#จะเอาฝ่ายเดียวไม่ได้นะ! 7 สัญญาณบอกว่าเธอ 'โลกหมุนรอบตัวเอง' จนแฟนระอา รีบปรับตัวก่อนรักพัง

#จะเอาฝ่ายเดียวไม่ได้นะ! 7 สัญญาณบอกว่าเธอ 'โลกหมุนรอบตัวเอง' จนแฟนระอา รีบปรับตัวก่อนรักพัง

ความรักคือการ give and take ให้และได้รับทั้งสองฝ่าย แต่ถ้ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มจะ take อย่างเดียว ความสัมพันธ์ครั้งนี้ก็ดูท่าจะไปต่อยากแล้วล่ะนะ...

04 January 2021
Mollacake
04 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่กำลัง in a relationship ทุกคน

โดยปกติแล้ว ความรักคือการที่ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนความทุกข์ ความสุข ยึดหลัก give and take ผลัดกันให้และได้รับในปริมาณที่เท่าๆ กัน ( หรือเหลื่อมล้ำกันไม่มาก ) แต่สำหรับคู่รักบางคู่ จะมีฝ่ายหนึ่งที่คิดว่าแฟนตัวเองต้องมา ' เติมเต็ม ' ทุกสิ่งที่ตนขาดหาย ต้องมาอุดรูรั่วทุกอย่างที่ตนมี เป็นสมบัติส่วนตัวที่จะล่ามโซ่ไว้ไม่ให้หลุดลอยไป ถือว่าเป็นแฟนแล้ว จะทำยังไงกับอีกฝ่ายก็ได้ ทำให้ความสัมพันธ์จากที่เริ่มเบ่งบาน กลับค่อยๆ เหี่ยวเฉาและค่อยๆ กลายร่างเป็น Toxic Relationship ในที่สุด ที่แย่คือฝ่าย Toxic ก็ยังไม่รู้ตัวว่าความคิดและการกระทำของตัวเองสร้างความอึดอัดให้คู่ตัวเองขนาดไหน...

การกระทำนี้ จะบรรยายเป็นคำอื่นไปไม่ได้นอกจาก ' เอาเปรียบ ' ในความสัมพันธ์กันแบบซึ่งๆ หน้า หากสาวซิสเป็นคนหนึ่งที่แฟนมักกล่าวหาว่า ' เห็นแก่ตัว ' ด้วยความเหลืออดอยู่บ่อยๆ แล้วล่ะก็ ลองมาเช็คจากบทความนี้ว่า เธอเข้าข่าย ' 7 สัญญาณบอกว่าเธอโลกหมุนรอบตัวเองจนแฟนเอือมระอา ' หรือไม่ แม้ว่าจะมีพฤติกรรมตรงกันแค่ข้อเดียว ก็ควรรับปรับปรุงตัวด่วนก่อนผู้ชายจะหมดความอดทนนะคะ! (`ー´) 

1. เรียกร้องให้แฟนต้อง 'สละเวลา 24 ชั่วโมง' มาอยู่กับเธอตลอดเวลา
image_1019172
- ที่มารูป: www.img.in.th

เข้าใจนะว่าบางคนก็อยู่ในอารมณ์ติดแฟน อยากให้เขามาอยู่ข้างๆ ตัวตลอดเวลา แต่ซิสขา มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองเด้อ ผู้ชายก็มีงานมีการทำ มีธุระที่ต้องจัดการ ไหนจะเวลาส่วนตัวในแต่ละวันอีก หากเขาต้องรับทั้งโทรศัพท์เรียก ไลน์จิกให้มาหาเป็นร้อยๆ ข้อความ เพราะเธอจะเอาตัวเองเป็นความสำคัญอันดับหนึ่ง 24 ชั่วโมงก็ไม่ไหว!!! บางทีประชุมสำคัญอยู่ มาปาร์ตี้กับเพื่อนนานๆ ที เธอแค่หาของไม่เจอก็โทรไปด่าๆๆ ให้เขารีบกลับบ้านในสิบนาที โห...นางมารร้ายไม่ต้องหาในละครหรอก มองตัวเองในกระจกเถอะ จริงๆ

อย่าไปคาดหวังว่าเวลาเราติดต่อไป เขาจะต้องรับสาย หรือไลน์กลับใน 2 วินาที พอไม่รับก็สติแตก กรี๊ด ขึ้นเสียงจะเป็นจะตาย หาว่าเขาไม่สนใจ มีชู้ใช่ไหม บลาบลาบลา ผู้ชายจะยิ่งเบื่อและอาจทำให้เขาคิดอยากเลิกจริงๆ คนเราจะไม่ว่างระหว่างวันเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าเขายังตอบกลับภายในวันนั้นก็ถือว่าโอเคแล้ว อันที่จริงถ้าเขาตอบกลับทันทีตลอดเวลา ต้องถามตัวเองแล้วว่า วันๆ เขาทำอะไรบ้าง มีงานการพอจะดูแลตัวเองได้ไหม น่าเป็นห่วงกว่าเดิมอีก บอกเลย

2. ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ หึงหวงจนเกินพิกัด
image_1019189
- ที่มารูป: www.img.in.th

อาจจะเพิ่งมีแฟนคนแรก หรือคนนี้ถูกสเป็คสุดๆ หล่อ ขาว ใส่แว่น เรียนเก่ง อะไรก็ตาม พอได้คบกันเท่านั้นแหละ จากคนกลายเป็นน้องหมาเฉย ขู่ฟ่อๆ ใส่ผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้รัศมี 500 เมตรของแฟนตัวเอง แค่เห็นเขาคุย ( เรื่องงาน ) กันก็รีบเข้าไปเกาะแขน พูดจาข่มว่านี่แฟนฉัน ห้ามแฟนไปเที่ยวกับเพื่อน ห้ามมีไลน์มีเฟสเพื่อนผู้หญิง จนคนรอบข้างเอือมระอาไปตามๆ กัน จากที่ผู้ชายมีคอนเนคชั่นหลากหลาย สังคมก็แคบลงทุกทีเพราะคนอื่นกลัวแฟนดุ!

โห แค่คิดก็อึดอัดแทนผู้ชายแล้วอะ คนเด้อไม่ใช่ตุ๊กตาที่จะแสดงความเป็นเจ้าของขนาดนั้น การทำแบบนี้ก็เหมือนไม่ให้เกียรติแฟนตัวเอง คิดว่าเขาจะต้องไปหาจีบ หาอ่อยผู้หญิงตลอดเวลา แสดงถึงความระแวงและไม่ไว้ใจในความสัมพันธ์เอามากๆ เธอไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคนฉันใด แฟนเธอก็ไม่ได้ชอบผู้หญิงทุกคนฉันนั้น อย่าตึงเกิน เดี๋ยวสักวันขาดจะต่อไม่ติด ไม่มีใครเป็นเจ้าของใครทั้งนั้น ปล่อยให้เขาไปเจอสังคมบ้าง ผู้ชายดีๆ น่ะ ยิ่งเราให้อิสระเขาจะยิ่งเกรงใจ แต่ถ้าเขานอกใจจริง ก็แค่เลิกแล้วมูฟออนเท่านั้นเอง อย่ามานั่งหึงให้ประสาทเสียเลยค่ะ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ

3. อยากควบคุมชีวิตทุกอย่างของเขา ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน
image_1019190
- ที่มารูป: www.img.in.th

อยากทำตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัว โปรแกรม google calendar หรือ siri อย่างไรก็ไม่ทราบ ต้องการให้แฟนจดตารางใช้ชีวิตตั้งแต่ลืมตาตื่นจนถึงเข้านอน ออกจากบ้านกี่โมง วันนี้ต้องไปที่ไหน กับใคร แวะห้างที่ไหน ทุกอย่างต้องคอยรายงานเธอทุกชั่วโมง บางคนถึงกับติด gps ไว้ในมือถือแฟนและสั่งให้เปิดตลอดเวลา ถ้าอยู่นอกเหนือเส้นทางจะโทรไปด่าทันที มันจะอะไรขนาดนั้น ผู้ชายบางคนก็ยอมทำเพราะไม่อยากทะเลาะ แต่เชื่อเถอะว่าลึกๆ เขาอึดอัดจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว!

ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากถูกควบคุมชีวิต ไม่มีใครอยากถูกขังกรง มีคนมาคอยควบคุมอยู่ตลอดเวลา ขนาดพ่อแม่คุมยังไม่ควรเลย แล้วนี่เป็นแค่สถานะแฟน ให้สเปซเขาหน่อย เหลือพื้นที่ให้เขาไว้หายใจบ้าง! ถ้าคนจะนอกใจ ตัวติดกันตลอดยังหาทางมีกิ๊กได้เลย แค่ชีวิตหลักๆ ตอนเช้า ตอนเย็นเขาจะอยู่ที่ไหนก็พอ ที่เหลือก็ปล่อยเบลอให้เขาได้ใช้ชีวิตบ้าง ชีวิตยังมีอะไรให้ทำมากกว่าตามดูอีกฝ่ายใน gps เยอะค่ะซิสขา

4. สนใจความคิดเห็นของคนอื่น มากกว่าความรู้สึกแฟนตัวเอง
image_1019201
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อนี้ถือว่าแย่เอามากๆ เลย ตอนตัดสินใจคบก็มีกันแค่สองคน แต่ระหว่างคบกลับเอาความคิดเห็น คำวิจารณ์จากคนอื่นมานอยด์เอง โกรธเอง หาเรื่องทะเลาะกับแฟนเองซะงั้น! ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับสาวๆ ที่ยังห่วงเรื่องหน้าตา ฐานะทางสังคม หน้าที่การงานว่าคนอื่นจะมองยังไง เช่น แฟนของเธอทำอาชีพฟรีแลนซ์ แต่วงสังคมเชิดชูอาชีพรับราชการ งานประจำเงินเดือนสูงๆ เธอก็กังวล เครียด เอาไปบ่นกับแฟนทุกวัน ทั้งที่รายได้แฟนก็อยู่ในเกณฑ์ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังเอาเรื่องไปใส่หัวเขาทุกวัน จนสุดท้ายก็ระเบิดตู้ม! ทะเลาะกันบ้านแตกจ้า 

อีกประเด็นที่เจอกันบ่อยๆ คือ ' คบแล้วไม่เปิดตัวอีกฝ่าย ' เพราะผู้ชายไม่หล่อ ไม่รวย ไม่เด่นดังพอ ไม่มีอะไรไปพูดข่มในแก๊งเพื่อนของเธอได้ เวลาเจอคนรู้จักก็บอกว่าคนนี้แค่เพื่อน ไม่ยอมคบเปิดเผยเสียที ยิ่งทำแบบนี้ไปนานๆ ก็ยิ่งทำลายความรู้สึกของอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ หากยังใส่ใจคนอื่นมากกว่าแฟนตัวเองแบบนี้ ความรักไปไม่รอดแน่นอน ใครจะอยากคบกับคนที่ห่วงหน้าตาตัวเองมากกว่าแฟนล่ะ ผู้ชายก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน เป็นเธอ เธอจะอยู่กับคนที่แคร์คำพูดเพื่อนมากกว่าคนรักไหมล่ะ ตอบ

5. อยากให้แฟนเปลี่ยนตัวเอง อย่างที่เธอต้องการ (แต่ตัวเองไม่เปลี่ยนนะ)
image_1019202
- ที่มารูป: www.img.in.th

ผู้ชายคนนี้ก็ดีในระดับหนึ่งแล้ว แต่สำหรับเธอก็ยังไม่เพียงพอ คิดว่าเขายัง ' บกพร่องอยู่ ' ตอนคบก็อาจจะไม่ได้รักมากมายขนาดนั้นด้วยซ้ำ แค่คิดว่าจะเอามาปรับแต่ง เปลี่ยนนั่นนี่ให้เข้ากับสเป็คหนุ่มที่เธอต้องการได้ เช่น สไตล์เสื้อผ้า ทรงผม กระเป๋าที่ใช้ อาชีพ สังคมเพื่อนที่คบ บางคนคิดจะเปลี่ยนไปถึงคำพูด น้ำเสียง ลักษณะการเดิน การนั่ง ให้เหมือนผู้ชายในฝันของเธอมากที่สุด จนผู้ชายอาจจะนั่งคิดในใจว่า " สรุปว่าแฟนรักอะไรที่เป็นฉันบ้าง? "เพื่อนเก่ามาเห็นแฟนยังตกใจ ใครเนี่ย? ก็เล่นเปลี่ยนซะจนจะไม่เหลือเค้าเดิมอยู่แล้ว...

การปรับเปลี่ยนบุคลิก นิสัยบางอย่างเข้าหากัน แก้ข้อเสียที่เคยมีเพื่อให้คบเป็นแฟนได้อย่างราบรื่นนั้นเป็นเรื่องดี แต่การ ' เปลี่ยน ' คนคนหนึ่งอย่างสิ้นเชิงนั้นไม่ส่งผลดีกับใครเลย เขาก็อึดอัดที่ไม่ได้เป็นตัวเอง ส่วนเธอก็ยังหงุดหงิดอยู่ดีที่เขาเป็นคนที่เธอชอบไม่ได้ 100% แถมเธอก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนอะไรเพื่อเขาด้วย ทางที่ดีถ้าคู่ไหนเจอปัญหานี้ มีวิธีแก้ให้สองทาง ยอมรับตัวตนที่อีกฝ่ายเป็น หรือแยกย้ายไปหาคนที่ตรงใจของเธอมากกว่านี้จะดีกว่าค่ะ


6. เรื่องของสองคน แต่เธอ 'ตัดสินใจเองฝ่ายเดียว' โดยไม่ถามเขาก่อน
image_1019203
- ที่มารูป: www.img.in.th

ในระหว่างความสัมพันธ์ ย่อมมีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่ต้องใช้ปรึกษา เพื่อตัดสินใจร่วมกันทั้งสองฝ่าย ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างร้านอาหารที่อยากกิน, เพลงที่อยากเปิดในรถ, สถานที่เดทที่อยากไปในวันครบรอบ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ หากย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันจริงจัง เช่น เลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน, การผ่อนบ้านผ่อนรถ หรือถ้ามีลูกก็จะมีอะไรต้องปรึกษาอีกเยอะมากๆ อย่างโรงเรียน เสื้อผ้า อาหารของลูก เป็นต้น

ถ้าตอนนี้เธอยึดความคิดของตัวเองเป็นหลัก มีอะไรก็ตัดสินใจไปเองก่อนโดยไม่รอถามความคิดเห็นอีกฝ่าย หรือถึงถามก็ไม่ได้สนใจฟัง ผลสรุปก็เอาที่ตัวเองคิดอยู่ดี เรียกง่ายๆ ว่า ' เผด็จการ ' ก็ยากที่รักครั้งนี้จะได้ไปต่อ เพราะแฟนจะเริ่มสะสมความไม่พอใจไว้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากมีสถานะเป็นเบี้ยล่างตลอดเวลา เมื่อเอือมระอามากเข้า วันหนึ่งแฟนอาจมาขอเลิกเพราะหมดรักไปเฉยๆ ก็ได้ รับปรับปรุงตัวก่อนวันนั้นจะมาถึงดีกว่านะคะซิส

7. พอแฟนบ่นทนไม่ไหว ก็ร้องไห้ฟูมฟาย ขู่ว่าถ้าเลิกจะทำร้ายตัวเอง
image_1019204
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อสุดท้ายเรียกได้ว่าเข้าข่าย Toxic Relationship ที่แท้จริง เพราะเธอกำลังเอาตัวเองเป็นตัวประกันให้เขาทำตามทุกสิ่งที่เธอต้องการ พอความสัมพันธ์ถึงจุดหนึ่งที่อิ่มตัว ไปต่อไม่ไหว ผู้ชายมาขอแยกทาง แทนที่จะนั่งคุยปรับความเข้าใจกันดีๆ กลับระเบิดน้ำตาร้องไห้ฟูมฟาย วิ่งไปกรอกน้ำยาล้างห้องน้ำเข้าปาก หรือจะเอามีดมากรีดข้อมือตัวเอง จะโดดตึกฆ่าตัวตาย ให้แฟนกลัวว่าเธอจะคิดสั้น ต้องอยู่กับเธอตลอดไป 

เอาจริงๆ นะ อย่าทำแบบนี้เลย ถึงผู้ชายยอมอยู่ ถึงจุดนั้นเขาก็ไม่ได้อยู่เพราะรักแล้วล่ะ แต่อยู่เพราะกลัวเป็นสาเหตุให้เธอทำร้ายตัวเอง หรืออยู่เพราะยังห่วงและผูกพันเท่านั้น หากเจอเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่ควรทำคือนั่งคุยเปิดใจกันดีๆ ว่ายังมีอะไรปรับเข้าหากันได้ไหม ถ้ามีก็ปรับ ถ้าไม่ก็ปล่อยมือให้แต่ละคนไปเจอคนใหม่ดีกว่า อย่ายื้อคนด้วยความสงสาร เพราะถ้าวันนึงที่เขาสุดทนแล้วจริงๆ แม้เธอจะปาดคอตัวเองตรงหน้า เขาก็ไม่สนใจแล้ว ถึงตอนนั้นเธอนั่นแหละ จะเจ็บปวดใจกว่าเดิม


--------------------------------------
ก็จริงอยู่ที่มีคนบอกว่า " คบกับใครสักคนชีวิตต้องดีขึ้น ไม่อย่างนั้นจะมีแฟนไปทำไม " แต่อย่าลืม disclaimer ตัวเล็กๆ ต่อท้ายด้วยว่า มันก็ต้องชีวิตดีด้วยกันทั้งคู่นะ ไม่ใช่เธอดีพรวดๆ อยู่ฝ่ายเดียว แต่แฟนชีวิตพังทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต โดยเฉพาะถ้าเธอเป็นสาเหตุ! ซิสต้องแยกให้ออกระหว่างความรักที่แท้จริง กับความหลงใหลที่ต้องการครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งอย่างหลังทำให้รักร้าวกันมานักต่อนักแล้ว ความรักคือการที่คนสองคนชอบพอกัน ส่งเสริมกันไปในทางที่ดีขึ้น ไม่ได้คบเพื่อตกเป็นสมบัติหรือคนรับใช้ของใครค่ะ

นึกกลับกันว่า ถ้าเขาทำพฤติกรรมแบบเดียวกันกับเธอ เธอก็อึดอัดหายใจไม่ออกเหมือนกัน ลองปรับปรุงนิสัย ใจกว้างกว่านี้อีกนิด ให้อิสระเขาอีกสักหน่อย เสียสละ ให้บ้างอย่ารับอย่างเดียว แล้วดูว่าความสัมพันธ์จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้นไหม หากปรับตัวกันคนละครึ่งทางได้ อาจจะไม่ต้องจบที่การเลิกรา ได้คบกันไปยาวๆ ถึงขั้นแต่งงานนะคะ ขอให้ซิสทุกคนมีรักที่ดีค่ะ ( ˘⌣˘)♡(˘⌣˘ ) 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @