[นิยาย] ในดวงมาน...♥ ( บทที่ 11 )

[นิยาย] ในดวงมาน...♥ ( บทที่ 11 )

[โรแมนติก-ดราม่า]
เรื่องราวความรัก และวิถีชีวิตของหญิงสาวทั้งเจ็ดคน ที่ต่างล้วนเกี่ยวเนื่องผูกพันกันอย่างน่าประหลาด
ท่ามกลางความเป็นไปในสังคมที่หลากหลาย และต่างชนชั้น โดยมีพวกเธอเป็นศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น✶

22 September 2021
วรสรณ์
22 September 2021

 

  

   


*~บทที่ 11~*

   ข่าวการสัมภาษณ์ของสาริสาถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วในทุกๆ ช่องทาง ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือแม้แต่ในเว็บไซต์ แน่นอนว่าบนโลกที่การติดต่อสื่อสารรวดเร็วและฉับไวอย่างสมัยนี้ วิธีการรับรู้ข้อมูลก็จะต้องมีความหลากหลายไม่แพ้กัน

   คลิปข่าวการสัมภาษณ์ของนักร้องสาวปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือรุ่นดังที่ถูกหุ้มด้วยกรอบกันกระแทกสีแดงสดใส ประดับประดาด้วยเพชรคริสตัลแวววาว ซึ่งเจ้าของมือถือผู้ที่กำลังเสพสื่ออยู่นั้น ได้แสดงอาการพึงพอใจกับข่าวที่ถูกนำเสนออยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก


“ สมน้ำหน้า...อีแก่ ” พยาบาลสาวสุดเปรี้ยวอย่างทิพย์อำพันเอ่ยคำพูดที่เย้ยหยันออกมาเบาๆ พอเป็นพิธี


   หญิงสาวใช้เวลาว่างในช่วงบ่ายออกมาดื่มกาแฟอยู่นอกชานร้านเบเกอรี่ที่ขึ้นชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ในอเวนิวแห่งใหม่ใจกลางกรุง แสงแดดอุ่นๆ หลังฝนหยุดตกเป็นสิ่งที่เธอโปรดปรานเป็นอย่างมาก เจ้าหล่อนจิบกาแฟไปพลางและดูคลิปนั้นไปพลาง ราวกับว่าเธออยากซึมซับความสุขเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักเอาไว้

   และเมื่อเธอรู้สึกอิ่มเอนจนพอใจ เจ้าหล่อนก็ละสายตาจากหน้าจอเพื่อมองดูผู้คนที่เดินคลาคล่ำไปมาอยู่บริเวณนั้น บ้างก็มาเที่ยว มาจับจ่ายสินค้า บ้างก็มาพักผ่อนเช่นเดียวกับเธอ และดูเหมือนว่าสายตาที่ซุกซนของหญิงสาวกลับสะดุดเข้ากับชายหนุ่มที่ดูคุ้นตา เขาใส่แจ็กเก็ตสีเทาตัวหนา และกำลังเดินตรงมายังร้านเบเกอรี่ร้านเดียวกัน


   พยาบาลสาวรีบหยิบแว่นกันแดดสีดำขึ้นมาจากกระเป๋าพลางสวมมัน โดยที่ไม่ลืมหยิบนิตยสารที่วางอยู่แถวนั้น กางออกมาเพื่อทำทีเป็นว่าเธอกำลังนั่งอ่าน เพราะต้องการที่จะไม่ให้ชายผู้นั้นผิดสังเกต

   ชายหนุ่มเดินมาถึงร้านเบเกอรี่พลางชำเลืองมองดูเธอเล็กน้อยโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่จะผลักประตูเข้าไปยังด้านในเพื่อสั่งเครื่องดื่ม จากนั้นจึงยืนคอยสินค้าอยู่บริเวณนั้น

   ทิพย์อำพันเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหยิบกระเป๋าและเดินออกไปจากร้าน แต่กลับนึกขึ้นได้ว่าตนเองลืมโทรศัพท์มือถือไว้ที่โต๊ะ จึงรีบเดินกลับไปอีกครั้ง ทว่าหนนี้ชายหนุ่มกลับผลักประตูออกมาพอดี ทำให้ใบหน้าของเธอและเขาเกือบจะชนกัน


“ ว้ายยยยย ” หญิงสาวร้องลั่นอย่างตกใจ


“ ขอโทษครับๆ ” ชายหนุ่มรีบกล่าวขออภัย แต่ทันทีที่เขาได้เห็นเธอ กลับต้องรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง


“ นี่คุณ!! ” คณิตร้อง


ทิพย์อำพันตกใจทำอะไรไม่ถูก


“ คุณอีกแล้วเหรอ ? ” เขาถามซ้ำ


หล่อนไม่ตอบอะไร แต่รีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที เพราะไม่อยากจะมาต่อล้อต่อเถียงด้วย


   คณิตมองดูเธอพลางส่ายหน้าไปมา ชายหนุ่มไม่คิดว่าโลกใบนี้จะกลมจนทำให้เขากับเธอมาเจอกันอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ถึงอย่างไรหนุ่มน้อยกลับคาดหวังไว้ลึกๆ ว่า ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอและเขาจะได้พบกันอีก


   หลังจากที่เวลาผ่านไปสักพัก ทิพย์อำพันก็ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในร้านหนังสือ เธอเลือกมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่เพื่อรอเวลาที่คิดว่าชายหนุ่มจะเดินออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว หญิงสาวชะโงกหน้ามองออกมานอกร้านสอง-สามครั้งเพื่อสังเกตการณ์ ก่อนที่จะแน่ใจแล้วว่าไม่มีเขาอยู่ตรงนั้นจริงๆ

   พยาบาลสาวทำท่าว่าจะเดินออกไปจากร้าน แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นปกหนังสือสีแดงจัดจ้านอยู่ที่ชั้น ซึ่งด้านหน้ามีตัวอักษรสีน้ำเงินเข้มเขียนประกอบเอาไว้


“ กลเม็ดเด็ดพรายมัดใจชาย-หญิง เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการ คัน ในระยะแรกเริ่ม ” เธอมองดูหนังสือเล่มนั้นพลางรู้สึกขบขันกับชื่อเรื่อง จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบเจ้าหนังสือปกแดงนั่นจากบนชั้น เพื่อที่จะเปิดอ่านข้างใน แต่ทว่า ทฤษฎีแรงดึงดูด ของเซอร์ ไอแซค นิวตัน คงจะเป็นชื่อหนังสือที่เหมาะกับเธอมากกว่าในระยะนี้ เพราะทันทีที่หญิงสาวคว้าเจ้าหนังสือที่มีชื่อเรื่องชวนหัว มือของหนุ่มน้อยที่หล่อนกำลังเล่นซ่อนหาอยู่ด้วย กลับเอื้อมมาจับหนังสือเล่มเดียวกันกับเธอ


   ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างมองหน้ากันอย่างตกใจ และต่างคนก็ปล่อยหนังสือเล่มนั้นลงทันทีที่รู้สึกตัว ทิพย์อำพันตกใจกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า คณิตเองก็เช่นกัน เขาทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นหญิงสาวเจ้ามารยาคนนี้


“ คุณจะอ่านเล่มนี้เหรอ ??...เอาสิ หยิบเลย!! ” เขาเปิดทางให้


   หญิงสาวมองหน้าเขาแล้วเหลือบมองลงมาที่หนังสือซึ่งคว่ำหน้าอยู่กับพื้น...ให้ตายเถอะ!! ทำไมต้องเป็นเล่มนี้ด้วย ?!!...เธอบ่นอุบอยู่ในใจ ก่อนที่จะหันหลังกลับไป เพื่อเดินออกจากตรงนั้น


“ แหม...ชื่อเรื่องก็ดูท่าจะเหมาะดีนะ คันระยะแรกเริ่ม!! ” คณิตกล่าวขึ้นอย่างอารมณ์ดีขณะที่หยิบหนังสือขึ้นมาจากพื้น


   เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวถึงกับหันหลังกลับมา เพราะรู้สึกว่ามันเป็นคำพูดที่ทำให้ระคายหู


“ นี่นายว่าฉันเหรอ ?!! ” เธอถาม


“ เปล่า!! ผมไม่ได้ว่าคุณเสียหน่อย ผมแค่อ่านชื่อเรื่อง!! ” เขาพูดจายียวน


“ นายอย่ามาทำเป็นเฉไฉเลย ดูก็รู้...นายกำลังว่าฉัน!! ” หล่อนโมโห


“ ผมเปล่า!! ” หนุ่มน้อยยังคงกวนอารมณ์ จนทิพย์อำพันเหลืออด


“ ถ้านายหาว่าฉันคัน นายเองก็คันเหมือนกันนั่นแหละ...เพราะนายก็หยิบหนังสือเล่มนี้เหมือนฉัน!! ” ทิพย์อำพันพูดพลางกอดอกราวกับว่าเหตุผลของตนเหนือกว่า


คณิตหน้าถอดสี สายตาเขาดูล่อกแล่ก ไม่นึกว่าจะโดนเธอย้อนเอาได้


“ ฮึ!! ไม่ปากเก่งเหมือนเมื่อครู่นี้แล้วเหรอไง ?? สงสัยนายคงจะเป็นไก่อ่อนริจะจีบหญิง แล้วไม่มีปัญญา เอ๊ะ!! หรือว่าจีบผู้ชายกันแน่ ?!! ” พยาบาลสาวตอกกลับ พลางหยิบหนังสืออีกเล่มหนึ่งซึ่งมีชื่อเรื่องเดียวกันออกมาจากชั้น แล้วพลิกหน้าไปมาราวกับจะเยาะเย้ย


“ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย!! ” ชายหนุ่มเถียง เพราะไม่ชอบให้ใครมาจี้จุดกล่าวหาว่าเขาเป็นเกย์


“ นั่นไง!! นายยอมรับออกมาแล้ว แสดงว่านายคงจะจีบหญิงจริงๆ ล่ะสิ!! ถึงหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน ” คราวนี้ทิพย์อำพันเป็นฝ่ายยียวนบ้าง


“ เปล่า!! ผมก็แค่...ชอบชื่อหนังสือมันเฉยๆ ” เขาร้อนรน พลางพูดกลบเกลื่อน


“ เอ๊...!! ใครกันนะ ผู้หญิงที่นายอยากจะจีบ ใช่ยายวาด น้องสาวยายพิมพ์หรือเปล่า ? ” หญิงสาวไม่หลงกล เธอพูดเดาสุ่มไปเรื่อย แต่ก็เผลอทายถูกเสียอย่างนั้น


“ ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร...ผมไปดีกว่า...เสียเวลา!! ” คณิตว่า พลางหันหลังกลับ


“ นั่นไงล่ะ!! ฉันทายถูกจริงๆ ด้วย ผู้หญิงไม่รู้จักโต แถมโลกสวยอย่างยายวาด คบเพื่อนผู้ชายเป็นเสียที่ไหน ถ้าไม่ใช่ตุ๊ดแต๋ว...นี่ถ้านายไม่ได้เป็นเกย์อย่างที่ฉันว่า ก็คงจะต้องชอบยายวาดแน่ๆ มีอย่างที่ไหน...ยอมเดินตามกันต้อยๆ อย่างนั้น!! ” ทิพย์อำพันอ่านไต๋ของหนุ่มน้อยคนนี้ออก โดยอาศัยจากประสบการณ์เรื่องผู้ชายที่เคยผ่านมา


“ นี่คุณ!! พูดจาเลอะเทอะใหญ่แล้ว ” คณิตตัดบท


“ นี่เธอจะเถียงฉันเหรอพ่อหนุ่มน้อย...ฉันดูผู้ชายออกน่า ไก่อ่อนอย่างเธอริอยากเที่ยวกลางคืนทำเท่ห์ จริงๆ ก็แค่ออกมาปลดปล่อยอารมณ์ ฉันเห็นมานักต่อนักแล้วกับผู้ชายวัยว้าวุ่นอย่างเธอเนี่ย!! ” พยาบาลสาวพูดด้วยท่าทีที่มั่นใจ


   คณิตรู้สึกอึดอัดที่ทิพย์อำพันอ่านความรู้สึกของเขาได้ ชายหนุ่มไม่เคยเสียหน้าให้ใครอย่างนี้มาก่อน โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยรู้จักอย่างเธอ ดูท่าทางเจ้าหล่อนจะเจนโลกทางเรื่องผู้ชายจริงๆ


“ ดูทำหน้าเข้าสิ... ” ทิพย์อำพันแค่นหัวเราะออกมา เมื่อเห็นใบหน้าที่ซีดเป็นไก่ต้มของเขา


“ เอาเถอะ!! ฉันไม่ถือสาหรอก บางที...ฉันอาจจะช่วยเธอได้ ” เธอเปลี่ยนเรื่อง เมื่อคิดแผนการบางอย่างออกเดี๋ยวนั้น


   แม้ว่าคณิตจะเป็นลูกศิษย์ของพิมพ์ประภัสร์ แต่ถ้าเจ้าหล่อนสามารถซื้อใจหนุ่มน้อยคนนี้ บางทีเขาอาจจะเผลอหลุดอะไรดีๆ ออกมาในเรื่องของอาจารย์สาวที่เธอยังไม่เคยรู้ก็เป็นได้ เผื่อเรื่องดีๆ ที่ว่านี้ อาจจะได้นำไปปรับใช้กับ แผนพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นศรีภรรยาของศัลยแพทย์หนุ่มในอนาคต


“ คุณอย่ามาเสียเวลาเลย วาดลัดดา...เขามีแฟนแล้ว ” หนุ่มน้อยปฏิเสธ


“ โธ่!! น่าเสียดายจัง...แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ผู้หญิงมีคนเดียวในโลกเสียเมื่อไหร่ ฉันเองก็พอจะรู้ว่าผู้หญิงชอบผู้ชายแบบไหน เธอเองก็ไม่ด้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ปรับบุคลิกภาพอีกนิดหน่อย...ก็โอเค!! ” หญิงสาวโน้มน้าว แต่ชายหนุ่มกลับไม่ค่อยมั่นใจในตัวเธอนัก


“ เถอะน่า!! ไปทานมื้อเย็นกับฉันสักมื้อสิ คงไม่เสียเวลาเธอนักหรอกใช่ไหมจ๊ะ ?? ” ทิพย์อำพันฉีกยิ้มให้อย่างไมตรี


   คณิตลังเลเล็กน้อยพลางนึกถึงวาดลัดดา แต่อยู่ๆ ก็มีภาพของโชติวุฒิเพิ่มเข้ามาอยู่ในหัว ทำให้เขาเริ่มจะตระหนักรู้ว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อย่างนี้ วาดลัดดากำลังทำอะไร


   หนุ่มน้อยเกิดอาการหวั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด อาการมันเหมือนกับทุกคืนที่รู้ว่า เขาไม่สามารถหักห้ามจิตใจไม่ให้คิดเรื่องแบบนี้ได้ ชายหนุ่มถึงต้องออกไประบายอารมณ์โดยการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ที่ผับอย่างเช่นทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาเองก็อยากที่จะยับยั้งความคิดแบบนี้เสียที

   คณิตตัดสินใจไปทานมื้อเย็นกับทิพย์อำพันหลังจากการพบกันโดยบังเอิญอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ต่างฝ่ายต่างเชื่อเหมือนกันว่า จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งคู่จะได้พบเจอกันโดยบังเอิญ แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันนั้นก็คือ คณิตไม่ได้ต้องการที่อยากจะพบกับหล่อนอีก ไม่ว่ากรณีใดๆ เพราะเขาเองตั้งใจว่ามันจะเป็นแค่ครั้งเดียว และครั้งสุดท้ายที่เขาจะยอมมาเที่ยวกับเธอเพื่อหยุดยั้งความคิดไม่ให้ฟุ้งซ่าน แต่สำหรับทิพย์อำพันกลับไม่คิดอย่างนั้น หญิงสาวยังคงต้องการที่จะสานสัมพันธ์กับหนุ่มน้อยคนนี้ต่อไปเพื่อที่จะได้ข้อมูลอะไรดีๆ กลับมา


   เมื่ออาทิตย์สิ้นแสงในช่วงเวลาพลบค่ำ การรับประทานอาหารมื้อเย็นของคนทั้งคู่ก็สิ้นสุดลง พยาบาลสาวไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลยจากที่เคยรู้มาก่อน แต่เธอก็เข้าใจดีว่า การที่จะกระเทาะเปลือกคนปากแข็งอย่างคณิตให้ปริปากพูดออกมาได้นั้นต้องใช้เวลา ซึ่งเธอค่อยหาจังหวะ และโอกาสที่จะพบเจอกับเขาอีกทีได้ในภายหลัง แต่สำหรับหนุ่มน้อยคณิตกลับได้รับบางสิ่งบางอย่างจากหญิงสาวเพิ่มเข้ามา นั่นคือ มิตรภาพ และ ความเป็นกันเอง ที่พยาบาลสาวสุดเปรี้ยวคนนี้ได้มอบให้

   เขารู้สึกได้ว่าจริงๆ แล้วเจ้าหล่อนเองก็ไม่ใช่คนเลว หรือร้ายกาจอย่างที่ใครๆ เข้าใจ แต่แค่เป็นคนตรงไปตรงมา และมีเล่ห์เหลี่ยมบ้างในบางที ซึ่งคณิตเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะดูใครไม่ออก เพียงแต่ว่าต้องศึกษานิสัยใจคอกันไปนานๆ ก็เท่านั้น และด้วยความที่ทิพย์อำพันเหมือนผลทับทิมที่มีรสชาติแตกต่างไปจากผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่เขาเคยลิ้มลอง จะมีรสชาติที่เปรี้ยวจี๊ด หรือหวานจ๋อยไปเลยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะในความเปรี้ยวและความหวานนั้น กลับมีรสฝาดนิดๆ ผสมอยู่ด้านใน เหมือนให้ความรู้สึกถึงรสชาติที่แปลกใหม่ซึ่งเขาไม่เคยได้รับประทาน ซึ่งนั่นได้ทำให้ชายหนุ่มเกิดความรู้สึกติดใจในตัวตนบางอย่างของเธอ และมันก็ทำให้เขาเกิดอาการโหยหารสชาติที่ว่านั้นอีกครั้ง...


+++++++++++++++++++++++++++++


   แม้ว่าการตอบรับไปทานข้าวกับทิพย์อำพันในครั้งนี้ คณิตจะทำไปเพราะต้องการหยุดความคิดฟุ้งซ่านภายในจิตใจ ซึ่งมุ่งแต่จะให้เขานึกถึงอยู่กับวาดลัดดา ว่าบัดนี้เธอกำลังระเริงรักอยู่กับแฟนหนุ่มอยู่ แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ความคิด...ก็คือความคิด เพราะขณะที่คณิตกำลังร่วมรับประทานอาหารอยู่กับทางออกของเขานั้น วาดลัดดากลับนอนแก่วอยู่ในห้องพักเพียงลำพัง เพราะชายผู้เป็นที่รักไม่ได้มาหาเธอสอง-สามวันแล้ว นั่นเป็นเพราะหนุ่มนักธุรกิจเริ่มที่จะเบื่อหมากฝรั่งชิ้นนี้ลงทุกวัน เพราะเมื่อเขายิ่งเคี้ยว มันก็ยิ่งเริ่มหมดความหวาน เคี้ยวมากก็เมื่อยกราม เพราะมันเริ่มเหนียวและหนืดขึ้น ดังนั้นชายหนุ่มจึงเริ่มตระหนักได้ว่า เขาควรที่จะตัดสินใจรีบคายมันทิ้งเสีย ก่อนที่จะเผลอกลืนมันลงคอ


   โชติวุฒินั่งเล่นอยู่กับลูกน้อยที่บ้าน เป็นเวลาสามวันแล้วที่เขาไม่ได้ไปหาวาดลัดดาที่หอพัก เหตุเพราะสาวน้อยเริ่มที่จะผูกมัดเขาไว้มากขึ้น ชายหนุ่มจึงต้องรีบถอนตัวออกมาก่อนที่มันจะวุ่นวาย

   ทางฝ่ายนันทวดีเองก็กลับมาบ้านด้วยความชื่นใจ หลังจากเห็นสามีอันเป็นที่รักนั่งเล่นกับลูกน้อยอย่างเบิกบาน เธอเริ่มรู้สึกได้ว่าชีวิตครอบครัวอันอบอุ่นที่ขาดหายไป กำลังเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้ว

   หญิงสาวเดินไปหาผู้เป็นสามีพร้อมกับจานใส่คัพเค้กชิ้นโต ซึ่งเป็นเค้กรสใหม่ของร้าน โดยเธอเอามาให้เขาทานเพื่อสอบถามความคิดเห็น


“ ลองทานหน่อยนะคะ...เค้กรสใหม่ แนนจะเอาไปวางขายพรุ่งนี้ ” หญิงสาวฉีกยิ้มพลางยื่นจานใส่เค้กให้แก่เขา


   โชติวุฒิมองหน้าเธอก่อนยิ้มให้เล็กน้อย รอยยิ้มของเขาที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าทำให้นันทวดีรู้สึกแช่มชื่นใจ ชายหนุ่มตักชิ้นเค้กขึ้นมา แล้วใส่ปาก เขาเคี้ยวอยู่สอง-สามครั้ง จากนั้นจึงรีบ คาย มันทิ้งโดยทันที!!!

   ภรรยาสาวตกใจในสิ่งที่เห็น สามีของเธอแสดงท่าทีรังเกียจเค้กชิ้นนั้นออกมาอย่างชัดเจน


“ คุณใส่ถั่วเหรอ ?!! ” เขาถาม


“ ค่ะ... ” เธอยอมรับด้วยสีหน้าที่งุนงง


“ คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบถั่ว ” โชติวุฒิตวาด


“ ฉันรู้แค่ว่าคุณไม่ทานถั่วลิสง ถั่วแระ แล้วก็ถั่วลันเตา แต่นี่มันเฮเซลนัท ” นันทวดีอธิบาย


“ ผมไม่ทานถั่วทุกชนิด!! ” เขาคำราม ก่อนที่จะวางลูกน้อยลงบนโซฟา แล้วเดินขึ้นห้องไป พลางเอามือป้ายลิ้น เหมือนพยายามเขี่ยเศษเค้กที่ติดค้างอยู่ออกมา


   หญิงสาวมองสามีที่เดินขึ้นบันไดไปจนลับตา จากนั้นจึงค่อยๆ บรรจงเก็บชามเค้กที่วางอยู่ ก่อนที่จะรู้สึกตัวว่าน้ำตาของตนเริ่มเอ่อล้นออกมา...โธ่!! ชีวิตครอบครัวที่แสนอบอุ่น เธอรำพันอยู่ในใจ


   หลังจากที่นันทวดีเก็บจานเค้กล้างเสร็จแล้ว หญิงสาวได้อุ้มลูกน้อยขึ้นไปบนห้องเพื่อเตรียมตัวจะเข้านอน เธอสังเกตเห็นว่าโชติวุฒิกำลังอาบน้ำอยู่ ซึ่งดูท่าว่าเขาจะอาบนานเป็นพิเศษ

   คุณแม่ยังสาวหอมแก้มลูกน้อยเบาๆ ก่อนจะบรรจงวางเขาลงในเปล จากนั้นจึงลงมือเช็ดหน้าเช็ดตาตนเองที่หน้ากระจกบนโต๊ะเครื่องแป้ง แต่อยู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของโชติวุฒิก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้อง เธอเหลือบมองที่มือถือของเขา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่กลับทำให้เสียงมือถือยังคงดังรบกวนสมาธิของหญิงสาวและลูกอยู่อย่างนั้น จนในที่สุดเจ้าหล่อนจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปเพื่อจะกดรับสาย โดยที่สังเกตเห็นว่าบุคคลที่โทรศัพท์หาสามีของเธอยามวิกาลเช่นนี้ มีชื่อว่า มิสเตอร์หว่อง


   เท่าที่ผ่านมา ในความคิดของเจ้าหล่อน มิสเตอร์หว่อง คือ เพื่อนทางธุรกิจการค้าของโชติวุฒิจากสิงคโปร์ ซึ่งชอบโทรศัพท์มาหาเขาอยู่บ่อยครั้ง เพื่อชวนให้ออกไปทานข้าว ตีกอล์ฟ และออกกำลังกายด้วยกัน ทว่าเธอนั้นกลับไม่เคยพบเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว


   หญิงสาวเอื้อมมือทำท่าจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ทว่าสามีของเธอกลับหยิบมันออกไปโดยเร็ว ราวกับว่าเขากลัวเธอจะรับสายนั้น เสียงเรียกเข้าเงียบลงทันที ชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างไม่พอใจ ซึ่งขณะเดียวกันนันทวดีกลับรู้สึกประหลาดใจและสงสัยในตัวเขาเช่นกัน แต่แล้วเธอก็กลับมานั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อเช็ดหน้าตนเองตามเดิม

   โชติวุฒิเห็นดังนั้นจึงเดินออกไปโทรศัพท์ยังริมระเบียง นันทวดีเหลือบมองสามีจนลับตา หญิงสาวไม่ได้ยินเสียงอะไรหลังจากนั้นนอกจากเสียงของตนเองที่ตั้งคำถามว่า มิสเตอร์หว่องผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นใคร และทำไมสามีของเธอถึงไม่อยากให้รับสาย


   คำถามนี้รบกวนจิตใจแม้ในช่วงเวลานอน หญิงสาวพยายามข่มตาหลับ แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เธอกระสับกระส่าย นันทวดีต้องการที่จะทราบให้ได้ว่าบุคคลในสายนั้นคือใคร แล้วทำไมสามีของเธอต้องทำท่าหวงก้างเช่นนั้น มิสเตอร์หว่อง...มิสเตอร์หว่อง...คำว่า มิสเตอร์ ไว้สำหรับใช้เรียกผู้ชาย และเพราะเหตุใดโชติวุฒิถึงได้แสดงท่าทีกันท่าอย่างออกนอกหน้าขนาดนั้น หรือว่าเขาจะเป็น...ไม่นะคงไม่ใช่แน่!! หญิงสาวตั้งคำถามนี้กับตนเองหลายครั้งจนไม่ได้หลับ จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงสองยาม แต่แล้วเธอกลับตัดสินใจทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อหยุดยั้งอาการกังวลใจนี้ให้จบลง


   นันทวดีชะโงกหน้าดูสามีที่นอนหลับสนิทอยู่อีกฝั่งของเตียง เมื่อเธอแน่ใจแล้วว่า เขากำลังหลับอยู่ หญิงสาวจึงค่อยๆ เคลื่อนย้ายตัวออกมา เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นมาดู...มิสเตอร์หว่อง ใช่!! เธอเลื่อนหาชื่อนั้นจากหน้าจอ แล้วแอบบันทึกเบอร์ของมิสเตอร์หว่องไว้ยังมือถือของตนเอง จากนั้นจึงวางมือถือของโชติวุฒิลงดังเดิมแล้วกลับมานอน

   แม้ว่าหล่อนจะรู้สึกกังวลใจน้อยลงในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าตราบใดยังไม่รู้ว่า บุคคลนามมิสเตอร์หว่องที่ว่านี้คือใคร หญิงสาวก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจลงได้ เหมือนกับที่โชติวุฒิจะนิ่งนอนใจลงไม่ได้เช่นกันว่า หมากฝรั่งที่เขาคายทิ้งนั้นจะกระเด็นออกไปไกลตัว หรือเปรอะเปื้อนติดอยู่กับตัวโดยที่เขาไม่สามารถแกะมันออกมา

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @