Curator
curator
wawareview
423 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • #สิวที่คางเกิดมาจากอะไร ?
  • #วิธีการรักษาสิวที่คาง
  • 1. ล้างหน้าและสิวที่คางด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน
  • 2. ใช้น้ำแข็งประคบสิวที่คาง
  • 3. สิวที่คางรักษาไม่ยาก แค่หาผลิตภัณฑ์ที่มีเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์
  • 4. ลดสิวที่คาง ลดอาหารหวานๆ

จัดการกับ " สิวที่คาง " ที่บีบไม่หาย !! ด้วยเทคนิคที่ดูแลผิวแบบถูกวิธี

เบื่อ!!! สิวที่คางขึ้นซ้ำซาก รักษาจากยังไงให้หายไปไม่กลับมาอีก

13 May 2019
curator_wawareview wawareview
13 May 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮาโหลสาวๆ

เป็นความจริงที่ว่าวัยรุ่นประมาณ 50 ล้านคนมีความทุกข์เพราะต้องเผชิญกับปัญหาสิวบ่อยๆ ซึ่งเราก็ต่างหาสารพัดวิธีที่จะกำจัดมันออกไป แต่มีสิวที่หนึ่งที่บีบยังไงก็ไม่หาย กลับมากวนใจเราทุกที นั่นก็คือ " สิวที่คาง " นั่นเอง ดังนั้นเพื่อที่กำจัดมันออกไปให้สิ้นซาก วันนี้เราก็เลยจะพาสาวๆ ไปทำความเข้าใจต้นเหตุที่แท้จริง รวมถึงวิธีการจัดการกับมันด้วย เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่ามันมีสาเหตุจากอะไร 

image_902340
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

#สิวที่คางเกิดมาจากอะไร ?


อย่างที่เราทุกคนรู้ดีกว่า " สิว " นั้นเกิดจากจากหลากหลายปัจจัย แต่โดยปกติแล้วสิวที่คางของเรามักเกิดจากฮอร์โมนที่แปรปรวนของร่างกาย เห็นได้จากในช่วงที่เราจะมีประจำเดือนนั้น เราก็ยิ่งพบว่าตัวเองมีสิวที่คางเพิ่มมากขึ้น สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะร่างกายเราเตรียมผลิตฮอร์โมนเพศหญิง เพื่อเตรียมมดลูกสำหรับการตั้งครรภ์ ซึ่งมันจะกระตุ้นต่อมไขมันของเราให้มากขึ้น และทำให้เกิดเป็นสิวที่คางนั่นเอง

image_902341
- ที่มารูป: i.pinimg.com


นอกจากนี้พฤติกรรมประจำวันที่ไม่สะอาดของเราก็มีส่วนทำให้สิวขึ้นที่เดิมซ้ำๆ ไม่หายเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อเซลล์ผิวที่ตาย รวมถึงความมันและสิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันรูขุมขนก็ทำให้เกิดการอักเสบและเกิดเป็นสิว พัฒนาจากสิวหัวขาวและกลายเป็นสิวเรื้อรังดังนั้นรองสำหรวจตัวเองให้ดีนะคะ เอาล่ะเมื่อเรารู้ถึงสาเหตุแล้วเราก็ถึงเวลาที่จะมาดูวิธีรักษากันแล้วค่ะ

image_902347
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

#วิธีการรักษาสิวที่คาง
1. ล้างหน้าและสิวที่คางด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน


ไม่ว่าสิวแบบไหนวิธีการดูแลก็จะมีลักษณะคล้ายๆ กัน โดยสิ่งที่เราต้องทำก็คือรักษาความสะอาดให้หมดจด ต้องมั่นใจว่าใช้คลีนเซอร์เช็ดเครื่องสำอางให้เกลี้ยงเกลาก่อนล้างด้วยสบู่ หรือโฟมล้างหน้าที่ใช้เป็นประจำ นอกจากนี้ยังแนะนำว่าควรเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่มีฟอง  และมีส่วนผสมอย่างเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิไซลิกและกรดไกลโคลิก  เพราะมันจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายและละลายความมันส่วนเกินออกจากใบหน้าของเรา โดยไม่ส่งผลต่อค่า pH ในผิวนะคะ

image_902343
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

2. ใช้น้ำแข็งประคบสิวที่คาง


เราเชื่อว่าสาวๆ คงเคยได้ยินเทคนิคนี้กันมาบ้างแล้ว เนื่องจากความเย็นนั้นจะช่วยลดการอักเสบของสิวให้ดีขึ้นได้ โดยวิธีการก็คือห่อน้ำแข็งก้อนลงในผ้าแล้วนำไปประคบที่บริเวณนั้นสักครู่ ( ไม่เกิน 5 นาที ) โดยมันจะช่วยลดการอักเสบปวดและรอยแดง แต่ก็ต้องเตือนก่อนนะคะว่าไม่ควรใช้แรงกดดันมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ยิ่งอักเสบมากขึ้นนะคะ

image_902344
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

3. สิวที่คางรักษาไม่ยาก แค่หาผลิตภัณฑ์ที่มีเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์


อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาสิวที่คางของเราก็คือให้หาผลิตภัณฑ์ เช่น ครีม หรือโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ ( 10% ) เพื่อช่วยลดการอักเสบและรอยแดงให้จางลง นอกจากนี้ยังช่วยกำจัดแบคทีเรีย ลดการผลิตน้ำมันส่วนเกินและอุดตันรูขุมขนของผิวเราด้วย เพียงแค่นี้ก็จะทำให้สิวที่คางเราลดลงได้แล้วนะคะ

image_902345
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

4. ลดสิวที่คาง ลดอาหารหวานๆ

 

แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาที่พิสูจน์ว่าอาหารนั้นเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวหรือสิวที่คาง แต่ก็มีหลายเหตุผลที่เชื่อว่าอาหารประเภทที่มีรสชาติหวาน และผลิตภัณพ์ที่มีนมเป็นส่วนผสมนั้ส่งผลต่อสิวได้ โดยจากการศึกษาพบว่าน้ำตาลนั้นจะเข้าไปกระตุ้นต่อมไขมันทำให้เกิดการผลิตไขมันส่วนเกินและสิวได้ ดังนั้นใครที่ชอบของหวานๆ ก็ลดลงบ้างนะคะ ก็อาจจะช่วยได้ค่ะ

image_902346
- ที่มารูป: i.pinimg.com


นอกจากนี้เรายังแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือการจับที่สิวที่คางด้วยนะคะ เพราะมันจะยิ่งเป็นการกระตุ้น และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ และถ้าทำวิธีการเหล่าแล้วสาวๆ ยังพบว่าสิวของเรานั้นไม่ขยับเขยื่อนหรือหายไป เธอก็อาจจะต้องไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ก็จะช่วยให้สิวหายไปขึ้นได้นะคะ

image_902342
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 


เป็นยังไงบ้างคะ สำหรับสาเหตุ และวิธีการกำจัดสิวที่คางที่เราเอามาฝากกันวันนี้ หวังว่าสาวๆ คงจะชอบกันนะคะ รับรองได้ว่าใครเอาไปทำตามสิวหาย ไม่มีผิดหวังแน่นอน เอาล่ะ แล้วครั้งหน้าก็อย่าลืมติดตามเรานะคะ วันนี้ไปก่อนแล้วค่ะ บาย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
heart liked