[นิยาย] Memodream : The Lost Crystal ความฝันแห่งความทรงจำ ภาคคริสตัลที่สาบสูญ [บทที่ 2]

[นิยาย] Memodream : The Lost Crystal ความฝันแห่งความทรงจำ ภาคคริสตัลที่สาบสูญ [บทที่ 2]

โรแมนติคคอมเมดี้

20 January 2016
N.Sky
20 January 2016

 

 

 

[บทที่ 2]


เป็นไปได้เรอะ ! ในจักรวาลแห่งนี้ มีผู้หญิงที่ไม่รู้จักข้าคนนี้มาก่อน ข้าคนนี้ผู้มีใบหน้าอันหล่อเหลาที่สุดและครองตำแหน่งเจ้าชายผู้เลอโฉมที่สุด 3 ปีซ้อนแห่งจักรวาล ... นางล้อข้าเล่นแน่ ๆ หรือนางเป็นพวกชายขอบจักรวาลอันแสนไกลโพ้น


“ฮานซ์ ... ไอ้ทานูกิอ้วนนี่ใคร ... มายุ่งกับข้าทำไม”


ยังจะย้ำอีก ! ข้าเป็นจิ้งจอกไม่ใช่ตัวทานูกิ ! แล้วข้าก็ไม่ได้อ้วนด้วย ! แค่เสื้อผ้าที่ใส่มันหนาไปหน่อยก็เท่านั้น


“แค่เด็กช่วยขนหนังสือน่ะ อย่าไปใส่ใจเลย" ฮานซ์ยื่นมือข้างหนึ่งสะบัดเป็นสัญลักษณ์พร้อมทำหน้าบ่ายเบี่ยงไม่สนใจให้กับสาวผมยาว


ฮานซ์ ! เจ้าเป็นเพื่อนสนิทข้าจริง ๆ รึเนี่ย ! นี่ถ้าข้าไม่ติดว่าข้ากำลังช่วยเจ้าขนหนังสืออยู่ และเพื่อรักษาภาพพจน์ล่ะก็ เจ้ากลายเป็นเถ้าถ่านกองอยู่ตรงหน้าข้าไปนานแล้ว ... เดี๋ยวสิ ! ถึงฆ่าไปก็ไม่ตายอยู่ดี ฆ่าไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ ข้านี่ก็คิดได้น่ะ บางครั้งก็หนักใจกับความคิดของตัวเอง หล่อแล้วจิตใจดีมันเป็นแบบนี้นี่เอง หึหึ ! ว่าแต่ ... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปข้ามีแต่เสียกับเสีย ไม่ล่ะ ! ต้องรักษาชื่อเสียงหน่อยล่ะ !


“ขอโทษน่ะขอรับ คุณผู้หญิง กระผมมีนามว่า ...”


“ข้าไม่ได้ถามเจ้า อย่าสอด”


หญิงสาวหันหลังควับ ปลายผมชมพูมุกพริ้วสะไหวไปตามจังหวะหันหลัง สายตาแข็งกร้าวแต่คมคายจับจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาสีเทาฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ลดละ น้ำเสียงแหลมลึกราวบาดคมเข้าไปยังจิตใจของชายหนุ่ม มือทั้งสองข้างเท้าสะเอวราวกับเจ้านายกำลังออกคำสั่งให้กับคนใช้ในบ้าน มิกซ์ถึงกับชะงักไปชั่วขณะพร้อมกลืนคำพูดแนะนำตัวเอง ใบหน้าตื่นตระหนกเพราะรังสีอำมหิตของบุคคลเบื้องหน้า แม้ภาพเบื้องหน้าจะดูดุร้ายปานสัตว์ป่า แต่หัวใจมิกซ์กลับตกตะลึงไปกับความสวยและใบหน้าอันอ่อนเยาว์ราวกับเวลาบนโลกได้หยุดชั่วขณะ ริมฝีปากแดงฉานที่กำลังขยับเขยื้อนอยู่นั้นดูอวบอิ่มและเย้ายวนยิ่งนัก ราวกับปลุกสัญชาตณาญสัตว์ป่าในตัวมิกซ์ให้ขโมยความอวบอิ่มนั้น


คำพูดเมื่อครู่ของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เข้าไปประมวลผลในหัวสมองมิกซ์แต่อย่างใด นัยน์ตาสีเทาเหม่อลอยราวต้องมนตร์สะกด ความขุ่นเคืองในใจเมื่อครู่เลือนหายไปในทันทีเมื่อสบตากับฝั่งตรงข้าม มือขวายกขึ้นสัมผัสลงบนแก้มแดงระเรื่อดั่งลูกมะเขือเทศ ลูบไล้อย่างแผ่วเบาราวสิ่งของมีค่า ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะตอบโต้แต่อย่างใด มิกซ์บรรจงยื่นใบหน้าเข้าหาริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงตรงหน้าทันที


ใบหน้าหญิงสาวเริ่มแดงก่ำด้วยความอาย นัยน์ตาเบิกกว้างแต่แฝงไปด้วยความตกใจ มิกซ์สังเกตเห็นความผิดปกติแม้จะเป็นแค่เสี้ยวเวลาก่อนฮานซ์จะเข้ามาขัดจังหวะเข้าด้ายเข้าเข็ม


“พอเถอะขอรับท่าน ข้ายังไม่อยากให้น้องสาวข้าต้องแปดเปื้อน”


ฮานซ์ยื่นมือข้างหนึ่งขวางกั้นระหว่างริมฝีปากทั้งสองได้ทันท่วงที ทำให้มิกซ์คืนสติกลับมา และรีบรุดถอยหลังทันที


“นี่ข้าเป็นอะไรไปเนี่ย ! เมื่อกี้ข้ากำลังจะ จุ ... จุ ...”


“จูบ”


“อ้ากกกกก ! อย่าพูดคำนั้นออกมาน่ะ ! ข้ารับไม่ได้ !” มิกซ์กุมขมับตัวเองพร้อมร้องลั่นอย่างกับคนเสียสติ


“กรี๊ดดด ! คิดว่าข้ารับได้รึไง ไอ้ทานูกิอ้วน !” หญิงสาวแหกปากร้องไม่แพ้กัน


“ท่านหลงเสน่ห์ของโมน่าเข้าไปแล้วน่ะสิ ดีน่ะที่แค่เล็กน้อย ไม่งั้นล่ะก็ ...”


“อ้ากกก ! อย่าทำให้ข้าคิดถึงมันได้ไหม ! แต่เมื่อกี้เจ้าพูดว่าไงน่ะฮานซ์ น้องสาวงั้นหรอ ? ข้าไม่เคยรู้เลยว่าเจ้ามีน้องสาวกับเขาด้วย”


มิกซ์หันไปสร้างบทสนทนาใหม่กับฮานซ์โดยไม่สนใจหญิงสาวแม้แต่น้อย ทำให้หญิงสาวค่อนข้างจะหัวเสียเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังถูกเมิน นางตัดสินใจทันควันใช้เท้าข้างหนึ่งเตะเข้าไปยังหน้าแข้งของมิกซ์อย่างจังและเดินฉุนเฉียวกลับไปยังที่นั่งตามเดิม มิกซ์ทรุดลงกับพื้น เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด และเงยหน้าสบตากับบุรุษสีขาวตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะกัดฟันกรอดไม่พอใจใส่หญิงสาวลับหลัง


ใบหน้าเปี่ยมสุขชวนขนลุก และรอยยิ้มฉีกกว้างอย่างสะใจของฮานซ์มองตรงมายังมิกซ์ จากนั้นเขาจึงยื่นมือหวังเข้าช่วยเหลือจิ้งจอกตาหยาดเยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดตรงหน้า มิกซ์ยอมรับความช่วยเหลือนั่นอย่างช่วยไม่ได้ แต่แล้งกลับล้มลงนอนราบกับพื้นเพียงเพราะฮานซ์ดึงมือตนเองกลับก่อนที่มิกซ์จะคว้าได้ และหัวเราะร่าน้ำตาเล็ดอย่างสะใจ มิกซ์ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นฝังลึก ใบหน้ายังคงแนบติดพื้นเพียงเพราะไม่อยากเงยหน้าขึ้นมารับความน่าอาย ตอนนี้ภาพพจน์ที่สร้างสมมานานไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว โชคยังดีที่ห้องนี้มีเพียงแค่สามคน ถ้ามีมากกว่านั้นเขาคงไม่กล้ากลับมาเยียบที่นี่อีกเป็นเวลาหลายร้อยศตวรรษอย่างแน่นอน


หญิงสาวผมยาวชมพูมุกนามว่า โมเนรีน วู ฟรอง บิแชร์ เรียกสั้น ๆ ว่า โมเน่ เผ่าพันธุ์เดียวกับฮานซ์และมิกซ์ ญาติห่าง ๆ ของฮานซ์ ผมสีชมพูราวไข่มุกแห่งท้องทะเลลึก ยาวเป็นเกลียวคลื่นถึงกลางหลัง ประดับด้วยที่คาดผมไข่มุกจำนวนสามเส้น ดวงตากลมโตชวนน่าหลงไหล นัยน์ตาสีเขียวมรกต แข็งกร้าวและดุดันดั่งพญาอินทรีย์ จมูกโด่งเป็นสันสวยงาม แก้มแดงระเรื่อดั่งผลมะเขือเทศน่าทะนุถนอม ริมฝีปากสีแดงฉานดั่งเปลือกแอปเปิ้ลแดง ดูอวบอิ่มและเรียวเล็กเป็นกระจับ ผิวเรียบเนียนขาวราวหิมะ สวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ดั่งชุดแต่งงาน เว้นแผ่นหลังเพื่อปีกผีเสื้อคู่ยักษ์สีขาว รองเท้าหุ้มส้นสีขาวเหมือนชุดเดรสที่สวมใส่ ทั้งตัวเป็นสีขาวเสมือนตุ๊กตาหิมะ


โมเน่และฮานซ์มาจากดาววินทริเออร์ (Wintrier) ทั้งสองเป็นเสมือนภูติแห่งความหนาวเหน็บ จึงทำให้ทั้งสองผิวพรรณค่อนไปทางขาวซีดมากกว่าจะขาวอมชมพูเหมือนคนอื่น ลักษณะนิสัยของทั้งสองเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แต่ฮานซ์มีความยืดหยุ่นและอารมณ์ขันมากกว่าโมเน่ ความจริงแล้วโมเน่มีผมสีขาวเหมือนฮานซ์ แต่เพียงเพราะนางไม่อยากเหมือนใคร นางจึงย้อมสีผมตนเองเป็นสีชมพูมุกตามที่ตัวเองชอบ


“ว่าแต่ ... ข้าแปลกใจน่ะ ที่ท่านสามารถจับตัวนางได้”


“พูดอะไรของเจ้า ข้าก็จับตัวเจ้าได้เหมือนกันนี่นา”


“ข้ากับนางไม่เหมือนกัน ถึงจะเป็นพี่น้องกัน แต่ก็ต่างแม่กันน่ะท่าน”


“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”


“...”


ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดใด ฮานซ์ปล่อยให้มิกซ์งงไปกับท่าทางของตน และแอบยิ้มเยาะภายในลำคอก่อนเดินกลับไปยังกองหนังสือที่ตนจากมา มิกซ์ได้แต่งงเป็นไก่ตาแตกก่อนจะพยุงร่างอันหนักอึ้งและก้าวเท้าไปยังกองหนังสือเดียวกับฮานซ์ แต่แล้วเขากลับหมุนตัวหันหลังอย่างรวดเร็วจนหน้ามืดไปชั่วขณะ จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ ย่องเข้าไปทางด้านหลังของหญิงสาว หวังจะหลอกให้นางตกใจ ลงโทษที่นางทำให้เขาต้องเสียภาพพจน์ที่สั่งสมมานานและการไม่รู้จักเขา เจ้าชายผู้หล่อเหลาที่สุดในจักรวาล มิกซ์ค่อย ๆ ย่องเข้าหาโมเน่ทีละนิด


“หยุดอยู่ตรงนั้นน่ะ เจ้าทานูกิอ้วน !”


มิกซ์สะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจจนขนหางสีเทาอ่อนนุ่มชูตั้งชัน ยังไม่ทันที่มิกซ์จะเข้าถึงตัวโมเน่ นางกลับรู้สึกตัวก่อน ในระยะห่างหนึ่งเมตร


“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ด้านหลังเจ้า อีกอย่างข้าไม่ได้เป็นตัวทานูกิ ข้าเป็นจิ้งจอก”


มิกซ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนทำหน้าเซ็ง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปยังกระเป๋ากางเกง เดินไปยังเก้าอี้ตรงข้ามโมเน่และนั่งลงอย่างสงบ นางยังคงอ่านหนังสือในมืออย่างใจจดใจจ่อ ไม่มีทีท่าว่าโมเน่จะสนใจเขาเลยสักนิด แม้แต่ปลายตายังไม่มอง เสมือนเขาเป็นแค่อากาศธาตุ มิกซ์เริ่มเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว เขาไม่เคยเจอใครไม่หลงในใบหน้าอันหล่อเหลาของเขามาก่อน นี้จึงเป็นเรื่องที่น่าท้าทายสำหรับเขามากที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา


นัยน์ตาสีเทาจับจ้องใบหน้าละอ่อนของโมเน่ไม่วางตา แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ตอบสนอง เขาจึงเริ่มยื่นมือเพื่อสัมผัสแก้มนวลนิ่มดั่งปุยนุ่นนั้นอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้สัมผัส โมเน่ปิดหนังสืออย่างแผ่วเบาด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง นัยน์ตามรกตเริ่มจับจ้องไปยังนัยน์ตาสีเทาตรงหน้า มิกซ์ไม่เข้าใจทำไมเขาถึงรู้สึกดีใจและหัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกสายตาแข็งกร้าวนั่นจับจ้อง เขาเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว


“หยุดมือสกปรกนั่นก่อนมันจะหายไปตลอดกาล”


“มือข้าไม่สกปรกเพราะข้าล้างมาแล้ว”


มิกซ์ยังคงยื่นมือหวังเข้าสัมผัสใบหน้าโดยไม่สนใจคำเตือนของโมเน่แม้แต่น้อย


“หยุดน่ะ ! ถ้าเจ้ายังอยากให้มือข้างนั้นยังคงอยู่ !"


“ข้าไม่หยุด …”


มิกซ์ยื่นมือเข้าสัมผัสใบหน้าอ่อนเยาว์และอ่อนนุ่มดังปุยนุ่นของโมเน่อย่างแผ่วเบา สายตาดุดันกลับเบิกกว้างด้วยความตกใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นกลางหน้าผากของโมเน่ทั้งที่ที่นั่งมุมนี้เย็นที่สุดในห้องสมุดแห่งนี้ ริมฝีปากแดงฉานเริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวราวลูกหนูเมื่ออยู่ต่อหน้าจิ้งจอกนักล่า


“กรี๊ดดดดดด ! ออกไปน่ะ !"


“เดี๋ยว ! เจ้าจะร้องทำไม แค่สัมผัสใบหน้าเท่านั้นเอง”


“ไม่จริง ! ไม่จริงงงงงง !"


โมเน่ร่ำร้องดั่งคนเสียสติ ลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลันพลางผงะออกจากมิกซ์อย่างช้า ๆ หยดน้ำตาไหลพรากดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก มือทั้งสองข้างกุมขมับแน่น ใบหน้าแดงก่ำเพราะร้องไห้หรืออายไม่อาจรู้ได้ เนื้อตัวสั่นเทาเหมือนโดนขโมยของสำคัญออกไปจากตัว ปล่อยให้อีกฝ่ายตกอยู่ในภาวะงุนงง


“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด !”


“โมเน่ !”


สิ้นเสียงกรีดร้องสุดท้าย โมเน่สติหลุดล้มลง แต่มิกซ์เข้ารับร่างไร้สติได้ทันท่วงที ทำให้โมเน่อยู่ภายในอ้อมกอดมิกซ์อย่างสมบูรณ์ ผมชมพูมุกปกปิดใบหน้า มิกซ์จึงใช้มือข้างหนึ่งเขี่ยผมอย่างเบามือเสมือนแก้วอันเปราะบาล เผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ชัดเจนอีกครั้ง


... ท่านพี่ ...


ฮานซ์รีบรุดตามเสียงร้องของน้องสาวด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ภาพเบื้องหน้าทำให้เขาตกใจยิ่งนัก เพียงเพราะมิกซ์กำลังโอบอุ้มน้องสาวของเขาอยู่ แต่ความรู้สึกของมิกซ์บอกเขาว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ฮานซ์ตกใจ เขากำลังตกใจกับเรื่องบางอย่างที่ใหญ่กว่าที่เขากอดโมเน่อยู่


หมอกสีเขียวอ่อนดั่งใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปรากฎอยู่เบื้องหลังของมิกซ์ไม่ห่าง ฮานซ์มองไปยังหมอกสีเขียวและพยายามจะส่งสัญญาณให้กับมิกซ์ แต่แล้วทุกอย่างก็สายเกินแก้ หมอกสีเขียวกลับเข้าครอบงำร่างมิกซ์และโมเน่เป็นที่เรียบร้อย เสียงเรียกร้องของฮานซ์ค่อย ๆ เลือนหายไป ภาพเบื้องหน้ามิกซ์ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีดำมืดสนิท ดวงตาทั้งสองเริ่มเหนื่อยล้าจนไม่สามารถลืมตาได้ดังเดิม ทำให้มิกซ์หมดสติล้มพับลงไปนอนกับพื้น มือข้างหนึ่งกำมือของโมเน่ไว้แน่น

 

#โปรดติดตามตอนต่อไป

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
10 September 2020 16:52
Search @