รู้หรือไม่! ดื่มน้ำอย่างไรให้สุขภาพดี สาวๆ สายเฮลตี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

รู้หรือไม่! ดื่มน้ำอย่างไรให้สุขภาพดี สาวๆ สายเฮลตี้ ห้ามพลาดเด็ดขาด!

เครื่องดื่มหวานๆ ชาเย็น สมู๊ตตี้อาจจะเป็นดริ้งค์ที่หลายคนชอบ แต่จะดื่มยังไงไม่ให้ทำร้ายสุขภาพจนเกินไป มาประยุกต์ให้เข้ากับหลักการดื่มน้ำกันเถอะค่ะ

28 December 2017
นู๋กบ
28 December 2017
เลือกอ่านตามหัวข้อ


หลายๆ คนน่าจะทราบจากการที่ถูกสอนอยู่แล้วว่าควรดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8 แก้วเพื่อสุขภาพที่ดี หลายคนก็ใช้วิธีดื่มเครื่องดื่มต่างๆ ให้สามารถดื่มได้ง่ายและไม่จำเจจนเกินไป แต่จะดื่มยังไงให้ได้ประโยชน์และไม่ทำร้ายสุขภาพจนเกินไป ก็ต้องมาดูที่หลักการดื่มน้ำก่อนค่ะ ว่าควรดื่มอย่างไรและนำมาปรับใช้กับเข้ากับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนค่ะ

1. อย่าดื่มครั้งละมากๆ


การดื่มน้ำคราวละมากๆ 2-3 แก้วนั้นเป็นอะไรที่อันตรายมากค่ะ นอกจากจะทำให้จุก อิ่มน้ำ ยังส่งผลเสียต่อไตที่ต้องหาทางกำจัดน้ำออกด้วย ทางที่ดีควรดื่มประมาณครึ่งถึง 1 แก้วในแต่ละครั้งเพื่อให้ร่างกายสามารถจัดการกับน้ำได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องรับภาระหนักในการจัดการน้ำที่เฮโลกันเข้ามาในรวดเดียวค่ะ

2. เลี่ยงการดื่มน้ำมากๆ ระหว่างทานอาหารและก่อนหลังทานอาหาร


ระหว่างที่ทานอาหารนั้น น้ำย่อยในกระเพาะจะทำหน้าที่ย่อยอาหารเพื่อส่งต่อไปยังลำไส้ การดื่มน้ำมากๆ ในช่วงนี้จะทำให้น้ำย่อยเจือจางลง อาหารคงอยู่ในกระเพาะนานขึ้น อันเป็นสาเหตุนำมาซึ่งโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับน้ำย่อยได้ โดยเฉพาะกรดไหลย้อนตัวแสบของหลายๆ คนค่ะ

นอกจากนี้การดื่มน้ำมากๆ ก่อนหรือหลังอาการก็จะมีผลเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากต้องการดื่มก่อนหรือหลังอาหาร ควรเว้นช่วงประมาณ 40-60 นาทีค่ะ ดังนั้นใครที่ชอบกินอาหารรสจัดแล้วดื่มน้ำตาม อย่าได้แปลกใจนะคะทำไมรู้สึกไม่ค่อยดี ^ ^

image_523985

จิบเรื่อยๆ ทีละนิดทั้งวัน ดีกว่าดื่มทีละสองแก้วรวดเดียวนะคะ

- ที่มารูป: scontent-fbkk5-7.us-fbcdn.net

3. ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วโดยประมาณ


ฟังดูเป็นตัวเลขที่เยอะ แต่นี่คือปริมาณเฉลี่ยโดยมักจะไม่ได้กล่าวถึงในด้านอาหารอื่นๆ ที่ทานเข้าไปด้วยค่ะ นั่นหมายถึงถ้าวันไหนเพื่อนๆ ทานอาหารที่มีน้ำเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่ แตงโม น้ำเต้าหู้ ก็จะสามารถนำมารวมเป็นส่วนหนึ่งของน้ำที่ต้องดื่มต่อวันได้เช่นกันค่ะ

ใครที่ไม่ชินกับการดื่มน้ำปริมาณขนาดนี้ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนนิสัยให้ดื่มบ่อยขึ้น หรือทำเป็นตารางเพื่อสุขภาพไปเลย โดยตารางที่แนะนำแล้วนั้นจะเป็นการดื่มหลังตื่นนอนตอนเช้า ก่อนและหลังอาหารในแต่ละมื้อประมาณ 1 ชั่วโมง และช่วงก่อนนอนค่ะ ลองปรับปริมาณและเวลาดูนะคะ

4. ดื่มทันทีเมื่อกระหายน้ำ


การที่รู้สึกกระหายน้ำนั้น เป็นสัญญาณที่บอกชัดเจนจากร่างกายว่าอยู่ในสภาวะที่ต้องการน้ำเพิ่ม ดังนั้นการดื่มน้ำในช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ควรที่จะดื่มเยอะจนเกินไปค่ะ หลายคนพอกระหายน้ำก็ซัดทีแก้วสองแก้ว อันนี้จัดว่าอันตรายมาก อาจจะทำให้จุก อึดอัด หรือบางครั้งเสียสมดุลย์มากๆ อาจจะถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว ควรดื่มทีละนิดให้ร่างกายค่อยๆ ฟื้นตัวค่ะ

image_523988

พกน้ำขวดสำหรับดื่มติดตัวไว้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีนะคะ

- ที่มารูป: s.isanook.com

5. ดื่มน้ำเย็นให้เหมาะสมกับสภาพต่างๆ


น้ำเย็นนั้นจะทำให้สดชื่น ชุ่มคอก็จริง แต่ก็แฝงมาด้วยอันตรายเล็กๆ เช่นเดียวกันค่ะ เนื่องจากร่างกายนั้นจะคุ้นเคยกับอุณหภูมิปกติ การดื่มน้ำที่ร้อนหรือเย็นจัดนั้นจะทำให้ร่างกายต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับน้ำเหล่านี้ ส่งผลให้ทำงานหนักขึ้น หากดื่มตลอดหรือดื่มทีละมากๆ ก็ย่อมจะเกิดผลเสียหนักขึ้นมาตามกันได้เช่นกันค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าจะถึงกับดื่มไม่ได้เลยนะคะ แค่ต้องรู้จักการงดและควบคุมตัวเองนั่นเองค่ะ

แน่นอนว่าในช่วงที่อากาศเย็นหรือร้อนนั้นก็ควรจะหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิใกล้กัน เช่นเย็นเจอเย็น ร้อนเจอร้อน ร่างกายจะร้องไห้เอาค่ะ

6. ดื่มให้มากขึ้นเมื่อเจอกับอาหารที่รสแรง


อาหารที่มีรสจัดจ้าน เข้มข้นนั้นเป็นอะไรที่เรียกว่าอร่อยจนไม่อยากจะให้เหลือ แต่ก็จะทำให้ร่างกายรับภาระหนักไม่น้อยเช่นกัน การดื่มน้ำเพิ่มจะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลย์ของแร่ธาตุและของเสริมแต่งรสชาติต่างๆ ที่ทะลักเข้ามาสู่ร่างกายอย่างมหาศาลได้ดีขึ้นนั่นเอง

image_523987

น้ำอุ่น สะอาดคือสิ่งที่ดีที่สุดต่อสุขภาพเช่นเคยค่ะ

- ที่มารูป: www.breakyourshackles.com


ซึ่งแม้ว่าเดิมทีนั้นจะเป็นการใช้กับน้ำเปล่าธรรมดาๆ แต่ก็สามารถน้ำมาประยุกต์เข้ากับเครื่องดื่มอื่นๆได้เช่นกัน เพียงแต่ต้องไม่ลืมว่า น้ำที่ดีที่สุดนั้นจะเป็นน้ำเปล่าที่สะดาก มีความอุ่นกำลังพอดีอยู่เสมอนั่นเองค่ะ ชานม กาแฟอาจจะมีรสชาติดี แต่การดื่มมากไปหรือดื่มแต่เครื่องดื่มรสหวานตลอดวันนั้นก็จะทำให้สุขภาพเสื่อมลงทีละเล็กละน้อยอย่างต่อเนื่อง ควรดื่มน้ำเปล่าสลับบ้านและจำกัดน้ำอื่นๆ ลงตามความเหมาะสมนะคะเพื่อนๆ ^ ^

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @