รีวิวท่องเที่ยว ญี่ปุ่น Japan Can Go!!!!!

รีวิวท่องเที่ยว ญี่ปุ่น Japan Can Go!!!!!

การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ศึกษาข้อมูลภาพรวมของประเทศ มองหาสิ่งที่สนใจ วางแผนการท่องเที่ยว เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย คิดจะเที่ยวไม่ต้องคิดเยอะ ไปกันเลยค่าาาาาาาาาาาาาาา

03 January 2019
ChailaiPapai
03 January 2019


ก่อนออกเดินทางต้องทำการวางแผนการท่องเที่ยวซะก่อน จะไปเมืองไหน เดินทางยังไง ใช้เงินเท่าไหร่ ประเด็นสำคัญของการไปเที่ยวที่เชื่อว่าทุกคนจะต้องวางแผนก่อนออกเดินทางแน่นอน


ทริปนี้วางแผนล่วงหน้าเป็นปีค่ะ ขอย้ำนะคะ เป็นปีค่ะ! โดยส่วนตัวแล้วไม่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ พอเวลาอยากไปก็ต้องเต็มที่กันหน่อย หาข้อมูลอย่างแรกเลยก็คืออยากไปที่ไหน คำตอบคืออยากไปดูภูเขาไฟฟูจิค่ะ เมนหลักของเราคือภูเขาไฟฟูจิค่ะ ที่เหลือเราก็ตกลงกับเพื่อนว่าช้อปปิ้งละกัน วางแผนสถานที่เสร็จ เราก็วางแผนการเดินทาง 


โดยการเดินทางในทริปนี้ใช้บริการร บริการรถไฟฟ้าสาย Yamanote Line  ถไฟฟ้าสาย Yamanote Line แทบทั้งทริปเลยค่ะ สะดวกสบายสุดๆ จากนั้นเราก็หาที่พักแถวรอบๆ Line ของรถไฟฟ้าเพื่อจะได้สะดวกต่อการเดินทางของเรา ( เพราะว่าเราช้อปปิ้งหนักมากไม่ต้องหอบกลับที่พักไกลๆ 5555 ) จากนั้นคำนวณค่ากิน ค่ารถ ค่าที่พัก ค่าช้อปปิ้ง เบ็ดเสร็จเราแลกเงินไป 30,000 เยน !!! พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ


image_819863

ไฟล์ทนี้เราเดินทางตอนเที่ยงคืน ไปถึงก็เกือบแปดโมงเช้า แนะนำให้เพื่อน ๆ ไปถึงก่อนเวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมงค่ะ เพราะจะได้มีเวลาเตรียมตัว เคลียร์กระเป๋าอีกรอบว่าจะเอาอะไรโหลดใต้เครื่อง จะเอาอะไรถือขึ้นเครื่อง


ในทริปนี้เราจัดกระเป๋าเป็นสองใบเพราะเรานอนสองเมือง ใบใหญ่ที่โหลดใต้เครื่องเมื่อไปถึงสนามบินนาริตะเราจะฝากกระเป๋าส่งไปที่โรงเเรมในชินจูกุ ส่วนเป้ที่ถือขึ้นเครื่องคือสัมภาระที่จะเดินทางไปคาวางุชิโกะในคืนแรกค่ะ เมื่อจัดสรรปันส่วนเสร็จเรียบร้อยก็ไปโหลดกระเป๋า เช็คอิน เมื่อได้ตั๋วมาแล้วมีเวลาเหลือก่อนเข้าเกตก็ไปหาอะไรทานรองท้องกันก่อนค่ะ เพราะกว่าเครื่องจะออกคงหิวโซแน่ ๆ จากนั้นก็เข้าไปด้านในผ่าน ตม. เดินเล่นช้อปปิ้งด้านในก็เหลือเวลาอีกมากมายให้เราได้นั่งพักผ่อน ดีกว่ามาถึงสายแล้วต้องวิ่งอันนี้ไม่แนะนำเอามาก ๆ เลยค่ะ

image_819862

หน้าตาของเครื่องบินการบินไทยก็จะเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ในหน้าจอก็จะมีดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ตามแต่สะดวก แถมบนเครื่องยังมีหมอน ผ้าห่ม ช่องเสียบ USB ช่องเสียบปลั๊ก แล้วถ้าใครรู้สึกว่าภายในห้องโดยสารสว่างเกินไปก็สามารถขอผ้าปิดตาได้ค่ะ


เมื่อเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นเรียบร้อยแล้ว เราก็มาซื้อตั๋วรถไฟเข้าเมืองกันดีกว่า โดยในทริปนี้เราซื้อตั๋ว Narita Express หรือ (NEX) เข้าเมืองได้โดยใช้เวลาประมาณ 1.30 ช.ม. ต่อเดียวถึงชินจูกุเลยค่ะ เพราะว่าเราจะต้องไปขึ้นรถบัสเพื่อไปเมืองคาวางุจิโกะกันต่อค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาต่อรถไฟหลายต่อเราจึงเลือกใช้บริการนี้ค่ะ แต่ค่าใช้จ่ายก็จะสูงนิดนึงค่ะ

image_819877

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบางคนก็จะงง บางคนก็จะกลัวว่าจะหลงรึป่าว แต่สติเท่านั้นค่ะซิสที่จะทำให้เราไม่หลง พยายามดูป้ายบอกทางอย่างละเอียด ย้ำนะคะว่าละเอียด แต่ดูไม่ยากค่ะ เข้าใจง่าย เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก็จะขึ้นรถไฟได้ถูกต้องค่ะ

image_819884

มาถึงสถานีรถบัสที่ชินจูกุเรียบร้อยแล้ว เราก็มานั่งรอรถบัสภายในสถานีกันค่ะ เนื่องจากช่วงที่ไปอากาศเย็นบวกกับมีลมแรงทำให้ไม่กล้าลุกออกข้างนอกเลยค่ะ 555

image_819892

เดินทางมาถึงสถานีคาวางุจิโกะแล้ว เราก็ไปซื้อตั๋วเดินทางรอบๆ ทะเลสาบกันค่ะ โดยเราสามารถเหมาแบบ 2 วันไปเลยค่ะคุ้ม เหมาะสำหรับคนที่เดินทางเที่ยวหลายๆ รอบ เพียงแค่โชว์ตั๋วนี้แทนค่าโดยสารก็เรียบร้อยค่ะ

image_819894

ตามพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้จะมีเมฆ เราก็ทำใจมาละว่ายังไงวันนี้ไม่ได้เห็นลุงฟูจิซังเเน่นอน แต่สวรรค์ก็ไม่ได้กลั่นแกล้งเราจนเกินไป ภาพด้านหน้าสวยงามมากราวกับอยู่บนสวรรค์เลย ฟินสุดๆ

image_819897

อุโมงค์เมเปิ้ลนี้เป็นแลนด์มาร์คที่คนพากันมาถ่ายรูปเยอะมาก ผู้คนเบียดเสียดมาก โดยส่วนตัวแล้วช่วงที่ไปใบไม้เริ่มล่วงผิดหวังจากที่คาดการณ์เอาไว้พอสมควร

image_819903

มาถึงที่พักก็ช่วงเย็นๆ แล้ว หากใครต้องการมาพักที่ Guesthouse Sakuya เมื่อเดินทางมาถึงที่สถานี 22 ให้เข้าไปที่ร้านขายของที่ระลึกแล้วให้เจ้าหน้าที่ภายในร้านโทรหาที่พักให้มารับเราได้ค่ะ

image_819913

ห้องพักจะเป็นแบบ Japanese Style นอนบนเสื่อ โดยมีที่นอนอยู่ในตู้ให้เราปูเองค่ะ เเต่จะมีคู่มือบอกอย่างละเอียดไม่ต้องห่วงค่ะ

image_819916

นอกจากนี้ที่นี่ยังมีออนเซ็นแบบส่วนตัวให้เราได้เลือกเวลาลงไปแช่ได้ด้วยค่ะ โดยจะให้เวลาห้องละ 40 นาที

image_819926

ภายในห้องอาหารอุ่นที่สุด ชอบมากค่ะ

image_819921

เซ็ตอาหารเย็นที่เราจองไว้คือหมูค่ะ อาหารที่นี่จะเป็นรสชาติแบบบ้านๆ ที่อร่อยมากก

image_819923

ห้องพักทุกห้องจะสามารถเห็นวิวฟูจิได้ โดยเฉพาะวันนี้ตื่นเช้ามาด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาวถึง -4 แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการออกไปถ่ายรูปค่ะ

image_819931

เช้านี้ท้องฟ้าสว่างมาก แดดร้อนมากค่ะแต่ดีที่อากาศหนาว ดีใจมากที่ลุงฟูจิซังมาทักทายก่อนกลับค่ะ

image_819930

ได้เวลากลับเข้าเมืองแล้วค่ะ ใช้บริการรถบัสกลับไปที่ชินจูกุแบบเดิมค่ะต่อเดียวถึง เพราะคืนที่ 2 จองที่พักแถวชินโอคุโบะไว้ค่ะ ห่างจากสถานีชินจูกุเพียงสถานีเดียว

image_819938

มาถึงชินจูกุเวลาประมาณ 4 โมงเย็น แต่คือท้องฟ้ามึดแล้ว ผู้คนที่นี่ก็ยังคงเดิน เดิน และเดินกันอย่างไม่มีใครสนใจใคร ร้านค้าที่นี่เยอะมาก ถ้าเดินจริงๆ วันนึงไม่รู้จะเดินทั่วรึเปล่าค่ะ

image_819946

เช้าแล้วยังอยู่บนที่นอน 555 ฟ้าเริ่มสางเป็นสัญญาณในการออกเดินทางกันต่อค่ะ

image_819947

สถานที่แรกวัดอาซากุสะเดินทางมาง่ายถ้าใครใช้บริการรถไฟฟ้าสาย yamanote line ก็นั่งมาลงสถานีอุเอะโนะ จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินสาย ginza มา 3 สถานีแล้วเดินต่อมาอีกหน่อยก็ถึง พอเห็นโคมแดงๆ นี่ใช่เลย

image_819948

วัดที่นี่เมื่อเรามาถึงก็จะต้องล้างมือ ล้างปากก่อนเข้าวัดค่ะ ใช้กระบวยที่วางอยู่รองน้ำจากปากมังกรได้เลยค่ะ

image_819949

จากนั้นเราก็เดินไปซื้อธูปเพื่อจุดไหว้ขอพร

image_819951

เดินเข้ามาด้านไหน ตรงนี้จะเป็นการไหว้ขอพรแบบไม่ใช้ธูปนะค่ะ ก่อนอื่นต้องโยนเหรียญลงในตะแกงไม้ที่อยู่ด้านหน้า จากนั้นปรบมือ 2 ที แล้วคำนับ ละก็พนมมือขอพรตามปกติ จากนั้นคำนับอีกครั้งเป็นอันเสร็จ วิธีที่กล่าวมานั้นคือยืนสังเกตดูว่าเขาทำยังไงกัน 55

image_819953

มาต่อกันอีกที่ เป็นศาลเจ้าเมจิ เดินมาได้จากฮาราจุกุ แต่ระยะทางที่เดินเข้าไปข้างในกว่าจะถึงศาลเจ้าเล่นเอาปวดขาจนเดินไม่ไหวเหมือนกันค่ะ 555

image_819957

เดินเข้ามาถึงภายในศาลเจ้าก็ล้างมือ ล้างปาก ก่อนเข้าไปข้างใน บรรยากาศสงบร่มเย็นมากค่ะ ถึงแม้ว่าคนจะเดินทางกันเข้ามาสักการะกันเยอะมากก็ตาม

image_819960

กลับมาช้อปปิ้งกันต่อที่ชิบูย่าค่ะ คนเป็นล้านนนนนนนนนนนน รีบเดินแบบไม่สนใจใคร แต่แปลกไม่มีใครเคยเดินชนกันเลย อันนี้เรื่องจริง 555

image_819962

เดินจนขาลากมาเจอร้านนี้เข้าหมูย่างงงงง กลิ่นหอมลอยออกมา ก็อย่ารอช้าที่จะเดินเข้าไป หมูย่างราดด้วยซอสญี่ปุ่นโรยด้วยพริกผง หืมมมม รสชาติดีเกินคาดดดด

image_819972

คืนนี้ต้องออกเดินทางไปพักแถวสนามบินค่ะ เพราะวันต่อไปมีไฟล์ทบินกลับกรุงเทพฯ แต่เช้า เมื่อเริ่มออกมานอกชานเมืองก็จะเริ่มเห็นภาพความเป็นเมืองเก่าญี่ปุ่นแล้วค่ะ

image_819975

กราบสักการะขอพรกันที่วัดนาริตะซังกันค่ะ ผู้คนพากันมาเที่ยวเยอะมากเหมือนกันค่ะ ภายในวัดบ่งบอกความเป็นเมืองเก่าของญี่ปุ่นมากจริงๆ ค่ะ

image_819978

ถนนด้านหน้าวัดนาริตะซังมีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหารเป็นจำนวนมาก หลงรักเมืองนี้ซะแล้วสิ

image_819984

บรรยากาศในเมือง นอกเมือง และชานเมืองของที่ญี่ปุ่นนั้นให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน แต่ก็ชอบทุกๆ เมืองของที่นี่จริงๆ รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกค่ะ เพราะผู้คนที่นี่ก็น่ารักมาก

image_819988

ขอปิดท้ายด้วยภาพนี้ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและให้กำลังใจ จบทริปนี้ด้วยความสุขเต็มร้อย เจอกันใหม่ทริปหน้า อย่าลืมติดตามกันนะค่ะ ขอบคุณค่ะ


บ๊าย บายยยย


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @