[นิยาย] Watch Out : บทที่ 1

PAGE 2/2
» »

สมัยนี้ คนที่ไม่ถือในโทรศัพท์ในมือก็ว่าหายากแล้ว แต่คนที่ใส่ใจจะชวนคนอื่นคุยแบบเจ้าหมอนี่เข้าขั้นเกือบสูญพันธุ์

บางทีเธอก็จำแทบไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่มีคนมาชวนเธอคุยมันนานแค่ไหนเกือบลืมไปด้วยซ้ำว่าการ 'คุย' กับใครสักคนโดยที่มืออีกฝ่ายไม่ได้ถือโทรศัพท์ในมือและพยายามจะแบ่งสมาธิมาขยับปากเท่าๆ กับพิมพ์ข้อความมันเป็นยังไง

"ต่อให้มีขบวนพาเหรดจากนอกโลกมาเดินบนนี้ พวกเขาก็คงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายแล้วก้มหน้าทวีตว่าเจอของแปลก"ปากที่ทาลิปติกสีแดงสดเหยียดยิ้มหยัน "แต่ฉันว่า ไม่ใช่เพราะรอบข้างไม่น่าสนใจพอหรอก พวกเขาแค่ทนอยู่กับตัวเองเฉยๆสักนาทีไม่ได้มากกว่า"

ทุกคนทำราวกับว่า การหยุดนิ่ง เดินเงียบๆ ใช้เวลากับตัวเองสักนาทีนั่นคือการเสียเวลาอันมีค่าอย่างร้ายแรง พวกเขาคงทนความคิดในสมองตัวเองไม่ได้ เลยต้องพยายามหาอะไรมาเบี่ยงเบนความสนใจ

บางที นอกจากจะไม่มีเวลาให้คนอื่นแล้ว พวกเขาเองก็ไม่มีแม้แต่เวลาให้ตัวเองเหมือนกัน

จอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนห้างสรรพสินค้าที่กำลังโฆษณาน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งถูกตัดเป็นจอสีขาว มีข้อความสีแดงเขียนว่า 'Watch Out' เด่นอยู่กลางจอ และค้างอยู่อย่างนั้นเกือบนาที

เพราะมันช่างทื่อตรง และมึนงง ไม่เหมือนกับโฆษณาอื่นๆ ที่เต็มไปด้วยลูกเล่นละการล่อลวงให้คนยอมเสียเวลาเงยหน้ามอง ตาของเธอจึงสะดุดที่มันเป็นพิเศษ แต่คนรอบข้างยังไม่มีใครสนใจจะเงยหน้ามองมัน

"เคยคิดอยากทำอะไรบางอย่างให้คนพวกนี้เงยหน้าขึ้นมาบ้างไหมครับ"

คำถามที่เรียกให้เอวาเจลีนเลิกคิ้ว ละความสนใจจอโทรทัศน์แล้วเมื่ออีกฝ่ายดึงมือที่สอดในแจ็กเก็ตขึ้นดันแว่นกรอบมิ้นต์ลง เธอจึงเห็นตาสีฟ้าสีเดียวกับเธอที่กำลังเปล่งประกายวาวโรจน์ กับรอยยิ้มขบขัน

"ผมเคยคิด"

ประกายอันแรงกล้า มุ่งมั่ง ที่มีความสนุกสนานปนอยู่ยามเอ่ยคำนั้นพอๆ กับความถือดีที่อัดแน่นในดวงตา

เธอถูกสายตานั้นตรึงไว้กับเก้าอี้

อีกฝ่ายลุกขึ้น จัดแจ็กเก็ตดำแถบสีฟ้ามิ้นต์โทนเดียวกับกรอบแว่น แล้วทิ้งมือตบบนไหล่ของเธอ

ไออุ่นจากมือเขาแผ่ซ่านลงบนไหล่ ที่รอบนิ้วโป้งเขาพันพลาสเตอร์สีฟ้ามิ้นต์

เขาต้องชอบสีนี้มากจริงๆ

"ตรงนี้ไกลจากอาคาร แต่ก็ระวังตัวไว้นะครับ"

มือถูกถอนออกไป แล้วสายตาที่ราวกับมนตร์สะกดนั้นก็ถูกบดบังด้วยเลนส์กันแดดสีดำ

ภวังค์ทั้งหมดก็จางหายเมื่อเสียงกัมปนาทกระชากทุกสายตาไปยังทิศที่มันดังขึ้นมา

ตูม!!

ควันและเปลวเพลิงสีส้มปะทุขึ้นจากชั้นสองของห้างสรรพสินค้า กระจกรอบตัวอาคารถูกแรงสะเทือนจนแตกร้าวกระจาย คมแก้วที่สะท้อนแสงอาทิตย์พุ่งเข้าใส่ผู้คนที่สัญจรเบื้องล่าง ปักลงฉึกยังเนื้อ ทิ่มแทงผ่านเสื้อผ้าบางๆ ของเหล่าคนที่ไม่เคยเงยหน้า จนลานหน้าศูนยการค้าที่เต็มไปด้วยฝูงชนเริ่มย้อมด้วยสีแดงฉาน

เกิดเสียงระเบิดจากจุดเดิมซ้ำ เอวาเจลีนแทบจำไม่ได้ว่ากี่ครั้ง แต่เกิดเพลิงประทุจนคานน้ำหนักของอาคารพังทลาย คานเหล็กชิ้นใหญ่ถูกแรงระเบิดดีดกระเด็นออกมา กวาดฟาดผู้คนที่อยู่ในทิศของมันจนแทบได้ยินเสียงกร็อบของกระดูกสันหลัง

ผู้คนกรีดร้องอลหม่าน คนที่วิ่งได้ก็วิ่ง คนที่ไม่อาจวิ่งก็ทำได้เพียงออกแรงคลานเฮือกสุดท้าย ตัวอาคารเริ่มพังลงมาเรื่อยๆ จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง ก็เหลือเพียงควันและประกายไฟที่ยังลุกโชติ

เศษปูนชิ้นเล็กกระดอนปลิวตามแรงลมมาชนกับรองเท้าบู๊ทสีดำ เจ้าของที่บัดนี้ยืนนิ่งค้างถึงกับลืมหายใจ เพราะจากจุดที่เธออยู่เพียงไม่ถึงสิบเมตร คือโศกนาฏกรรมที่ย้อมด้วยทะเลเลือดและเปลวเพลิง

ประโยคของเด็กหนุ่มปริศนาคนนั้นยังก้องกังวานในหัวเธอ

'เคยคิดอยากทำอะไรบางอย่างให้คนพวกนี้เงยหน้าขึ้นมาบ้างไหมครับ'


####


'เกิดเหตุระเบิดที่ศูนย์การค้าชื่อดัง โดยคนร้ายติดตั้งระเบิดไว้ที่ห้องน้ำหญิงชั้นสองจำนวนหกลูก มีผู้บาดเจ็บห้าสิบสองราย ผู้เสียชีวิตอีกยี่สิบกว่าราย โดยก่อนหน้าการระเบิดห้านาที ได้มีการแทรกแทรงสัญญาณไปยังจอโทรทัศน์โฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าห้าง เป็นข้อความสีแดงว่า 'Watch Out' ตอนนี้ทางตำรวจกำเร่งสืบสวน...'

[น่ากลัวจัง TT_TT #โลกเรามันอยู่ยากขึ้นทุกวัน #แย่จัง #ไปทำไกลๆหน่อยก็ไม่ได้ #ดีแล้วที่วันนี้ไม่ได้ไป #งี้จะไปเดินเที่ยวที่ไหนดี]

[พี่สาวฉันอยู่ที่นั่นด้วยเห็นระเบิดเต็มๆ ตาเลย! น่ากลัวมากกกก!]

[ดูสิ กระจกกระเด็นบาดแขน เป็นแผลเลย เจ็บมากๆ]

[ขอห้ายทุกโคนปรอดพัยนร๊ะคร๊ะ]

[น่าจะมาระเบิดโรงเรียนเราหน่อยนะ ขี้เกียจไปเรียนมาก #ผิด #อัลไลคือความดีงาม]

[ตอนนั้นเดินเล่นอยู่แถวนั้นพอดี ตอนระเบิดตกใจมาก ยังดีที่เราอยู่พ้นรัศมี เลยถ่ายรูปมาให้ดูได้ คนที่ลานหน้าห้างโดนกระจกปลิวบาดเต็มเลย น่ากลัวจัง #ระเบิด #ก่อการร้าย]

ทั่วโซเชี่ยลต่างอัพเดตสถานะเกี่ยวกับข่าวนี้

คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างฟุ้งฝอย อวดรอยแผล โชว์รูปที่ถ่ายมาได้ หลายคนมาเป็นคลิป ราวกับภาคภูมิใจที่สุดที่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้น

สิบปีก่อนเกิดระเบิด ทุกคนตื่นตระหนก

สิบปีผ่านมา มีคนวางระเบิด สิ่งแรกที่ควรทำ คือหยิบมือถือขึ้นถ่ายคลิป

น้ำจากผมสีดำที่ยังเปียกชื้นหยดแหมะลงบนจอของสมาร์ทโฟนรุ่นที่เพิ่งตกรุ่นไปเมื่อสองวันหมาดๆ เพราะบริษัทโทรศัพท์พากันปล่อยตัวใหม่ที่ฟังก์ชั่นเยี่ยมกว่าออกมาดึงดูดลูกค้า

เอวาเจลีนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใช้มือขยี้ผม น้ำอีกสองสามหยดแหมะลงบนจอ แต่เธอไม่สนใจใช้อีกมือสไลด์กวาดน้ำพวกนั้นไป เลื่อนผ่านบรรสถานะไร้สาระ จนสะดุดกับภาพถ่ายหน้าของใครสักคนที่กำลังน้ำตาไหลแต่หันหน้าเข้ากล้องได้ทำมุมได้เป๊ะยิ่งกว่านางเอกละครหลังข่าว

[เห็นข่าวแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ น่าสงสารคนที่ไปเที่ยวห้างนั้นจังเลย TwT]

อา...ช่างเสียใจจนมีอารมณ์มาเลือกมุมกล้อง เอารูปมาเข้าโฟโต้ช็อปรีทัชหน้าเด้ง แก้มเรียว ตาโต คิ้วเป๊ะ แล้วโพสลงเฟสบุ๊คพร้อมคำบรรยายได้อีกต่างหากนะคะ

เอวาเจลีนอดไมได้จะเหลือบมองคอมเมนต์ที่เข้ามาปลอบอกปลอบใจแม่สาวจิตใจดีงามปานนางงามจักรวาล แค่อ่านข่าวก็น้ำตาซึม แต่น้ำตาคุณเธอไมได้ช่วยบ้าอะไรกับเหตุการณ์นี้เลยนอกจากเรียกยอดไลค์

เพราะระบบจีพีเอสของโทรศัพท์เช็คอินเธอที่ศูนย์การค้าในเวลาเกิดเหตุ และเธอยังไม่มาอัพเดตว่าปลอดภัย ดังนั้นบนกระดานไทม์ไลน์ส่วนตัวของเธอจึงมีแต่คนมาระดมถามว่าเป็นไงบ้าง สบายดีไหม

เด็กสาวมองบรรดาคำถามเป็นห่วงนั้นด้วยสายตาเบื่อหน่าย แล้วโยนโทรศัพท์ไปที่เตียง

 พวกเขาเพียงแค่คลิกเข้ามาโพสถามตามมารยาท จากนั้นก็กดออกไปสนใจข่าวอื่นๆ บนเพจ ไม่มีสักคนหรอกที่เป็นห่วงจริงจัง ไม่มีค่าให้ตอบกลับไป

เธอยังนึกถึงเหตการณ์เมื่อกลางวัน เด็กหนุ่มชุดสีฟ้ามิ้นต์กับตาสีฟ้า และคำถามที่ยังวนก้องในหัวเธอนับจากวินาทีที่ระเบิดคำราม

'เคยคิดอยากทำอะไรบางอย่างให้คนพวกนี้เงยหน้าขึ้นมาบ้างไหมครับ'

'ผมเคยคิด'

ภาพการระเบิดยังคงติดตาเศษกระจกจากตัวอาคารกระเด็นออกมายังลาน ทิ่มแทงใส่ผู้คนที่เดินอยู่หน้าอาคาร แต่ม้านั่งที่เธอนั่งอยู่นั้นไกลพอจะพ้นจากรัศมี มีเพียงชิ้นส่วนเล็กๆ เท่านั้นที่กระเด็นรอดมาตกอยู่แทบเท้า

'ตรงนี้ไกลจากอาคาร แต่ก็ระวังตัวไว้นะครับ'

ดูเหมือนเธอจะมีบุญได้เจอกับผู้ก่อการร้ายวางระเบิดแล้วล่ะ

บางทีเธอควรแจ้งตำรวจ เล่าทุกอย่างให้เค้าฟัง ช่วยบอกรูปพรรณสัณฐาน เผื่อว่ากล้องตัวใดในบริเวณนั้นจะจับภาพเขาได้ จะได้สามารถตามตัวมาดำเนินคดีได้ และการก่อการร้ายที่บ้าคลั่งนี้จะได้ยุติลงโดยที่ไม่มีใครเจ็บตัว

....ไม่ก็อัพสเตตัสเล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญว่าเพิ่งได้สนทนากับผู้ร้ายวางระเบิดสดๆ ร้อนๆ โม้อย่างเมามันส์ว่าเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์แบบกระชั้นชิดโดยไม่มีแผลกลับมาสักแผล

ไม่ก็...นั่งเฉยๆ

แล้วรอดูว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป...



[โลกนี้น่าจะมีเรื่องน่าตื่นเต้นบ้าง... #ก็แค่เบื่อ]

- Eva -
 
ใครที่อยากอ่านบทต่อไปไวๆ

อย่าลืมกดแชร์ & คอมเม้นท์ให้กำลังใจนักเขียนด้วยนะคะ

กิจกรรม SistaCafe