summary intro: 72091

ควักแล้วทา ตั้งแต่หัวจรดเท้า! 8 'บาล์มสารพัดประโยชน์' ทาปากก็ได้ ทาผิวก็ดี ล็อคผิวให้ชุ่มชื้น

สาวๆ คงคุ้นชินกับลิปบาล์มที่เน้นบำรุงช่วงริมฝีปาก แต่บางทีเราก็อยากได้บาล์มที่ทาส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้ด้วย ตลับเดียวชุ่มชื้นทั้งตัว! มาดูกันว่ามียี่ห้อไหนบ้างค่า

11 October 2019
curator_Mollacake Mollacake
11 October 2019
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ฮัลโหลค่าาา สาวๆ SistaCafe #ทีมผิวแห้ง ทุกคน ヽ(♡‿♡)ノ

เกิดเป็นคนผิวแห้ง เหมือนโดนสวรรค์สาป! ต้องหมั่นทาครีม โลชั่น พอกตามหน้าตามตัวตลอดเวลา วันไหนลืมทา อาการแสบคัน แดง ผื่นเป็นปื้นๆ ก็จะเริ่มมาเยือน ซึ่งปกติสาวๆ ผิวแห้งก็จะประโคมครีมก่อนนอนอยู่แล้ว แต่บางทีอยู่ดีๆ ก็คันยิบๆ ตามแขนขาแบบไม่มีสาเหตุ ต้องเอาเล็บจิก เกา บางทีไปคันตอนอยู่นอกบ้าน จะเกาเยอะก็ไม่ได้ เสียบุคลิกไปอีก ต้องทนไม่เกา ทรมานมากเวอร์ -_-

ไอเทมเด็ดที่กอบกู้ผิวแห้ง นอกจาก ' ลิปบาล์ม ' ที่ใช้บำรุงริมฝีปากเป็นประจำอยู่แล้ว เราขอเสนอ ' บาล์มสารพัดประโยชน์ ' ทั้ง 8 ยี่ห้อ ที่ไม่ได้ใช้แค่ปาก แต่ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทาศอกทาเข่าให้นุ่มเนียนก็ได้ ซื้อกระปุกเดียวครบจ้า! ( คือจริงๆ เอาลิปบาล์มทาผิวที่คันก็ได้ แต่เนื้อจะเหลวกว่า อาจไม่เหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ แถมเปลืองด้วย )

อะๆ ไม่เล่าเยอะละ มาดูกันเลยว่า บาล์มที่คนเขาฮิตๆ กันอยู่ช่วงนี้ มีอะไรบ้างค่า (*¯ ³¯*)♡

1. Vaseline 100% Pure Petroleum Jelly Original
image_955521
- ที่มารูป: s3.images-iherb.com

เปิดมาตัวแรก ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เพราะสาวๆ ทุกคนต้องรู้จัก จนคนเรียกแทนชนิดบาล์มไปแล้ว กับ ' วาสลีน ' ที่จริงมันคือเนื้อปิโตรเลียม เจลลีบริสุทธิ์ 100% ที่มีลักษณะคล้ายบาล์มแต่เหลวกว่า ใสกว่า นิ่มกว่า แต่ใช้งานได้ครอบคลุมเหมือนกัน จึงขอเอามารวมในบทความนี้ด้วย ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ราคาถูกมาก หาซื้อง่ายตามซูเปอร์ทั่วไปเลย

จะทาส่วนไหนบนร่างกายก็ได้ เช่น พอกปากเป็นสลีปปิ้งมาส์ก, ผสมน้ำตาลเป็นสครับขัดปาก, บำรุงริมฝีปากระหว่างวัน, ทาศอกและเข่าให้อ่อนนุ่ม, ผิวแห้งแตกบนร่างกาย, ทากันผื่นผ้าอ้อมเด็ก หรือทาขนตาให้ยาวเร็วขึ้นก็เริ่ดเด้อ! แต่ข้อเสียของตัวนี้คือ มันช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไม่ให้แห้งไปกว่าเดิมเท่านั้น แต่ถ้าผิวแห้งเลือดซิบๆ มันก็ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูได้ขนาดนั้น และบางคนทาปากแล้วเกิดอาการแพ้ หรือสีปากคล้ำลง ถือเป็นบาล์มราคาถูก คุณภาพพอใช้ได้ที่สาวๆ ทุกคนควรมีติดบ้านไว้ค่ะ (°◡°♡)

2. L'occitane Organic Shea Butter
image_955522
- ที่มารูป: www.petmd.com

ต่อมากับแบรนด์สกินแคร์ฝรั่งเศส ' ล็อคซิทาน ' ที่ขึ้นชื่อเรื่องความออร์แกนิก ส่วนผสมจากธรรมชาติ ที่จริงเขามีไอเทมใช้ดีหลายตัวมากๆ อย่างครีมทามือ, Face Oil บำรุงผิวหน้า, ลิปบาล์ม รวมถึงตัว ' Organic Shea Butter ' บาล์มทำจากเชียบัตเตอร์ 100% เนื้อสีขาวค่อนข้างแข็ง ต้องวอร์มกับผิวก่อนถึงจะเริ่มละลาย แต่คุณภาพดีมาก บิวตี้บล็อกเกอร์ยุคก่อนจะยกตัวนี้เป็นไอเทมตัวโปรดเสมอๆ ค่ะ

ใช้ได้ตั้งแต่ริมฝีปาก ฝ่ามือ ศอก เข่า หน้าอก บั้นท้าย เล็บมือเล็บเท้า หรือแม้แต่เส้นผม ตรงไหนแห้งก็โปะเข้าไป! มีส่วนผสมจากวิตามิน E ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟู กอบกู้ผิวแห้งแตกให้กลับมานุ่มเนียน ชุ่มืชื้นได้แบบไม่ระคายเคือง ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย แพ็กเกจก็กลมๆ น่ารักปุ๊กปิ๊กพกพาง่าย ต่ข้อเสียก็คือ แพงมากกก ตลับนึง 150ml ราคา 1890 บาท ไม่ถูกใจวัยเรียนอย่างแรง! และเนื้อบาล์มค่อนข้างแข็งมาก จะวอร์มทีต้องใช้เวลา ถ้าคันผิวปุบปับ จะทาบาล์มทันทีไม่ได้ ต้องนวดวนให้มันละลายก่อน จึงไม่ค่อยทันใจเท่าไหร่ค่า

3. Burt's Bees Beeswax Lip Balm
image_955523
- ที่มารูป: i.imgur.com

ยังคงอยู่ที่แบรนด์ตะวันตก ถ้าอยู่ต่างประเทศหรือตามข่าวสารสกินแคร์สายฝ. มานาน จะรู้ว่า ' Burt's Bees ' ฝรั่งเขาฮิตกันมาก โดยเฉพาะลิปบาล์มที่ขายดีมานานตั้งแต่ปี 1991 ที่โดดเด่นเรื่องส่วนผสมจากขึ้ผึ้งธรรมชาติ มีผลิตภัณฑ์ออกมามากมาย เช่น สบู่ ครีม น้ำหอม เจลอาบน้ำ แต่ถ้าต้องเลือกว่าอันไหนใช้ได้สารพัดอย่าง ก็คงเป็นลิปบาล์มกลิ่นธรรมชาติ เนื้อบาล์มสีเหลืองอ่อนนี่ล่ะค่ะ

แม้สรรพคุณหลักๆ คือไว้ทาริมฝีปาก แต่เนื่องจากไม่มีสี ไม่แต่งกลิ่น จึงสามารถใช้แทนบาล์มทั่วไปได้ด้วย โดยจุดเด่นของตัวนี้คือเขาจะผสมเปปเปอร์มินต์ เวลาทาแล้วจะเย็นๆ ซ่าๆ นิดหน่อย และยังมีลาโนลิน โคโคนัท ออยล์ และน้ำมันดอกทานตะวัน ทั้งกักเก็บความชุ่มชื้น และฟื้นฟูผิวแห้งแตกให้กลับมานุ่มน่าสัมผัสอีกครั้ง มีทั้งแบบตลับและแบบแท่ง ( แต่สูตรเดียวกันทั้งคู่  ) ข้อเสียของเขาคือ ถ้าผิวแห้งแบบเลือดซิบมากจริงๆ อาจเอาไม่อยู่ ต้องทาซ้ำบ่อยๆ และบางคนก็อาจไม่ชอบความรู้สึกเย็นซ่าที่ผิว และไม่เหมาะกับคนที่แพ้สาร beeswax ทุกชนิด เพราะจะเกิดอาการแพ้ มีผดผื่นคันได้นะคะ 

4. EUCERIN Aquaphor Soothing Skin Balm
image_955524
- ที่มารูป: glamssecret.com

บาล์มตัวนี้จาก ' ยูเซอริน ' เพิ่งออกใหม่สดๆ ร้อนๆ เลยจ้า! ปกติแบรนด์นี้จะขึ้นชื่อพวกเวชสำอาง ฟื้นฟู ซ่อมผิวแห้งแตก มีผื่นคัน แสบแดงชั่วข้ามคืน เอาง่ายๆ ถ้าไปหาหมอผิวหนัง สกินแคร์ที่จ่ายจะมักเป็นของแบรนด์นี้ ทั้งสบู่เหลว ครีม เซรั่ม โดยล่าสุดเขาก็ได้ออกตัว ' ซูทติ้ง บาล์ม ' เพื่อผิวแห้งเสียโดยเฉพาะ ถือเป็นบาล์มเทพติดอันดับ 1 ในอเมริกาเลยค่ะซิส!

โดยจะมีส่วนผสมจากพาราฟินเหลว และแว็กซ์เนื้อบางเบา ยืดหยุ่น เนื้อบาล์มจะมีลักษณะใส แต่หนาข้น ไม่ผสมน้ำ เกลี่ยบนผิวได้ดี แอบคล้ายเนื้อเจลลี่ที่หนักๆ หน่อย ทาได้ทุกส่วนบนร่างกาย อ่อนโยนต่อผิว ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิว แต่ผิวยังหายใจได้ดี และยังผสมกลีเซอริน ดึงน้ำเข้าสู่ผิว และยังเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เอาใจสายธรรมชาติสุดๆ เพราะไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย และไม่อุดตันรูขุมขน

ส่วนข้อเสียของเขาคือ เนื้อหนา ไม่ควรทาแบบพอกเยอะไป มันจะไม่ค่อยซึม ต้องรอซึมเข้าผิวนานหน่อย และจะไม่สามารถทาโปะทับแผลสดได้ ต้องใช้กับแผลที่แห้งแล้วเท่านั้น เช่น หกล้มเลือดไหล หรือเอาศอกไปขูดตึกเลือดซิบ ก็ทาตัวนี้ไม่ได้เด้อ จะอักเสบกว่าเดิมได้ค่ะ 

5. Lucas Papaw Ointment
image_955525
- ที่มารูป: www.bigw.com.au

ขยับจากอเมริกา มาที่แบรนด์สัญชาติออสเตรเลียกันบ้าง! กับ ' Lucas Papaw ' บาล์มหลอดแดงในตำนานที่เลื่องลือสุดๆ ในหมู่บิวตี้บล็อกเกอร์ฝรั่ง และได้รับการแนะนำในนิตยสารความงามมากมาย เพราะใช้ได้เอนกประสงค์มากเวอร์ ทั้งขนตา ริมฝีปาก จุดแห้งแตกตามผิว บำรุงเล็บมือเล็บเท้า เพิ่มเติมไปกว่านั้น คือใช้แต้มสิว และแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้อีกด้วย ใครสายบิวตี้แต่ไม่เคยใช้คือเอ้าท์มาก บอกเลย!

โดยตัวนี้มีส่วนผสมจากมะละกอพันธุ์ Carica ( Papaw Tree ) มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อ ลดการอักเสบ จึงสามารถนำมาทาแทนเจลแต้มสิวได้ ถ้าทาผิวก็ทำให้ผิวบริเวณนั้นชุ่มชื้น เนียนนุ่ม จะทาผิวเด็กแพ้ง่าย หรือแก้ผดผื่นจากผ้าอ้อมก็เวิร์ค, ทาปากทิ้งไว้ข้ามคืน ปากนุ่มไม่ตกร่อ, ทาหัวข่า ตาตุ่มก็ได้ ผิวนุ่มไม่ด้าน เหมือนตัววาสลีนเลย!

ข้อเสียของตัวนี้ก็มีอยู่บ้าง คือค่อนข้างหาซื้อยาก ถ้าไม่พรีออเดอร์ ก็ต้องหาร้านที่นำเข้าสินค้าต่างประเทศ ไม่มีในซูเปอร์ทั่วไป กลิ่นจะค่อนข้างแปลก ถ้าใครชอบบาล์มไม่มีกลิ่นอาจไม่ชอบ, ประสิทธิภาพยังอยู่ในระดับกลาง ถ้าเป็นสิวอักเสบหนัก หรือปากแห้งแตกขั้นสุด ตัวนี้ก็เอาไม่อยู่นะคะ

6. i nature Coconut Lip Balm
image_955526
- ที่มารูป: www.watsons.co.th

กลับมาที่แบรนด์ไทยบ้านเรา กับ ' ไอ เนเจอร์ ' โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี แต่งสีเติมกลิ่น เราเจอแบรนด์นี้ครั้งแรกในร้านขายยา เคยซื้อมาใช้ด้วย โดยตัวที่จะมาแนะนำคือกลิ่น ' Coconut Lip Balm ' เป็นลิปบาล์มมะพร้าวกลิ่นสเปียร์มินต์ค่ะ

ไม่ใช่แค่ช่วยบำรุง ลดความหมองคล้ำของริมฝีปากอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังยับยั้งความแห้งแตกของผิวทุกส่วนบนร่างกาย ทั้งแขน ขา ศอก เข่า เล็บมือเล็บเท้า! แค่ทาบนผิวที่เป็นขุย แสบคัน ตกสะเก็ดจากความแห้ง ผิวก็เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ผสมน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ กลิ่นหอมหวานสดชื่น ดูสะอาด ผู้ดี ในราคาไม่แพง วัยเรียนก็ซื้อใช้ได้ชิลล์ๆ แต่ข้อเสียคือตลับค่อนข้างก๊องแก๊ง ฝาใช้ไปนานๆ จะลื่น ปิดไม่ค่อยสนิท

และเนื่องจากส่วนผสมค่อนข้างจะเป็นน้ำมันมะพร้าวเพียวๆ เลย ถ้าต้องการบาล์มที่มีสารสกัดบำรุงเยอะๆ อาจไม่ตอบโจทย์, ความชุ่มชื้นและบำรุงยังไม่ 100% ถ้าผิวแห้งมากก็เอาไม่อยู่ค่ะ

7. Ira Natural Lip Balm
image_955527
- ที่มารูป: pbs.twimg.com

' ไอรา ' แบรนด์ไทยที่เป็นกระแสในโซเชียลขณะนี้! โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากออร์แกนิกธรรมชาติ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ และมีถึง 8 กลิ่นให้เลือก เช่น เมลอน, แอปเปิ้ลมินต์ ( แต่อึ้งสุดคือกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงจ้า หิวเลย! ) จะใช้กับปากก็ได้ หรือทาส่วนอื่นก็เริ่ด เราจึงขอแนะนำกลิ่น ' Original ( odorless ) ' ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ใช้ง่าย แต่ถ้าอยากให้ผิวหอมๆ จะใช้กลิ่นไหนก็ได้ เพราะทุกกลิ่นไม่มีสีค่ะ

เนื้อลิปจะเป็นบาล์มนุ่มๆ ในตลับเป็นสีขาว แต่นวดแป๊บเดียวก็เป็นเจลใสๆ ซึมเข้าผิว ไม่ต้องวอร์มนาน เมื่อทาบนผิวแล้วจะให้ความชุ่มชื้น ฉ่ำๆ แต่ไม่มันเยิ้ม ไม่เหนียว ทำให้ผิวนุ่ม ไม่แห้งแตกยาวนานถึง 6 ชั่วโมง มีส่วนผสมจากขี้ผึ้ง น้ำมันแมคคาเดเมียและเชียบัตเตอร์ ราคาแค่ร้อยต้นๆ เหมาะกับนักศึกษาหรือคนงบน้อยมากๆ!

ส่วนข้อเสียคือ ค่อนข้างหาซื้อยาก ยังไม่มีในซูเปอร์ทั่วไป หากตลับเลอะครีมจะค่อนข้างเปิดปิดยาก และความชุ่มชื้นกับบำรุง ถ้าผิวแห้งแตกหรือถึงขั้นเป็นแผล รอบเดียวไม่รอด ต้องโบกซ้ำหลายๆ รอบหน่อยค่ะ

8. Carmex Classic Lip Balm Medicated
image_955528
- ที่มารูป: www.topvalue.com

ปิดจบที่บาล์มฝั่งอเมริกาอีกครั้งกับ ' Carmex ' แบรนด์สกินแคร์ที่ก่อตั้งมาเกือบร้อยปีแล้ว! ที่จริงมันก็คือลิปบาล์มแหละ แต่พอเป็นกระปุก ก็มีบิวตี้บล็อกเกอร์สายฝ. หลายคนใช้เป็นบาล์มเอนกประสงค์ ทาตั้งแต่หัวจรดเท้ากันไปเลย! โดยรุ่นนี้เป็นกลิ่น Classic คือไม่มีกลิ่น มีสรรพคุณช่วยบำรุงสมชื่อ medicated ด้วยค่ะซิส

มีส่วนผสมหลายอย่าง หลักๆ ก็ลาโนลิน, cocoa seed butter, ขึ้ผึ้ง, Salicylic Acid, ขี้ผึ้ง ( beeswax ) คุณสมบัติเป็นเกราะป้องกันผิว เยียวยาผิวแห้งแตกให้กลับมาชุ่มชื้น ไม่ลอกเป็นขุย ล้างออกง่ายด้วยน้ำเปล่า ผสมเมนทอล ให้สัมผัสเย็นซ่าหลังทา ราคาก็ไม่แพง เดี๋ยวนี้สามารถซื้อตามซูเปอร์ทั่วไปได้แล้ว

ข้อเสียจะคล้ายๆ Burt's Bees คือถ้าไม่ชอบความเย็นที่ผิว ก็อาจไม่ชอบตัวนี้ และมันทำได้แค่ให้ความชุ่มชื้นอย่างเดียวจริงๆ ไม่สามารถไปใช้ในแผลประเภทแผลสด แมลงสัตว์กัดต่อย หรือแผลไฟไหม้ใดๆ ได้ค่ะ อย่าใช้ผิดประเภทล่ะ เดี๋ยวผิวยิ่งพัง!


--------------------------------
ต่อไปถ้าผิวแห้งแตก ก็ไม่ต้องพกโลชั่นขวด หรือครีมกระปุกใหญ่อีกต่อไป แค่พกพา ' บาล์มกระปุก ' ไว้ในกระเป๋าก็พอ แห้งคันเมื่อไหร่ ก็ทาถูได้ง่ายๆ ซึ่ง 8 ยี่ห้อที่เอามาแนะนำ จะมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ตัวที่ใส่ส่วนผสมดีๆ ราคาแพงหน่อย ก็แลกมากับเนื้อที่แข็งขึ้น วอร์มยากขึ้น ถ้าเป็นส่วนผสมเพียวๆ ราคาไม่แรง เจลใสเกลี่ยง่าย ก็อาจจะให้ประสิทธิภาพด้านความชุ่มชื้นได้ไม่ 100% ลองเลือกตามสภาพผิวของตัวเองดูน้า 

วันนี้ก็ขอตัวลาไปซื้อบาล์มทาผิวก่อนละ มีความคัน ใกล้หน้าหนาว ( ที่เมืองไทยมีปีละสองวัน.. ) ก็งี้แหละ ไปก่อนน้า เจอกันใหม่ค่าา See ya

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @