Charge ผิวเด็กเร่งด่วนแบบ Fast Charge ด้วย 3 ไอเทมจาก IndiGlow

Charge ผิวเด็กเร่งด่วนแบบ Fast Charge ด้วย 3 ไอเทมจาก IndiGlow

เมื่อพูดถึงเรื่องผิวแล้วล่ะก็เราเชื่อว่าเพื่อนๆ แต่ละคนคงอยากมีผิวที่สุขภาพดี อ่อนเยาว์ เหมือนวัยเด็กกันถูกไหมล่ะครับ แต่การจะได้ผิวแบบนั้นมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ

22 January 2021
wanvismo
22 January 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

image_1027107


เมื่อพูดถึงเรื่องผิวแล้วล่ะก็เราเชื่อว่าเพื่อนๆ แต่ละคนคงอยากมีผิวที่สุขภาพดี อ่อนเยาว์ เหมือนวัยเด็กกันถูกไหมล่ะครับ แต่การจะได้ผิวแบบนั้นมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ยิ่งในสภาพแวดล้อมที่พร้อมจะรุมทำร้ายเราตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นรังสี UV, มลภาวะ, Blue-Light และอื่นๆ ดังนั้นวันนี้เราเลยขอหยิบ 3 ไอเทมเด็ดจากแบรนด์ IndiGlow ที่ได้ลองแล้วพบว่ามี Concept และส่วนผสมที่น่าสนใจมากฝากกันฮะ...

IndiGlow Youth Charger Serum ( 30ml./1,xxx.- )
image_1027108


เริ่มกันที่ไอเทมแรกกับเซรั่มชาร์จผิวเด็กอย่าง IndiGlow Youth Charger Serum ที่ทางแบรนด์เคลมในเรื่องการซ่อมแซมเซลล์ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยส่วมผสมที่ทางแบรนด์ให้ชื่อว่า ' Hymagic 4D ' ซึ่งเป็นไฮยาลูรอน 4 โมเลกุล เสริมทัพด้วย Bifida Ferment Filtrate ที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวให้ลึกถึง DNA นอกจากนี้ยังช่วยย้อนวัยผิว และปกป้องผิวจาก Blue Light จากเครื่องมืออิเล็คทรอนิคที่เราใช้กันเป็นประจำ

image_1027109


ด้วยเนื้อสัมผัสในรูปแบบ Water-Based ที่บางเบาสบายผิว ซึมเข้าสู่ผิวได้ค่อนข้างไว แต่ในขณะเดียวกันกลับมอบความชุ่มชื้นไวบนผิวได้ยาวนาน นับว่าทางแบรนด์ทำการบ้านมาได้ดีมาก ตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการดูแลผิว แต่ไม่กังวลว่าจะเหนอะหนะได้ดี

ในแง่ของส่วนผสมไม่ว่าจะเป็น Tamarindus Indica Seed Gum และ Dipotassium Glycyrrhizate ที่มีฤทธ์ในการสมานแผล ลดอาการอักเสบ ช่วยชะลอเมลานินสีผิวให้ทำงานช้าลง แถมยังได้ Bifida Ferment Filtrate ที่สามารถช่วยซ่อมแซม DNA ของผิวได้ โดยกระตุ้นให้ผิวเกิดกระบวนการซ่อมแซม DNA เมื่อถูกแสง UVA ทำลาย 

ปิดท้ายด้วย Trichosanthes Kirilowii Root Extract หรือที่มีชื่อทางการค้าว่า Derma-Clock™ ซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่าช่วยต่อต้านริ้วรอย ปรับสภาพผิวให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมช่วยให้ผิวกลับมาเนียนใส เรียกว่าแต่ละตัวทีทางแบรนด์ใส่มาคือเด็ดๆ ทั้งนั้นเลยล่ะแถมยังสามารถทำเนื้อสัมผัสออกมาได้เบาสบายผิวขนาดนี้นับว่าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ฮะ

IndiGlow Seductive White Rejuvenating Moisturizer SPF30 PA++++ ( 20ml./9xx.- )
image_1027110


มาต่อกันที่มอยส์เจอร์ไรเซอร์กันบ้างปกติแล้วสิ่งที่เราคาดหวังจากมอยส์เจอร์ไรเซอร์คือความชุ่มชื้นถูกไหมครับ แต่ด้วยสารสกัดพิเศษจากเห็ดสีฟ้าที่ทางแบรนด์ใส่เข้ามา จึงช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสได้ทันทีหลังทา และยังช่วยฟื้นฟูผิวหน้าอย่างล้ำลึกด้วยนวัตกรรม White Loc Complex™ พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UVA UVB ได้สูงสุด SPF 30 PA ++++ ได้อีก

image_1027111


ที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่านั้นคือ เนื้อผลิตภัณฑ์ของเค้าก็เป็นสีฟ้าชวนหลงไหล ดูน่าใช้แบบสุดๆ แถมเค้าไม่ได้ใส่มาให้ดูเก๋อย่างเดียวนะ เค้ายังมีคุณสมบัติในการปรับให้ผิวกระจ่างใสขึ้นทันทีหลังทา เสมือนเป็น Based Makeup ที่ช่วยทำให้ผิวดูไบร์ทขึ้นได้อีกด้วยล่ะ

ทางด้านส่วนผสมทางแบรนด์เลือกใช้สารกันแดดอย่าง Titanium dioxide, Ethylhexyl Methoxycinnamate, Benzophenone-3 และ Butyl Methoxydibenzoylmethane ที่สามารถปกป้องผิวจากรังสี UV ได้ครบและค่อนข้างเสถียร

สำหรับสีสันที่ชวนให้หลงไหนนั้นได้มาจากสาร Guaiazulene ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าเขาสกัดมาจากเห็ด ซึ่งนอกจากสีสันที่สวยงามแล้วนั้น ยังมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบได้อีกด้วย ตามมาด้วยสารสกัดอย่าง Solanum Lycopersicum Fruit Extract สารสกัดจากมะเขือเทศซึ่งถูกเบลนด์เข้ากับ Squalane และน้ำมันสกัดจากงา มีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ดูดซับรังสี UV ได้ ช่วยเสริมความเสถียรของสารกันแดด ช่วยบูสต์ค่า SPF ในผลิตภัณฑ์ และยังเป็นไวท์เทนนิ่งได้อีกด้วย

IndiGlow Wake Up Younger ( 20ml./1,xxx.- )
image_1027112


ปิดท้ายด้วย IndiGlow Wake Up Younger ที่ทางแบรนด์วาง Position เป็นครีมลดริ้วรอย-มาสก์หน้า ที่เน้นบํารุงผิวตอนกลางคืน เพื่อปรับสีผิวให้กระจ่างใส มอบผิวที่ฉ่ำวาว พร้อมคงคอนเซ็ปต์การย้อนวัยผิว และเติมเต็มทุกริ้วรอยให้ตื้นขึ้นได้ถึง 400% ด้วยทิวลิปสีดำ DUMAFLORINE® ราชินียามค่ำคืน

image_1027113


ด้านเนื้อสัมผัสทางแบรนด์ยังคงคอนเซ็ปต์ของสีไว้ได้อย่างชัดเจน แต่ผลิตภัณฑ์นี้จะมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน และมอบความชุ่มชื้นได้มากที่สุดใน 3 ไอเทมที่กล่าวมา และจากที่เราได้ลองใช้บอกได้เลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์บํารุงผิวตอนกลางคืนที่ใช้ง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ แต่คงความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้ยาวนาน น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนเลยล่ะฮะ

สำหรับส่วนผสมนอกจาก IndiGlow White Loc Complex™ ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์แล้วยังมี DUMAFLORINE® ที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มความหนาของผิวชั้น stratum corneum เพื่อช่วยกั้นสิ่งแปลกปลอมจากภายนอกไม่ให้เข้าสู่ผิวชั้นล่าง และกั้นการระเหยของน้ำใต้ผิวออกสู่อากาศ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเวลาเราทา IndiGlow Wake Up Younger พอตื่นเช้ามาผิวยังนุ่ม และคงความชุ่มชื้นในผิวได้ดี

Let's Try...
image_1027114


ในช่วงเกือบ 2 สัปดาห์ที่เราลองใช้ผลิตภัณฑ์จาก IndiGlow อย่างจริงจัง ต้องบอกว่าในตอนแรกนั้นเราไม่ได้ดูส่วนผสมหรือคำเคลมเลย ทำแค่ทดสอบอาการแพ้แล้วใช้แบบ Blind Test เพื่อสังเกตผลลัพธ์แบบไม่ลำเอียง ซึ่งพบว่า...

image_1027115


ผิวโดยรวมนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงที่อากาศค่อนข้างหนาวมาได้แบบไม่มีอาการแห้ง ลอก และในขณะเดียวกันก็หน้าก็ไม่มันเยิ้ม ไม่เกิดการอุดตันบนผิว และไม่พบอาการระคายเคืองแม้จะต้องเจอมลภาวะ หรือสวมหน้ากากอนามัยอยู่บ่อยๆ นับว่าตอบโจทย์ในแง่การมอบความชุ่มชื้น และการเสริมความแข็งแรงของผิวได้อย่างยอดเยี่ยม

ซึ่งเมื่อผิวเรามีความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ บวกกับปราการผิวที่แข็งแรงแล้วนั้นก็เปรียบเสมือนการได้ย้อนวัยผิวให้กลับไปอ่อนเยาอีกครั้ง แถมยังได้ความกระจ่างใสทั้งในแง่การบำรุงผิวจาก IndiGlow White Loc Complex™ รวมถึงผลในเชิงเมคอัพจาก Lactarius Indigo ที่ช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสในทันทีที่ทาเสมือนเป็น Makeup Base ไปในตัว

Conclusion
image_1027116


จากที่เราได้ลองผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ไอเทมซึ่งเป็นชุดผลิตภัณฑ์ที่นักวิทยาศาสตร์ IndiGlow จัดขึ้นเพื่อการบำรุงแบบเต็มที่ตลอด 24 ขั่วโมง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นถึง 3 ตัวไม่ว่าจะเป็น IndiGlow Youth Charger Serum, IndiGlow Wake Up Younger และ IndiGlow Seductive White Rejuvenating Moisturizer โดยรวมเรามองว่าสามารถตอบโจทย์ในแง่การมอบความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงของชั้นผิวได้ดีทีเดียว ซึ่งเมื่อผิวเรามีชุ่มชื้นที่เพียงพอเวลาแสงมาตกกระทบบนผิวทำให้เกิดการ Reflect ของแสงที่สม่ำเสมอ ทำให้ผิวเราดูสุขภาพดีอ่อนเยาว์ เหมือนได้ย้อนวัยผิวยังไงอย่างนั้นเลยล่ะฮะ

และอย่างที่เราบอกทุกๆ ครั้งว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ Based-on สภาพผิว ไลฟ์สไตล์ การดูแลตัวเอง และผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ร่วมกันเป็นหลัก ดังนั้นผลลัพธ์ย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ส่วนคำถามที่ว่าใช้แล้วจะแพ้ไหม จะอุดตันไหม สิวจะขึ้นหรือไม่นั้น เราไม่สามารถให้คำตอบได้เนื่องจากปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และก่อให้เกิดสิวของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน ดังนั้นเราแนะนำว่าก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ใดก็ตาม ควรทดสอบอาการแพ้ที่บริเวณท้องแขน และลำคอก่อนใช้ลงบนใบหน้านะขอรับ

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @