#ไดเอทก็กินเค้กได้! สูตร 'เค้กสตรอเบอร์รี่ คาร์บต่ำ' กินได้ ไม่หลุดคีโต สำหรับสาย Ketogenic Diet

#ไดเอทก็กินเค้กได้! สูตร 'เค้กสตรอเบอร์รี่ คาร์บต่ำ' กินได้ ไม่หลุดคีโต สำหรับสาย Ketogenic Diet

สูตรเค้กสตรอเบอร์รี่ แป้งน้อย น้ำตาลต่ำ เหมาะสำหรับสาวสายคีโต

25 April 2019
wawareview
25 April 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮาโหลสาวๆ SistaCafe ทุกคนค่ะ
 
พวกเธอน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า ถ้าเธอเป็นคนหนึ่งที่กำลังลดน้ำหนักแบบคีโต ( Ketogenic Diet ) นั่นแสดงว่าเธอแทบจะไม่ได้แตะต้องเค้กแสนอร่อยในร้านขนม คาเฟ่ต่างๆ เลยใช่ไหมคะ สาเหตุเป็นเพราะเค้กแต่ละก้อนเต็มไปด้วยแป้ง และน้ำตาล ซึ่งถือเป็นอาหารต้องห้ามสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักแบบนี้อยู่

image_896765
- ที่มารูป: sundaysuppermovement.com


แต่ในความเป็นจริงแล้ว การตัดขาดจากสารอาหารบางอย่างโดยสิ้นเชิงนั่นอาจสร้างความทรมานให้เรามากจนเกินไป จนบางครั้งก็ทำให้เราขาดสติ ท้ายที่สุดการลดน้ำหนักที่ตั้งใจไว้ก็ไม่ได้ผล ดังนั้นเพื่อช่วยสาวๆ เราก็เลยเอาสูตรเค้กสตรอว์เบอร์รี่ที่มีแป้ง ( คาร์บ ) น้อยมาฝากสาวๆ กัน รับรองได้ว่าทั้งอร่อยและทำง่าย เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่า ว่ามีส่วนผสมอะไรกันบ้าง

image_896736
- ที่มารูป: i.pinimg.com


ทั้งนี้ ก่อนที่เราจะไปทำก็ต้องบอกก่อนเลยว่าสูตรเค้กสตรอว์เบอร์รี่นี้ทำได้ทั้งหมด 12 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นมีแคลอรี่แค่ 164 kcal ดังนั้นกินได้ไม่อ้วน แต่สำหรับที่กำลังลดน้ำหนักแบบคีโต ก็ไม่แนะนำให้ทานมากจนเกินไปนะคะ เพราะถึงแม้ว่ามีแป้งน้อย คาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่ก็มีแป้งอยู่ดี และในส่วนของไขมัน และโปรตีนก็ไม่ได้สูงมากเท่ากับการกินอาหารมื้อใหญ่ๆ ที่หนักท้อง  ( ไขมันรวม 15 กรัม โปรตีน 3 กรัม )   แนะนำให้ทำกินแก้หายอยากก็พอนะคะ ทานมากไปก็ไม่ดีค่ะ

ว่าแล้วก็ไปดูส่วนผสมกันเลยค่ะ แต่ก็ต้องบอกว่ามันแบ่งส่วนผสมออกเป็น 2-3 ส่วนใหญ่ คือส่วนของแป้งและ Glaze ดังนั้นไม่ต้องงงนะคะ

image_896761
- ที่มารูป: sundaysuppermovement.com

 

ส่วนผสมแป้งเค้ก

เนยจืดชนิดจืด
น้ำตาลทรายแดง
ไข่ขนาดใหญ่
vanilla extract
สารให้ความหวาน Stevia glycerite
แป้งอัลมอนด์
เมล็ดแฟลกซ์
แป้งมันสำปะหลัง
ผงฟู
เกลือ
image_896768
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

ส่วนผสม Glaze

น้ำ
น้ำตาล erythritol
สารสกัดหญ้าหวาน
สตรอว์เบอร์รี่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
image_896770
- ที่มารูป: i.pinimg.com


นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมในส่วนของวิปปิ้งครีมด้วยนะคะ โดยในส่วนนี้สาวๆ จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แล้วแต่ความชอบเลย โดยในส่วนตรงนี้ก็มีส่วนผสมแค่ 3 อย่าง คือ ครีม 1/2 ถ้วย, สารสกัดจากหญ้าหวาน 5 หยด, สารสกัดวานิลลา 1/4 ช้อนชา ตีผสมให้เข้ากัน แค่นี้ก็ได้วิปปิ้งครีมหวานๆ มากินคู่กับเค้กแล้ว

image_896747
- ที่มารูป: www.whattheforkfoodblog.com

 

#วิธีทำในส่วนของแป้ง


เริ่มต้นด้วยการเปิดเตาอบที่อุณหภูมิ190 องศาเซลเซียส วางถาดรองถวมถึงกระดาษทั้ง 4 ด้าน ไม่ให้เค้กติดพิมพ์ หลังจากนั้นฉีดน้ำมันมะพร้าวลงไปเล็กน้อย แต่ถ้าใครไม่มีก็ให้เอาเป็นน้ำมันมะกอกก็ได้นะคะ พักทิ้งไว้ หลังจากนั้นให้ตีส่วนผสมอย่างครีม เนย และ erythritol ไข่ วานิลลา สารสกัดจากหญ้าหวานและกลีเซอรีที ( ส่วนผสมที่เป็นของเปียกทั้งหมดในส่วนผสมของแป้ง ) ให้เข้ากัน พักทิ้งไว่ก่อน

image_896738
- ที่มารูป: sugarfreelondoner.com


ต่อมาให้มาสนใจของแห้งกันบ้าง โดยให้เอาแป้งอัลมอนด์, flaxseed ป่น, แป้งมันสำปะหลัง, ผงฟูและเกลือในชามขนาดกลาง ร่อนรวมกันในชามขนาดกลาง แนะนำให้ร่อนประมาณ 2 รอบ เนื้อเค้กจะมีความเบาขึ้น พักไว้

image_896746
- ที่มารูป: sundaysuppermovement.com


ต่อมาก็ให้เอาส่วนผสมทั้ง 2 อย่างที่ได้มาผสมกัน โดยแนะนำว่าให่เทส่วนผสมแห้งลงในส่วนผสมเปียกทั้งหมดในครั้งเดียว คนเร็วๆ ให้เข้ากัน หลังจากนั้นเทส่วนผสมที่ได้ลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ นำเข้าอบจนเค้กพองตัวและด้านนอกมีสีน้ำตาลทอง ซึ่จะใช้เวลาประมาณ 25 - 30 นาที แนะนำให้เอาไม้ลองจิ้มดูว่ามีส่วนผสมเหลวๆ อยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ก็แสดงว่าสุกดีแล้ว หลังจากนั้นก็ให้เอาออกจากแม่พิมพ์ ทิ้งไว้จนเย็นแล้วตัดแบ่งเป็น 8 ชิ้นนะคะ

แอบกระซิบว่า เค้กนี้สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นนานถึง 1 สัปดาห์ ดังนั้นใครที่ไม่อยากอ้วน ก็แนะนำว่าให้ค่อยๆ แบ่งกินไป ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ

image_896740
- ที่มารูป: sundaysuppermovement.com

 

#วิธีทำ glaze
image_896739
- ที่มารูป: i.pinimg.com


ต้องบอกว่าส่วนผสมง่ายมาก เพียงแค่เอาส่วนผสมทั้งหมดมาตั้งไว้ให้เดือด จากนั้นใส่สตรอว์เบอร์รี่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าลงไป เคี้ยวต่ออีกสักพัก ประมาณ 10 นาที จนเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นพีกให้เย็น เวลานานก็เอาไปราดบนเค้กที่ได้ ก็สามารถกินคู่กับวิปปิ้งครีมได้เลยค่ะ

image_896760
- ที่มารูป: www.bostongirlbakes.com


เป็นยังไงบ้างคะสำหรับ สูตรเค้กที่เราเอามาฝากกันวันนี้  หวังว่าสาวๆ จะชอบกันนะคะ ใครที่กำลังลดน้ำหนักแบบคีโตก็ลองเอาไปทำกันดูนะคะ รับรองว่าอร่อยสุดๆ เอาล่ะ วันนี้ไปก่อนแล้ว ครั้งหน้าจะมีอะไรมาฝากก็อย่าลืมติดตามนะคะ วันนี้ไปก่อนแล้ว บายค่ะ

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @