Curator
curator
Mollacake
485 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • 1. แน่ใจว่าเธอกินอาหารอย่าง " เพียงพอ "
  • 2. อย่าเอาแต่ " ชั่งน้ำหนัก " บ่อยเกินไป
  • 3. เมื่อคลายเครียดด้วยการกิน หากิจกรรมอื่นทำแทน
  • 4. แยกให้ออกระหว่าง " ความอยาก " กับ " ความหิว "
  • 5. ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับการ " ลดน้ำหนัก "
  • 6. เขียนเหตุผลว่า " ทำไมเธออยากลดน้ำหนัก " แล้วนำมาเตือนตัวเองบ่อยๆ
  • 7. อย่าใช้ชีวิตตึงเกินไป หาจุดสมดุลให้ตัวเอง
  • 8. ให้กำลังใจตัวเองว่า เธอทำดีขึ้นเรื่อยๆ จากครั้งที่แล้ว
  • 9. ลด " ไขมัน " ไม่ใช่ลด " น้ำหนัก "
  • 10. " เปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย " เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
  • 11. สมัครเข้าประกวดการแข่งขันวิ่ง ในเวทีต่างๆ
  • 12. จำไว้เสมอว่า เราลดน้ำหนักเพื่อตัวเอง ไม่ใช่คนอื่น
  • บทความที่เกี่ยวข้อง

12 เคล็ดลับ ลดน้ำหนัก จาก "คนเคยอ้วน" ได้ผลจริง!

อย่าเชื่อคำแนะนำจากตำราไดเอทแปลกๆ หรือพรีเซนเตอร์โฆษณาที่ตลอดชีวิตไม่เคยอ้วน (;◔ิд◔ิ) มาทำตามกฎเหล่านี้ที่มาจากใจ " คนเคยอ้วน " หรือเคยติดในภาวะ hit the plateau มาก่อน และตอนนี้ " หุ่นดี " กันดีกว่า โกๆ!

29 September 2015
curator_Mollacake Mollacake
29 September 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เราเชื่อว่า สาวหุ่นดี เฟิร์มๆ หลายคนที่สาวซิสต้าอิจฉา ต้องมีช่วงเวลาหนึ่งของการไดเอทที่อ่อนไหว ท้อแท้ น้ำหนักไม่ลดลงสักทีหรือที่เรียกว่าภาวะ " Hit The Plateau " นั่นเอง! อุตส่าห์คุมอาหารและออกกำลังกายมาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งกราฟเลขน้ำหนักจะหยุดนิ่ง เพราะร่างกายชินเสียแล้ว ยังไม่ถึงน้ำหนักที่ตั้งเป้าไว้เลย ไม่นะ ฉันอยากผอมกว่านี้นี่นา!

แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ผ่านช่วงเวลาที่โหดร้ายเหล่านั้นไปได้ จากสาวอ้วนกลายเป็นสาวผอม หุ่นเซี๊ยะซะอย่างนั้น ทำเอาหมูรุ่นหลังอย่างพวกเรามองตาปริบๆ อยากถามเคล็ดลับใจจะขาดรอนๆ แต่บางคนก็หวงวิชา เอาหูทวนลม ( // ในใจภาวนา ขอให้กลับมาอ้วนเหมือนเดิม สาธุ! )

ไม่ต้องง้อสาวๆ พวกนั้นอีกต่อไป เพราะเราได้รวบรวมทริคลดน้ำหนักจากคนที่เคย " อ้วน " มาก่อนและผ่านช่วงเวลา Hit the pleteau ไปได้อย่างสบายๆ ต้องทำแบบไหนบ้างไปดูกัน!

 

1. แน่ใจว่าเธอกินอาหารอย่าง " เพียงพอ "
image_40678
- ที่มารูป: cdn.theglow.com.au

การไดเอทไม่ใช่การ " ลดอาหาร " เสมอไป เพราะหากเธอออกกำลังกายอย่างหนัก ร่างกายจะต้องการสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งส่งผลให้ต้องการจำนวนแคลอรี่ต่อวันมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ! หากเธอเข้าคลาสฟิตเนสหลายอย่าง ทั้งวิ่ง เต้นแอโรบิก โยคะ ก็อย่ากลัวที่จะต้องกินอาหารอย่างเต็มที่ 


แค่ระวังในการเลือกชนิดอาหาร อย่ากินขนมจุบจิบ เป็นอาหารที่มีประโยชน์อย่างแป้งเชิงซ้อนและโปรตีน ยังไงก็ไม่อ้วน น้ำหนักจะลดลงมากกว่าตอนอดๆ อยากๆ เสียอีก!

 

2. อย่าเอาแต่ " ชั่งน้ำหนัก " บ่อยเกินไป
image_40679
- ที่มารูป: i.telegraph.co.uk

อย่าเอาแต่ชั่งน้ำหนักตลอด 24 ชั่วโมง! ตื่นเช้ามาก็ชั่ง กินมื้อเช้าเสร็จก็ชั่ง ตอนสาย บ่าย เย็น หัวค่ำ ก่อนนอนก็ชั่ง ชั่งจนเครื่องจะพังคามืออยู่แล้ว ใจเย็นนะคะ ร่างกายของเราประกอบด้วยของเหลวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นน้ำหนักจะแกว่งหรือผันผวนระหว่าง 1 - 3 กิโลกรัมเป็นเรื่องปกติ อย่ากังวลจนเส้นเลื่อดปูดเมื่อเห็นน้ำหนักขึ้นสามขีดจากสองชั่วโมงที่แล้ว ใครๆ ก็เป็น

ที่สำคัญ การเอาแต่ใจจดจ่ออยู่กับตัวเลขน้ำหนัก ทำให้เธอมีอาการว้าวุ่น หวาดระแวงจนจะกลายเป็นอาการทางจิตโดยไม่รู้ตัวเอาน่ะสิ! คนภายนอกไม่รู้หรอกว่าเราน้ำหนักเท่าไหร่ แต่เขาตัดสินจากรูปร่างของเรา ถ้าเราน้ำหนักกล้ามเนื้อเยอะ แต่หุ่นดีก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วล่ะค่ะ

 

3. เมื่อคลายเครียดด้วยการกิน หากิจกรรมอื่นทำแทน
image_40680
- ที่มารูป: www.bepositivebefit.com

สาวๆ หลายคนที่น้ำหนักขึ้นพรวดเมื่ออยู่ในช่วงสอบหรือทำอะไรที่ใช้สมองเยอะ เพราะกิจกรรมที่ใช้สมองมักจะเครียด และหลายคนก็หาทางออกด้วยการกิน " ขนม " เพราะหอม หวาน มันอร่อย หยิบเคี้ยวใส่ปากเพลินๆ แต่เริ่มไม่เพลินเมื่อเห็นแขนขามีไขมันเกาะสะสม *ร้องไห้แรง* TT


วิธีแก้ก็ง่ายๆ หากิจกรรมอื่นคลายเครียดแทนการกิน เช่น ออกกำลังกาย วิ่งจ๊อกกิ้ง เล่นดนตรี ให้อาหารหมา ถูบ้าน กวาดบ้าน เล่นเกม อ่านหนังสือ ไปเที่ยวกับเพื่อน และอีกมากมาย ( หากอยากเคี้ยวจริงๆ แนะนำเป็นหมากฝรั่งแบบไร้น้ำตาล หรือผักผลไม้สดอย่างแครอทแท่งดีกว่า )

 

4. แยกให้ออกระหว่าง " ความอยาก " กับ " ความหิว "
image_40681
- ที่มารูป: i0.wp.com

สาวๆ หลายคนแยกไม่ออกระหว่าง " แค่อยาก " กับ " หิวจนทนไม่ไหว " ความหิวคือการที่ร่างกายต้องการเชื้อเพลิงมาเติมเต็ม แต่ความอยากคือเธอแค่อยาก " ยัด " อะไรบางอย่างลงปากเท่านั้น!


กินอาหารในแต่ละมื้อให้เพียงพอ หากหิวระหว่างมื้อก็กินของว่างที่มีประโยชน์อย่างถั่วหรือโยเกิร์ต เท่านี้เธอก็จะรอดพ้นจากแฮมเบอร์เกอร์ราดชีสชิ้นโต พิซซ่าซอสเยิ้มๆ หรือไอศกรีมถังใหญ่ที่สมองหลอกให้เธอกิน ( ...และอ้วน ) แล้วล่ะค่ะ ท่องไว้ สมองหลอกเรา สมองหลอกเรา เราไม่ได้หิว!

 

5. ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับการ " ลดน้ำหนัก "
image_40682
- ที่มารูป: cdn-media-1.lifehack.org

เป้าหมายในชีวิตคนเรามีมากมาย เราไม่ได้อยู่หรือตายเพียงเพราะรูปร่างผอมเพรียวหรืออ้วนฉุเสียหน่อย! มีความคิด ความฝันต่างๆ มากมายที่เราสามารถไปให้ถึงจุดมุ่งหมายได้ เช่น อยากทำงานที่บริษัทดีๆ อยากเปิดร้านอาหารของตัวเอง อยากสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้ให้ได้ อยากมีทักษะด้านต่างๆ โดยที่ไม่ต้องมานั่งพะวงกับตัวเลขบนตาชั่งแต่อย่างใด


ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าให้เธอเลิกไดเอทแล้วกินแหลกนะคะ! แต่เก็บเป้าหมายไดเอทไว้รองๆ ทำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งร้อนแต่สม่ำเสมอ รู้ตัวอีกทีอาจจะถึงจุดมุ่งหมายแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้

 

6. เขียนเหตุผลว่า " ทำไมเธออยากลดน้ำหนัก " แล้วนำมาเตือนตัวเองบ่อยๆ
image_40683
- ที่มารูป: easingintoraw.com

เวลาสาวๆ ทุกคนคิดจะลดน้ำหนัก มักจะมี " แรงบันดาลใจ " หรือ " เหตุจูงใจ " บางอย่างอยู่เสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะแฟนทิ้ง อยากให้มีคนมาชอบ อยากสุขภาพแข็งแรง ฯลฯ


ถ้าเธอเริ่มท้อและคิดจะเดินถอยหลัง ให้หากระดาษสมุด หรือแท็บเลต แล้วเขียนเหตุผลที่เธออยากผอมไว้ตัวโตๆ ( จะไฮไลท์สีแดง สีประกายสะท้อนแสงอะไรก็แล้วแต่ ) แล้วนำมาย้ำเตือนตัวเองทุกครั้ง วิธีนี้จะช่วยให้เธอยังอยู่ในลู่ในทาง ไม่ตบะแตกไปกลางคันได้ค่ะ

 

7. อย่าใช้ชีวิตตึงเกินไป หาจุดสมดุลให้ตัวเอง
image_40684
- ที่มารูป: www.spring.org.uk

ไม่มีมนุษย์คนไหนสมบูรณ์แบบหรอกนะ! บางครั้งแผนไดเอทก็อาจไม่เป็นไปอย่างที่ฝันเสมอไป เธอไม่สามารถกินแต่ผักตามตารางเป๊ะๆ ทุกวันได้ ยิ่งถ้าวัยทำงาน หรือวัยเรียน ย่อมเลี่ยงงานสังสรรค์หรืองานเลี้ยงไม่ได้อยู่แล้ว บางรายเคร่งครัด ตึงกับชีวิตจนเพื่อนตีตัวออกห่าง รู้ตัวอีกที ยังไม่ผอมเลย แต่กลายเป็นคนโดดเดี่ยวในสังคมซะแล้ว


หาจุดสมดุลในชีวิต ถ้ามีเรื่องต้องกินก็ไปออกกำลังกายเผาผลาญออกวันหลังก็ได้ หรือถ้าเธอคุมอาหารอย่างดีมาตลอดทั้งสัปดาห์ จะกินเค้กสักชิ้นในวันหยุดจะเป็นไรไปเล่า

 

8. ให้กำลังใจตัวเองว่า เธอทำดีขึ้นเรื่อยๆ จากครั้งที่แล้ว
image_40686
- ที่มารูป: www.feminiya.com

การปรับเปลี่ยนอุปนิสัยการกิน การใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ ไม่อย่างนั้นโลกนี้คงไม่มีคนอ้วนแล้วล่ะ -.- เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป เลิกกินอาหารขยะไปทีละอย่างสองอย่าง เพิ่มอาหารที่มีประโยชน์เข้ามาในโต๊ะอาหารมากขึ้น แค่นี้ก็ถือว่า " ก้าวหน้า " แล้ว


ถ้าเมื่อก่อนเธอกินแต่อาหารขยะมาตลอด พลังงานที่ได้รับพุ่งเป็น 3000 - 4000 แคลอรี่ แน่นอนว่าเธอไม่สามารถกินเหมือนคนปกติได้ในวันเดียว แค่วันต่อมาเธอลดจาก 4000 เป็น 3900 แคลอรี่ ก็ถือว่าเธอเข้าใกล้ความผอมไปอีกขั้นแล้วนะเออ


9. ลด " ไขมัน " ไม่ใช่ลด " น้ำหนัก "
image_40687
- ที่มารูป: dognotebook.first.netdna-cdn.com

ความจริงที่สะเทือนใจสาวๆ คือ เมื่อไดเอทไปสักพัก น้ำหนักจะไม่ยอมลดลงเป็นเวลานาน หรือที่เรียกว่าภาวะ Hit the plateau นั่นเอง! ภาวะนี้เกิดจากการที่ร่างกายเริ่มเคยชินกับอาหารและการออกกำลังกายแบบเดิมๆ และเริ่มสะสมกล้ามเนื้อแทนไขมัน เป็นสาเหตุให้น้ำหนักคงที่ค่ะ

กล้ามเนื้อหนักกว่าไขมันเกือบห้าเท่า! ดังนั้นเธอจะเห็นกรณีที่น้ำหนักเท่าเดิม แต่รูปร่างกระชับขึ้นอยู่บ่อยๆ จำไว้เสมอว่าเรากำลังลด " ไขมัน " ไม่ใช่การลด " น้ำหนัก " ถ้ามองตัวเองหน้ากระจกแล้วพอใจก็ถือว่าโอเคแล้ว อย่าย่อท้อในการออกกำลังกายนะคะ ^^

 

10. " เปลี่ยนวิธีออกกำลังกาย " เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
image_40688
- ที่มารูป: btaoregon.org

อย่างที่บอกว่า ภาวะ Hit the plateau คือการที่ร่างกายชินกับพฤติกรรมออกกำลังกายแบบเดิมๆ ดังนั้นถ้าอยากให้ร่างกายไม่ชิน ก็ต้องเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายค่ะ! ถ้าวิ่งอย่างเดียว ก็เปลี่ยนมาเล่นโยคะ หรือเต้นแอโรบิกบ้าง สลับกับการยกเวทสร้างกล้ามเนื้อ ( หลายคนอาจลืมว่า กล้ามเนื้อช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ไม่แพ้กับคาร์ดิโอเลยล่ะค่ะ )


เมื่อเราออกกำลังอย่างหลากหลายและสม่ำเสมอ นอกจากจะไม่เบื่อแล้วยังสุขภาพดีด้วยล่ะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย!

11. สมัครเข้าประกวดการแข่งขันวิ่ง ในเวทีต่างๆ
image_40689
- ที่มารูป: www.purelyb.com

ถ้าเธอชื่นชอบการเล่นกีฬา และเริ่มสั่งสมทักษะจนกล้าแกร่งในระดับหนึ่งแล้ว เราแนะนำให้เธอสมัครเข้าแข่งขันเวทีต่างๆ ค่ะ! เริ่มจากแข่งวิ่งตามสนามเล็กระดับชมรมเล็กๆ หรือวิ่งการกุศลสำหรับคนทั่วไปก่อน แล้วค่อยข้ามไประดับอำเภอ จังหวัด หรือระดับประเทศเลยก็ได้ถ้าเจ๋งพอ


ถ้าชอบวิ่งก็ไปเวทีมาราธอน ถ้าชอบว่ายน้ำก็ไปแข่งตามสมาคมต่างๆ ถ้าชอบขี่จักรยานก็แข่งกับก๊วนที่ปั่นจักรยานด้วยกัน ทั้งสนุกและฝึกฝนทักษะ ความสามารถให้สูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วยนะ


12. จำไว้เสมอว่า เราลดน้ำหนักเพื่อตัวเอง ไม่ใช่คนอื่น
image_40690
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

การไดเอทเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา ความอดทน ความพยายามและกำลังใจอย่างมาก! หลายหนที่เรารู้สึกท้อ อ่อนแอ " ไม่ไหวแล้ว เงินก็มีทำไมกินไม่ได้ เลิกซะดีไหม " ( เราเชื่อเธอต้องเคยคิดแบบนี้ ) หรือบางรายก็อาจเจอคนรอบข้างที่มักพูดจากระแนะกระแหน สบประมาทว่าไม่มีทางทำได้หรอก เมื่อจิตใจอ่อนแอก็ยอมรับคำพวกนั้น และกลับมากินอีกครั้งจนอ้วนกว่าเดิม ไม่เอานะคะเธอ!


คิดการใหญ่ใจต้องนิ่ง! อย่าสนใจคำสบประมาทหริอคำพูดร้ายๆ ของคนอื่น มองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ ดูตัวเองในกระจก คิดทบทวนว่าเรามาไกลแค่ไหนแล้ว และเราต้องก้าวต่อไป เพราะเราทำเพื่อสุขภาพตัวเอง ไม่ใช่คนอื่นค่ะ!

=================================

เราเข้าใจความรู้สึกของสาวๆ ทุกคนว่า เมื่อทุ่มแรงกาย แรงใจไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง ก็ย่อมท้อแท้ใจเป็นธรรมดา! ทนหิว ทนเหนื่อยแต่น้ำหนักไม่ลดลงเป็นเดือนๆ ใครจะอดใจไม่หลั่งน้ำตาได้ T^T แต่ภาวะนี้ก็เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่ตลอดกาล!

ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร ไม่อาจป้อนสูตรแล้วตีค่าออกมาตายตัวได้ แต่ร่างกายก็เป็นสิ่งที่ยืดหยุ่นได้ตามธรรมชาติ  แค่ต้องใช้เวลาปรับตัวหน่อยเท่านั้น ถ้าสาวๆ ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ร่างกายต้องตอบแทนเราด้วยสุขภาพที่แข็งแรงและหุ่นที่สวยงามแน่นอนค่ะ สู้ๆ อ่านบทความนี้จบแล้ว ไปฟิตเนสกันเลยค่ะ  ₍₍ ◝(●˙꒳˙●)◜ ₎₎ 

=================================

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com