4 วิธีง้อแฟนที่อาจส่ง "ผลเสีย" ต่อตัวเองและความสัมพันธ์ในอนาคต!!

4 วิธีง้อแฟนที่อาจส่ง "ผลเสีย" ต่อตัวเองและความสัมพันธ์ในอนาคต!!

ง้อกันเป็นเรื่องที่ดี แต่มันจะไม่ดีก็ตรงที่ผิดที่ผิดทาง เกินความเหมาะสมไปหน่อย

02 June 2016
art_twisty
02 June 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ

การง้อแฟนด้วยสารพัดวิธีที่พิสูจน์ตัวเองว่าสำนึกผิดจริง ทุ่มเทมากๆ ยอมแล้วที่รักจ๋า มันดูเหมือนเป็นสิ่งที่น่ารัก ที่แสดงให้เห็นว่าคนๆ หนึ่งเสียสละแค่ไหนเพื่อไม่ให้อีกคนต้องแย่ไปกว่านี้ แต่... อะไรที่มากเกินไปย่อมมีข้อเสียแน่นอน ถึงมันไม่ส่งผลเสียในตอนนี้ มันก็อาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราและความสัมพันธ์ในตอนหลังได้

อย่าเสี่ยงกับการง้อด้วยวิธีต่อไปนี้ให้มาก หรือถ้าจำเป็นจริงๆ อย่าใช้บ่อยละกันนะตัวเธอ

หมายเหตุ : บทความนี้ไม่อนุญาตให้นำไปคัดลอกลงเว็บไซต์อื่น อนุญาตแต่เพียงการแชร์จากโพสต์นี้ออกไปเท่านั้นค่ะ :)

 

#1 ง้อแบบสายเปย์ งอนนัก ซื้อของล่อให้หายงอนซะเลย
image_135854
- ที่มารูป: nbasque.files.wordpress.com

เป็นลูกไม้ที่อาจใช้ได้ผลในบางที แต่มันจะเสื่อมลงทันทีที่เรา " ไม่ได้รวยอะไรมาก " และเขารู้สึกได้ว่า " เหมือนตัวเองเป็นตัวอะไรสักอย่างที่จะล่อด้วยเงินด้วยสิ่งของ " หรือไม่งั้นเขาก็เล่นแง่กับเราได้บ่อยๆ เพราะคิดว่า " งอนบ่อยๆ ดีกว่า เดี๋ยวก็ได้ของเยอะๆ "

ไม่ว่าทางไหน เขาก็คิดกับเราในแง่ลบทั้งนั้น อย่าเสี่ยงเลย เพราะเงินมันซื้อความรักไม่ได้เสมอไปหรอก

 

#2 ทุ่มเทมากเกินไปจนไม่รักตัวเอง ไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง
image_135863
- ที่มารูป: s.yimg.com

พยายามไปหาถึงที่ทั้งที่อยู่คนละจังหวัดกันและไม่รู้ทาง, พยายามไปตามคืนดีทั้งที่ตัวเองไม่สบาย, หรืออะไรก็ตามที่ต้องถึงกับยอมทิ้ง " สิ่งที่ควรจะทำ " ตอนนั้น ฟังดูเป็นเรื่องโรแมนติก น่ารัก น่าคืนดี แต่คิดดูให้ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเราที่ร้ายแรงมากๆ ใครที่จะเสียใจที่สุด? ถ้าทำให้ตายยังไงเขาก็ไม่กลับมา เราเหนื่อยเกินไปรึเปล่า?

ง้อกันในแบบที่เราพอไหว อย่าทุ่มเทมากจนตัวเองต้องเดือดร้อน อย่าขาดสติจนลืมนึกถึงผลกระทบรอบด้าน ถ้าเขายังมีใจกับเราและเห็นใจเราอยู่ รออีกหน่อยให้ตัวเราพร้อมที่สุดก็ไม่สายเกินไปหรอก ดีกว่าต้องมีใครรู้สึกผิด เสียใจ เดือดร้อน เพราะความไม่รอบคอบ หวังแต่จะเอาชนะใจให้ได้ในเดี๋ยวนั้นตอนนั้น

 

#3 ทุ่มเทมากเกินไปจนไม่รักศักดิ์ศรีตัวเอง
image_135878
- ที่มารูป: obodrenie.info

จริงอยู่ " ศักดิ์ศรี " ป็นสิ่งที่กินไม่ได้ แต่มันคือสิ่งที่มนุษย์เราควรจะมีเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่า ชีวิตเรา ตัวเรา ยังพอจะมีคุณค่าอยู่บ้าง ถ้าถึงกับก้มกราบเท้าอ้อนวอน ยอมให้ทำร้ายร่างกายยังไงก็ได้เพื่อให้คืนดีกัน เพื่อไม่ให้ชีวิตคู่ต้องจบกัน มันฟังดูน่าอดสูไปหน่อย เราเป็นสิ่งมีชีวิต เจ็บได้ รู้สึกได้ ไม่ใช่สิ่งของรองรับอารมณ์ใคร ถ้าต้องเอาไปทิ้งขว้างให้กับคนที่ทำร้ายเรา แบบนั้นไม่เรียกว่ารัก เพราะรักกันจริงจะไม่ยอมทำร้ายกันเด็ดขาด แม้แต่พลั้งปากพูดทำร้ายจิตใจกัน ยังต้องมีการขอโทษกันเลย (พ่อแม่เรายังเลี้ยงเรามาอย่างถนอม คนนั้นก็แค่แฟน จะมีสิทธิอะไรมาทำเหนือกว่าพ่อแม่เราได้ล่ะ?) 

 

#4 ใช้บุคคลที่สามกดดันให้คืนดีกัน
image_135911
- ที่มารูป: obodrenie.info

ปัญหาชีวิตคู่ไม่เคยจบถ้ามีบุคคลอื่นเข้ามาเสมอ หากเป็นการขอคำแนะนำจากคนรอบข้างยังพอจะเป็นวิธีที่นิ่มนวล ไม่น่าเกลียดสักเท่าไหร่ แต่เมื่อใดก็ตามที่ขอให้คนอื่นเข้ามาช่วย "กดดัน" ให้อีกฝ่ายต้องคืนดีกันให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝากให้คนอื่นไปพูด, ฝากของให้คนอื่นไปง้อแทน, หรือวางแผนเซอร์ไพรส์โดยมีพยานหลายๆ คนเป็นสิ่งกดดันให้รีบๆ คืนดี มันแสดงให้เห็นว่าเราไม่เจ๋งพอที่จะทำอะไรด้วยตัวคนเดียวถึงกับต้องลากคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย ลำบากด้วย วิธีนี้มีแต่ลบกับลบ ถ้าคืนดีกันได้บางทีไม่ได้หมายความว่าเขาเห็นใจเราหรอก แต่เขาอายต่อหน้าหลายคน แล้วอาจหาวิธีบอกเลิกกันเงียบๆ ในทีหลังก็ได้

 

ถ้าอยากให้เรื่องทุกอย่างเคลียร์จริง จบจริง ได้ใจจริงๆ เต็มๆ เราควรง้อด้วยใจล้วนๆ ไม่จำเป็นต้องยืมใครแก้เขิน ไม่จำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ใดขึ้นมาเซอร์ไพรส์เฉพาะ หรือหลอกล่อสารพัดวิธีการ หาโอกาสง่ายๆ พูดตรงๆ ไปเลยว่า " ขอโทษ " ต้องการเคลียร์ทุกอย่างที่มันค้างคาใจ เพราะไม่มีอะไรจะดีไปกว่า " ใจแลกใจ " อีกแล้ว

ถ้าได้คืนดีกันสมใจ อย่างน้อยก็ภูมิใจมากๆ อย่างบอกไม่ถูกเลยแหละ แต่ถ้าพลิกเกมเป็นแย่กว่าเดิม อย่างน้อยก็ถือว่าเราไม่มีอะไรติดค้างกัน ตรงประเด็น ง่ายๆ ชัดเจนดี


บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @