เคล็ดลับทำผม ไม่ต้องง้อร้าน | แค่หวีเปลี่ยน ทรงผมก็เปลี่ยน

เคล็ดลับทำผม ไม่ต้องง้อร้าน | แค่หวีเปลี่ยน ทรงผมก็เปลี่ยน

หวีแบบไหน ให้ผมทรงอะไร มาทำความรู้จักแบบที่ Hair stylist รู้กันดีกว่า!

28 September 2015
✧ Soul・* Sparkling ✧
28 September 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เวลาไปไดร์ผมที่ร้านเคยคิดกันมั้ยว่า เขาทำกันได้ยังไงถึงไดร์ผมออกมาได้ตรง และมีวอลลุ่มขนาดนี้  ขนาดเคยลองจำวิธีหวีมาทำที่บ้านมั่งแล้ว ทำไมไม่เหมือนล่ะ!?   ก็อาจจะจริงที่ว่าเขามืออาชีพมากกว่า แต่หากเราฝึกบ่อยๆ มันก็เชี่ยวชาญได้เหมือนกัน  แต่อันที่จริง ความพิเศษที่ทำให้ช่างทำผมทุกคนสามารถควบคุมเส้นผมให้ออกมาเป็นทรงได้อย่างใจนั่นก็คือ  " การเข้าใจในคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ใช้ "   มันก็เหมือนกับการที่เราทำอาหารแล้วรู้ว่า เกลือ น้ำตาล ซอสปรุงรสมีรสชาติเป็นยังไง เลยสามารถปรุงรสให้ออกมากลมกล่อมได้ดังใจชอบ   แล้วหากเราอยากจะมีผมทรงไหน ต้องการให้ผมออกมาเป็นยังไง " หวี " คืออุปกรณ์พื้นฐานสำคัญที่ Hair stylist เลือกใช้ 

หากเราอยากควบคุมเส้นผมได้ดังใจปรารถนาแล้วล่ะก็ มาทำความรู้จักกับ " คุณสมบัติของหวี " แต่ละแบบกันเลยดีกว่านะ

 

8 ประเภทของหวี .... เลือกหวีแบบไหน ได้ผมแบบนั้น!
1. Paddle Brush
image_40640
- ที่มารูป: img.allw.mn

หวีแปรงชนิดนี้เรียกว่าเป็นแปรงอเนกประสงค์เลยก็ว่าได้  เพราะคุณสามารถจัดการปัญหาผมยุ่งๆ พันกันได้ด้วยหวีอันนี้  ไดร์ผมก็ได้ นวดศีรษะก็ได้ ทำให้ผมเรียบและดูมีวอลุ่มก็ได้ แถมยังไม่ดึงเส้นผม หรือไปข่วนหัวให้เจ็บอีกต่างหาก เพราะว่ามันจะมีหมุดกลมๆ จากไนลอนที่จะไม่ก่อให้เกิดการสถิตของเส้นผม และมีแผ่นบุกันกระแทกอยู่อีกด้วย  คุณสามารถใช้หวีแบบนี้ไดร์ผมได้ในเช้าที่รีบเร่ง ก่อนจะม้วน หรือจะดัดใดๆ ก็ได้ทั้งนั้น

2. Round Brush
image_40642
- ที่มารูป: static.naturallycurly.com

หวีกลมแบบนี้สมควรจัดไว้เป็นหวีสามัญประจำบ้านไปได้เลย เพราะด้วยหวีแบบนี้มีขนแปรงที่อ่อนโยนเพียงพอที่จะช่วยเรื่องเส้นผมที่ยุ่งเหยิง แต่ก็แข็งแรงมากพอที่จะยืดผมให้ตรงได้  ถ้าดูโดยรวมของแปรงจะเห็นได้ว่ามีจำนวนขนแปรงอยู่ในระดับที่เพอร์เฟกต์ เหมาะเหม็งมากๆ สำหรับการซอกซอนเส้นผม ซึ่งเมื่อเราหวีด้วยแปรงแบบนี้  เส้นผมจะพันไปรอบๆ แปรง และเด้งตัวออกมา ซึ่งจะทำให้ได้ผมที่โดดเด้ง มีวอลุ่ม และเงางามได้อย่างใจ


3. Metal Round Brush
image_40668
- ที่มารูป: s2.folica.com

แปรงชนิดนี้จะให้ผลเหมือนที่ม้วนผมเมื่อโดนความร้อน  ฉะนั้นส่วนมากเราจะใช้แปรงแบบนี้แหละในการม้วนผม เวลาที่เราต้องการให้ปลายผมโค้งงอน หรือต้องการลอนหน่อยๆ โดยไม่ต้องใช้ที่ม้วนผม  ตรงแกนที่เป็นส่วนเว้าจะทำให้ลมจากไดร์สามารถเป่าผ่านทะลุไปได้  ซึ่งจะทำให้ผมโดนลมได้อย่างทั่วถึงและทำให้ผมแห้งได้อย่างรวดเร็ว   แต่เวลาใช้ต้องระมัดระวังหน่อย เพราะอาจจะไปข่วนโดนหนังศีรษะ หรือถ้าหากเราทำช้าเกินไปก็จะโดนความร้อนจากไดร์เป่าผม และแกนหวีได้

4. Metal Core Brush
image_40670
- ที่มารูป: s7d2.scene7.com

แปรงหวีอันนี้คล้ายๆ กับการนำ Round Brush + Metal Round Brush  เพราะมีขนแปรงทั้งแบบไนลอน และขนแบบหมูป่าอยู่ในอันเดียวกัน ซึ่งจะทำให้คุณสามารถควบคุมเส้นผมได้ง่ายกว่าแปรง Metal core brush ทั่วๆ ไป   โดยขนหมูป่าจะช่วยเป็นตัวกันระหว่างหนังศีรษะกับแกนเหล็กของหวีไม่ให้ได้รับความร้อนมากเกินไป  แปรงชนิดนี้จึงจัดว่ามีประโยชน์แบบมัลติหลากหลายด้านมากในบรรดา Round Brush ด้วยกัน  แถมยังทำให้ผมตรงดูนุ่มสลวยได้อีกด้วยนะ

5. Porcupine Brush
image_40671
- ที่มารูป: www.spornette.com

แค่ได้ยินชื่อว่าแปรงขนเม่นก็อย่าเพิ่งตกใจจินตนาการกันไปก่อนล่ะว่า ตัวเองต้องเอาขนเม่นมาแปรงผมเรอะเนี่ย  เปล่าเลยจ้า ใจเย็นๆ เพราะชื่อ Porcupine เนี่ยมันเป็นชื่อเรียกเพื่อสื่อถึง ขนหลายๆ แบบที่มาอยู่รวมกันเป็นเซ็ตๆ คล้ายขนเม่น  โดยจริงๆ แล้วแปรงชนิดนี้จะผสมผสานไปด้วยขนหลายแบบซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงขนหมูป่าและไนลอนไว้ด้วยกัน   ยังไงก็ตามแปรงแบบนี้จัดว่านุ่มนวลพอสมควร แต่ก็สามารถจับติดเส้นผมได้ดี อีกทั้งยังถูกออกแบบมาให้ควบคุมเส้นผมได้ดีมาก สามารถซอกซอนเส้นผมไปสู่หนังศีรษะได้แม้แต่คนผมหนาก็ตาม

6. Smoothing Brush
image_40674
- ที่มารูป: www.escentual.com

แปรงชนิดนี้จะเป็นคล้ายๆ Paddle Brush  แต่จะมีลักษณะกลมกว่า และตรงขนแปรงจะมีขนหมูป่า และไนลอน คล้ายแบบ Porcupine หรือจะมีอีกแบบที่เป็นขนแปรงอย่างเดียว ไม่มีไนลอน ซึ่งแปรงประเภทนี้จะจับเส้นผมได้ง่าย  จึงเหมาะแก่การทำให้ผมเนียนเรียบไม่ยุ่งเหยิง และเหมาะสำหรับการทำทรงผมประเภท Updo หรือประเภทที่ต้องมีการเกล้าผมเป็นอย่างมาก

7. Vent Brush
image_40675
- ที่มารูป: www.savers.ie

เห็นได้ชัดๆ ว่าหวีชนิดนี้ จะเน้นระยะห่างและมีช่องว่างอยู่เป็นจำนวนมาก  ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อให้เหมาะแก่การทำให้ผมเรียบลื่น และเหมาะสำหรับการไดร์เป่าผม ทำให้ผมแห้งเร็ว เพราะมีช่องว่างของตัวหวี และเส้นขนไนลอนที่มีระยะห่างในการซอกซอนผมแบบกว้าง  อีกทั้งด้วยหัวไนลอนแบบกลมยังช่วยป้องกันการข่วนหนังศีรษะ แถมยังนวดหนังศีรษะได้ด้วยอีกต่างหากนะ

8. Teasing Brush
image_40677
- ที่มารูป: www.hautepnk.com

Teasing Brush  เป็นหวีที่มีฟังก์ชันพิเศษในการช่วยเพิ่มสไตล์เฉพาะให้กับทรงผม ด้วยลักษณะของหวีที่มีความแคบ ทำให้เราสามารถแปรงผมเฉพาะจุดได้ และขนแปรงที่มีลักษณะเป็นขนแข็งแบบนี้ทำให้จับเส้นผมได้ง่าย จึงเหมาะแก่การที่ทำให้ผมเรียบลื่นก็ได้  และสร้างวอลลุ่มให้ผมดูหนาขึ้นได้ ดังนั้นแปรงตัวนี้จะมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า Backcombing Hair Brush  เนื่องจากจะถูกนำไปใช้ในการช่วยให้ผมบริเวณโคนดูหนาพองตัวมากขึ้น ด้วยการนำหวีนี้ไปแปรงตรงช่อผมด้านหลังแล้วจะทำให้ผมดูมีวอลลุ่มดูหนาขึ้นมาได้ทันที หากสาวๆ คนไหนชอบการทำผมแบบนี้ ควรจะมีหวีชนิดนี้เอาไว้ครอบครองก็จะดีมากเลยนะจ๊ะ


 หากใครไปร้านทำผมบ่อยๆ ก็จะเห็นได้ว่าช่างทำผมจะมีหวีเยอะแยะเต็มไปหมดซึ่งเราก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า เขาเอาไว้ใช้อะไรกันบ้าง  แต่หากสาวๆ ได้อ่านบทความอันนี้เสร็จแล้ว ก็จะเห็นได้ว่านี่คือชนิดของหวีหลักๆ ที่เราควรรู้ไว้ในการจัดแต่งทรงผม หากต้องการจัดทรงผมให้ได้ด้วยตัวเองแบบมืออาชีพและมีผมที่สวยงามได้ทุกวันแล้วล่ะก็นะ  เรื่องแค่นี้ผู้หญิงอย่างเราทำได้อยู่แล้วเนอะ  แต่การที่จะซื้อหวีมาให้ครบทุกแบบอาจจะต้องใช้งบเยอะ ซึ่งบางทีเราอาจจะไม่มีเวลาใช้ทั้งหมด  ก็ขอให้เลือกหวีบางชนิดที่คิดว่าจะมีประโยชน์สมควร เหมาะกับเราในทุกวันมาใช้สักอันสองอันก็ได้นะ  
......แต่ถ้าหากว่าใครงบพอและใจรักล่ะก็ 8 อันนี้ จัดไปเลยจ้าาา (´∇ノ`*)ノ

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @