รีวิวรสชาติ "ไอติมกูลิโกะ" จากญี่ปุ่น อร่อยสุดๆ ต้องลอง!!

รีวิวรสชาติ "ไอติมกูลิโกะ" จากญี่ปุ่น อร่อยสุดๆ ต้องลอง!!

อะไรดีดิฉันก็ว่าดี อะไรไม่ไหวจะเคลียร์ ดิฉันก็ขอเคลียร์ค่ะ สำหรับวันที่หนาวเหน็บวันสุดท้ายของกรุงเทพ 27 มกราคม 2559 ดิฉันได้ทดสอบไอศกรีมที่ขึ้นชื่อว่าหายากที่สุดในตอนนี้เป็นจำนวนมากกว่า 1,000 kcal ไอศกรีมกูลิโกะ!!

29 January 2016
SistaCafe Channel
29 January 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ


Project coordinator :
เจ๊คะ! วันนี้รีวิวไอศกรีมกูลิโกะให้หน่อย ทั้งหมด 6 ตัวค่ะ


ดิฉัน  :   กรี๊ดดดดด!!  นี่มันวิปริตไปแล้ว อากาศหนาว ๆ ให้ชั้นกินไอติมตั้ง 6 แท่งเนี่ยนะ

Project coordinator :   ก็ดีแล้วไงคะ  พี่เอาพลังงานขนาดนี้ไปเดินใส่บิกีนี่บนดอยอินทนนท์ได้สบายเลย

ดิฉัน : ด้วยความยินดีค่ะ  ( ยิ้มอ่อน มองบน )



วันนี้เป็นวันที่ 27 มกราคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่อากาศหนาวที่สุดเป็นวันสุดท้ายของกรุงเทพมหานคร ดิฉันได้รับภารกิจมาจาก Project coordinator หรือที่ดิฉันเรียกจนติดปากว่า Project co-alligator ( ผู้ประสานงานกับจระเข้ปากเป็ด! )  ให้รีวิวไอศกรีมตัวใหม่ที่ชาวไทยต่างขวนขวายไขว่คว้าตามหามาบริโภคกันแทบจะแหกอกพนักงาน  ไอศกรีมกูลิโกะที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นที่เปิดตัวกันไปไม่นานนี้ค่ะ

image_87755

ป้ายใหญ่โชว์หราอลังการ


Max Value
คือร้านสะดวกซื้อเคราะห์ร้ายที่ทางทีมงานไปตามหาไอศกรีมยี่ห้อนี้มาค่ะ  แทบจะทวงถามกันทุกชั่วโมงจนพนักงานอยากปิดร้านหนีเลยทีเดียว ในตอนแรกเห็นตู้ไอศกรีมกำลังแช่อากาศธาตุ ( ตู้เปล่า ) วางตั้งอยู่ ทางทีมงานก็ตกใจคิดว่ามีชาวไทยขี้เห่อมาสอยไปหมดแล้ว แต่จริง ๆ แล้วคือของยังไม่มาค่ะ และเมื่อของมาวันแรกจริง ๆ ก็มากันไม่ครบค่ะ ทำให้วันนี้รีวิวได้แค่ 6 รสก่อน จากรูปภาพที่โชว์หราโฆษณาเอาไว้ว่ามีถึง 8 รส 


ในความคาดหวังอันแรงกล้าของดิฉัน กูลิโกะเป็นบริษัทที่ผลิตช็อกโกแลตรายใหญ่  ดิฉันมีความมุ่งหมายไว้ว่าจะได้ทานช็อกโกแลตแบบกูลิโกะพร้อมด้วยไอศกรีมที่ไม่เหมือนใคร และไอศกรีมเหล่านี้จะทำให้ดิฉันรู้สึกเหมือนเป็นสาวโมเอะ ( สาวน้อย ) ที่หนุ่ม ๆ โอตาคุคลั่งไคล้ค่ะ! 

เอาล่ะค่ะ ความเพ้อเจ้อของดิฉันจะเป็นจริงหรือไม่  มุงกันเข้ามาเลยค่ะ  ดิฉันจะชิม วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี ไม่มีเกรงใจกันไปเลย  โดยที่คะแนนเต็มคือ 5 ดาวค่ะ 

image_87758

หลักฐานว่าทีมงานมารอตั้งแต่ของยังไม่มาลงค่ะ ส่วนตู้เนี่ยเปิดค้างไว้จนน้ำแข็งเกาะแล้ว

 

 

1. พาแนปป์ ( Panapp ) ไอศกรีมถ้วยทรงสูง 25 บาท
image_87760
image_87767


พาแนปป์ (Panapp) เป็นไอศกรีมถ้วยทรงสูงราดแยมรสต่าง ๆ และไวท์ช็อกโกแลต  มีสองรส คือรสวานิลลา และวานิลลา  อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ คือมันวนิลาทั้งคู่เลย ต่างกันตรงที่แยม หรือท็อปปิ้งเท่านั้น นั่นก็คือ แยมสตรอเบอร์รี่ และแยมองุ่น
ราคา 25 บาท
 

พาแนปป์ สตรอเบอรี่  ตัวไอศกรีมเป็นวานิลลาที่ไม่รู้ไปทำอิท่าไหน หรือไปฟิชเชอร์ริงกับแยมสตรอเบอรี่ก็ไม่ทราบได้ ทำให้รสชาติของนางออกไปทางโยเกิร์ตหน่อย ๆ ซึ่งมันดีงามมากค่ะ  ระหว่างตักไปก็จะเจอแผ่นไวท์ช็อกโกแลตสลับกับแยมสตรอเบอรี่ที่ปนเปกันมา วิเศษมากค่ะในจุดนี้  ความหวานหอมของไวท์ช็อกโกแลตทำให้เราฟินมาก ส่วนแยมสตรอเบอรี่ตัดเลี่ยนได้ค่อนข้างดี ส่วนวานิลลาก็อมเปรี้ยวนิด ๆ ( หวังว่ามันจะไม่บูด ) ไปด้วยกันได้ดีมาก  ให้  5 ดาวไปเลยค่ะ ชอบมาก 

image_87769

รสองุ่นแบบผ่าครึ่งค่ะ

พาแนปป์ องุ่น  ตัวไอศครีมเป็นวนิลา มันคงจะเหมือน ๆ กับรสสตรอเบอรี่นั่นแหละ แต่เมื่อลองชิมแล้ว ไม่ มันไม่เหมือนเลย มันไม่อมเปรี้ยว เป็นวนิลาเต็มที่ไปเลยค่ะ ตัวองุ่นก็กลิ่นองุ่นก็เป็นองุ่นแต่งกลิ่น สำหรับรสนี้ไม่มีการตัดเลี่ยนด้วยรสเปรี้ยวแต่อย่างใด เน้นหวานกันไปเลย รวม ๆ แล้ว ก็โอเคนะคะ  ให้ 4 ดาว เพราะรสองุ่นไม่ค่อยมีให้กินในบ้านเรา 

 

2. เซเว่นทีน ไอซ์ ( Seventeen Ice ) 20 บาท
image_87762


Seventeen Ice
เซ็ตนี้มีมาให้ทานสองรสชาติค่ะ นั่นก็คือวานิลลาผสมคุกกี้ และมินต์ผสมช็อกโกแลต ตอนแรกนึกว่ามันจะเป็นน้ำแข็งหวานเย็นตามชื่อ แต่ที่ไหนได้เป็นแบบครีมค่ะ นิ่มๆ และมีเกล็ดช็อกโกแลต หรือเกล็ดคุกกี้ปะปนในเนื้อไอศกรีมกันไปตามแต่สูตร  


ลักษณะจะเป็นไอศกรีมในแบบถ้วยที่มีไม้เสียบอยู่ด้านล่าง ใช้สำหรับดันตัวไอศกรีมให้ออกมาข้างนอก ข้อควรระวังในการทานไอศกรีมตัวนี้คือ อย่าได้ไปแกะถ้วยออกค่ะ อย่าไปหวังให้มันกลายเป็นไอติมแท่ง เพราะมันจะละลาย หก เลอะมือเรา ปล่อยให้นางนอนอยู่ในถ้วยดีแล้วค่ะ 

image_87770


Seventeen Ice วานิลลาผสมคุกกี้
 เอาจริง ๆ รสชาติมันออกแนวคุกกี้แอนด์ครีม  โดยมีรสสัมผัสเหมือนช็อกโกแลตชิพ ตัวไอศกรีมไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นเลย คือตั้งแต่คำแรกถึงคำสุดท้ายเหมือนกันหมด จะมีก็แต่อิแท่งที่มันดันขึ้นดันลงได้ และมันก็ไม่ได้ทำให้การกินง่ายขึ้นเลย เพราะเนื้อไอศกรีมเป็นแบบนิ่ม ใช้ช้อนตักกินจะปลอดภัยต่อมือและเสื้อผ้าของเรามากกว่าค่ะ เรื่องของรสชาติหวาน ๆ ครีมมี่ โลกสวย ตั้งแต่คำแรกถึงคำสุดท้าย...   2 ดาวพอ 


Seventeen Ice มินต์ผสมช็อกโกแลตชิพ
   สำหรับตัวนี้เป็นรสชาติที่ไม่ค่อยจะเจอกันนะคะ เรียกได้ว่าหากินยากและแปลกใหม่สำหรับไอศกรีมตู้อยู่เหมือนกัน ตัวเนื้อไอศกรีมเป็นสีเขียวพาสเทลตัดกับช็อกโกแลตชิ้นเล็ก ๆ สีดำ   คล้ายกับวานิลลาผสมคุกกี้  หลังจากที่ได้ลองทานดู..... คุณพระ  ความรู้สึกมันเหมือนดิฉันกำลังเลียยาสีฟัน กลิ่นมินต์มาจริงอะไรจริง ตัวช็อกโกแลตเหมือนจะช่วยยับยังกลิ่นมินต์ที่ค่อนข้างแรง  เมื่อกินไปซักพักจะรู้สึกว่าปากเรามีกลิ่นมินต์ ไม่ใช่กลิ่นที่ออกมาจากปาก แต่เป็นกลิ่นที่ออกมาจากกระเพาะ ผ่านหลอดอาหารและออกมาทางปากเลยค่ะ  
คือกลิ่นปากหอมสดชื่นออกมาจากเครื่องในเลย สำหรับรสนี้ดิฉันยอมรับจริง ๆ ว่ากินไม่ไหวจริง ๆ มันแปลกไปสำหรับสาวไทยที่กินไอติมกะทิถั่วดำอย่างดิฉัน  

ให้ดาวไม่ถูก เอาไป 3 กระโหลกสำหรับความแปลกละกันค่ะ

3.พาลิตเต้ ( Palitte ) ไอศกรีมโคนใหญ่ยักษ์ 35 บาท
image_87763


Palitte พาลิตเต้
 เป็นไอศกรีมโคนที่ลักษณะคล้ายไอศกรีมโคนตามตู้ทำไอศกรีมสด อย่างของ Mcdonald หรือ KFC ที่เราคุ้นตา สำหรับตัวนี้ก็มีสองรสชาติเช่นกันค่ะ คือวานิลลาเคลือบช็อกโกแลต กับวนิลาเคลือบไวท์ช็อกโกแลต .... ชวนให้ดิฉันคิดไปว่าคนญีปุ่นคงจะมีต่อมรับรสอันเป็นเลิศ เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงอันน้อยนิดก็ทำให้พวกนางฟินในความแตกต่างได้  ไม่เหมือนลิ้นจรเข้อย่างคนไทยที่โหยหาเพียงความสุดขั้วของรสชาติเท่านั้น   อย่ากระนั้นเลยค่ะ เรามาลองกันชิมกันดูดีกว่าว่ารสชาติมันจะเป็นอย่างไร เพราะดิฉันหวังเอาไว้ว่าเนื้อมันคงละมุนเหมือนกับไอศกรีมสดกดตามตู้ที่ดิฉันชอบทานค่ะ 

image_87764
image_87771

พาลิเต้ วานิลลาเคลือบช็อกโกแลต   อันดับแรกเรื่่องแพ็กเก็จค่อนข้างดีเลยค่ะ คือมีความพยายามรักษาหน้าครีม และตัวโคนอย่างมาก มีพลาสติกครอบมาด้วย  ไอศกรีมของเราจึงมีหน้าตาที่ยังสวยงามไม่บิดเบี้ยวไปจากภาพหน้าปก  แต่เมื่อได้ลองชิม เอิบ นี่มันไอศกรีมวนิลาปกติเลย แล้วราดช็อกโกแลตแบบที่หากินได้ใน Mcdonald และ KFC .......   ดิฉันพยายามทานไปเรื่อย ๆ เพื่อหาจุดต่าง อาจจะมีรสชาติอุมามิที่ลิ้นคนไทยเข้าไม่ถึงอยู่ก็ได้ ..... และดิฉันก็มาเจอส่วนที่เป็นโคนค่ะ คือตัวโคนออกแนวเหนียวหนึบนุ่มหนับ ไม่ได้เป็นแบบกรอบอย่างที่หลาย ๆ ยี่ห้อในบ้านเราพยายามหาวิธีทำกัน  คือเหนียวมากค่ะ หากใครที่ดัดฟันอาจจะทานได้ลำบาก แต่ดิฉันชอบนะคะ  

ทานไปจนสุด หวังว่าจะมีงานเซอร์ไพรส์ใต้โคนอย่างหลายยี่ห้อของไทย... ไม่มีค่ะ คุณได้กินเท่าที่คุณเห็นนั่นแหละ จบข่าว 

ให้ 3 คะแนนค่ะ มันก็โอเคนะคะ แต่มันก็ไม่ได้พิศดารพันลึกน่าตื่นตาตื่นใจอะไรเลย 


พาลิเต้ วานิลลาเคลือบไวท์ช็อกโกแลต
    ..ดิฉันอยากจะเขียนว่าขึ้นไปอ่านด้านบนมากค่ะ เพราะดูมันเหมือนกันมาก แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลองนิดหน่อยก็แล้วกัน  ไวท์ช็อกโกแลตให้รสชาติที่หวานหอมกว่ามากค่ะ หวานหอมในระดับที่จะเลี่ยนเอาได้ง่าย ๆ เลย แค่เปลี่ยนท็อปปิ้งรสชาติก็เปลี่ยนจริง ๆ แต่ในทุกรสชาติเมื่อเดินทางมาถึงส่วนที่อยู่ภายในโคนก็เหมือนกันค่ะ จะช็อกโกแลตหรือไวท์ช็อกโกแลตก็ไม่มีแล้วในนั้น ความเจริญมันไปไม่ถึง จบลงเหมือนกันคือวานิลลากับโคนเหนี่ยวหนึบ ไร้เซอร์ไพรส์ใด ๆ ทั้งสิ้น 


2.5 คะแนน คำแรกดีงามมาก ทานไปทานมามันออกแนวเลี่ยน ๆ  

image_87772

 

บทสรุป

เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจในประสาทสัมผัสของชาวญีปุ่นที่ไอศกรีมวนิลาทั้ง 5 แท่ง คือไอศกรีมที่รสชาติแตกต่างกัน แต่ก็ยังมีเรื่องที่น่าชื่นชมอยู่ตรงที่เนื้อไอศกรีมไม่มีเกล็ดน้ำแข็งเลย โดยปกติไอศกรีมตู้ทั่วไปเนื้อไอศกรีมจะมีเกล็ดน้ำแข็งอยู่บ้าง เป็นคุณภาพที่ไอศกรีมราคาระดับนี้ทำได้ดีทีเดียว ( ถ้าจะให้อธิบายคือเนื้อไอศกรีมจะคล้าย ๆ กับเนื้อของไอศกรีมแม็กนั่มอะค่ะ )

ก่อนหน้านี้เคยมีไอศกรีมกูลิโกะวางขายมาสักพักแล้วค่ะ แต่เป็นลักษณะของการทดลองขายในย่านชานเมือง และมีรสชาติให้เลือกเยอะกว่านี้มาก ดังนั้นในอนาคตเราอาจจะได้เห็นไอศกรีมกูลิโกะรสชาติอื่น ๆ ออกมาขายกันมากขึ้นกว่านี้ค่ะ  

ด้วยรักและอยากสิง
แอนนา  เบลล์ 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @