[นิยาย] ในดวงมาน...♡ ( บทที่ 4 )

[นิยาย] ในดวงมาน...♡ ( บทที่ 4 )

[โรแมนติก-ดราม่า]
เกมรักท้าทาย ที่ให้หญิงสาวทั้งเจ็ดคนลงสนาม
สมรภูมิที่เต็มไปด้วยความปรารถนา สิ่งล่อตา และภาพมายาที่ฉาบฉวย ✶

09 December 2015
เลื่อมประภัสสร
09 December 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

 


บทที่ 4

image_65734
- ที่มารูป: image.dek-d.com
แขกรับเชิญ
( Guest )


หลังจากการรับประทานอาหารกลางวันของสองพี่น้องสิ้นสุดลง พิมพ์ประภัสร์ได้ขับรถมาส่งวาดลัดดาที่มหาวิทยาลัยดังเดิม สาวน้อยโบกมือลาให้กับพี่สาวก่อนที่จะรีบขึ้นตึกไปเรียนต่อในช่วงบ่าย ส่วนตัวเธอเองก็จัดแจงแต่งหน้าให้สวยงามก่อนที่จะลงจากรถสีส้มประกายทองคู่ใจ และขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะเปิดเพลงฟังจากคลื่นวิทยุ ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์สาวโปรดปรานยามที่รู้สึกอยากจะผ่อนคลาย

 

“ สวัสดีครับคุณผู้ฟัง...ตอนนี้คุณกำลังฟังคลื่น 77.5 MHz Lady Radio " เสียงดีเจหนุ่มกล่าวทักทายผู้ฟัง หลังจากสิ้นเสียงของทำนองเพลงที่เปิดไปเมื่อครู่


" ...สำหรับวันนี้ทางสถานีของเรา ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญมาให้สัมภาษณ์ถึงผลงานเพลงชิ้นแรก ที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่นาที ซึ่งแขกรับเชิญที่ว่านี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอเป็นนักร้องสาวที่มีดีกรีเป็นถึงนางแบบ และนักแสดงที่กำลังมาแรงอยู่ ณ ขณะนี้ ซึ่งในตอนนี้เธอก็นั่งอยู่ข้างๆ ผมแล้ว ขอต้อนรับคุณซีรี สาริสา ศิระมณีวัฒนาครับ สวัสดีครับคุณซีรี... ” ดีเจหนุ่มกล่าวทักทายนักร้องสาว ท่ามกลางเสียงปรบมือให้การต้อนรับจากเครื่องกดเสียงในห้องอัดของทางสถานี


“ ค่า!! สวัสดีค่ะ ” เสียงเจื้อยแจ้วของนักร้องสาวทักตอบ

 

“ คุณซีรีรู้สึกอย่างไรบ้างครับกับผลงานเพลงที่กำลังจะเปิดตัวในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ? ” ดีเจหนุ่มถาม

 

“ รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ...และดีใจที่ได้ทำงานเพลง นับว่าเป็นอีกหนึ่งงานในวงการที่ซีรีได้ลองทำต่อจากงานเดินแบบ และงานแสดงเลย ” เธอกล่าว


“ คุณซีรีรู้ตัวไหมครับว่าคุณเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์ และมีความสามารถมากที่ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างในคราวเดียวกัน ” ดีเจหนุ่มใส่ลูกยอ

 

“ คงไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ก็ขอขอบคุณนะคะ...และขอบคุณทุกๆ โอกาสที่ได้มีให้ ซีรีทราบค่ะว่าคนในวงการน้อยคนที่จะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ในคราวเดียว ซึ่งซีรีเองก็ไม่ได้เป็นคนที่เก่งอะไรมาก แค่เริ่มต้นจากการเป็นนางแบบโนเนม จนกระทั่งได้ไปเล่นโฆษณากับละคร ก็พอมีคนรู้จักเพิ่มขึ้นบ้าง ซึ่ง... ”


“ อย่าพูดว่า พอมีคนรู้จักเพิ่ม เลยครับ ที่จริงแล้วคุณซีรีมีชื่อเสียงมาก ไม่มีใครไม่รู้จักเลย... ” เสียงดีเจหนุ่มกล่าวแทรกขัดจังหวะ ทำให้นักร้องสาวต้องเงียบลง

 

“ ...คนที่ทำได้แบบคุณหายากนะครับ เท่าที่ผมนึกได้ก็มีแต่คุณ โรส รสรินทร์ เท่านั้น ที่ทำได้ขนาดนี้... ” พิมพ์ประภัสร์หยุดกิจกรรมที่ทำลงครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินชื่อของดาราสาวคนนี้ เธอละสายตาจากกระจกขณะที่กำลังตบแป้ง มือข้างหนึ่งของเธอเอื้อมไปหมุนปุ่มที่วิทยุ เพื่อเร่งเสียงให้ดังขึ้น ก่อนที่จะยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ดีเจหนุ่มถาม


“ เห็นใครๆ ต่างก็พูดกันว่า คุณซีรีกำลังจะขึ้นมาแทนที่คุณโรสอย่างนั้นเหรอครับ ? ” น้ำเสียงของเขาถามอย่างสงสัย ขนาดทำให้สาริสาถึงกับไปต่อไม่ถูก

 

“ ค...คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ คุณโรสเธอเป็นตำนาน อีกอย่างหนึ่งซีรีเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง ” ดาราสาวกล่าวอย่างถ่อมตัว

 

“ แหม...ผมแค่แซวเล่นน่ะครับ!! หวังว่าหลังจากออกอากาศไปคงไม่มีข่าวเกาเหลาเกิดขึ้นกันนะ เอาล่ะครับ..สุดท้ายนี้ผมอยากให้คุณซีรีกล่าวฝากผลงานเพลงให้กับคุณผู้ฟังเสียหน่อย ” ดีเจหนุ่มรีบตัดบท

 

“ ค่ะ!! ยังไงก็ขอฝากผลงานเพลงเพลงแรกของซีรีด้วยนะคะ ชื่อเพลง เก็บหัวใจ ซีรีตั้งใจและถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่ และอีกไม่นานก็กำลังจะมีผลงานที่สองตามมา อย่าลืมติดตามกันนะคะ ” เธอกล่าวทิ้งท้ายอย่างสวยงาม ก่อนที่จะอำลาผู้ฟังและปิดท้ายด้วยบทเพลงน่ารักๆ ที่ถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกข้างใน…


เพลง เก็บหัวใจ เป็นเพลงที่ดาราสาวร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอันไพเราะ บวกกับความลงตัวของทำนองเพลงที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาเมื่อได้รับฟัง และขณะเดียวกันเนื้อร้องที่เลือกสรรแต่ถ้อยคำหวานๆ ซึ้งๆ ทำให้รู้สึกเพลิดเพลินได้ถึงบทเพลงที่ชวนฝัน ซึ่งเนื้อหาได้กล่าวถึงหญิงสาวคนหนึ่ง เธอเปรียบความฝันของเธอเหมือนดั่งเช่นความรัก หากยังไม่ถึงเวลาของมันเราก็ทำได้แค่เพียงที่จะรอ จนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะช่วยนำพาไปถึงจุดนั้น...


เพลงของ 
สาริสา ถูกปล่อยออกสู่คลื่นวิทยุ Lady Radio และอีกเพียงไม่กี่นาทีต่อมา คลื่นวิทยุอื่นๆ ก็เริ่มเปิดเพลงนี้ตามๆ กัน จนทำให้ผู้ฟังหลายๆ คนรู้สึกเพลิดเพลินในบทเพลงที่แสนไพเราะเช่นนี้

เพลงของเธอเปิดอยู่ทั่วไปทั้งในย่านชุมชนเมือง ตึกรามบ้านช่อง ไม่เว้นแม้แต่บนท้องถนน รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า แม้แต่ในสถานที่ประกอบการต่างๆ อย่างโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของการทำศัลยกรรมตกแต่ง บทเพลงนี้ก็ดังขึ้นในห้องประชาสัมพันธ์ที่เหล่าสาวๆ นางพยาบาลผู้มีใจรักในเสียงดนตรีต่างเปิดฟังกันยามว่างเพื่อคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

สาวๆ เหล่านี้หารู้ไม่ว่า สิ่งที่จะทำลายบรรยากาศอันสำราญกำลังใกล้เข้ามา และเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ รถสีม่วงเปลือกมังคุดคันใหญ่ที่ดูลึกลับก็ได้เคลื่อนตัวเข้ามายังลานจอดรถของทางโรงพยาบาล แถมจอดในที่ V.I.P เสียด้วย นั่นย่อมหมายความว่าผู้ที่เดินทางมากับรถคันนี้ไม่ใช่บุคคลธรรมดาเป็นแน่


ท่ามกลางสังคมเมืองใหญ่ที่กำลังรับฟังบทเพลงอันไพเราะจากเสียงของนักร้องสาวนามกระเดื่องอยู่นั้น คงมีเพียงรถคันนี้เพียงคันเดียวที่ไม่รู้สึกยินดีรับฟังบทเพลงเพราะๆ เพลงนี้ หรืออาจจะฟังแล้วและไม่อยากฟังมันอีกเลยก็เป็นได้


หลังจากที่เครื่องยนต์ของรถสีม่วงคันนี้ดับลง ปรากฏให้เห็นชายวัยกลางคนใส่เสื้อคอปกสีเทาอ่อน ลุกลี้ลุกลนจากฝั่งคนขับเพื่ออ้อมมาเปิดประตูรถให้กับผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหลังทางฝั่งตรงข้าม และเมื่อยามที่ประตูรถถูกเปิดออก เผยให้เห็นหญิงสาวที่มีท่วงท่าดุจนางพญากำลังก้าวลงมา ใบหน้าของเธอซีดขาว และสวมแว่นตากันแดดสีดำอำพรางนัยน์ตาไว้ หล่อนสวมชุดสีดำประกายม่วงและปล่อยผมสีเข้มยาวสยาย แม้ว่าความเป็นจริงหญิงสาวจะมีอายุย่างเข้าเลขสี่ แต่ดวงหน้าก็ยังไม่มีริ้วรอยใดๆ ที่บ่งบอกว่าเธอล่วงเลยเข้าสู่วัยของช่วงอายุนั้น


สาวใหญ่เดินออกมาจากลานจอดรถแล้วมุ่งตรงไปยังลิฟท์ เธอกดปุ่มไปที่ชั้นสิบห้า ซึ่งมันได้พาเธอขึ้นไปสู่ชั้นบนสุดของอาคาร...ชั้นกองการศัลยกรรม


เจ้าหล่อนก้าวเท้าไปตามทางเดินของชั้นนั้น โดยที่เหล่าพยาบาลต่างหลบสายตา ไม่ก็ก้มหน้าหรือยืนหลบมุม เพื่อที่จะได้ไม่เจอกับแรงปะทะ


หญิงสาวย่างเท้าผ่านห้องประชาสัมพันธ์ ซึ่งภายในนั้นนางพยาบาลต่างผ่อนคลายด้วยการเปิดเพลง และแสร้งทำเป็นตรวจเอกสารกันอย่างเคร่งครัดเมื่อเห็นเธอเดินมา สาวใหญ่หยุดนิ่ง เมื่อได้ยินอะไรบางอย่างที่ระคายหู เธอเดินมุ่งตรงไปหาพยาบาลในห้องที่อยู่ใกล้กับเธอที่สุด พยาบาลสาวก้มหน้าไม่กล้าสบสายตา เจ้าหล่อนจึงมองพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวบางอย่างออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นประดุจน้ำแข็ง


“ ปิดเพลง...เดี๋ยวนี้ ” และไม่ทันที่จะต้องให้กล่าวซ้ำ พยาบาลสาวคนนั้นก็รีบลุกขึ้นไปปิดวิทยุโดยเร็ว

 

เมื่อรู้สึกว่าตนพึงพอใจแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้เหล่าพยาบาลวิ่งมาจับกลุ่มนินทาถึงเหตุการณ์เมื่อครู่กันอย่างสนุกปากเมื่อเห็นเธอเดินลับตาไป


สาวใหญ่มาหยุดอยู่ที่ห้องริมสุดของทางเดิน เธอเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะ ราวกับว่าห้องนี้เป็นห้องของเธอเอง ทว่ากลับรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับบุคคลที่อยู่ตรงหน้า เธอเห็นพยาบาลสาวร่างเล็กที่มีทีท่าค่อนข้างมั่นใจ เดินตรงเข้ามาหาอย่างไม่เกรงกลัว ซึ่งต่างจากคนอื่นๆ ผมสั้นซอยที่บ่งบอกถึงความปราดเปรียว ฉีกภาพลักษณ์จากนางพยาบาลทั่วไป ยิ่งกว่านั้นกระดุมที่ชุดก็ติดต่ำลงมากว่าปกติ เผยให้เห็นขอบยกทรงสีแดงดูร้อนแรง

 

“ สวัสดีค่ะ...คุณโรส!! ” พยาบาลสาวกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่เสแสร้ง พลางไหว้ด้วยท่าทีที่ประดิดประดอย


“ ใครใช้ให้หล่อนเข้ามาในห้องนี้ แล้วน้องชายฉันอยู่ไหน ? ” สาวใหญ่เปล่งเสียงถาม

 

“ ตอบทีละคำถามนะคะ!! ฉันเป็นเลขาฯ...ส่วนตัว ของคุณหมอ สามารถเข้ามาในห้องของคุณหมอได้ทุกครั้ง และตอนนี้คุณหมอไม่อยู่...ไปตรวจคนไข้ค่ะ!! ” หญิงสาวตอบด้วยท่าทีที่กวนอารมณ์

 

“ ใครแต่งตั้งหล่อนเป็นเลขาฯ ยะ ?!! ” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงที่สุดทน ดวงตาเบิกกว้างแสดงถึงความไม่พอใจ


“ อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้สถาปนาตัวเองขึ้นมาหรอกค่ะ!! ” หล่อนตอบห้วนๆ

 

“ แก...กล้าต่อล้อต่อเถียงกับฉันเหรอ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ?!! ” สาวใหญ่เกรี้ยวกราด

 

“ ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะคะ...คุณ โรส รสรินทร์ นักร้องสาวดาวค้างฟ้าที่ไม่ยอมแก่ เพราะมีน้องชายเป็นศัลยแพทย์ระดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่ง...อีกไม่นานคุณก็จะกลายเป็นพี่สามีของฉัน ” พยาบาลสาวลอยหน้าลอยตาเพื่อยั่วอารมณ์


“ นางทับทิม แกนี่มันชั่วจริงๆ !! ทำให้น้องชายของฉันเสียใจยังไม่พอ แกยังจะกล้าทำให้ฉันเสียใจอีกเหรอไง ?!! จำไว้นะ!! ชาตินี้ทั้งชาติ ฉันจะไม่มีวันยอมรับแกเป็นน้องสะใภ้ฉันหรอก!!! ” รสรินทร์ตวาด

 

“ ถ้าฉันชั่ว!! คุณก็ชั่วยิ่งกว่าฉันแหละค่ะ!! ไม่ใช่เพราะคุณเหรอที่ให้ฉันไปทำลายความสัมพันธ์ของคุณหมอกับแฟนของเขา!! เพียงเพราะคุณรับไม่ได้ที่คุณหมอไปคบกับอาจารย์มหาวิทยาลัยจนๆ ฉันก็ทำสำเร็จแล้วนี่คะ!! แล้วมันก็ไม่ผิดอะไรที่ฉันจะสานสัมพันธ์ของฉันกับคุณหมอเสียเอง คุณน่าจะดีใจนะคะที่แผนการของคุณสำเร็จเกินคาด!! ” หญิงสาวกอดอกอย่างพึงพอใจในคำพูดของตนเมื่อครู่


“ นางงูพิษ!!... ” ไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือของนักร้องสาวก็ฟาดลงไปที่หน้าของนางพยาบาลฝีปากกล้าโดยทันที และขณะเดียวกันนั้นเองประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นชายสวมแว่นคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาสวมเสื้อกาวน์และถือถาดเอกสาร ซึ่งบ่งบอกว่าเขาผู้นี้ประกอบวิชาชีพเป็นนายแพทย์อย่างแน่นอน


รสรินทร์ เหลือบมองน้องชาย ก่อนที่จะรู้ตัวว่าเธอได้เผลอทำอะไรลงไป ทางฝ่ายพยาบาลสาวเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบบีบน้ำตา แล้วส่งเสียงสะอึกสะอื้นทันที ราวกับว่าเธอมีปุ่มบังคับอยู่ในตัวเอง

 

“ พี่โรส...ต้องถึงขั้นตบตีกันเลยเหรอครับ ทับทิมเขาทำอะไรให้ ?? ” คุณหมอถามพี่สาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างตกใจ

 

“ ข...ขอโทษค่ะพี่หมอ ทับทิมผิดเองที่เข้าห้องพี่หมอโดยพลการ ท..ทับทิมแค่จะเอาแฟ้มคนไข้มาให้ แล้วเผอิญคุณโรสแกเข้ามาเห็นพอดี... ” พยาบาลสาวอธิบายพลางร่ำไห้ไปพร้อมๆ กัน 


“ นางหน้าด้าน!!! เมฆ...แกเชื่อนางผู้หญิงแพศยาคนนี้เหรอ มันสร้างภาพหลอกแกอยู่นะ!! ” รสรินทร์สาธยายให้น้องชายของเธอฟัง

 

“ พอเถอะครับพี่...ผมก็เห็นอยู่ว่าพี่เพิ่งตบเขาไป ทับทิม...คุณออกไปก่อนเถอะ ” หมอหนุ่มสั่งพยาบาลผู้ช่วย

 

“ ค่ะ... ” หญิงสาวกล่าวอย่างนอบน้อม พลางเหลือบมองนักร้องสาวด้วยสายตาที่เย้ยหยัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป…


รสรินทร์มองดูเธอด้วยความจงเกลียดจงชัง สาวใหญ่รู้โดยทันทีว่าชาตินี้จะไม่ขอข้องเกี่ยวใดๆ กับผู้หญิงคนนี้เป็นอันขาด

 

หลังจากที่พยาบาลสาวออกไปจากห้องพักของคุณหมอ มงคลมาส ศัลยแพทย์ผู้มีชื่อเสียง บรรยากาศภายในห้องก็เงียบไปครู่หนึ่ง บัดนี้ก็เหลือเพียงแค่เขาและพี่สาวเท่านั้น คุณหมอเดินมาที่โต๊ะทำงานแล้วนั่งลง ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดประเด็นกับพี่สาวของตัวเอง


“ พี่มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ ? ” คุณหมอถามพลางมองเธอด้วยสายตาที่เบื่อหน่าย

 

“ นี่แกยังติดใจฉันในเรื่องนั้นอยู่เหรอไง ??...ฉันเป็นพี่แกนะ ฉันไม่มีทางทำให้น้องชายเพียงคนเดียวของฉันต้องเสียใจหรอก!! ” รสรินทร์รีบแก้ต่างให้ตัวเอง แม้รู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะเธอ

 

“ แต่พี่ก็ไม่ได้เห็นด้วย หรือสนับสนุนพิมพ์เขาอยู่แล้วนี่!! ” เขากล่าวถึงคนรักเก่าอย่างพิมพ์ประภัสร์


“ ถึงฉันไม่เห็นด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้ขัดขวาง!! ” รสรินทร์แสร้งทำเสียงแข็ง

 

“ เหรอครับ ? ” หมอหนุ่มถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็นๆ ราวกับไม่เชื่อ

 

“ จะยังไงก็แล้วแต่ ฉันก็ไม่เห็นดีเห็นงามให้แกกับยายครูนั่นคบกันหรอก รวมไปถึงนางทับทิมด้วย!! ” เธอยื่นคำขาด


“ พี่วางใจได้เลย...ผมกับทับทิมไม่มีทางไปด้วยกันได้แน่ ผมมองเห็นเธอเป็นแค่รุ่นน้องคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนพิมพ์... ” คุณหมอพูดแล้วถอนหายใจ

 

“ ...ผมอยากได้พิมพ์คืนมา ” เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเศร้า พลางหวนนึกถึงหญิงคนรัก

 

“ ฝันไปเถอะว่ามันจะกลับมา ถ้าฉันเป็นยายนั่น แล้วเห็นแกแก้ผ้าอยู่ในห้องน้ำกับนางทับทิม...เป็นฉัน..ฉันก็ไม่มีวันกลับมาหาแกหรอก!! ” สาวใหญ่แดกดันพลางยิ้มร่า


“ วันนั้นมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มันเกิดขึ้นเสียหน่อย ” คุณหมอพูด

 

“ ไว้แกก็ไปอธิบายกับมันเองก็แล้วกัน!! ” เธอประชดตามแบบที่ถนัด พลางมองน้องชายอย่างผู้ชนะก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องสนทนา

 

“ ...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาทะเลาะกับแกหรอกนะ แค่อยากให้แกช่วยเติมหน้าให้หน่อยก็เท่านั้น คืนนี้ฉันมีงานโชว์ตัวที่โรงแรม ดารานางแบบไปกันเยอะเชียว รวมทั้งพวกไฮโซ ไฮซ้อทั้งหลายด้วย แกก็ควรจะไปนะ!! ”  สาวใหญ่บอกถึงจุดประสงค์ที่มา


“ พี่ไปเถอะครับ ผมไม่อยากไป...เดี๋ยวตอนเย็นผมก็ต้องประชุมอีก เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะแค่ฉีดฟิลเลอร์ให้พี่เท่านั้น ” ชายหนุ่มเดินไปหยิบขวดยาจากในตู้เย็น แล้วใช้เข็มฉีดยาดูดมันออกมา

 

“ ก็ได้...แต่แกจำเอาไว้นะ ทุกอย่างที่ฉันทำไป ฉันทำเพื่อแกนะเมฆ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง แกเป็นคนเดียวที่ฉันเหลืออยู่ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้แกไปตกระกำลำบากที่ไหนหรอก!! ” เธอกล่าว

 

“ พี่ไม่ได้ทำเพื่อผมหรอกครับ...พี่ทำเพื่อตัวเอง พี่กลัวว่าผมจะทำให้พี่ขายหน้า ” คุณหมอตอกกลับ


“ เมฆ!! ถ้าแกไม่มีฉัน แกก็ไม่ได้เป็นหมออย่างทุกวันนี้หรอก!! ” หญิงสาวตวาดอย่างเหลืออด ปากของเธอสั่นระริกด้วยความโกรธระคนเสียใจ สักพักน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นเอาไว้

 

“ พี่ครับ...ผมขอโทษ ” หมอหนุ่มเดินเข้ามาปลอบพี่สาว พลางโอบไหล่เธอไว้

 

“ ผมขอโทษครับ... ” เขาพูดซ้ำแล้วกอดเธอไว้แน่น


ทั้งคุณหมอและนักร้องสาวต่างรู้ดีว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขามีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง พ่อกับแม่ของพวกเขาจากไปเพราะอุบัติเหตุที่ต่างจังหวัด จึงทำให้รสรินทร์เด็กสาววัยสิบห้าปี ต้องดูแลน้องชายวัยห้าขวบเพียงลำพังในบ้านพักหลังเล็กๆ ที่พ่อกับแม่ทิ้งให้พวกเขาไว้เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย

เด็กสาวหาเงินด้วยการร้องเพลงประกวดจนได้รับรางวัลและทุนการศึกษามากมาย กระทั่งมีคนเห็นแววจึงชักชวนเธอเข้าวงการและปั้นให้เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงเมื่อตอนอายุสิบแปด นอกจากนี้เธอยังรับงานเดินแบบและงานละคร แถมยังส่งเสียค่าเล่าเรียนให้แก่น้องชายจนเรียนจบแพทย์อีกด้วย เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้หญิงสาวมีความเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงทั่วๆ ไป แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งนั้นกลับทำให้เธอต้องเป็นคนที่เย็นชาและร้ายกาจ จนใครๆ ต่างพากันเกรงกลัวในอิทธิฤทธิ์


ทางด้าน ทิพย์อำพัน พยาบาลสาวสุดเปรี้ยว ซึ่งยืนแอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่ที่หน้าห้องมาตั้งแต่แรก กลับแสยะปากทันทีที่รับรู้ถึงฉากซาบซึ้งของคนทั้งสอง เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนและขยาดกับคำพูดเหล่านี้ ถ้าไม่ติดว่านายแพทย์มงคลมาสเป็นหมอศัลยกรรมตกแต่งระดับต้นๆ ของประเทศ และมีพี่สาวเป็นถึงดาราค้างฟ้า หญิงสาวก็คงไม่ทนที่จะมานั่งอ่อยให้เปลืองตัว โดยไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปอย่างนี้ เพราะเธอรู้ดีว่าคุณหมอหนุ่มไม่ได้สนใจไยดีอะไรในตัวเธอมาตั้งแต่แรก นอกจากพิมพ์ประภัสร์เพื่อนสมัยเรียน


พยาบาลสาวหัวเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินออกมาเพื่อกลับไปยังห้องประชาสัมพันธ์ดังเดิม เธอเห็นเพื่อนพยาบาลกำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน เดาได้เลยว่าเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องของยายแก่รสรินทร์!!


“ เป็นไงบ้างทับทิม เจอคุณนายโรสหรือเปล่า ? ” พยาบาลคนหนึ่งถามขึ้น

 

“ ก็เจอน่ะสิ!! ซวยชะมัด ” เธอกล่าวอย่างหัวเสีย

 

“ แล้วทะเลาะกันอีกไหม ? ” เจ้าหล่อนถามซ้ำ

 

“ จะเหลือเรอะ!! ” ทิพย์อำพันกระแทกเสียง


“ อุ๊ย!! ทำไมที่แก้มของเธอถึงมีรอยแดงด้วยล่ะ...อย่าบอกนะว่าโดนยายนั่นตบมา ? ” พยาบาลอีกคนถามขึ้น พลางชี้ไปที่แก้มของเธอซึ่งมีรอยฝ่ามือของรสรินทร์ประทับอยู่

 

“ คนอย่างฉันไม่มีทางปล่อยให้ยายนั่นทำอยู่ฝ่ายเดียวหรอกน่ะ!! ” หญิงสาวรีบแก้ต่างให้ตัวเอง

 

“ ไม่แน่หรอก!! เธออยากเป็นน้องสะใภ้ของเขาจะตาย ฉันเห็นแทบจะคลานเข่าเข้าไปหา ” เมื่อคำพูดกระทบกระเทียบของพยาบาลคนนั้นสิ้นสุดลงลง เหล่าสาวๆ ที่เหลือต่างก็หัวเราะให้กับความน่าขันของเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น


“ นี่!! พวกเธอ!!...ถ้าไม่รู้เรื่องอะไรก็อย่าพูดเสียดีกว่า สงบปากสงบคำกันไว้บ้าง ก่อนที่จะไม่มีปากไว้ให้พูดอีกต่อไป!! ” เธอโวยวายพลางหยิบคัตเตอร์ขึ้นมาขู่เพื่อนพยาบาลด้วยกัน

 

เหล่าพยาบาลต่างเงียบเมื่อเห็นว่าทิพย์อำพันเอาจริง พวกหล่อนรู้อยู่เต็มอกว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับคนอย่างเธอเสียเท่าไร นั่นก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หญิงสาวไม่มีเพื่อนสนิทเลยแม้แต่คนเดียว

 

“ ...สงสัยคงแทงใจดำ... ” พยาบาลหันมากระซิบกระซาบกัน


“ ...ฉันว่ายายคุณนายโรสเองก็ดูท่าจะป่วยทางจิต อยู่ๆ มาถึงก็ให้ฉันปิดเพลงเฉยเลย ” หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้นอย่างสงสัย

 

“ สงสัยคงจะรับไม่ได้...ที่อยู่ๆ จะมีดาวรุ่งดวงใหม่มาดับแสง ” เธออีกคนกล่าวเสริม ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นคำพูดทิ้งท้ายที่ทำให้ทิพย์อำพันรู้สึกดี ที่รู้ว่าวันที่ โรส รสรินทร์ จะสิ้นชื่อกำลังมาถึง และเธอก็อยากจะเห็นวันที่ว่าด้วยตาของตัวเอง...

 

+++++++++++++++++++++++++++++++


ในคืนนั้นที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง รสรินทร์ปรากฏกายขึ้นกลางเวทีในห้องจัดเลี้ยง และโชว์บทเพลง ในดวงมาน ซึ่งเป็นบทเพลงอมตะประจำตัว และบทเพลงนี้เองที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักแก่ใครต่อใครนับตั้งแต่ครั้งนั้น ทุกคนต่างปรบมือและให้การต้อนรับนักร้องสาวเหมือนอย่างเคย แต่ครั้งนี้กลับไม่มากเท่ากับครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะว่าทุกสายตาจับจ้องไปที่แขกรับเชิญที่มาร่วมร้องเพลงนี้บนเวทีเดียวกัน

นักร้องสาวดาวรุ่งปรากฏกายขึ้นเคียงข้างและร้องเพลงในดวงมานคู่กับรสรินทร์ แถมร้องเพราะเสียด้วย จนนักร้องสาวรุ่นลายครามเริ่มไม่พอใจ ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่กลับเป็นสาริสาดาวดวงใหม่ที่เพิ่งมีเพลงเปิดตัวเพลงแรกไปเมื่อตอนบ่ายของวัน และในไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเจ้าหล่อนก็ได้มายืนเคียงข้างเธอ ราวกับว่าพยายามจะเปรียบเทียบ แข่งรัศมีความเด่น ซึ่งมันก็ได้ผลเสียด้วย เพราะบรรดาสื่อมวลชนต่างมุ่งหมายถ่ายภาพแต่ที่เด็กสาว แล้วยิ่งชุดสีเงินประกายฟ้าปักเลื่อมมุก ก็ยิ่งทำให้ชุดของสาวน้อยดูเด่นกว่าชุดสีม่วงเข้มของรสรินทร์เป็นไหนๆ

จนทำให้หญิงสาวไม่พอใจในตัวสาริสามากยิ่งขึ้น และไม่ทันที่บทเพลงจะจบลง นักร้องสาวก็รีบเดินลงไปหลังเวทีด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสร้างความงุนงงให้แก่บรรดาแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน รวมไปถึงสื่อมวลชนและเจ้าภาพจัดงานเป็นอย่างมาก

“ ใครให้มันขึ้นมาร้องเพลงคู่กับฉัน!!! ” รสรินทร์โวยวายกับทางผู้ดูแล

 

“ ใจเย็นๆ น่าโรส ทางเจ้าของงานเขาอยากให้เธอกับซีรีร้องเพลงคู่กัน ” พี่ไก่ เกย์สาวซึ่งเป็นนักจัดอีเวนท์ และเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอรีบอธิบาย

 

“ แล้วทำไมไม่มีใครบอกโรสก่อนล่ะคะ ?!! แล้วนั่นก็เป็นเพลงของโรส ทำไมนางเด็กนั่นไม่ร้องเพลงของมันเองล่ะ ?!! ” เธออาละวาดอย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่สามารถมีใครให้คำตอบแก่เธอได้นอกจาก…


“ ผมเป็นคนสั่งเองแหละครับคุณโรส ” เสียงชายหนุ่มที่ดูคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง

 

รสรินทร์หันกลับไปที่ต้นเสียงนั่น ปรากฏให้เห็นเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เขาไม่ได้สวมชุดสีน้ำตาลเข้ม และกางเกงยีนส์สีดำเหมือนเมื่อตอนกลางวัน แต่กลับใส่ชุดสูทสีดำและเนคไทสีน้ำตาลดูหรูหราแทน ชายหนุ่มยืนเคียงข้างกับดาราสาวดาวรุ่งอย่างสาริสา พลางจ้องนักร้องสาวดาวค้างฟ้าด้วยสีหน้าที่ดูเอาจริงเอาจัง แต่แฝงด้วยความทะเล้นในรอยยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก

 

“ นึกว่าใคร...ที่แท้ก็หลานเจ้าของโรงแรมนี่เอง ยังไงคะคุณยุทธ...คุณคิดว่าที่นี่เป็นที่ของคุณ แล้วคุณจะสั่งให้ใครทำตามคุณก็ได้อย่างนั้นเหรอ ? ” รสรินทร์เอ่ยถามชายหนุ่ม ผู้ซึ่งเป็นทายาทของโรงแรม

 

“ ผมก็แค่อยากจะสร้างความประทับใจให้คุณลุงของผมก็เท่านั้น และอีกอย่างท่านก็ปลื้มในตัวคุณอยู่แล้ว ข้อนี้คุณเองก็น่าจะทราบดีนี่ครับคุณโรส แล้วคุณจะต้องกลัวอะไรในเมื่อคุณก็เป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ ” ชายหนุ่มอธิบาย

 

“ ฉันทราบค่ะ...และก็ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ยังไม่ลืมกัน แต่มันก็ไม่สมควรนี่คะที่จะให้เด็กใหม่มาร้องเพลงคู่กับฉัน คุณลุงของคุณคงไม่ดีใจหรอกมั้ง ?!!!…ที่หลานของท่านเอาเพลงที่ท่านแต่งมาให้กับเด็กที่มาจากไหนก็ไม่รู้มาร้องให้ฟัง ” รสรินทร์พูดกระแทกแดกดันเหมือนอย่างเคยๆ พลางส่งสายตาจิกใส่นักร้องสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ยุทธ

 

“ ครับ...เรื่องนั้นผมทราบดี คุณเป็นที่หนึ่ง เป็นนักร้องคนโปรดของคุณลุงผม แต่คุณคงยังไม่ทราบสินะครับว่า ซีรี เป็นลูกสาวของคุณลุง ” ยุทธพูดในสิ่งที่ทำให้รสรินทร์ถึงกับอึ้ง และอ้าปากค้าง ไม่ใช่เพียงแค่เธอเท่านั้น ใครๆ ในด้านหลังเวทีต่างก็อึ้งและตะลึงไปตามๆ กัน

 

“ ซีรีเป็นลูกสาวของป้าสะใภ้ผม อดีตภรรยาของคุณลุงเมื่อสิบแปดปีก่อน คุณลุงและคุณป้าท่านได้หย่ากัน จากนั้นคุณป้าก็ได้เดินทางไปอยู่อเมริกาโดยที่ไม่รู้ตัวว่าตนเองท้องลูกของคุณลุงได้สามเดือน ต่อมาไม่นานคุณป้าจึงตัดสินใจบอกกับคุณลุงเรื่องนี้ จึงทำให้ท่านทั้งสองกลับมาติดต่อกันใหม่ เพื่อร่วมกันรับผิดชอบ และส่งเสียซีรี... ” ยุทธเล่าค้างไว้เพราะมีคนพูดแทรกขึ้น

 

“ ...จนกระทั่งเมื่อห้าเดือนที่แล้วซีรีได้เดินทางเพื่อที่จะมาเยี่ยมฉัน แต่เพราะวันนั้นคุณติ่ง ผู้จัดการส่วนตัวของเธอได้พบกับเธอที่สนามบิน จึงทาบทามให้เธอเข้าสู่วงการบันเทิงในเวลาต่อมา และเรื่องนี้คนภายนอกก็ยังไม่มีใครรู้หรอกนอกจากคนในครอบครัวของฉัน และคุณติ่งเท่านั้นแหละ ” อมรวิสุทธิ์ ผู้เป็นเจ้าของโรงแรมเดินเข้ามาในห้อง เพื่ออธิบายให้รสรินทร์ และทุกๆ คนฟังถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ด้วยความที่เป็นหนุ่มวัยทองดูน่าเกรงขาม ทำให้ใครๆ ต่างพากันเงียบ และรับฟังคำบอกเล่าจากปากเจ้าของโรงแรมคนนี้แต่เพียงผู้เดียว


เมื่อสิ้นคำอธิบาย สื่อมวลชนต่างแห่แหนกันเข้ามาที่ยุทธ อมรวิสุทธิ์ และสาริสาเพื่อขอถ่ายรูป รวมไปถึงขอสัมภาษณ์ในส่วนของเรื่องราวเพิ่มเติม เพื่อที่จะนำไปลงพาดหัวข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับวันรุ่งขึ้น โดยที่ไม่สนใจดาวค้างฟ้าอย่างรสรินทร์เลยแม้แต่น้อย สาวใหญ่หายใจถี่ขึ้นด้วยความโกรธปนตะลึง เธอเหลือบมองมาที่สาริสาอย่างอาฆาตเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเดินออกจากด้านหลังเวทีไปอย่างหัวเสีย


ไม่น่าเชื่อว่านักร้องสาวดาวรุ่งจะเป็นลูกของอมรวิสุทธิ์คนรักเก่า และเป็นผู้ที่ปลุกปั้นเธอให้เข้าสู่วงการ ก่อนที่จะโดนนางแมวขโมยคนหนึ่งแย่งเขาไป และสิ่งที่น่าเจ็บใจมากไปกว่านั้นก็คือ หญิงสาวเพิ่งมารู้ทีหลังว่างานที่ถูกเชิญตัวมาในค่ำคืนนี้ เป็นงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาอย่างเป็นทางการของ สาริสา ศิระมณีวัฒนา นั่นเอง


+++++++++++++++++++++++++++++++


แถมพิเศษหน้าถัดไป สำหรับแฟนนิยายค่ะ ➢

 

ในดวงมาน #SC : Pt. 1

 

ผู้ร่วมก่อการหัวใจ...♡

 

image_65755


ยุทธ ธีรกำพล ( ยุทธ ) 

" คุณคงไม่รังเกียจใช่ไหม ที่จะเปิดรับใครสักคนเข้ามา "

 

ครีเอทีฟหนุ่มไฟแรงผู้มีความทะเล้นแฝงอยู่ในตัว เขาเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของเจ้าของโรงแรมสุดหรูใจกลางกรุง หลังจากที่ชายหนุ่มใช้ชีวิตสนุกอยู่กับการทำงานมานานก็เริ่มมีความต้องการที่เปลี่ยนไป เมื่อเขาได้รับผู้ช่วยสาวคนใหม่เข้ามา และด้วยความน่ารัก สดใส บวกกับความฉลาดในการแก้ไขปัญหาของเธอ ชายหนุ่มจึงเริ่มมีความรู้สึกดีๆ มอบให้...ความรู้สึกที่คิดไปไกลเกินกว่าการเป็นเจ้านายกับลูกน้อง แม้ความรักของเขาจะก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และเรียบง่าย แต่มันกลับไม่ได้สวยงามอย่างที่เขาตั้งใจ เมื่อมีใครบางคนพยายามพรากเขาให้ห่างไกลออกไปจากเธอ

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @