[นิยายวาย] The Merman Idol - Chapter 14

[นิยายวาย] The Merman Idol - Chapter 14

ฮิโรชิ ไอดอลสุดหล่อที่มาพร้อมกับท่อนล่างเป็นหางปลาโลมา เขาเติบโตที่เมืองไทยโดยการเลี้ยงดูของป้ามายูมิ และมีเจมส์ เพื่อนข้างบ้านที่รับจ๊อบคอยดูแลเขา เมื่อโตขึ้นเขาก็ค้นพบตัวเองว่าอยากจะเป็นไอดอล ทำให้เขาต้องพยายามฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย

13 November 2021
zanesirawat
13 November 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

 

 

Chapter 14
Jealousy

 

บ้านเจมส์


เจมส์งัวเงียตื่นด้วยเสียงนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตี 4 เขาลุกขึ้นมานั่งมึนหัวอยู่บนเตียงสักพักหนึ่ง แล้วก็ยืนขึ้นเก็บที่นอนให้เรียบร้อย เขาใส่หน้ากากอนามัย เดินออกจากห้องตัวเองไปที่ห้องแม่ (น้ากุหลาบ) เขาเปิดโคมไฟสลัวๆ แล้วเดินไปที่เตียง เห็นแม่นอนหลับอยู่ แต่พอได้ยินเสียงแม่ก็ตื่น


“ตื่นแล้วเหรอลูก” แม่ทักทายด้วยเสียงงัวเงีย


“ครับแม่ เดี๋ยวผมต้องไปถ่ายงาน ขอดูอาการแม่นิดนึงนะครับ”


เจมส์หยิบปรอทวัดไข้มาวัดให้แม่


“อืม ยังไข้อยู่เลย” เจมส์มองดูปรอท


แล้วแม่ก็ไอโขลกๆ


“ไข้หวัดใหญ่นี่มันน่ารำคาญจริงๆ” แม่พูดไปไอไป


“คงอีกเดือนอ่ะครับกว่าแม่จะหายไอ แม่จะให้ผมเวฟข้าวให้เลยมั้ยครับ เดี๋ยวผมต้องไปหาฮิโรชิแล้ว” เจมส์พูด


“ยังไม่ต้องหรอกลูก เดี๋ยวแม่จัดการเอง นี่นอนกี่ทุ่มเมื่อคืน” แม่ถาม


“เที่ยงคืนครับ” เจมส์ตอบ


“ตายจริง นอนไม่พอนะเนี่ย จะไหวเหรอ” แม่กังวล


“เดี๋ยวผมนอนต่อที่หน้างานครับ” เจมส์ตอบ


“มันจะไปเหมือนนอนที่บ้านได้ยังไง เราต้องพักบ้างนะ ก่อนจะไปล้างมือดีๆ นะ เดี๋ยวจะติดหวัด” แม่สั่ง


“ครับแม่ อย่าลืมกินยาให้ครบนะครับ” เจมส์กำชับ ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป


……………………………………….


บ้านบูรพาทิศ


เจมส์ที่ถอดหน้ากากแต่งตัวแล้วเดินเข้ามาที่หน้าบ้านที่เงียบสนิท ไขกุญแจเข้าไปในบ้าน ข้างในเปิดโคมไฟไว้สลัวๆ เขาเดินไปที่ห้องฮิโรชิ เปิดไฟ เดินไปที่อ่างที่ฮิโรชิหลับอยู่ เขาเอื้อมมือไปจับไหล่ฮิโรชิที่ยังหลับอยู่ใต้น้ำเบาๆ


“ตื่นได้แล้วที่รัก” เจมส์ปลุก


 ฮิโรชิรู้สึกตัว แล้วก็งัวเงียโผล่หัวขึ้นมานิดหนึ่ง


“กี่โมงแล้วอ่ะ” ฮิโรชิถาม


“ตีห้า” เจมส์ตอบ


“เชี่ย! นัดกอง 6 โมง เลทแน่เลย” ฮิโรชิรีบคลานขึ้นมาจากน้ำ ไปแปรงฟังที่อ่างล้างหน้าทันที


เจมส์รีบไปหยิบเสื้อผ้าให้


“ใส่ตัวไหน” เจมส์ถาม


“เชิ้ตดำ กางเกงเทา” ฮิโรชิตอบ


“เกงในล่ะไม่ใส่เหรอ” เจมส์ถามกวนๆ


“เคยมีซะที่ไหนล่ะ” ฮิโรชิตอบ


เจมส์หยิบกางเกงไปเติมน้ำแล้วมาวางไว้ข้างๆ พอฮิโรชิแปรงฟันเสร็จเขาก็รีบไดร์ผมแล้วก็ใส่กางเกงโดยมีเจมส์ช่วยเพื่อความรวดเร็ว


“โอ๊ย ปวดฉี่ แป๊บนึงนะ” ฮิโรชิพูด แล้วเขาก็สไลด์ตัวไปที่ส้วม เจมส์ยืนดู พอเสร็จธุระฮิโรชิก็ใส่กางเกงกลับเข้าที่ สไลด์ตัวเองออกมา เจมส์เดินไปอุ้มมาขึ้นวีลแชร์ หยิบเสื้อมาใส่ให้ หยิบมือถือที่ชาร์จเสร็จแล้วเข้ากระเป๋า แล้วก็เข็นฮิโรชิไปขึ้นรถที่หน้าบ้าน


ฮิโรชินั่งเบาะหน้าคู่กับเจมส์ เขารัดเข็มขัดแล้วสตาร์ทรถ ขับออกไปในขณะที่ท้องฟ้ากำลังเริ่มสว่าง


“นายจะนอนเอาแรงก่อนก็ได้นะ สตูอยู่ไม่ไกล ถึงแล้วเดี๋ยวเราปลุก” เจมส์บอก


“โอเค”


ฮิโรชิหลับตานอนเอาแรงทันที


……………………………………….


สตูดิโอ


เจมส์รีบเข็นฮิโรชิเข้ามาข้างใน เขาเลทไปประมาณ 10 นาที ช่างหน้าช่างผมรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งสองคนรีบสวัสดีทีมงานแล้วเจมส์ก็จัดการเข็นฮิโรชิไปนั่งแต่งหน้าทำผม


“เรานอนก่อนนะ มีอะไรก็เรียกละกัน” เจมส์บอก


“อื้อ” ฮิโรชิพยักหน้า


แล้วช่างทำผมก็เริ่มงานทันที


วันนี้เป็นเซตถ่าย MV เพลงต่อมาของฮิโรชิ ทีมงานเซตสตูดิโอเป็นบ้านวินเทจสีสดสไตล์ยุค 50s เสื้อผ้าหน้าผมของฮิโรชิเลยอิงสไตล์ของเจมส์ ดีน ส่วนนักแสดงคนอื่นๆก็แต่งตัวตามคอนเซปต์แฟชั่นยุค 50s เช่นกัน และวันนี้มีนักแสดงชายอีกคนมารับบทนำคู่กับเขา บาส วรรลพ นักแสดงที่กำลังดังจากหนังเรื่อง “คืนนี้ White Wine in the Red Light” ในบทเกย์หล่อแบดบอยที่มาไล่ฆ่าคู่แวมไพร์จากภาคแรก พร้อมฉากเปลือยที่ลือลั่นไปทั้งโซเชียลด้วยหุ่นที่สุดแสนเร้าใจ


บาสเดินเข้ามาทักทายฮิโรชิที่กำลังทำผมอยู่ ต่อหน้าเจมส์ที่แกล้งหลับ เขาไม่ค่อยชอบงานนี้เท่าไหร่นัก เพราะรู้สึกหึง แต่ก็ต้องปล่อยเพราะมันเป็นงาน


“สวัสดีครับ ฮิโรชิ” บาสเดินเค้ามาโค้งทักทายเล็กน้อย เขาไม่ยกมือไหว้เพราะรู้ว่าเป็นรุ่นเดียวกัน


“สวัสดีครับบาส” ฮิโรชิทักทาย


“เพลง Black Lagoon มันส์ดีนะครับ ผมชอบมากเลย” บาสชวนคุย


“ขอบคุณครับ” ฮิโรชิอยากโค้งให้ แต่ทำผมอยู่ เลยทำได้แค่ยิ้มให้อย่างเดียว


“เพลงที่จะถ่ายวันนี้ก็สนุกดีครับ น่ารักมากเลย” บาสชม


“แหะๆ ขอบคุณนะครับ” ฮิโรชิตอบแบบเขินๆ


เจมส์แอบลืมตาดู แล้วก็แกล้งหลับต่อ


“บทเลิฟซีนแอบแรงนะครับ ผมไม่รู้จะเล่นได้มั้ย” ฮิโรชิคุยบ้าง


“อย่าคิดมากครับ ทำตัวสบายๆ คิดซะว่าผมเป็นแฟนนายวันนึงละกัน” บาสพูด


เจมส์แอบกำหมัดแล้ว


“เอางั้นเลยเหรอครับ” ฮิโรชิเขิน


“ใช่ๆ ผมทำอย่างงี้กับคนที่จะเล่นเลิฟซีนด้วยน่ะ เค้าจะได้ชิน เวลาไปอยู่หน้ากล้องจะได้ไม่เขิน ผู้กำกับก็จะให้ผ่านเร็วๆอ่ะครับ” บาสเล่า


“อ้อออ อย่างงี้นี่เอง” ฮิโรชิทำหน้าเข้าใจ


“เดี๋ยวผมไปกินข้าวก่อนนะครับ เสร็จแล้วตามมาละกันนะ” บาสพูด จับไหล่ฮิโรชิ ลูบไปถึงคอในจังหวะที่เดินออกไป


เจมส์ที่แอบมองอยู่รีบหลับตากลัวบาสเห็น สักพักทำผมเสร็จฮิโรชิก็เข็นตัวเองไปหาช่างแต่งหน้า ช่างแต่งหน้าช่วยเขาขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้สูงจะได้ทำงานถนัดๆ ฮิโรชิหันไปมองเจมส์แว๊บหนึง เจมส์รีบพลิกตัวหนีหันหน้าเข้าโซฟาเหมือนงอน ฮิโรชิได้แต่ถอนใจ


“เริ่มเลยครับพี่” เขาบอกช่างแต่งหน้า


……………………………………….


ฉากแรก เป็นฉากร้องเพลงอยู่ในเซตบ้าน ฮิโรชิใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่ปลดกระดุมลงมาจนถึงช่วงท้อง เสยผมขึ้นเหมือนเจมส์ ดีน เป๊ะๆ แต่ท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ที่ดีไซน์มาสวมทับหางเงือกของเขาอีกที ส่วนบาสใส่เสื้อแจ๊คเก็ตหนังสีดำ ใส่กางเกงยีนส์ เหมือนมาร์ลอน แบรนโด แต่ไม่ได้ใส่เสื้อข้างใน โชว์ซิกแพ็ค ทีมงานช่วยกันอุ้มฮิโรชิขึ้นไปนอนอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขานอนคว่ำหันหน้าไปทางบาส ที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ


“ฮิโรชิ คัทแรก พอสั่งแอคชั่นปุ๊บ น้องสไลด์ตัวเองเข้าไปใกล้ๆ หน้าบาส แล้วก็ลิปซิงค์นะ ให้เราเล่นเหมือนกับว่าเรากำลังจีบบาสนะ” ผู้กำกับบรีฟ


“สไลด์แบบนี้ใช่มั้ยครับ” ฮิโรชิสไลด์ตัวให้ดู


“อ่ะใช่ แต่พี่ขอเร็วกว่านี้หน่อย” ผู้กำกับคอมเมนต์


“ได้ครับพี่” ฮิโรชิตอบ


“โอเค งั้นเริ่มเลย” ผู้กำกับพยักหน้า แล้วก็เดินไปที่มอนิเตอร์


เจมส์ยืนดูอยู่เงียบๆ หลังทีมงาน พอผู้ช่วยผู้กำกับสั่งแอ็กชัน เพลงก็ดังขึ้น ฮิโรชิรีบสไลด์ตัวเองไปหาบาสอย่างแรง แต่แรงเกินไปจนไถลไปชนกับบาสจนเก้าอี้ล้ม ส่วนฮิโรชิก็ร่วงลงไปทับบาสอีกทีนึง


“คัท ๆ ๆ ” ผู้กำกับตะโกน


ทีมงานวิ่งกรูเข้าไปช่วยดึงทั้งคู่ขึ้นมา เจมส์กำลังจะวิ่งไปเหมือนกัน แต่เหมือนเหตุการณ์จะไม่ได้ร้ายแรง เขาเลยเดินกลับมาที่เดิม ทีมงานช่วยกันอุ้มฮิโรชิกลับไปอยู่ที่มาร์คเดิม ส่วนบาสก็ไม่เป็นไร เขาลุกกลับมาได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“มีใครเจ็บรึเปล่าครับ” ผู้ช่วยถาม


ทั้งบาสและฮิโรชิส่งสัญญาณมือว่ายังโอเค แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะให้กัน


“ขอโทษนะครับ” ฮิโรชิขอโทษบาส


“ไม่เป็นไรๆ อย่าเครียดนะครับ” บาสยิ้มให้


พอเทค 2 ทั้งบาสและฮิโรชิก็ทำได้อย่างราบรื่น ผู้กำกับให้ผ่าน ทีมอาร์ตรีบขนเซ็ตบ้านออก ยกเตียงคู่เข้ามา เปลี่ยนผนังใหม่ บาสรีบวิ่งออกไปเปลี่ยนเสื้อ ส่วนฮิโรชิก็ถูกเจมส์เข็นไปเปลี่ยนเสื้อเช่นกัน ฉากนี้ฮิโรชิใส่เสื้อยืดสีขาว ทับด้วยแจ็คเก็ตสีแดง ส่วนบาสใส่เชิ้นแขนยาวสีขาว และกางเกงขายาวสีขาว เปลี่ยนเสร็จพวกเขาก็รีบวิ่งกลับมาเข้าฉาก ทีมงานช่วยกันอุ้มฮิโรชิลงไปนอนระหว่างเตียงโดยมีบาสนั่งคร่อมอยู่ กล้องตัวใหญ่ที่อยู่บนเครนสวิงขึ้นไปเหนือหัวของทั้งคู่ ผู้กำกับเดินมาบรีฟ


“ซีนนี้พี่ขอเป็นมวยปล้ำแบบหยอกๆ นะ ให้บาสอยู่ข้างบนก่อน สู้กันซักนิดนึง แล้วฮิโรชิก็สลับขึ้นมาอยู่ข้างบน ลองเล่นซิ” ผู้กำกับบรีฟ

ฮิโรชิกับบาสก็เล่นต่อสู้กัน เจมส์เห็นหางฮิโรชิสะบัดไปมาอยู่ระหว่างเตียง โดยมีทีมงานมุงอยู่ เขากอดอกแล้วก็มองดูในมอนิเตอร์อย่างเคร่งเครียด เขารู้สึกไม่ชอบใจ


“อ่ะ ทีนี้พอจบท่อน พี่ขอฮิโรชิก้มลงไปจูบกับบาส แล้วพี่จะคัทเปลี่ยนซีน อ่ะ คิว!” ผู้กำกับสั่ง


ฮิโรชิค่อยๆ ก้มลงไปจูบกับบาส


“ค่อยๆ นะ หวานๆ มองตากันก่อนแล้วค่อยหลับตา จูบจริงเลย” ผู้กำกับสั่ง


ฮิโรชิกับบาสหลับตาแล้วประกบปากกัน เจมส์มองมอนิเตอร์ตาไม่กะพริบ กล้อง 2 ยิ่งเห็นชัดเพราะเป็นเฟรมแคบ ถ่ายลอดจากใต้เตียง เห็นทั้งคู่จูบกันดูดดื่มแบบชัดเจน


“โอเค พี่ขอแบบนี้นะ มาๆ ถ่ายจริงละ” ผู้กำกับสั่งแล้วก็เดินออกมานั่งที่หน้ามอนิเตอร์ตามเดิม


เจมส์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่ชอบงานวันนี้เลย เขาอยากให้มันจบไวๆ


“ปากนุ่มมากเลยนะครับ” บาสพูดกับฮิโรชิขณะที่นั่งคร่อมเขาอยู่


“อ้อ ขอบคุณครับ” ฮิโรชินอนหงายพยักหน้าขอบคุณแบบเขินๆ


เจมส์ยืนดูจากมอนิเตอร์แต่ก็ไม่รู้ว่าสองคนนี้พูดอะไรกันเพราะไม่ได้ยินเสียง พอผู้กำกับสั่งแอ็คชั่น ฮิโรชิกับบาสก็เล่นต่อสู้กัน จับพลิกกันให้ฮิโรชิมาอยู่ข้างบนบ้าง ลงไปอยู่ข้างล่างบ้าง ด้นสดกันไปเรื่อยๆ


ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

ถึงเลิกมองไม่ได้เลย

ทำของใส่ฉันรึไง

ฉันเพ้อไปทั้งวันเลย


ทำไงดี แฟนตัวเอง

ก็ยังมี อยู่ทั้งคน

แต่ว่ามันยากเกินที่จะห้ามหัวใจ

ทำไงดี จะเลิกเจอ

เธอไปเลย มันก็ยาก

ก็ในใจมันคอยเรียกร้องแต่เธอ


No, that’s enough

เธออย่าทำกับฉันอย่างงี้

คอยมาอ่อยกัน ให้ใจฉันสับสนวุ่นวาย

No, that’s enough

เธออย่าทำกันฉันอย่างงี้

ฉันมีแฟนแล้ว ชอบแค่ไหนมันก็ไม่ควร

ชู่ววววว


เขาลิปซิงค์เพลงจนจบท่อน แล้วก็ก้มลงไปจูบกับบาส


“คัท … โอเค เปลี่ยนซีน” ผู้กำกับสั่ง


ทีมงานวิ่งวุ่นกันอีกครั้ง


ฉากต่อมา หน้าฉากเซตเป็นชายหาดปลอมๆ อิงจากหนังเรื่อง From Here to Eternity โดยมีบาสใส่กางเกงว่ายน้ำสีดำตัวเดียวแบบตั้งใจคารวะเบิร์ต แลงแคสเตอร์ พระเอกของหนังคลาสสิกเรื่องนั้น ส่วนฮิโรชิใส่แค่หางปลาที่เป็นเกล็ดวาวๆแบบหางเงือกปกติทับหางของเขาจริงๆ อีกที ทั้งคู่ไปรอที่บริเวณหาดทราย ผู้กำกับเดินมาบรีฟ


“ฉากนี้พี่ขอให้เราสองคนนอนจูบกันแบบเมื่อกี๊ก่อนตอนที่พี่สั่งแอ็กชัน แล้วค่อยๆถอนปากออกมาลิปซิงค์เพลงต่อนะ” ผู้กำกับสั่ง


“จูบอะไรกันเยอะแยะ” เจมส์พึมพำกับตัวเองอยู่หลังมอนิเตอร์ เขารู้สึกว่ามีคนมาจับไหล่ จึงหันไป พบว่าเป็นพี่ลอร่า เจมส์รีบไหว้ทันที


“สวัสดีครับพี่” เจมส์ทักทาย


พี่ลอร่ารับไหว้ แล้วก็กระซิบกับเจมส์ “หลงรักดารา ก็ต้องอดทนนะ” แล้วก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้ามอนิเตอร์ ดูงานที่กำลังถ่าย เจมส์ที่เจอประโยคนี้เข้าไปถึงกับต้องเดินหนีออกไป


เจมส์เดินออกไปที่หลังสตูดิโอ เขาไปนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้ ความคิดต่างๆ นานาผุดขึ้นมาในหัวเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด บวกกับที่เขานอนไม่พอจนทำให้เป็นลมล้มฟุบไป รปภ.มองเห็นพอดีเลยรีบเข้าไปปลุก แต่เจมส์ไม่ตื่น รปภ.เลยกดวิทยุเรียกทีมพยาบาล

……………………………………….


เจมส์ตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาล มีฮิโรชินั่งอยู่ข้างๆ บนรถเข็น


“ที่นี่ที่ไหนอ่ะ” เจมส์ถาม


“ห้องพยาบาล ที่สตูนี่แหละ” ฮิโรชิตอบ แล้วหันไปเรียกพยาบาล “พี่ครับ ฟื้นแล้วครับ”


เจมส์พยายามจะลุก แต่ฮิโรชิเอามือกดเขาไว้


“เดี๋ยวๆ ใจเย็น ค่อยๆลุก” ฮิโรชิสั่ง แล้วช่วยประคองเจมส์ลุกขึ้นนั่งทั้งๆ ที่ตัวเองยังอยู่บนรถเข็น


พยาบาลเอาน้ำหวานมาให้เจมส์


“ดื่มน้ำหวานก่อนนะคะ” พยาบาลพูด


เจมส์หยิบขวดขึ้นน้ำหวานขึ้นมาดื่ม


“ถ่ายเสร็จแล้วเหรอ” เจมส์ถาม


“เสร็จแล้ว” ฮิโรชิตอบ


“ขอโทษนะ เมื่อคืนเรานอนไม่พออ่ะ” เจมส์พูด


“ไม่เป็นไรหรอก แต่ทำไมนายไม่นอนที่ห้องแต่งตัวอ่ะ เราโทรหานายเจอพี่พยาบาลรับสาย เราโคตรตกใจเลย” ฮิโรชิถาม


“คือ...เราพูดตรงๆ ได้มั้ยอ่ะ” เจมส์ถาม


“ว่ามาเลย” ฮิโรชิตอบ


“เราไม่ชอบงานวันนี้เลย เราดูนายจูบกับไอ้บาสทั้งวัน เราหลับไม่ลงหรอก จนเราต้องหนีออกมาหลังสตูอ่ะ” เจมส์เล่า


“หึงเหรอที่รัก” ฮิโรชิถาม


เจมส์พยักหน้า


“ฟังนะ” ฮิโรชิขยับเข้าไปแล้วจับมือเจมส์ “ไม่ว่าปากเราจะไปจูบใคร ต้องไปเล่นเลิฟซีนกับใคร แต่หัวใจเราเป็นของนายเสมอนะเจมส์ งานคืองาน เราต้องแยกให้ออก”


เจมส์พยักหน้าอีกครั้ง


“แล้วเมื่อคืนทำไมไม่นอน” ฮิโรชิถาม



“แม่ป่วยอ่ะ เป็นไข้หวัดใหญ่ เราเลยต้องไปคอยเช็ก” เจมส์เล่า


“น้ากุหลาบป่วยเหรอเนี่ย” ฮิโรชิถาม


เจมส์พยักหน้า


“ระวังด้วยนะ มันติดง่ายมากเลย” ฮิโรชิกำชับ


“ระวังโคตรๆ แล้วอ่ะ ถ้านายติดหวัด เรื่องใหญ่มากแน่ๆ” เจมส์ตอบ


“แย่จังเลยอ่ะ นายดูแลทุกคน แต่พอนายป่วย ไม่มีใครมาดูแลนายเลย” ฮิโรชิพูดอย่างรู้สึกผิด


ประโยคนี้ทำให้เจมส์น้ำตาคลอ


“เดี๋ยววันนี้เราเรียกคนขับรถมาละกันนะ นายจะได้พักผ่อน” ฮิโรชิกดโทรศัพท์ “เราพานายกลับบ้านเองไม่ได้ แต่เราเรียกคนมาช่วยได้”


แล้วทั้งคู่ก็จับมือกันแน่น ระหว่างที่ฮิโรชิคุยโทรศัพท์เรียกคนขับรถ


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @