Curator
curator
Pearrisa
652 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • ' 23 หลักการทรงงาน ' ของในหลวงรัชกาลที่ 9
  • 1. ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ
  • 2. ระเบิดจากข้างใน
  • 3. แก้ปัญหาที่จุดเล็ก
  • 4. ทำตามลำดับขั้น
  • 5. ภูมิสังคม
  • 6. องค์รวม
  • 7. ไม่ติดตำรา
  • 8. ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด
  • 9. ทำให้ง่าย
  • 10. การมีส่วนร่วม
  • 11. ประโยชน์ส่วนรวม
  • 12. บริการรวมที่จุดเดียว
  • บทความที่เกี่ยวข้อง

ย้อนดู ' 23 หลักการทรงงาน ' ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ (ตอนที่ 1)

' 23 หลักการทรงงาน ' ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้

13 October 2017
curator_Pearrisa Pearrisa
13 October 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ภาพคุ้นตาตั้งแต่สมัยเด็กจนเติบโต คงเป็นภาพของ ' ในหลวง ' ที่ ในมือของพระองค์จะทรงถือแผนที่และจะทรงสะพายกล้องถ่ายรูป อยู่เสมอ เพื่อ เดินทางไปทั่วดินแดนสยาม เยี่ยมเยือนถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของราษฎรชาวไทย ไม่ว่าจะในเขตเมือง หรือชนบทอันห่างไกลที่แม้แต่รถยนต์ก็ไม่สามารถเข้าถึงได้

  

เนื่องในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเป็นเดือนที่มีการจัดงาน ' พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ' ขึ้น และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เราจึงนำเอา ' หลักการทรงงาน 23 ข้อ ' ที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้มาให้ได้อ่านกัน

  

' 23 หลักการทรงงาน ' ของในหลวงรัชกาลที่ 9

  

1. ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ
การที่จะพระราชทานโครงการใดโครงการหนึ่งนั้น จะทรงศึกษาข้อมูลรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทั้งจากข้อมูลเบื้องต้น จากเอกสาร แผนที่ สอบถามเจ้าหน้าที่ นักวิชาการและราษฎรในพื้นที่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อที่จะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444095

' แผนที่ของพ่อ ' คือแผนที่ที่ ร. 9 ทรงเขียนขึ้นเอง หลังจากที่ทรงเดินทางไปพบราษฎรตามสถานที่ต่างๆ จะทรงปรับแก้แผนที่ให้มีความถูกต้องมากที่สุด

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

ในข้อแรกนี้ถือเป็น หลักการทำงาน ที่ควรนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะ การทำสิ่งใดๆ ก็ตามเราควรต้องศึกษาข้อมูลของสิ่งนั้นๆ ให้ละเอียดรอบคอบ รอบด้าน จากข้อมูลหลากหลายแหล่ง เพื่อให้เกิดความรู้จริง และป้องกันความผิดพลาด ที่อาจเกิดขึ้นได้

  

2. ระเบิดจากข้างใน
ระเบิดจากข้างใน พระองค์ทรงมุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาคน ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนที่เราเข้าไปพัฒนาให้มีสภาพพร้อมที่จะรับ เสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชน หมู่บ้าน ที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444099

เวลาทรงงาน ร. 9 จะทรงเป็นกันเองกับประชาชนทุกระดับชั้น โดยปราศจากกำแพงของเชื้อชาติหรือศาสนามาขวางกั้นความห่วงใยที่ทรงมีต่อ ' ลูก ' ทุกคน

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

ในการที่จะ พัฒนาบุคลากร ขององค์กรใดก็ตาม ควรมีการ เตรียมความพร้อมของทั้งองค์กรและบุคคลเอาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการปฏิบัติงาน

  

3. แก้ปัญหาที่จุดเล็ก
แก้ปัญหาที่จุดเล็ก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ปัญหา ทรงมองปัญหาในภาพรวม (Macro) ก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็ก ๆ คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมักจะมองข้าม ดังพระราชดำรัสที่ว่า “ …แบบ Macro นี้เขาจะทำแบบรื้อทั้งหมด ฉันไม่เห็นด้วย… อย่างบ้านคนอยู่ เราบอกบ้านนี้มันผุตรงนั้น ผุตรงนี้ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม… เอาตกลงรื้อบ้านนี้ระเบิดเลย เราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่มีที่อยู่… วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไม่ได้ "
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444127

ทรงมีพระเมตตาและความห่วงใยต่อราษฎรทุกหมู่เหล่า

- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

เมื่อเราประสบปัญหาในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเรียน หรือเรื่องใดก็ตาม ควร มีสติและแก้ปัญหาอย่างรอบคอบ ค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าที่จะด่วนตัดสินใจ ควรเริ่มจากการ หาต้นตอของปัญหาแล้วแก้ไขจากจุดเล็กๆ นั้นก่อน

  

4. ทำตามลำดับขั้น
“…การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐานคือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัดแต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควร และปฏิบัติได้แล้วจึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆ ขึ้น …”
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444132

ร. 9 จะทรงอธิบายปัญหาและวิธีแก้ไขด้วยพระองค์เอง เพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

เราสามารถนำเอา หลักการทรงงาน ในข้อนี้มาปรับใช้ได้ง่ายๆ โดยในการทำสิ่งใดก็ตาม ควร วางแผนอย่างรอบคอบ มีระเบียบขั้นตอน เพื่อเป็นฐานที่มั่นคง ทำให้การทำงานของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบผลสำเร็จ

  

5. ภูมิสังคม
“…การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ในสังคมวิทยา คือนิสัยใจคอของคนเราจะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เราเข้าไป ไปช่วยโดยที่จะคิดให้เขาเข้ากับเราไม่ได้ แต่ถ้าเราเข้าไปแล้ว เราเข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจหลักการของการพัฒนานี้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง…”
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444136

การทรงงานของในหลวง ร. 9 นั้น พระองค์มิได้นั่งแก้ไขปัญหาของประชาชนจากในห้องทรงงาน แต่ทรงลงพื้นที่ไปทำความเข้าใจและมองเห็นปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

หลักการทรงงาน ในข้อนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งของการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดย ต้องทำความเข้าใจถึงนิสัยใจคอ ความคิด ความต้องการของผู้ร่วมงาน เพื่อที่ จะได้รับรู้ถึงปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ อย่างตรงจุด

  

6. องค์รวม
ทรงมีชีวิตคิดอย่างองค์รวม (Holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ในการที่จะพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหนึ่งนั้นจะทรงมองเหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้นและแนวทางแก้ไขอย่างเชื่อมโยง ดังเช่น กรณีของ “ทฤษฎีใหม่” ที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพนับเป็นแนวทางหนึ่งที่พระองค์ทรงมองอย่างองค์รวม ตั้งแต่การถือครองที่ดิน โดยเฉลี่ยของประชาชนคนไทยประมาณ ๑๐ – ๑๕ ไร่ เพื่อการบริหารจัดการที่ดินและแหล่งน้ำอันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพ
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444138

การมองการไกลและการแก้ไขปัญหาตั้งแต่จุดเริ่มต้นเล็กๆ คือแนวทางการทรงงานที่นานาประเทศต่างยกย่องให้ ร. 9 เป็น ' กษัตริย์นักพัฒนา '

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

ข้อนี้เป็นการแนะนำ วิธีการแก้ปัญหาด้วยหลักการมองแบบ ' องค์รวม ' โดยการ มองภาพรวมของปัญหา หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วค่อยกำหนดแนวทางการแก้ไข จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างครอบคลุมครบถ้วนยิ่งขึ้น

  

7. ไม่ติดตำรา
การพัฒนาตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลักษณะของการพัฒนาที่อนุโลมและรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ที่แท้จริงของคนไทย
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444144

การแก้ไขปัญหาโดยพึ่งตำรานั้น ไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาของ ร. 9 แต่จะทรงลงพื้นที่ไปดูปัญหานั้นด้วยตัวเอง เพื่อรับรู้และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

การทำงานในชีวิตจริงนั้น เรา ม่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามทฤษฎีที่กำหนดเอาไว้ในตำราเพียงอย่างเดียว แต่ สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวที่เกิดขึ้น และหยิบเอาสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้ในการทำงานหรือแก้ไขปัญหา ได้

  

8. ประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด
ในเรื่องของความประหยัดนี้ ประชาชนชาวไทยทราบกันดีว่าเรื่องส่วนพระองค์ทรงใช้อย่างคุ้มค่าอย่างไร หรือฉลองพระองค์แต่ละองค์ทรงใช้อยู่เป็นเวลานานดังที่นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เคยเล่าว่า “...กองงานในพระองค์โดยท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ บอกว่าปีหนึ่งพระองค์เบิกดินสอ 12 แท่ง เดือนละแท่งใช้จนกระทั่งกุด ใครอย่าไปทิ้งของท่านนะจะกริ้วเลย ประหยัดทุกอย่างเป็นต้นแบบทุกอย่าง ทุกอย่างมีค่าสำหรับพระองค์หมด ทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างระมัดระวัง จะสั่งให้เราปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ...”
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444152

' พ่อ ' คือต้นแบบของความพอเพียง

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

ข้อนี้เป็น หลักการทรงงาน เดียวกันกับ ' หลักเศรษฐกิจพอเพียง ' โดย ' ความประหยัด ' ในที่นี้หมายถึงการ ใช้สิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ มีสติ และคำนึงถึงส่วนรวม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเงินหรือสิ่งของก็ตาม 

  

9. ทำให้ง่าย
ทำให้ง่าย Simplicity ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขงานการพัฒนาเป็นไปได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และที่สำคัญคือสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนิเวศน์โดยส่วนรวมใช้กฎ แห่งธรรมชาติเป็นแนวทาง ฉะนั้น คำว่า “ทำให้ง่าย” จึงเป็นหลักคิดสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444156

ทรงมีวิธีการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และทรงอธิบายให้ราษฎรทุกระดับเข้าใจได้โดยง่าย

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

' การทำให้ง่าย ' ถือเป็น หลักการทรงงาน ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดย ในการดำเนินงานแต่ละอย่างควรกำหนดแนวทางให้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ของสิ่งนั้นๆ ด้วย

  

10. การมีส่วนร่วม
นำ “ประชาพิจารณ์” มาใช้ในการบริหาร เพื่อเปิดโอกาสให้สาธารณชน ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงความคิดของประชาชน ดังพระราชดำรัสความตอนหนึ่งว่า “…สำคัญที่สุดจะต้องหัดทำใจให้กว้างขวางหนักแน่น รู้จักรับฟังความคิดเห็น แม้กระทั่งความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาด เพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้น แท้จริงคือการระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย มาอำนวยประโยชน์ในการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเร็จที่สมบูรณ์นั่นเอง…”
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444167

ทรงรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกระดับ และจะทรงเสนอแนวคิดที่สามารถนำไปต่อยอดได้

- ที่มารูป: i.pinimg.com

  

หลักการทรงงาน นี้ สามารถนำมา ปรับใช้ได้กับประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหัวหน้างานไปจนถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ในด้านของอิสระในการแสดงความคิดเห็นที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินงาน เพราะการทำงานร่วมกันควรเคารพในความคิดเห็นของผู้ร่วมงานเป็นสำคัญ

  

11. ประโยชน์ส่วนรวม
ประโยชน์ส่วนรวม การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริ ในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444177

ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรใดที่จะสามารถขัดขวางการเดินทางของ ' พ่อ ' เพื่อเข้าไปเยี่ยมเยือนและบรรเทาทุกข์ให้กับ ' ลูก ' ได้ เพราะพระองค์ทรงคำนึงถึงประโยชน์สุขของปวงชนชาวสยามเป็นสำคัญ

- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com

    

หลักการทรงงาน ข้อนี้ ควรนำไปปรับใช้กับประชาชนทุกระดับชั้น ทุกเพศ ทุกวัย ให้มีจิตสำนึกในการ ' คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตน ' เพราะหากต่างคนต่างนึกถึงตัวเองเป็นสำคัญ ก็จะไม่สามารถดำเนินงานใดๆ ให้สำเร็จได้

  

12. บริการรวมที่จุดเดียว
ทรงเน้นในเรื่องการสร้างความรู้ รัก สามัคคีและการร่วมมือร่วมแรงใจกันด้วยการปรับลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ที่มักจะต่างคนต่างทำและยึดติดกับการเป็นเจ้าของเป็นสำคัญ ให้แปรเปลี่ยนเป็นการรวมมือกันแนวพระราชดำริ ในการดำเนินบริหารของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่มีอยู่ทั้ง 6 ศูนย์ ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ นับเป็นรูปแบบใหม่ของการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยอย่างแท้จริงการ พึ่งตนเอง
- ที่มา: km.rdpb.go.th

  

image_444910
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com

  

ข้อนี้เป็น หลักการทรงงาน ที่เหมาะ สำหรับนำไปปรับใช้ในองค์กร ด้วยการร่วมมือกันจากหลายๆ ฝ่ายมารวมไว้ที่จุดเดียว หรือที่เรียกกันว่า One Stop Service เพื่อให้ผลการดำเนินงานครบถ้วนสมบูรณ์และสะดวกมากที่สุด

  

และนี่ก็เป็น หลักการทรงงาน 12 ประการ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ประชาชนทั่วไปสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตการทำงานได้ ส่วนใครที่สนใจอยากติดตาม หลักการทรงงาน ที่เหลืออีก 11 ประการ สามารถอ่านต่อได้ในบทความด้านล่างค่ะ

   

  

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
heart liked