Curator
curator
Gelato
666 followers

ขึ้นเหนือหน้าหนาว! แบกเป้แอ่ว 'เจียงใหม่ 6 วัน 5 คืน ' - ตอน 3 (ขึ้นดอยกันเจ้า)

กลับมาอีกแล้วตามคำเรียกร้อง ของใครก็ไม่รู้ แต่ฉันอยากมาเล่า! กับแบกเป้แอ่ว 'เจียงใหม่ 6 คืน 5 วัน' - ตอน 3 (ขึ้นดอยกันเจ้า)

24 December 2019
curator_Gelato Gelato
24 December 2019


สวัสดีค่าสาวๆ หลังจากที่นั่งรถบัสเพื่อขึ้นดอยกันไปเกือบ 2 ชั่วโมง ในตอนที่ 2 ( ใครยังไม่ได้อ่าน กลับไปอ่านกันก๊อน เดี๋ยวจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ) และตอนนี้เองเราก็ถึงหน้าวัดพระธาตุจอมทองด้วยอาการปวดเมื่อยออดแอดตามประสาคนเริ่มแก่ จ้ะๆ ถึงหน้าวัดก็จะมีรถเหลืองเยอะแยะเลยค่ะ จริงๆ ถ้ามากันเป็นแก๊งก็จะสามารถเหมารถขึ้นไปได้เลย แต่สำหรับสองสาวแบกเป้อย่างเรา ก็ต้องรอเหมารวมไปกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ น้า แค่บอกคนขับให้เค้ารวมคนให้เรา คนแถวนั้นใจดีค่ะ ลองต่อราคากันดู ส่วนใหญ่ก็ขึ้นไปราคาเหมา 1,500 บาท 

ตอนนั้นเราเหมาไปกัน 4 คน แต่ละคนก็ไปคนละที่ ปลายทางเราคือ ' ดอยชัวร์ญ่า ' เป็นที่พักที่คนไปกันเยอะนะ อ่านตามกระทู้กันมาอีกที เราจ่ายค่ารถกับพี่สาวคนละ 100 บาท เพราะระยะทางของเราใกล้กว่าผู้โดยสารคนอื่น / นอกจากค่ารถเหลืองแล้ว ก็จะมีค่าเข้าอุทยานด้วย คนละ 80 บาท 

image_966370

ภาพระหว่างทางขึ้นไปที่พักของเราคืนที่ 3 ค่า

image_966371

ตรงนี้จะเป็นจุดชมวิว ถ่ายรูปแถวทางขึ้นไปดอยชัวร์ญ่าน้า จะมีร้านอาหาร ร้านกาแฟไม่กี่ร้าน อากาศกำลังสบาย ลมเย็นมากจ้า


*ต้องออกตัวหน่อยว่าเราลืมถ่ายรูปที่พักมาให้ดู ฮือ เพราะมัวแต่วุ่นๆ อยู่กับการหารถวันที่จะไปกิ่วแม่ปานอยู่ เพราะถ้าไม่มีรถขึ้นไปจะลำบากมาก เพราะต้องโบกรถขึ้นไป และมีโอกาสน้อยมากๆ เราก็เลยใช้ความหน้าหนาของตัวเอง ไปถามคนที่เค้ามีรถยนต์ส่วนตัวมา แอบสอดส่อง มองแล้วมองอีก ว่าพี่สาวคนนั้นเค้ามายังไง พอเห็นก็ตรงดิ่งเข้าไปถามเลยจ้า สรุปคือนกจ้ะ คือตอนนั้นก็แบบให้กำลังใจตัวเองกับพี่สาวว่ามันต้องมีแหละคนที่พักที่นี่แล้วขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอะ 

ไม่เป็นไร อย่าเครียดนะคะทุกคน ใครที่คิดจะไปแบบเรา ทุกอย่างมันมีทางออกเสมอแหละ :) ว่าแล้วท้องก็ร้อง เดินลงไปจากที่พักหลายกิโลอยู่นะ แต่เดินลงมันไม่เท่าไหร่ไง สบาย ยิ่งอากาศเย็นด้วย เดินเล่นชิลล์ๆ ไปจ้า ถ่ายรูปสวยๆ กันไป 

เจอร้านอาหารตามสั่ง ที่บอกเลยว่าถูกจริตฉันมากแกร้ คือ รสชาติดีงาม อร่อยเลยแหละ แถมราคาไม่แพง ก็คือคิดกันไว้แล้วว่า ตอนเย็นๆ ค่ำๆ ร้านนี้จะเป็นมื้อต่อไปของเราแน่นอน ร้านชื่อ ' หอมจันทร์  ' นะคะ ถ้าใครไปโซนดอยชัวร์ญ่า หาไม่ยากเลย 


image_966377

อากาศแบบนี้กับผัดซีอิ๊วมันดูเลอค่าไปเลยเธอ

image_966378

กะเพรากรอบไข่เยี่ยวม้าจ้า อร่อย ที่สำคัญคือให้เยอะมากนะ ราคา 40-50 บาทน้า เจ้าของร้านน่ารักเป็นกันเองมาก

image_966379

มีหลายโต๊ะเลยแหละ แต่อาจจะต้องรอนานหน่อยนะ ใครไปแบบหิวๆ นี่อาจจะโมโหได้เลยแหละ ถ้าคนเยอะต้องทำใจหน่อย

image_966380

เราเดินเล่นไปเรื่อยๆ ถึงปากทางไปบ้านขุนกลาง ก่อนทางขึ้นไปดอยชัวร์ญ่า ตรงนี้จะมีคุณลุงขายโรตีอยู่หน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านขุนกลาง อากาศเย็นๆ แบบนี้ก็ต้องสักแผ่นสองแผ่น อิ่มแปร้


เอาล่ะค่ะ วันนี้ขอพักนอนเอาแรงไปเรียกรถวันพรุ่งนี้ก่อนนะ 

เริ่มต้นวันที่ 4 ด้วยการตื่นตี 4 เพื่อเตรียมตัวล้างหน้าแปรงฟัน และมองหาเหยื่อรายต่อไปที่จะขอติดรถไปด้วย ใช่ค่ะ เราเห็นเป้าหมายแล้ว เล็งเค้าไว้ตั้งแต่กลางคืน และแล้วเค้าก็รับเราไปด้วย เพราะเราตื้อขั้นสุด เอาจริงๆ เราแค่ขอติดรถไปด้วย เพราะพี่เค้าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นอยู่แล้ว เราเลยขอนั่งกระบะหลังไปด้วย ซึ่งบอกเลยจ้าว่า อากาศเย็นมาก เย็นแบบโอ๊ยย มือแข็ง หน้าชา อยากร้องมาก TT แต่ก็นะ จะถอดใจไม่ได้ ( ต้องขอบคุณพี่ชาวใต้ที่รับเรามาด้วยนะคะ )

4.30 โดยประมาณ เราถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นดอยอินทนนท์ แวะเข้าร้านข้าวต้มเลยค่ะ หาความอุ่นให้ตัวเองก่อน ด้วยขนมปังและข้าวต้ม ฮีลได้เยอะเลย ตอนนั้นเรากับพี่สาวแบกเป้ไปด้วยตลอดนะ ก่อนจะไปเดินกิ่วก็ขอฝากกระเป๋าไว้กับคุณป้าร้านขายข้าวต้มเลย ใจดีมากๆ น่ารักและเป็นกันเองสุดๆ เลิฟคุณป้า 

image_966381

ทุกคนกำลังรอพระอาทิตย์ขึ้น แต่พระอาทิตย์ไม่โผล่มาซะงั้น หมอกเยอะค่ะซิส เลยได้แต่นั่งชมวิวกันไป รอเวลาไปเดินกิ่วต่อ

image_966382

เวลา 07.10 เราเริ่มเดินกิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ใช้เวลาเดินประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้าเดินเร็วก็ 2 ชั่วโมง มีไกด์ไปกับเรา ค่าไกด์ 200 จะไปกันกี่คนก็ได้นะ เราเจอพี่ที่มากันสองคนเลยขอไปกับเค้าด้วยเลยจะได้หารค่าไกด์กัน เอาล่ะลุยป่ากันเลย

image_966383

ทุกคนคะหลุดจากป่าในภาพแรกมา ก็จะเป็นวิวดีๆ แบบนี้เลยจ้า เห็นท้องฟ้าและแดดอ่อนๆ มีความสุขสุดๆ ไปเลยแหละ

image_966384

บรรยากาศดีมาก อากาศ แสงแดด และลมเย็นๆ

image_966385

จุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมากิ่วแม่ปานก็ต้องมาถ่าย คือยืนต่อคิวถ่ายจนลืมดูบรรยากาศ แอบเสียดายมากๆ ช่วงนี้คนเยอะด้วยค่ะ

image_966386

ดูหมอกสิเธอ เห็นของจริงจะว้าวกว่านี้มากนะ

image_966387

ต้นกุหลาบพันปีค่ะ แต่ยังไม่เห็นดอกขึ้นนะ มันจะขึ้นเป็นช่วง

image_966388

แชะ


หลังจากเดินกิ่วแม่ปานเสร็จ ขอมาต่อแบบรัวๆ เลยนะ เพราะเดี๋ยวจะไม่จบง่าย คือพี่สาวที่มากับเราเค้าเป็นคนเชียงใหม่ ได้มีโอกาสรู้จักกันช่วงที่ไปเดินด้วยกัน ( พี่มุกกับพี่เฟิร์น ) ก็เลยขอพี่เค้าติดรถเพื่อกลับไปตรงจุดที่เราพัก เป็นทางขึ้นไปบ้านขุนกลาง-ขุนวาง เพราะเราจองที่พักโปโปปิงปิงไว้นั่นเอง แต่ก่อนจะกลับด้วยความใจดีของพี่ พี่เลยถามว่าอยากแวะเที่ยวที่ไหนมั้ย ( ใจดีมากๆ ) ไม่รอช้าจ้า หนูอยากแวะ ' ตลาดม้ง ' ค่า ถ้าเป็นทางผ่านขอแวะซื้อของกินติดไม้ติดมือหน่อย 


image_966389

ตลาดม้งเป็นตลาดเล็กๆ ตามทางยาวค่ะ มีหลายร้าน ส่วนใหญ่จะขายสตรอว์เบอร์รี่สด อบแห้ง อบน้ำผึ้ง

image_966390

ถูกมากแม่! จัดเลยจ้า

image_966391

อะโวคาโดพันธุ์เชียงใหม่อร่อยไม่แพ้ของนอกเลยจ้า


หลังจากแวะช้อปที่ตลาดม้ง พี่เค้ามาส่งเราที่ปากทางขึ้นไปบ้านขุนวาง เพื่อที่เราจะโบกรถชาวบ้านต่อไปที่พัก ซึ่งเราก็เจอคุณลุงน่ารักที่จะไปส่งน้ำแข็งที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งก็ไกลอยู่จากปากทางที่เราขึ้น แต่ประเด็นคือลุงไปจอดได้แค่รีสอร์ท ลุงบอกเราว่าต้องหารถต่อไปเองนะ เราก็แบบ ได้หมดเลยค่ะ หนูไปลงไกลสุดเท่าที่ลุงจะส่ง ที่เหลือค่อยหาทางไปต่อเอง 

พอไปถึงรีสอร์ทเราก็โบกมือลาคุณลุงด้วยความขอบคุณมากๆ คือเจอแต่คนน่ารักจนรู้สึกชอบที่นี่ขึ้นมาเลยแหละ เอาล่ะเห็นรถกระบะคันต่อไปมาแล้ว หลังจากที่โบกอยู่ 2 คัน / ลุงกระบะคันนี้ก็ให้เราติดรถมาด้วย และอาสาไปส่งเราถึงที่พักอีกด้วย ปลื้มปริ่มน้ำตาไหลมากแม่! 

image_966392

ถึงที่พักแล้วค่า บ้านพักโปโปปิงปิง

image_966393

ใครชอบดอกไม้หลายๆ ชนิดที่นี่เหมาะมาก เหมือนเป็นญี่ปุ่นแบบชนบท มีความน่ารักกรุบกริบ

image_966394

คุ้นๆ มั้ยคะซิส เหมือนเห็นในซีรีส์อะไรสักอย่าง ?

image_966395

หมอเป้งที่รัก ลอยมาเลยปะซิส? ใช่ค่ะ ที่พักนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ รักฉุดใจนายฉุกเฉินนั่นเอง ใครเป็นคอซีรีส์ตามละคร บอกเลยว่าต้องมาลอง

image_966396

มื้อเย็นของเราวันนั้นเป็นหมูกระทะ ชุดละ 400 บาท มีเนื้อหมู ลูกชิ้น ผัดสดมาก! มีสตรอว์เบอรรี่ และมันเผาจากพี่อุ๊เจ้าของบ้านของเราเองค่า

image_966397

บรรยากาศน่ารัก คิ้วท์ๆ สไตล์ญี่ปุ่น

image_966399

นั่งรถบัสกลับเข้าเมืองก่อนนะค้า

image_966398


สำหรับประสบการณ์การโบกรถของเราถือว่าคอมพลีทเลยนะ เพราะโบกแล้วก็จะมีคนรับตลอด แต่อาจจะมีโดยปฏิเสธบ้างอะไรบ้าง ถือว่าไม่แย่ค่ะ ถ้าอยากได้ประสบการณ์แบบนี้ต้องลองดูสักครั้ง ส่วนคืนที่ 5 ของเราเปลี่ยนแผนนิดหน่อย เพราะที่ที่จะนอนค่อนข้างเปลี่ยว เลยหารถกลับเข้าไปเที่ยวในเมืองสวยๆ จ้า แวะคาเฟ่นิดหน่อย หาอะไรกินตามสไตล์เรานี่แหละ 

สำหรับทริปนี้ก็ถือเป็นการเริ่มต้นการเที่ยวฉบับผู้หญิงของจริง ทั้งแบกเป้ ฝึกความอดทน เพราะกระเป๋าใบนึงแอบหนักอยู่นะ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากสำหรับเรา รู้สึกกลับมาก็เป็นอะไรที่ภูมิใจตัวเองสุดๆ ใครที่อยากมีประสบการณ์แบบนี้หรืออยากถามอะไรเราสามารถทักมาถามกันได้เลยน้า ไม่หวงเลยจ้า อินบ็อกทางไอจีได้เลยเด้อ สำหรับวันนี้ขอปิดทริปเชียงใหม่นี้ไปก่อนเด้อ บ๊ายบายค่า 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com