Curator
curator
Aya-P
98 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • ส่วนผสม
  • ขั้นตอนการทำ

แจกสูตร "พายไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก" 🍓💞 อร่อยชวนใจละลาย ความฟินผสมผสานลงตัว

สาวๆ สายหวานต้องร้องกรี๊ด ถึงอ้วนขึ้นหน่อยก็อย่าเพิ่งแคร์ค่ะ 555

27 June 2019
curator_Aya-P Aya-P
27 June 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ขนมหวานมันไม่เข้าใครออกใครง่ายๆ หรอก เนี่ย พอพูดถึงเมื่อไหร่ อายะพีก็เชื่อว่าสาวๆ ชาวซิสต้าหลายคนคงเริ่มแสดงความสนใจขึ้นมาทันทีแหงๆ

งั้นอย่ามัวชักช้าเสียเวลา รีบเข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้มีเมนูตามใจปากจะนำเสนอค่ะ นั่นคือ " พายไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก " ไงล่ะ โอ้โห มีทั้งวิปครีมหอมมัน ทั้งซอสสตรอว์เบอร์รี่รสหวานอมเปรี้ยว ไหนจะไส้ชีสเค้กสุดเข้มข้นอีกต่างหาก แหม ยิ่งพูดน้ำลายยิ่งสอเต็มปาก 

รับรองไม่มีอะไรยุ่งยากอย่างที่คิดแน่นอน แค่อาจต้องใช้เตาอบนิดนึง แต่คุ้มค่าที่จะลองจริงๆ นะ 
เรียกได้ว่าห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ

image_923788
- ที่มารูป: smittenkitchendotcom.files.wordpress.com

 

ส่วนผสม


ตัวฐานครัสต์:

1. แกรห์มแครกเกอร์บดละเอียด 1 1/2 ถ้วย ( 155 กรัม )
2. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ ( 40 กรัม )
3. เกลือ 2 หยิบมือ
4. เนยจืดละลาย 7 ช้อนโต๊ะ ( 100 กรัม )

ไส้ชีสเค้ก:

1. ครีมชีสอุณหภูมิห้อง 1 ก้อน ( 8 ออนซ์ )  
2. นมข้นหวาน 1 กระป๋อง ( 14 ออนซ์ )
3. ผิวมะนาวขูดละเอียด 1 ช้อนชา
4. วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา

ท็อปปิ้งวิปครีม:

1. เฮฟวี่ครีมหรือวิปปิ้งครีม 1 ถ้วย
2. วานิลลาสกัด 1 ช้อนชา
3. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

ซอสสตรอว์เบอร์รี่:

1. สตรอว์เบอร์รี่สดหั่นเป็นชิ้นๆ 1 ปอนด์
2. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำเลมอน 1/2 ผล
4. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ

image_923791
- ที่มารูป: c1.staticflickr.com

 

ขั้นตอนการทำ


1. อุ่นเตาอบเตรียมไว้ที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮต์ จากนั้นผสมแกรห์มแครกเกอร์ น้ำตาลกับเกลือในชามให้เข้ากัน เติมเนยจืดละลายและคลุกเคล้าให้เข้ากันเหมือนเดิม

image_923803
- ที่มารูป: static1.squarespace.com


2. กรุส่วนผสมแครกเกอร์ลงในถาดอบ ( ขนาด 9 นิ้ว ) ให้จับตัวแน่น นำไปอบจนกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ ประมาณ 9-10 นาทีแล้วเอาออกมาวางพักบนตะแกรงให้เย็นตัว ( อาจแช่ช่องฟรีซเพื่อเร่งเวลาได้นะคะ ) 

image_923800
- ที่มารูป: c1.staticflickr.com


3. ตีครีมชีสให้ขึ้นฟู ค่อยๆ ผสมนมข้นหวานทีละน้อยจนเนื้อเนียน ต่อด้วยผสมผิวเลมอนขูดกับวานิลลาสกัดตามลงไปอีกรอบ 

image_923808
- ที่มารูป: thepioneerwoman.com


4. เทส่วนผสมใส่ฐานแครกเกอร์ที่เตรียมไว้ เอาแช่ช่องฟรีซ 6-8 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะเซ็ตตัวดี

image_923816
- ที่มารูป: c1.staticflickr.com


5. ถึงคิวของท็อปปิ้งวิปครีมค่ะ ใส่เฮฟวี่ครีมหรือวิปปิ้งครีม น้ำตาลกับเกลือลงในชามแล้วตีให้ตั้งยอดอ่อน 

image_923813
- ที่มารูป: s3.amazonaws.com


6. ทาวิปครีมทับชั้นส่วนผสมครีสชีสจนมิด เอาแช่ช่องฟรีซต่อให้เซ็ตตัวอีกครั้ง ( ปกติน่าจะใช้เวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงค่ะ )  

image_923819
- ที่มารูป: c1.staticflickr.com


7. ทีนี้ก็ทำซอสสตรอว์เบอร์รี่กัน ใส่สตรอว์เบอร์รี่หั่นชิ้น น้ำตาลทราย น้ำเลมอน แป้งข้าวโพดกับน้ำเปล่าลงในหม้อ แช่ให้ยุ่ยก่อนประมาณ 5-20 นาทีแล้วค่อยตั้งไฟต้มโดยใช้ไฟปานกลาง-ต่ำพร้อมคอยคนอย่างสม่ำเสมออีก 2-3 นาที ยกออกจากเตาและพักไว้ให้เย็น เก็บรักษาในตู้เย็นไว้จนกว่าจะใช้  

image_923815
- ที่มารูป: c2.staticflickr.com


8. พอจะเสิร์ฟก็เอาซอสสตรอว์เบอร์รี่มาราดหน้าพายให้ทั่วเลยค่า

image_923821
- ที่มารูป: c1.staticflickr.com


ใช้มีดที่แช่น้ำร้อนแล้วเช็ดให้แห้งมาตัดแบ่งตัวพายเป็นชิ้นแยกกัน ปิ๊ง! เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่า

อูย หน้าตาช่างน่าหม่ำจังเลย เล่นเอาชักอดใจไม่ไหวเชียวล่ะ ขอลืมเรื่องนับแคลอรี่ชั่วคราวก่อนเนอะ เดี๋ยวค่อยไปหาทางกำจัดส่วนเกินทีหลัง ฮิฮิ นอกจากนี้เรายังสามารถดัดแปลงสูตรด้วยการเปลี่ยนชนิดของผลไม้ได้นะคะ เลือกเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ หรือแม้กระทั่งรวมมิกซ์เบอร์รี่เลยก็ไม่เลวค่ะ

ปล. ถ้าใครไม่มีเตาอบ อาจลองทำฐานครัสต์แบบไม่อบดูได้ ซึ่งจะทำให้เนื้อสัมผัสอาจกรุบกรอบน้อยกว่าเท่านั้นเอง ส่วนวันนี้ขอตัวไปก่อนนะค้า บ๊ายบาย

image_923823
- ที่มารูป: c1.staticflickr.com

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
heart liked