บอกต่อสายหวาน 🍰 รวม 7 ฮาวทู " กินของหวาน " ยังไงให้อร่อย แถม " ไม่อ้วน "

บอกต่อสายหวาน 🍰 รวม 7 ฮาวทู " กินของหวาน " ยังไงให้อร่อย แถม " ไม่อ้วน "

เมนูของหวานแค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าอ้วนแน่นอน~ แต่จริง ๆ แล้วมันก็พอจะมีวิธีกินให้ไม่อ้วนได้อยู่น้า แต่จะมีวิธีไหน หรือทำยังไงบ้างก็ตามมาดูกัยนเลยค่า

02 July 2022
saturnxjan_
02 July 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ปัญหาโลกแตกขั้นสุดนะคะกับการชอบทานของหวาน เพราะถือคติว่า
" กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ " มันก็เลยต้องกินทุกครั้งไป ฟีลล้างปากให้หายคาว
แต่กินไปกินมาดันกินเยอะจนน้ำหนักเพิ่มนะสิ คือถ้าเพิ่มขึ้นนิดหน่อยมันก็ไม่เท่าไหร่
แต่ถ้าเพิ่มขึ้นจนหมดความมั่นใจอันนี้สิน่ากังวลนะคะ วันนี้เราก็เลยมาบอกต่อทริคดี ๆ
ถึง 7 ทริคกันเลยในการทานของหวานยังไงให้ไม่อ้วน ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกัน!

image_1091608
- ที่มารูป: i.pinimg.com

 

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

 

7 ฮาวทู " กินของหวาน " ยังไงให้อร่อย แถม " ไม่อ้วน "

1. กินให้พอหายอยาก

image_1091601
- ที่มารูป: i.pinimg.com

กินให้พอหายอยากก็คือเอาแค่นิดเดียวก็พอ เอาให้พอรู้รสชาติว่ามันเป็นยังไง มันอร่อยยังไง ฟีลคล้าย ๆ ชิมแต่มากกว่าชิมนิดนึงนะคะ หลังจากนั้นก็คือเก็บเข้าตู้เย็นได้เลย เพราะถ้ายังตั้งไว้ให้เห็น มีหวังหยิบกินต่อแน่นอนค่ะ เราต้องหักห้ามใจให้ได้นะคะ ซึ่งคำว่าเอาแค่พอหายอยากของคนเราไม่เท่ากันด้วย บางคนอาจจะตีความไม่ถูก คือพูดง่าย ๆ ว่าให้ลดลงจากที่กินไหวให้เหลือสักครึ่งนึงหรืออาจจะน้อยกว่านั้นอะค่ะ เช่น ปกติทานเค้ก 2 ชิ้น คืออิ่ม แต่ถ้ากินแค่พอหายอยากก็คือกินไปสักนิดนึงแล้วรู้สึกว่าพอแล้ว แบบไม่กินต่อก็ได้ ก็ให้เก็บได้เลยนะคะ แต่ถ้ากินไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่เจอจุดที่รู้สึกว่าพอละ ก็ให้จบลงแค่ 1 ชิ้นก็พอนะคะ อีก 1 ชิ้นขอให้มันเป็นในวันอื่น ๆ แทนเน้อ

 

2. เน้นของหวานที่หวานน้อย

image_1091607
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ปัจจุบันขนมหวานหลายเจ้ามาก ๆ ที่เริ่มทำสูตรหวานน้อย หรือใช้หญ้าหวานในการให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งก็จะดีต่อสุขภาพมากขึ้นนะคะ เพียงแต่ว่ามันอาจจะรสชาติไม่ถูกปากเราเท่าแบบสูตรเดิม แต่หลาย ๆ ร้านเขาก็ปรับสูตรให้อร่อยเทียบเคียงสูตรเดิมได้อยู่นะคะ ยังไงก็ลองไปตามหาร้านที่มีขนมหวานสูตรหวานน้อย Low Fat หรือใช้หญ้าหวานแทนกันดูนะคะ จะได้ช่วยลดการเพิ่มพลังงานจากพวกน้ำตาล อ้อ! อีกทางนึงก็คือสั่งระดับความหวานแบบต่ำ ๆ แทนก็ได้นะคะ พวกชานมไข่มุก น้ำหวานน้ำชงพวกนี้เริ่มมีให้บอกเปอร์เซ็นความหวานแล้ว นี่ก็เป็นอีกทางที่จะช่วยให้น้ำหนักไม่พุ่งด้วยน้า

 

3. ทานหลังมื้ออาหาร

image_1091603
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ที่ให้กินหลังมื้ออาหารไม่ใช่เพราะว่าตัดกำลังการกินนะคะ แต่เป็นเพราะถ้าเราทานของหวานตอนท้องว่าง ระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะสูงขึ้น หนำซ้ำอินซูลินยังไปกักตุนคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกใช้ให้ไปเป็นพลังงานไขมันอีกด้วย แค่ฟังก็รับรู้ถึงพุงที่จะยื่นเพิ่มออกมาเลยใช่ไหมล่า? ดังนั้นเนี่ยก็อย่าทานของหวานในตอนที่ท้องว่างนะคะ ไม่งั้นน้ำตาลในเลือดสูง แล้วยังมีไขมันมาเพิ่มอีก น้ำหนักขึ้นหนึ่ง เสี่ยงโรคเบาหวานเพิ่มอีกสอง ไม่คุ้มกันเท่าไหร่เน้อ

 

4. ลดแคลอรีลงด้วยตัวเอง

image_1091604
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ฟังดูงง ๆ ใช่ไหมคะ คือไม่ใช่ทุกคนจะมานั่งนับแคลอรี่ได้แบบเป๊ะ ๆ เราก็เลยคิดว่าถ้าพอจะรู้แคลอรี่ของสิ่งที่จะกินคร่าว ๆ เราก็น่าจะลดมันลงไปด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น เค้ก 305 กิโลแคลอรี่ ถ้าเราเอาครีมที่อยู่บนตัวเค้กออกไป แคลอรี่น่าจะลดไปสัก 100 - 160 กิโลแคลอรี่ ทำให้การกินของหวานของเราในครั้งนี้ได้รับพลังงานลดลงนั่นเองค่ะ คือเราสามารถควบคุมแคลอรี่คร่าว ๆ ได้ อย่างเวลาสั่งเครื่องดื่มก็สั่งหวานน้อย ไม่เอาวิป แค่นี้ก็ช่วยให้เราทานของหวานได้แบบสบายใจมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักจะพุ่งพรวดนั่นเองค่า

 

5. กินในเวลาที่เหมาะสม

image_1091602
- ที่มารูป: i.pinimg.com

กินของหวานในเวลาที่เหมาะสมหมายถึงหลังมื้ออาหารประมาณ 2 ชั่วโมงนั่นเองค่ะ คือช่วงนั้นระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะคงที่แล้ว แม้เราจะทานของหวานเข้าไปก็ไม่ได้ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งพรวด ซึ่ง 2 ชั่วโมงที่ว่าต้องอยู่ในช่วงระหว่างบ่าย 2 โมง - บ่าย 4 โมงนะคะ ( 14:00 - 16:00 น. ) แค่นี้ก็จะช่วยให้เรากินของหวานได้แบบสบายใจขึ้นอีกหนึ่งเปราะ แต่ ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าจะกินเยอะเท่าไหร่ก็ได้นะคะ กินในปริมาณที่เหมาะสม แค่พอหายอยากแบบข้อด้านบนก็จะดีที่สุดค่ะ :-D

 

6. หันมาทานผลไม้แทน

image_1091606
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ของหวานมันเป็นน้ำตาลแบบขัดสีอะไรพวกนี้นะคะ ซึ่งมันก็จะให้พลังงานที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร ไหนจะไขมันจำพวกเนยหรือน้ำมันในของหวานอีก ยิ่งมีแต่ของที่จะชวนให้น้ำหนักพุ่งพรวด งั้นหันมาทานผลไม้แทนดีกว่าค่ะ คือผลไม้บางชนิดก็หวานจนอันตรายเหมือนกันนะคะ แต่อย่างน้อย ๆ ถ้าเรากินแบบพอประมาณก็จะช่วยให้เราหายอยากของหวานไปได้เหมือนกัน หรือถ้ายังอยากทานของหวานอยู่ก็เลือกของหวานที่มีผลไม้ด้วยก็จะดีนะคะ จะได้เพิ่มประโยชน์ให้กับร่างกายด้วย :-)

 

7. กินแล้วต้องเบิร์นออก

image_1091605
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ถ้าวันนี้กินของหวานแล้ว ตอนเย็นก็ต้องไปเบิร์นออกนะคะ เพราะหลาย ๆ คนกินขนมหวานแล้วไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย หรือได้ออกไปไหน ยิ่งช่วงนี้มีโรคระบาดอีกด้วย ยิ่งไม่ได้ออกไปใช้ชีวิต ไปเดินทางด้วยการเดินเท้าให้มันเผาผลาญแคลอรี่ลงไปบ้างเลย ยิ่งทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม อ้วนง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ แต่เราก็ยังสามารถเบิร์นพลังงานหรือออกกำลังกายที่บ้านได้นะคะ เสิร์ชพวกยูทูปหาคลิปที่เขานำออกกำลังกาย หรือจะเต้นพวกเพลงต่าง ๆ ก็ได้นะคะ เช่น เพลงเกาหลีที่มีท่าเต้น หลาย ๆ เพลงก็ช่วยเบิร์นพลังงานได้ดีทีเดียวเลยล่ะค่ะ

 

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

 

เป็นไงกันบ้างคะกับ 7 ทริคดี ๆ ที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์
กับทุกคนเลยน้า เพราะเชื่อว่าคนเรามันต้องมีแบบอย่างน้อยนิดนึงอะเนอะที่ทานขนมหวาน
แล้วถ้าน้ำหนักเพิ่มก็จะเป็นนางเครียด แต่จะไม่ทานเลยมันก็แบบไม่ได้ คือในบางครั้ง
ร่างกายมันก็ต้องการความหวานให้มีพลังงานในการใช้ชีวิตกันบ้าง เอาล่ะ~
ใครสายชอบทานของหวานก็ลองไปปรับใช้กันดูนะคะ ส่วนตอนนี้เราคงต้องลาไปก่อน
แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ บ๊ายบายค่า ♥

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @