนั่นทะเลสาบเป็นน้ำแข็งด้วย

image_374824

ตั้งแต่ไปเทียนฐานแล้วมาพระราชวังฤดูร้อน เห็นได้ชัดเลยว่า เขาจะตกแต่งและสร้างรูปแบบสถาปัตยกรรมคล้ายกัน

image_374825

บรรยาการศตกเย็นด้วยทะเลสาบคุนหมิง

image_374826

เห็นแบบนี้แล้ว เหมือนอยู่ในซีรี่ส์เกาหลียุคสมัยโซซอน

image_374827

ระหว่างทางเดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน

image_374828

แวะถ่ายรูปสักหน่อย

7. กำแพงเมืองจีน ด่านปาต้าหลิง (长城: 八达岭)


กำแพงเมืองจีนด่านนี้ เป็นด่านที่คนไปเยอะที่สุด และวิวสวยมาก ใครจะอยากมาที่นี่ แนะนำให้ตื่นเช้ามากๆ แล้วออกเดินทาง เพราะใช้เวลาในการเดินทางนาน แบบไปและกลับ ประมาณ 8 ชั่วโมง เราไปถึงบ่ายสองแล้วเลยได้ขึ้นไปเดินแค่ 40 นาที กลัวไม่ทันรถไฟและรถเมล์สายสุดท้าย อีกอย่างเคเบิลคาร์ปิดตอน 15.50 น. ถ้าไม่ทันจะต้องเดินลง ใครไม่อยากเดินลงต้องทำเวลาให้ดีนะ ไม่งั้นเหนื่อยแน่ๆ 55555 ส่วนรถเมล์สายสุดท้าย รู้สึกหมดตอน 16.00-16.15 น. ส่วนรถไฟเราไม่แน่ใจเรื่องเวลา แต่กลับก่อนสี่โมงจะดีที่สุด ห้ามสายเด็ดขาดไม่งั้นคุณจะโดดเดี่ยวที่ด่านปาต้าหลิง ไม่มีรถกลับนะจ้า เพราะเกือบตกรถไฟขบวนสุดท้ายแล้วเหมือนกัน ลุ้นมาก

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี 霍营 (Huoying) Line 13 แล้วเปลี่ยนสายไปยังสถานี 黄土店站 รถไฟสาย S2 จะมีป้ายบอกทาง เมื่อมาถึงสถานีรถไฟให้ซื้อตั๋วรถไฟราคา 6元 (ราคาไทยประมาณ 31 บาท) แต่รถไฟสายนี้มีเวลาออกต่างกัน ตอนนั้นเราไปวันอาทิตย์ รอบ 13.20 น. รถไฟเป็นแบบธรรมดา นั่งสบายเหมือนนั่งไปต่างเมือง นั่งประมาณ 50 นาที ในรถไฟจะขายของกินตลอดเส้นทาง ราคาไม่ชาร์จด้วย ให้เราลงรถไฟสถานีด่านปาต้าหลิง แล้วต่อรถเมล์สาย 000 คันสีเขียวดำ นั่งฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย อย่าหลงเชื่อคันอื่นนะ นั่งไม่ถึงห้านาทีถึงที่หมายจะพบจุดขายตั๋วเคเบิลคาร์ 

image_374829

บนรถไฟสาย S2 นั่งสบายหายห่วง

image_374830
image_374831

ตั๋วเคเบิลคาร์ ราคาขาไป 80元 (ราคาไทยประมาณ 416 บาท) ส่วนขากลับให้ซื้อจากด้านบนราคา 20元 (ราคาไทยประมาณ 104 บาท) รวมๆแล้วก็ 100元 (ราคาไทยประมาณ 520 บาท) นอกจากนี้ ยังมีค่าชมกำแพงเมืองจีน ตอนนั้นได้ราคานักศึกษา ประมาณ 17.50 元 (ราคาไทยประมาณ 91 บาท)

image_374832

นั่งเคเบิ้ลคาร์ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว

image_374833

เคเบิ้ลคาร์พาเราไปลงป้อม 8 คือ ป้อมสูงสุดนั่นเอง

image_374834

ทางเดินขึ้นไม่ได้สวยหรู ไม่ใช่แค่ขั้นบันได แต่จะมีทางเดินเรียบเนินขึ้นด้วย ทั้งลื่นทั้งชันทั้งเหนื่อย ใส่รองเท้าผ้าใบกันเนอะ รองเท้าส้นสูงไม่ผ่านแน่นอน 5555

image_374835
image_374836

จุดนี้ คือจุดสูงสุดของกำแพงเมืองจีนด่านป่าต้าหลิง กำแพงยาวเหมือนมังกรปกคลุมด้วยหมอก งดงามดั่งภาพวาด

image_374837

บรรยากาศสวยงามสมกับคำเล่าลือ

8. ย่านถนนคนเดิน Qianmen (前门)


ปิดท้ายกรุงปักกิ่งด้วยย่านถนนคนเดินเก่าแก่ เหมาะสมกับเพื่อนๆที่อยากซื้อของฝากหรือเดินเล่น เพราะที่นี่มีทั้งร้านขายของที่ระลึก, ร้านอาหารพื้นเมืองของปักกิ่ง ศูนย์รวมความอร่อยนั่นเอง

การเดินทาง คือ นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี 前门 (Qianmen) Line 2 ทางออก C แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตามอาคารที่มีลักษณะคล้ายพระราชวัง แล้วข้ามทางม้าลายจะพบซุ้มประตูใหญ่

image_374847
image_374849

เราจะพบซุ้มประตูใหญ่แบบนี้ แสดงว่าเพื่อนๆ ถึงที่หมายแล้วนะ

image_374854

ย่านนี้เพื่อนแนะนำให้เรามาเดินเล่น เพือนๆสามารถมาที่นี่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งบรรยากาศต่างกัน แต่กลางวันจะโอเคกว่ากลางคืน

image_374855

เห็นแสงแดดแบนนี้นะ แต่ความเป็นจริงแล้วลมแรงบวกกับอากาศหนาวแบบเยือกเย็นสุดๆ

image_374859

ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของฝากของปักกิ่ง

image_374862

ซอยนี้ขายของฝากที่ชวนให้นึกถึงปักกิ่ง

image_374866

ตลอดสองข้างทางเป็นร้านอาหารและร้านค้าขายของฝากทั่วไปของปักกิ่ง


เมื่อมาเที่ยวปักกิ่งแล้ว สิ่งที่คุณไม่ควรพลาดในการลิ้มรสนั่นคือ เป็ดปักกิ่งหรือ 烤鸭 เราเลยตามหาเป็ดปักกิ่ง และแล้วก็มาโผล่ที่ภัตตาคารเป็ดปักกิ่งชื่อดัง คือ ร้าน 全聚德 Quanjude Restaurant แถวนั้นจะมีแต่ร้านเป็ดปักกิ่งชื่อเดียวกัน เป็นเครือเดียวกัน เข้าไปผิดร้านพนักงานก็จะบอกว่าภัตตาคารอยู่ตรงไหน?


image_374877

เป็ดปักกิ่งตัวละ 239元 (ราคาไทยประมาณ 1244 บาท) เห็นราคาแล้วตกใจ ถามว่าเป็ดปักกิ่งอร่อยไหม ก็โอเคนะ คนปักกิ่งจะกินเป็ดกับแผ่นแป้งซึ่งแปลกใหม่สำหรับเรา ลองไปชิมดูนะแล้วคุณจะรู้..

image_374880


จบไปแล้วสำหรับ 8 ที่เที่ยวยอดฮิตของกรุงปักกิ่ง หวังว่าเพื่อนๆ จะลองเปลี่ยนบรรยากาศจากหน้าร้อนไปผ่อนคลายสัมผัสอากาศหนาว ณ กรุงปักกิ่งกันนะคะ แล้วคุณจะหลงรัก จนถอนตัวไม่ขึ้นเลยย ><

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
heart liked