#เดี๋ยวจะได้กลับไปโสด! 7 สิ่งที่สาวๆ ไม่ควรทำเมื่อมี 'เดทในโอกาสพิเศษ' เพื่อรักที่แฮปปี้และยืนยาว

#เดี๋ยวจะได้กลับไปโสด! 7 สิ่งที่สาวๆ ไม่ควรทำเมื่อมี 'เดทในโอกาสพิเศษ' เพื่อรักที่แฮปปี้และยืนยาว

เข้าใจนะว่าช่วงเทศกาลทั้งที ก็มีความคาดหวัง ต้องการความเพอร์เฟกต์ เดทต้องเริ่ด ผู้ชายต้องเปย์ เหมือนเราเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยาย บอกเลยว่า ถ้าปีหน้ายังอยากฉลองวันพิเศษกับคนเดิมอยู่ อย่าหาทำสิ่งเหล่านี้!

19 February 2021
Mollacake
19 February 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

  

image_1030678
- ที่มารูป: media3.giphy.com


สวัสดีค่าาา สาวๆ SistaCafe ที่จะได้ฉลองเดทแสนพิเศษ ทุกคน (。’▽’。)♡

แน่นอนว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคน แต่ก็มีหลายคนที่ค่อนข้าง ' คาดหวัง ' กับความรักเมื่อเทศกาลพิเศษต่างๆ ในแต่ละปีมาถึง ต้องมีดอกไม้ ต้องมีของขวัญ ต้องมีการเปย์เอาอกเอาใจ ทั้งในวันเกิด คริสต์มาส ปีใหม่ วาเลนไทน์ ไม่ใช่วันธรรมดาทั่วไป จะเดตธรรมดาไม่ได้ ต้องเพอร์เฟกต์ที่สุด พาไปเที่ยวสถานที่หรูๆ ร้านแพงๆ หรือบางคนอาจคาดหวังถึงขั้นว่า ' แฟนจะขอแต่งงานในวันนั้น ' เมื่อเดตเป็นไปแบบธรรมดา ไม่มีของแพง ไม่มีการให้แหวนเกิดขึ้นใดๆ ก็พาลโกรธ งอน ผู้ก็งงว่า เอ๊ะ ฉันทำอะไรผิดไปเหรอ?

เพราะอิทธิพลของสื่อต่างๆ ที่เราได้เห็น ได้ยินมาตั้งแต่เกิดจนโต ตำนานแห่งความรักแบบเวอร์ๆ หนังและซีรีส์ที่ขอแต่งงานท่ามกลางร้านอาหาร ฟลอร์เต้นรำ หรือคุกเข่าคอ will you marry me? ใต้แสงดาวในเทศกาลแห่งความรัก ทั้งหมดนี้มันไม่ใช่ความเป็นจริงเสมอไป เพราะคนเราไม่ได้มีชีวิตเหมือนในเทพนิยายทุกคน ถ้าอยากมีรักที่มั่นคงและยืนยาว แนะนำให้อ่าน ' 7 สิ่งที่สาวๆ ไม่ควรทำกับแฟนเมื่อมีเดทในโอกาสพิเศษ ' เพื่อไม่ให้วันที่แสนพิเศษวันนั้น กลายเป็นวันที่เธอผิดหวังที่สุดในชีวิตค่ะ

1. คาดหวังว่าผู้ชายจะ ' เห็นความสำคัญ ' ของวันพิเศษทุกคน
image_1024017
- ที่มารูป: www.img.in.th

ต้องบอกก่อนว่า ผู้หญิงกับผู้ชายโดยส่วนใหญ่ จะเป็นเพศที่มีความคิด ทัศนคติ มุมมองในประเด็นต่างๆ ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะผู้ชายที่ยึดถือตรรกะและเหตุผลจ๋าๆ ไม่ค่อยละเอียดอ่อน ไม่ได้สนใจว่าจะต้องให้ความสำคัญกับวันธรรมดาๆ วันนึงที่ถูกสมมุติขึ้นมา ในขณะที่ผู้หญิงสายเพ้อ ช่างฝัน ก็คิดว่าทำไมในวันพิเศษแบบนี้ถึงไม่แคร์กันเลย ถ้าไม่ถามถึงก็คือลืม งอน น้อยใจแฟนสุด!

อย่าว่าแต่วันพิเศษต่างๆ ในรอบปีเลยค่ะ บางทีวันเกิดเขาเองเขายังลืมเลย - - คนที่ไม่สนใจเรื่องเทศกาลมันมีจริงๆ เยอะด้วย ตราบใดที่เขายังให้ความรัก ดูแล ใส่ใจเธออยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงในทุกๆ วัน ก็อย่าไปดึงดราม่ากับเขาเรื่องนี้เลยเนอะ แต่ถ้าอยากไปฉลองกันบ้าง มีรูปถ่ายด้วยกัน ก็ลองเปิดใจคุยกันดู ถ้าเขารักเรามากพอ เขาจะยอมขยับเข้ามาหนึ่งก้าวเพื่อเรา แต่ถ้าเขาไม่คิดเปลี่ยนอะไรใดๆ เลย อันนี้ก็อาจจะต้องมาทบทวนความสัมพันธ์กันอีกทีว่า เขาไม่อินเทศกาลจริงๆ หรือเขาแค่ไม่ได้รักจนขนาดจะอยากปรับให้กันแน่?

2. โกรธมากถ้าของขวัญที่ได้ ' เป็นของธรรมดาๆ ไม่หรูหราราคาแพง '
image_1024020
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาวๆ หลายคน เช่นคนที่อยู่ในแวดวงไฮโซ รอบตัวมีแต่คนมีเงินเยอะและชอบเปย์ อาจเห็นการให้ของขวัญเป็นเครื่องประดับ เสื้อผ้า นาฬิกา กระเป๋าหลักแสนหลักล้านในการเดต ซึ่งสำหรับคู่เหล่านั้นเขาอาจจะมีฐานะที่ดีมากอยู่แล้ว ( รวยแหละว่าง่ายๆ ) จึงทุ่มซื้อได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ อารมณ์เหมือนเราซื้อของหลักพันหรือแตะหมื่นที่ก็มองว่าราคาสูงแหละ แต่ไม่ได้สูงขนาดเอื้อมไม่ถึง ถ้าเธอมีแฟน และรู้ดีว่าแฟนไม่ได้มีพื้นเพที่บ้านร่ำรวยอะไร ก็อย่าไปคาดหวังว่าเขาจะซื้อเครื่องประดับ cartier นาฬิกา rolex กระเป๋า chanel hermes ให้เลย แค่เขาจำได้ พาไปกินข้าว ซื้อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้ แค่เขาให้ช่อกุหลาบสักช่อแบบที่เราไม่ต้องร้องขอ ก็ถือว่าเขารักและใส่ใจเธอในระดับหนึ่งแล้ว

และอีกข้อที่ขอห้ามไม่ให้ทำเลยคือ " อย่าคิดไปเองว่าสิ่งที่เขาให้ เหมือนกับที่เขาให้แฟนเก่ารึเปล่า " ผู้หญิงชอบนอยด์เรื่องนี้ บางคนถึงกับไปเสิร์ชโซเชียลผู้ชายเลยว่า ตอนมีคนเก่าให้ของขวัญอะไร บางทีรู้ไปก็เท่านั้น หาเรื่องทะเลาะกันเปล่าๆ ถ้าไม่ถึงกับของนั้นสลักชื่อคนเก่าไว้ หรือคนเก่าไม่เอาถึงเอามาให้เรา ก็ถือเป็นของขวัญพิเศษเฉพาะเราอยู่ดีแหละค่ะ อย่าไปวอร์รี่มาก

3. ไม่ตรงต่อเวลา มาสายในเดตวันพิเศษของตัวเอง!
image_1024021
- ที่มารูป: www.img.in.th

อันนี้ไม่มีอะไรจะแก้ตัวแทนซิสเลย นอกจากคำว่าแย่มาก! การตรงต่อเวลา ควรเป็นมารยาทอันดับต้นๆ ที่ทุกคนบนโลกนี้ควรมี แค่มาสายเวลานัดเพื่อนไปเที่ยว ทำงานกลุ่ม หรือเรียนจบแล้วก็ยังไปออฟฟิศสาย นัดคุยกับลูกค้าก็สาย ก็เป็นสิ่งที่แย่มากพออยู่แล้ว ถ้าสาวๆ ยังมาสายในเดตสุดพิเศษของตัวเองอีก โดยให้เหตุผลเข้าข้างตัวเองว่า " เราต้องมาช้าๆ ผู้ชายก็ต้องเป็นฝ่ายรอสิ " ( ไม่ได้มีเหตุสุดวิสัยด้วยนะ ตั้งใจมาสายเอง ) ถือว่าเป็นความคิดสุดคร่ำครึโบราณ และไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพเวลาของฝ่ายชายเป็นอย่างมากเลยค่ะ!

การมาสายไม่ได้ทำให้เธอดูเหนือกว่า หรือควบคุมแฟนได้แต่อย่างใด แต่จะยิ่งเป็นการบ่งบอกว่าเธอไม่มีความรับผิดชอบ และอย่าคิดว่าคบนานแล้ว รู้จักกันดีแล้ว ไปสายบ้างไม่เป็นไรหรอก เพราะถ้าฝั่งนั้นเขาเตรียมแพลนเดตไว้แล้วว่าต้องกินข้าวเวลานี้ จะได้ดูหนังทันรอบนี้ ไปซื้อตั๋วชมเมืองเวลานี้ ถ้าเธอเลทไปสัก 10-15 นาทีแพลนก็จะรวนไปเรื่อยๆ และอาจล่มได้ในที่สุด ถ้าไม่อยากทำเดตตัวเองพัง และทำให้ผู้ชายมองด้วยความตำหนิ ก็ไปตรงเวลาเถอะ ถือว่าขอ

4. มี mindset ว่าผู้ชายจะต้องเป็น ' ผู้ให้อยู่ฝ่ายเดียว '
image_1024022
- ที่มารูป: www.img.in.th

อันนี้จะเรียกว่าเป็น mindset ของผู้หญิงไทยในยุคก่อนเลยได้ไหมนะ? เนื่องจากบริบทสังคมในสมัยก่อน เมื่อผู้หญิงแต่งงานแล้วก็เรียกว่าต้องถวายตัวให้สามีและบ้านสามี ทำงานบ้าน เลี้ยงลูก หุงข้าว บางคนต้องดูแลบัญชีรายรับรายจ่ายด้วย ไม่ได้ทำงานหาเงินเอง สามีจึงต้องรับหน้าที่ดูแล ออกเงินเลี้ยงข้าว รับผิดชอบสิ่งต่างๆ ตั้งแต่เริ่มคบกัน อย่างที่จะเห็นจากคู่รุ่นปู่ย่า พ่อแม่ 

ในเคสของคู่รักสมัยใหม่ ถ้าฝั่งชายหญิงตกลงกันแล้วว่าใครจะเป็นฝ่ายดูแล ฝ่ายหาเงินก็จบ แต่ถ้าเธอเจอผู้ชายที่ฐานะยังไม่เป็นหลักแหล่ง เงินก็ไม่ค่อยมี มี mindset ว่าถ้าหาเงินได้ทั้งคู่ก็ควรช่วยกันบ้าง สาวซิสก็ไม่ควรไปเดตแบบมือเปล่า กระเป๋าเงินโล่งๆ ปล่อยให้เขาเปย์อยู่ฝ่ายเดียว เพราะเขาอาจเงินไม่พอก็ได้ ถึงจะเป็นวันพิเศษ แชร์ค่าข้าว ค่าหนังกัน ( ด้วยความผู้ชาย ถ้าเขารักเรา ยังไงเขาก็จะพยายามออกส่วนที่เยอะกว่าอยู่ดี แม้จะฐานะแบบไหนก็เถอะ ) แลกของขวัญกันบ้างก็แฟร์ดี บางทีเขาอาจจะรอรับของขวัญน่ารักๆ จากเธออยู่ก็ได้ใครจะรู้

 

5. มีนิสัย ' ขี้แซะ ชอบเปรียบเทียบ ' เดตตัวเองกับคู่อื่นๆ
image_1024023
- ที่มารูป: www.img.in.th

อันนี้ก็จะคล้ายๆ กับข้อที่ต้องซื้อของขวัญราคาแพงให้ คืออาจอยู่ในวงสังคมของคนมีกะตังค์มาตลอด เห็นแต่ตัวอย่างของคู่รักไฮโซ ต้องไปร้านอาหารชั้น rooftop เปิดไวน์ กินโอมากาเสะ เนื้อวัว a5 มื้อละหลายพันหรือเหยียบหมื่น นั่งรถยนต์หรูเที่ยวรอบเมือง หรือไปล่องเรือยอร์ชแบบเหมาลำ เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา คอสตูมก็ต้องเป๊ะ ใส่ชุดสวยๆ มีช่างภาพไปคอยถ่ายรูปให้ จึงติดภาพว่าถ้าตัวเองมีแฟน เดตในวันพิเศษก็ควรเป็นประมาณนี้

เมื่อไม่เป็นไปอย่างที่หวังก็เสียใจ แค่กินข้าวร้านธรรมดาในห้างเองเหรอ กินเสร็จกลับบ้าน ดอกไม้ก็ไม่มี ไม่พาไปเที่ยวต่อ ของขวัญก็ไม่ได้ ฐานะก็ไม่ได้แย่ ทำไมไม่ยอมจ่ายเพื่อวันนี้บ้าง ไม่เหมือนคู่ที่ฉันรู้จักเลย? บางทีอาจจะมีปัจจัยที่เป็นแบบนั้นก็ได้ เช่น เขากำลังเก็บเงินเพื่ออะไรสักอย่างอยู่ เช่น เตรียมซื้อบ้าน ซื้อรถ ที่บ้านมีปัญหาต้องใช้เงิน หรืออาจเก็บเงินแต่งงาน! ไม่ได้มีเงินมาใช้สุรุ่ยสุร่าย,ไม่ได้มองว่าวันนี้สำคัญขนาดนั้นตามประสาผู้ชาย ( วนกลับไปข้อ 1 ) หรือบางคนก็ไม่รู้จริงๆ ว่าวันแบบนี้ต้องทำยังไง เพราะมีเธอเป็นแฟนคนแรก เป็นต้น หาเหตุผลให้เจอ คุยกัน และลดการเปรียบเทียบลง อยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น เดตวันนั้นจะได้ไม่มาคุและอารมณ์เสียนะคะซิส

6. ทำบรรยากาศเสีย ด้วยการ ' บ่นเรื่องตัวเอง ' ให้อีกฝ่ายฟังตลอดวัน
image_1024024
- ที่มารูป: www.img.in.th

ขั้วตรงข้ามของผู้ชายที่ไม่ได้สนใจอะไรในวันพิเศษเลย ก็คือผู้ชายที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลมาก ใช่ค่ะ คนเหล่านั้นก็มีตัวตนอยู่จริงๆ เหมือนกัน! มันมีจริงนะ คนที่พร้อมจะทุ่มเทสร้างบรรยากาศ พาแฟนไปกินร้านดีๆ ที่ซุ่มจองไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แพลนตารางทุกอย่างเพราะหวังว่าสาวที่เขารักจะมีความสุขที่สุด และแน่นอนว่า มีสาวที่อินเทศกาลมากๆ ก็จะมีสาวฝั่งที่ "เบื่อโลกตลอด ไม่อินอะไรสักอย่าง " เช่นกัน

แม้ในวันดีๆ แบบนี้ก็ยังพยายามปล่อยพลังลบ ความเครียด บ่นนั่นนี่ให้ผู้ชายฟังตลอดเวลา คือเรื่องบางอย่างมันก็ต้องดูกาลเทศะบ้าง ไม่ใช่ว่าเขาพาเธอมากินข้าวภัตตาคารหรู แต่เธอก็บ่นพล่ามไปเรื่อย เล่าอะไรก็ไม่รู้ หรือขุดเรื่องอดีตของเขามาหาเรื่อง ( ทำไปเพื่อ ) ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนแบบนี้ ลองหยุดพูดเรื่องที่ทำให้ตัวเองและคนอื่นอารมณ์ไม่ดี แล้วหัดชื่นชมบรรยากาศ ทัศนียภาพรอบข้างบ้างก็จะดีมาก ถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันไม่ใช่แค่วาเลนไทน์ อาจจะต้องกลับไปทบทวนตัวเองว่า หรือเธอไม่ได้มีความสุขมากพอที่จะอยู่กับเขา และการบ่นด่าไปเรื่อยคือการปลดปล่อยตัวเองกันแน่

7. คิดว่าวันพิเศษต้อง ' มีเซอร์ไพรส์ใหญ่ ' ถ้าไม่มี แปลว่าเขาไม่ได้รัก
image_1024025
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับสาวๆ บางคนที่โตพอสมควร คบกับแฟนมาหลายปีแล้ว อยากแต่งงานมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาสักที ก็จะมีความเชื่อว่าช่วงเทศกาลพิเศษในรอบปีสักวันนี่แหละ ผู้ชาย ' ต้อง ' คุกเข่าขอเธอแต่งงาน ถ้าเลยช่วงนี้ไปก็ไม่รู้จะมีโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ แอบกระซิบบอกแฟนเป็นนัยๆ มาตลอดปี แต่สุดท้ายวันนี้ก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้เธอนอยด์ขั้นสุดว่าทำไมเขาไม่ขอแต่งล่ะ? ก็บอกไปแล้วนี่ หรือจะไม่แต่งกับเราแล้ว? เขาไม่รักเราแล้วเหรอ? #ไปนู่นแล้วจ้าแม่

ถ้าเธอส่งสัญญาณมาตลอด แต่เขายังไม่ใช้โอกาสนี้ขอเราเป็นเจ้าสาว นอกจากเรื่องความรัก เธอต้องเช็กด้วยนะว่าเขามีปัญหาอะไรที่บอกเธอไม่ได้รึเปล่า? เช่นเรื่องปัญหาการเงิน ปัญหาในครอบครัว ปัญหาที่ทำงาน อะไรก็ตามที่ทำให้สภาวะตอนนั้นของเขาไม่นิ่งพอที่จะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ได้ ไม่ต้องไปเหนียมอาย คิดจะดองกันอยู่แล้ว ถามไปตรงๆ เลยว่าทำไมยังไม่ขอ ถ้าเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ก็ปรับกันไป แต่ถ้าเป็นคำตอบที่ไม่แน่ใจว่า " เธอจะใช่สำหรับเขาหรือเปล่า " ก็อาจจะเป็นวันนั้นแหละ ที่จะได้รู้ว่าจะไปต่อหรือถอยออกมาดีกว่า

image_1030677
- ที่มารูป: media.giphy.com


------------------------------------
การตัดสินใจเริ่มความสัมพันธ์ คบกับใครสักคน เราเข้าใจว่าด้วยความเป็นผู้หญิง ก็อยากจะทุกอย่างมีการพัฒนาก้าวหน้า คบถึงจุดนึงแล้วก็อยากจะแต่งงานสร้างครอบครัว หรือด้วยธรรมเนียมประเพณีของเอเชีย ที่ค่อนข้างโยนภาระอันหนักหน่วงไปให้ฝ่ายชายว่าต้องเปย์ ต้องมีทรัพย์สินเงินทองเยอะๆ เลี้ยงดูผู้หญิงให้สุขสบายไปทั้งชาติ ( ซึ่งเอาจริงๆ สาวไทยก็ยังคิดแบบนี้อยู่เยอะนะ )

ปีนี้ 2021 แล้ว ก็อยากให้แนวคิดใหม่ว่า ถ้าอยากมีรักที่โตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ทะเลาะกันด้วยเรื่องหยุมหยิม ให้มองว่าวันพิเศษไหนๆ ก็เป็นวันที่ดีวันนึง แต่ไม่จำเป็นต้องทุ่มเททุกสิ่งอย่างจนหมดตัว หรือต้องให้ผู้ชายฝืนทำสิ่งที่ไม่ได้ทำถ้ายังไม่พร้อม ลดความคาดหวังที่สูงลิ่วลงบ้าง คิดซะว่าได้ใช้เวลาที่ดีร่วมกัน กินข้าว ดูหนัง ดูพลุ ชมวิวสวยๆ ก็เป็นโมเมนต์ที่มีความสุขของสองคนแล้ว จับมือไปข้างหน้าด้วยกัน แลกเปลี่ยนทั้งสุขและทุกข์ด้วยกัน จะได้ฉลองวันพิเศษปีนี้และปีต่อๆ ไปกับแฟนคนเดิมนะคะซิส สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้าค่า บ๊ายบาย  ❤ (ɔˆз(ˆ⌣ˆc)

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @