[Novel] หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 19

[Novel] หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 19

เมื่อท่านเจ้าที่ให้โอกาสเธอย้อนเวลากลับมาอีกครั้งเพื่อพบกับ ป๊ะป๋าสายอ่อย และ อาหยูตัวน้อย ความเข้าใจผิดครั้งในอดีตจะได้รับการเเก้ไขหรือไม่ ? ในเมื่อเขาต้องเลือกระหว่าง...ภรรยาเก่าและความรักครั้งใหม่

28 July 2021
Mamaya Writer
28 July 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

บทที่ 19


( บทที่ 6 แผนของอาหยูกับคุณเผิง )

เจ้าตัวกลมไข้ลดและมีอาหารดีขึ้นแล้วคุณหมอจึงให้กลับบ้านได้ ทีแรกลฎาภาคิดว่าคงต้องแยกกลับเพราะถ้านั่งรถเมล์อาจจะถึงช้ากว่า ทว่า  อวิ่นเยว่เอ่ยปากออกมาว่า “ขึ้นรถสิ”

นั่นทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนบอกไม่ถูก

ทันทีที่ถึงบ้านหญิงสาวก็ลงจากรถอย่างรวดเร็ว เพราะว่าเกร็งมาตลอดทาง

“เดี๋ยวฉันรีบไปเตรียมอาหารให้ก่อนนะคะ”

เมื่อพูดจบก็เดินจากไป อวิ่นเยว่มองแล้วเปิดประตูรถด้านหลังอุ้ม   อาหยูออกมา ปกติแล้วเขาไม่ให้ผู้หญิงคนไหนนั่งติดรถมาด้วยเว้นมารดาเเละภรรยา แต่ความรู้สึกที่อยู่ในใจนี้มันคืออะไรที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

ลฎาภาเดินเข้ามาในครัว เธอยกมือขึ้นตบแก้มสองข้างเพื่อขจัดความคิดที่อยู่ในใจออกไป ก่อนจะรีบจัดเตรียมอาหารมื้อเย็นและโต๊ะอาหาร จากนั้นเดินขึ้นไปยังห้องของเด็กชายที่ชายหนุ่มเฝ้าอยู่และทำงานไปด้วย

หญิงสาวเคาะประตูก่อนจะเปิดแง้มเข้าไป เธอส่งสายตามองเขาที่นั่งทำงานอยู่โซฟาไม่ห่างจากเตียง

“คุณเผิงอาหารมื้อเย็นเสร็จแล้วค่ะ จะให้ฉันยกขึ้นมาให้ไหมคะ ?”

“เดี๋ยวผมลงไปกิน คุณกลับไปก่อนได้เลย”

ลฎาภาพยักหน้า มองชายหนุ่มที่ก้มหน้าทำงานโดยไม่สนอะไร เธอเพียงรู้สึกว่ามื้อเย็นนี้เขาอาจจะไม่ได้กินก็ได้ พอมองหน้าเรียบนิ่งนั้นความคิดภายในใจที่ว้าวุ่นก็เต็มไปหมด ความรู้สึกที่เป็นอยู่นี้ทำให้สับสนเเละทำอะไรไม่ถูกและไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยจริง ๆ

นี่เธอเป็นอะไรกันแน่ ?

หญิงสาวเดินออกจากห้องปิดประตูลง พลางถอนหายใจออกมาแล้วรีบเดินลงไปยังห้องครัว จัดการเก็บล้างของจนเสร็จ เเละเดินออกมาดูที่โต๊ะอาหารแต่กลับไม่มีวี่แววของชายหนุ่ม จึงนำอาหารไปอุ่นร้อนอีกครั้งใส่ถาดเเละถือขึ้นมาบนห้องให้

ลฎาภาเข้ามาในห้องอย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร เธอว่างถาดอาหารลงแล้วเดินออกจากไปขณะที่อวิ่นเยว่ละสายตาขึ้นมองด้วยความแปลกใจ เเละรอยยิ้มที่ไม่ควรปรากฏบนใบหน้าเขาก็เริ่มมีขึ้นที่ละนิดโดยที่ไม่รู้ตัว

image_1050339

อวิ่นเยว่รีบหุบรอยยิ้มนั้นทันทีที่รู้ตัวว่าเผลอไป ชายหนุ่มมองอาหารมื้อเย็นตรงหน้าที่ส่งไอร้อนออกมา เช่นนั้นจึงวางเอกสารลงขยับตัวรับประทานอาหารมื้อเย็นทันที

เมื่อหญิงสาวปิดประตูห้องลงแล้ว ก็เพิ่งคิดบางสิ่งได้

ทำไมเธอต้องยกอาหารไปให้เขาด้วยละ เหมือนกับรู้ว่าถ้าไม่ยกขึ้นไปเขาจะไม่กินมื้อนี้แน่นอน !

“จอมเอ่ย แกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ”

หญิงสาวส่ายหน้าสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปก่อนจะรีบเดินลงไปหยิบสัมภาระและออกจากบ้านไปทันที

หลายวันที่ผ่านมาลฎาภาเริ่มชินกับการทำงานในบ้านหลังนี้แล้ว    กิจวัตประจำวันค่อนข้างจะไม่แตกต่างกันมากนัก ในบ่ายของวันนี้เธอค่อนข้างว่างเพราะเตรียมอาหารที่ต้องทำในมื้อเย็นเสร็จแต่เช้า ทั้งความสะอาดก็ทำในบางส่วนตามที่ป้าผ่องบอกว่าแต่ละวันซึ่งจะทำความสะอาดห้องไม่เหมือนกัน

ผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองนาฬิกาบนหน้าจอซึ่งก็ได้เวลาที่เตรียมอาหารเย็นไว้ก่อนจะออกไปรับเด็กชายกลับมา

ลฎาภานั่งรถเมล์ขามารับเด็กชาย  ซึ่งก็พอดีกับที่โรงเรียนเลิก

ครืน—ครืน แรงสั่นของโทรศัพท์ทำให้หญิงสาวหยุดเดินและเอื้อมมือล้วงลงในกระเป๋าสะพาย

เธอมองเบอร์ปลายสายที่ไม่คุ้นเคยโทร. เข้ามา ก่อนตัดสินใจกดรับในขณะที่เดินเข้ารั้วประตูโรงเรียนมา

“สวัสดีค่ะ”

[ผมเอง...]

เมื่อได้ยินน้ำเสียงของปลายสายทำให้หญิงสาวกำลังงุนงงว่าเป็นใคร แต่เมื่อได้ยินอีกประโยคถัดมาก็อ้าปากอ้อทันที

[วันนี้ผมจะไปรับลูกเอง และกินข้าวนอกบ้านคุณกลับบ้านไปได้เลย]

ถึงจะสั่งแบบนั้นก็เถอะ แต่ไม่ทันแล้ว...

“คือว่า ฉันอยู่โรงเรียนของอาหยูแล้วค่ะ กำลังไปรับพอดีแล้วคุณก็โทร. มาพอดี” ลฎาภาตอบกลับในทันทีแม้จะเกร็งอยู่บ้างที่ต้องคุยสนทนากับอวิ่นเยว่

ปลายสายเงียบนิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง หญิงสาวจึงเรียก “คุณเผิงคะ”

[ให้อาหยูรออยู่ที่นั่นก่อน อีกประมาณสี่สิบนาทีผมจะไปรับ]


เป็นคำสั่งที่ไม่สามารถขัดได้ จึงตอบรับ “ค่ะ” ก่อนที่จะวางสายไป

ลฎาภาเดินไปใกล้ตึกขณะที่กวาดสายตามองเจ้าตัวกลมในสวนของเล่น ก็ยังเหมือนครั้งแรกที่มาหาเพื่อนสาว แม้จะมีเด็กหลายคนวิ่งเล่นกันระหว่างรอผู้ปกครองมารับ แต่กลับเด็กคนนี้แล้วนั่งเล่นเขียนทรายอยู่เพียงลำพัง เธอมองพลางยิ้มออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วย่อตัวนั่งลง

เด็กชายเงยหน้าขึ้นมอง แววตากลมใสจ้องมองแล้วก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร

“เป็นอะไรหืม หรือว่ายังไม่หายไข้” เธอเอ่ยถามขึ้นขณะเอื้อมมือแตะหน้าผากของเด็กชาย ทว่าเจ้าตัวรีบเบี่ยงหลบทันที หญิงสาวมองเด็กชายที่เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่พูด ทำให้เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ให้ตายสิ...นิสัยพ่อลูก เหมือนกันเลย

“ถ้าไม่บอกวันนี้ป๊ะป๋าจะไม่มารับนะ”

ได้ผลทันที เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาไม่พอใจขณะที่จ้องมองลฎาภารู้สึกว่ามีเรื่องในใจที่ไม่ยอมพูดออกมา และเธอเองก็ไม่กล้าคาดคั้นไปมากกว่านี้อีก

“ป๊ะป๋าจะมารับเหรอ”

ลฎาภาพยักหน้าพร้อมยิ้มหวานให้ รอยยิ้มของเด็กชายก็ปรากฏขึ้น

“งั้นบอกความลับให้พี่ได้ยัง”

อาหยูส่ายหน้ารัว ๆ ทำให้หญิงสาวไม่กล้าถามต่อ ได้แต่มองเด็กชายเล่นอยู่เพียงลำพังมีบ้างเป็นระยะที่เข้าไปแกล้งเล็กน้อย

“อาหยู” น้ำเสียงเข้มเอ่ยเรียกขึ้นทำให้หญิงสาวและเด็กชายหันไปมอง ลฎาภามองชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหาขณะที่อาหยูกำลังวิ่งเข้าไปหาเช่นกัน

เธอมองก่อนขยับตัวลุกขึ้นเดินไปหา

“วันนี้คุณกินมื้อเย็นข้างนอกใช่ไหมคะ”

อวิ่นเยว่พยักหน้าตอบ

“ถ้างั้นฉันขอลากลับตรงนี้เลยนะคะ” ลฎาภาเอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าหน้าที่ของวันนี้เธอสิ้นสุดลงแล้ว แต่เมื่อส่งสายตามองแววตาของเขาแล้วรู้สึกว่าเสียวสันหลังวูบวาบ “เออ...หรือว่าฉันต้องอาบน้ำและพาอาหยูเข้านอนก่อนคะ”

อวิ่นเยว่เงียบนิ่งมองแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง”

เมื่อพูดจบเขาก็พาลูกชายเดินตรงไปที่รถ ขณะที่ลฎาภามองอย่างงุนงงและรีบเดินออกจากรั้วโรงเรียนไป



โปรดติดตามตอนต่อไป...

หากชอบฝากสนับสนุนโดยการเปย์ฉบับอีบุ๊กให้กำลังใจนักเขียนได้นะคะ
สำหรับเรื่องนี้จะมีราคาพิเศษในวันเกิดนักเขียนคือวันที่ 15 สิงหาคม ค่ะ
ในเว็บ mebmarket เหลือเล่มละ 2x B เท่านั้นค่ะ
สำหรับใครที่สนับสนุนนักเขียนเเล้ว ขอขอบพระคุณมาก ๆ เลยนะคะ

ติดตามผลงานเเละสนับสนุนโดยการกดหัวใจ หรือ comment ให้กำลังใจได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ 


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @