#ช้อปแหลกเหมือนพิมพ์แบงค์เอง 7 ทริคแก้นิสัย 'ใช้จ่ายไม่มีสติ กระเป๋ารั่ว' เลิกฟุ่มเฟือย เพิ่มเงินเก็บ! (#`Д´)

#ช้อปแหลกเหมือนพิมพ์แบงค์เอง 7 ทริคแก้นิสัย 'ใช้จ่ายไม่มีสติ กระเป๋ารั่ว' เลิกฟุ่มเฟือย เพิ่มเงินเก็บ! (#`Д´)

ได้เงินมาครั้งนึง ต้องรีบกดดูแอพช้อปปิ้ง เว็บไซต์ซื้อของทันที เหมือนเงินมันร้อน อยู่กับตัวนานๆ ไม่ได้ กดสั่งห้าวิ เงินลอยไปเหมือนวาร์ป เป็น 'เศรษฐีเงินผ่าน' (ผ่านไปจากบัญชีตลอด) ถ้าวันไหนรายได้หด หรือตกงาน นรกของจริงจะมาเยือน!

28 December 2020
Mollacake
28 December 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1022475
- ที่มารูป: 78.media.tumblr.com


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่สถานะกำลัง ' ถังแตก ' ทั้งหลายยย!!

บอกเลยว่ามาถึงจุดนี้ไม่ใช่เพราะโดนปล้น หรือยากจนไม่มีใครจ้างงานแต่อย่างใด แต่มาจากการช้อปแหลก ช้อปสะบัดไม่หยุด! ยิ่งช่วงกักตัวที่อยู่บ้านว่างๆ ไม่มีอะไรทำ ( และมีแนวโน้มว่าอีกไม่นานก็อาจจะวนลูปเดิมอีก... ) ก็ไถมือถือส่องเลยจ่ะ แอปช้อปปิ้งทั้งตัว S ตัว L ส่องทั้งวัน!! ยิ่งช่วงโปรอย่าให้เซด อันนี้ก็ดี อันนี้ก็อยากได้ กดสั่งวนไปจนสถานะขึ้นเป็น 10-20 กล่อง พอของมาส่ง เลิกเห่อเลิกอะไร กลับไปดูรายการใช้จ่ายและเงินเหลือในบัญชี แทบทรุด ทำไมมันเหลือแค่นี้ มันเจ็บตรงนี้ เจ็บที่หัวใจจจ แต่ถามว่าหยุดได้ไหม ก็หยุดได้อยู่ ได้อยู่ที่แปลว่าไม่ได้ แงงงงง TT_TT

สถานการณ์โควิดแบบนี้ อะไรก็ไม่แน่นอน ไม่ได้จะพูดแช่งอะไร แต่ซิสจะแน่ใจได้ยังไงว่า รายได้ทั้งงานประจำและงานนอกที่เคยมี ปีหน้าจะยังมีอยู่เหมือนเดิม ทั้งการเลิกจ้าง ลดคนงาน ประหยัดงบบริษัท ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ดังนั้นควรเริ่มรัดเข็มขัด ประหยัด ลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยให้มากที่สุด ซึ่งนั่นหมายความว่า เธอต้องหยุดนิสัยช้อปไร้สตินี้ให้ได้!! แต่จะทำยังไงน่ะเหรอ? มาอ่าน ' 7 ทริคแก้นิสัยช้อปปิ้งรัวๆ จนกระเป๋ารั่ว ' ฝึกวินัยทางการเงินให้มีเงินเก็บมากขึ้นได้แล้ว
รีบปรับตัวให้ได้ ก่อนจะไม่มีรายได้เหลือให้เก็บเด้อ
\(º □ º l|l)/

1. ช้อปปิ้งด้วยสายตาบ้าง ไม่ใช่ช้อปแบบฟาดเงินใส่อย่างเดียว!
image_1019101
- ที่มารูป: www.img.in.th

ไม่ว่าสาวๆ จะเป็นสายช้อปออนไลน์ผ่านหน้าจอ หรือช้อปในร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอางที่ได้หยิบจับแบบจริงๆ จังๆ ก็ตาม ถ้ากลับบ้านมาพร้อมถุงช้อปเต็มสองมือ ตอนจ่ายเงินเหมือนวาร์ปได้ จำไม่ได้ว่าซื้ออะไรมาบ้างแล้วล่ะก็ เราขอปัดเป็นพวกไร้สติเหมือนกันทั้งหมด! ลองทบทวนตัวเองว่า เธอแค่อยากเข้าไปเดินเล่น หยิบจับดูของ ลองใส่เสื้อผ้าเฉยๆ หรือต้องการของสิ่งนั้นจริงๆ เพราะหลายคนก็ซื้อเพราะแรงยุของแม่ค้า หรือซื้อเพราะเกรงใจร้านเฉยๆ แต่พอเริ่มหยิบชิ้นแรกแล้วก็ติดลมยาว ( คนแบบนี้มีเยอะด้วยนะประเด็น! )

ครั้งต่อไปที่ไปร้านเหล่านี้ ลองเดินวนให้รอบร้านก่อน หยิบนู่น จับนี่ช้าๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องปักธงว่าทุกครั้งที่เข้าร้านต้องได้ของ ใจแข็งกับแรงยุของแม่ค้า ถ้าไม่รู้สึกว่าจำเป็นและเข้ากับเธอจริงๆ ก็อย่าซื้อ แค่ยิ้ม วางของลงแล้วบอกว่า " เดี๋ยวขอกลับไปคิดดูก่อนนะคะ " ส่วนใครสายช้อปออนไลน์ ก็อย่าคิดว่าจะต้องกดสั่งซื้อทุกครั้งที่เข้าแอป บางทีแค่ได้ไถดูรายการสินค้าไปเรื่อยๆ ก็อาจจะสนุกไปอีกแบบ บางทีก็ดูจนเบื่อไปเอง แล้วกดออกโดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินสักบาทก็ได้

2. จัดเรียง แยกของเก่าในบ้าน อะไรยังสภาพดี แต่ไม่ใช้แล้ว ก็ขายเอาทุนคืน
image_1019118
- ที่มารูป: www.img.in.th

นอกจากประหยัดไม่ใช้จ่ายเกินตัวแล้ว อีกหนทางในการเพิ่มเงินเก็บก็คือ ' ขายของเก่าที่ไม่ใช้แล้ว ' นี่ล่ะค่ะ! ถ้าเป็นขาช้อปอยู่แล้ว เชื่อว่าในบ้านต้องมีของมากมายที่ถูกสุมไว้เป็นกองพะเนิน, แอบในลิ้นชักมุมลึกๆ, อยู่ในซอกในหลืบที่เห็นแค่ตอนแกะถุงรอบเดียว แล้วก็โยนเข้ากรุโดยไม่ดูอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เมคอัพกับสกินแคร์คอลเลคชั่นใหม่ หรือเครื่องประดับ กำไล แหวน สร้อยคอ ที่เมื่อมีเยอะก็จะใส่ไม่ทัน ยัดๆ ใส่กล่องแล้วลืมไปเลยว่ามันเคยมีอยู่ วันดีคืนดีซื้อของใหม่ซ้ำแบบเดิมมาก็มี เพราะจำไม่ได้จ้า เปลืองเงินซ้ำซ้อนไปอี๊ก - -'

ลองหาวันว่างๆ สักวันโละของเก่าในห้อง แยกของในลิ้นชัก ตู้เก็บเครื่องประดับ ตู้เสื้อผ้า รื้อออกมาให้หมดว่ามีของชิ้นไหนที่ยังสภาพดีแต่ไม่คิดจะใส่อีกแล้วบ้าง อย่าทิ้งให้เสียเปล่า ลงขายมือสองผ่านเว็บไซต์และแอปต่างๆ โลด หรือถ้ามีของเยอะจริงๆ แยกออกมาได้เป็นลังใหญ่ ก็ไปเช่าพื้นที่ขายในตลาดนัดมือสองที่มักจะจัดเป็นระยะๆ เลย อย่างน้อยก็ยังได้ทุนคืนบ้าง หากชิ้นไหนเป็นของ limited edition ไม่มีขายแล้ว เผลอๆ ได้เงินคืนกว่าที่ซื้อมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ แล้วทำไมจะไม่โกยเงินจากมันล่ะ  (✧ω✧)

3. จะซื้อของสักชิ้น ควรอยู่ในอารมณ์ปกติ อย่าใช้เงินช้อปแก้เครียด!
image_1019125
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ หลายคนเสพติดการช้อปปิ้งเพื่อแก้ ' อารมณ์ที่ผิดไปจากปกติ ' ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเศร้า ความโกรธ หรือความเครียดอย่างเดียว แต่หมายถึงการมีความสุข ดีใจ เพราะไม่รู้ว่าเวลามีอารมณ์เหล่านี้ขึ้นมา จะรับมือและแก้ปัญหาเหล่านี้ยังไง จึงหาทางออกด้วยการช้อปปิ้ง เอาความคิดไปจดจ่อกับเสื้อผ้าสวยๆ เครื่องสำอางสีสันหลากหลายสักระยะ แต่ก็ช่วยได้แค่หลังช้อปเสร็จพักเดียวเท่านั้น พอกลับบ้าน สติเริ่มมา ก็มานั่งเสียใจว่าทำอะไรลงไป เพราะไม่ได้ต้องการของเหล่านั้นตั้งแต่แรก สุดท้ายของพวกนั้นก็ถูกลืมและกลายเป็นของเก่าเก็บในบ้านอยู่ดีค่ะ

ครั้งต่อไปจะซื้ออะไรก็ตาม ขอให้สาวๆ อยู่ในอารมณ์ ' ปกติ ' ไม่ขึ้นสูงหรือลงต่ำกว่าปกติ ไม่สุขจนเวอร์ ไม่เครียดจนปวดหัว เพราะสภาวะอารมณ์เหล่านั้นเธอมักควบคุมตัวเองไม่ได้ ช้อปแหลกแน่นอน! ทางที่ดีพยายามหาวิธีแก้ปัญหานั้นๆ ที่ต้นเหตุจะดีกว่า หรืออย่างน้อยก็ใช้วิธีผ่อนคลายอย่างอื่นที่ไม่ต้องเสียเงิน เช่น เดินเล่นสูดอากาศ, ปรึกษาเพื่อน, ดูหนัง, ฟังเพลง เป็นต้น


4. ก่อนกดสั่งซื้อ หยุดคิดสักนิด "มันจำเป็นกับชีวิตฉันตอนนี้จริงๆ เหรอ"
image_1019126
- ที่มารูป: www.img.in.th

สายช้อปออนไลน์น่าจะขาดสติกันข้อนี้เยอะ! เห็นของกำลังลดราคา อยู่ในช่วงโปร ยิ่งของที่ต้องแย่งกันซื้อ เหลือแค่ 1 ชิ้น ความอยากเอาชนะยิ่งพุ่งสูงปรื๊ด จะได้ใช้เปล่าไม่รู้ ต้องกดซื้อไว้ก่อน ( ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้หรอก... ) ลองคิดว่าถ้าเธอกดสั่งของแบบนี้ด้วยเหตุผลเดียวกันสัก 10 อย่าง แปลว่าเธอจะเสียเงินไปฟรีๆ มากเท่าไหร่? แม้จะเป็นของหลักสิบหลักร้อยต้นๆ ก็เถอะ เมื่อมารวมกันหลายชิ้นก็เป็นเงินเยอะได้เหมือนกัน เผลอๆ ช้อปเพลินจนเงินไม่พอซื้อของจำเป็น ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าดี (¬_¬;)

ครั้งต่อไปเวลาจะซื้อของแบบปุบปับรับโชค ก่อนจะเอื้อมนิ้วไปกดปุ่มชำระเงิน ดึงสติกลับมาสักนิด คิดทบทวนให้รอบด้านว่า " ฉันอยากได้ของสิ่งนี้จริงๆ เหรอ? จะเอาไปทำอะไรก่อน? มีที่บ้านอยู่แล้วรึเปล่า? ถ้าเป็นของสด ใช้ทันวันหมดอายุรึเปล่า? บ้านมีที่เก็บเหรอ? " ถ้าผ่านฉลุยทุกข้อแล้วค่อยซื้อ จำไว้นะคะ ซื้อของตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น อย่าไปอยากได้ของที่ถูกกระแสโซเชียลบังคับให้ซื้อ ถ้าไม่ได้ชอบจริง ก็ใช้แค่ครั้งสองครั้งแล้วโยนเข้ากรุอยู่ดี บอกเลย


5. ลิสต์ของจำเป็นทุกครั้ง ถ้าไม่ได้อยู่ในรายการที่จดไว้ อย่าซื้อ!
image_1019127
- ที่มารูป: www.img.in.th

วิธีหนึ่งที่ช่วยให้สาวๆ ซื้อของแบบมีสติได้ คือจำกัดขอบเขตในการซื้อค่ะ! ในเมื่อการซื้อแบบมีอิสระมากไป ทำให้เราเผลอไผลง่าย เสียเงินง่าย ก็เตรียมตัวมาจากบ้านด้วยการจด ' Shopping List ' มาเลยตั้งแต่แรก คิดมาก่อนเลยว่ามาซื้อของครั้งนี้ต้องได้อะไรบ้าง 1 2 3 4 เมื่อถึงร้านก็ตรงไปซื้อตามของที่เขียนไว้ อันไหนใส่ตะกร้าแล้วก็ขีดฆ่าชื่อทิ้ง ซื้อครบเมื่อไหร่ก็เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน ( ถ้าออนไลน์ก็กดชำระทันที ) มุ่งมั่นไว้ อย่าวอกแวก!

ส่วนใหญ่ความรู้สึกลังเล ไม่แน่ใจ มักอยู่ในช่วงเวลาที่เรายังวนเวียนอยู่ใน ' บริเวณที่ยังเห็นสินค้า ' เช่น ในแอปช้อปปิ้ง หรือพื้นที่ร้านขายของเท่านั้นแหละค่ะ แค่เดินให้พ้นออกมาจากตรงนั้น หรือกดออกจากแอปแล้วไปดูอย่างอื่นสักพัก ความอยากแบบไร้เหตุผลตอนยังอยู่ในร้านก็จะหายไปเองโดยอัตโนมัติ เชื่อเรา เราทดสอบมาแล้ว ประหยัดเงินไปได้เยอะ!

6. ทุกๆ '2 สัปดาห์' ห้ามซื้ออย่างอื่น นอกจากของกิน ของใช้เข้าบ้าน
image_1019128
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้ารู้ตัวว่าซื้อของไร้สาระเต็มบ้านมาเยอะแล้ว อยากดัดหลังตัวเองหนักๆ ดีท็อกซ์นิสัยฟุ่มเฟือยของตัวเอง ลองกำหนดเดตไลน์ให้ตัวเอง 2 สัปดาห์ที่จะไม่ซื้ออะไรนอกเหนือจาก ' ของกิน ของใช้เข้าบ้าน ' โดยเด็ดขาด! ช่วงเวลานี้ถือว่าเหมาะสม ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป เพราะเวลา 14 วันนั้น ถ้างดเว้นของที่ไม่จำเป็นจริงๆ เช่น กาแฟราคาหลักร้อยตอนเช้า, ค่าดริงก์กับเพื่อนๆ หลังเลิกงาน, ค่าเสื้อผ้าที่ช้อปแก้เบื่อ เงินเหลือในบัญชีจะค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนแล้ว แต่ก็ไม่นานเกินจนตัวเธอเองจะลงแดงค่ะ

ให้คิดว่ามันก็คล้ายๆ กับการหักดิบเลิกเหล้าหรือบุหรี่ เวลาประมาณนี้จะทำให้เธอได้เห็นว่า ของหลายอย่างที่เสียเงินเรี่ยไร่รายทางไปกับมันเพราะคิดว่า ' จำเป็น ' ที่จริงไม่มีมันก็ไม่ตาย ทำให้เห็นเลยว่าอะไรที่สำคัญกับชีวิตเราจริงๆ หลังจาก 14 วันนั้น ผลพลอยได้คือเธอจะจัดเรียงลำดับความสำคัญสิ่งที่ควรซื้อได้ดีขึ้นจนน่าตกใจเลยล่ะ!


7. บันทึกการใช้จ่ายประจำวัน อย่าให้ขาด!
image_1019129
- ที่มารูป: www.img.in.th

บางทีใช้แต่ความรู้สึกอย่างเดียวอาจไม่พอ เธอคิดว่าตัวเองประหยัดแล้ว แต่ที่จริงเงินเก็บอาจไม่ได้เหลือเยอะขนาดนั้น เพราะเอาไปลงกับค่าใช้จ่ายยิบย่อยอื่นๆ ที่ถ้าไม่บันทึกไว้ก็ลืมว่าใช้อะไรไปบ้าง แต่ก็ต้องจ่ายเรื่อยๆ อยู่ดี ( โบราณเรียกว่าเบี้ยหัวแตก สมัยนี้คงเรียกว่า ค่าใช้จ่ายแฝงที่มองไม่เห็น ) ดังนั้นการ ' บันทึกรายรับรายจ่าย ' จึงเป็นสิ่งสำคัญ จะทำในแอปหรือสมุดบันทึกแบบเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ

ทริคคือ ต้องบันทึกวันต่อวันเท่านั้น อย่ารวบยอดค่าใช้จ่ายของหลายๆ วันมาทำในวันเดียวเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสี่ยงคำนวณคลาดเคลื่อน ( เพราะลืม ) แล้ว ยังทำให้เกิดความขี้เกียจ เว้นนานไปเรื่อยๆ จากรวบยอดสองวันก็เป็นสี่วัน หนึ่งสัปดาห์ หนึ่งเดือน สุดท้ายแพลนล่ม ปล่อยสมุดโล่งเลยจ้า ดังนั้นต้องมีวินัย ทำอย่างต่อเนื่องทุกวันนะคะ เกิดมีเหตุอะไรที่เราต้องดูค่าใช้จ่ายย้อนหลังอย่างละเอียด จะได้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน และในทางจิตวิทยา เมื่อเราต้องบันทึกสิ่งที่เราใช้จ่ายออกไป ก็ทำให้เราได้สติขึ้น หากลิสต์มีแต่ของฟุ่มเฟือย เธอจะมีความละอายใจและอยากประหยัดโดยอัตโนมัติด้วยล่ะค่ะ (*¯ ³¯*)♡ 

image_1022478
- ที่มารูป: i.pinimg.com


---------------------------------------
#เงินไม่ใช่ของร้อน #ไม่ต้องรีบใช้ให้หมดก็ได้จ้า ฝึกวินัยทางการเงิน ก็เหมือนฝึกวินัยในด้านอื่นๆ ของชีวิต ตอนแรกอาจรู้สึกทรมานหน่อยแหละ แอปช้อปปิ้งอยู่ในมือถือ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ติดโซเชียลกันแทบจะ 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ก็เข้าใจถึงความทรมาน ความยั่วยุไม่ให้กดเข้าไปดูน่ะนะ แต่ถ้าเธอเป็นคนหนึ่งที่กำลังเสี่ยงหรืออยู่ปากเหวกับเงินเก็บ รายได้ไม่สูงมาก และไม่มีเงินเก็บเป็นเงินเย็นในบัญชีเลย มันอันตรายมากๆ นะ ถึงไม่ใช่ช่วงโควิด ทุกคนก็มีช่วงเวลาไม่คาดฝันที่ต้องใช้เงินก้อนได้ทั้งนั้น เช่น เจ็บป่วย จ่ายค่าซ่อม บำรุงรักษาของจำเป็นต่างๆ ค่านั่นค่านี่ เชื่อเถอะว่ามันมีให้จ่ายแน่ๆ ค่ะ 

ยิ่งบางคนที่ติดช้อป เอาบัตรเครดิตรูดจนเงินไม่พอ ต้องมาจ่ายขั้นต่ำ ชักหน้าไม่ถึงหลัง จากที่ปกติก็เสี่ยงอยู่แล้ว ช่วงโควิดยิ่งเสี่ยงขึ้นสิบเท่า ถ้าไม่มีเงินไปหมุนจะทำยังไง? ฝึกตัวเองให้มีสติ คิดทบทวนทุกครั้งเวลาซื้อของครั้งหน้า ถ้าเราต้องการและจำเป็นก็จัดไป ถ้าหาเหตุผลในการซื้อไม่ได้ก็อย่ากดจ่ายเงิน! ลองทำต่อเนื่องดูสักเดือนสองเดือน ยอดเงินเหลือในบัญชีครั้งหน้าจะทำให้เธอยิ้มได้แน่นอน สู้ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ขาช้อปทุกคน มีเงินสดไว้อุ่นใจกว่า เชื่อเรา! ( ˘⌣˘)♡(˘⌣˘ )

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @