1. SistaCafe
  2. กินของหวานให้ไม่อ้วน How to บอกต่อสายหวาน อีสอร่อยไม่กลัวมีพุง

อ่านจบใน 8 นาที

กินของหวานทีไร ใจมันฟู…แต่พุงก็ตามมาทุกที 💭🍰 ปัญหาโลกแตกของสายหวานเลยค่ะ เพราะต่อให้ตั้งใจจะคุมอาหารแค่ไหน แต่พอเจอของหวานก็ใจอ่อนทุกที ยิ่งมีคติประจำใจว่า “กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่” ก็ยิ่งจบ! ต้องปิดท้ายด้วยของหวานตลอด

ทีนี้จากแค่ “ล้างปาก” กลายเป็น “ล้างตู้เค้ก” แบบไม่รู้ตัว 😭 น้ำหนักเลยพุ่งแบบงง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ของหวานไม่ใช่ศัตรูเสมอไปนะคะ ถ้าเรารู้วิธีกินให้ถูกต้อง ก็สามารถกินได้แบบแฮปปี้ ไม่ต้องรู้สึกผิด แถมยังไม่ต้องกลัวหุ่นพังอีกด้วย

วันนี้เลยขอรวม How to กินของหวานให้ไม่อ้วน แบบเข้าใจง่าย ทำตามได้จริง มาให้ถึง 7 ทริค พร้อมทริคเสริมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ ถ้าพร้อมแล้วไปดูเลยค่า ✨

ทำไมกินของหวานแล้วอ้วนง่ายกว่าที่คิด ?

หลายคนอาจสงสัยว่า “กินนิดเดียวเอง ทำไมอ้วน?” จริง ๆ แล้วของหวานมักมีทั้ง น้ำตาล + ไขมัน + แคลอรีสูง ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินโดยไม่รู้ตัว และถ้ากินตอนท้องว่าง น้ำตาลในเลือดจะพุ่งเร็ว ส่งผลให้ร่างกายเก็บสะสมเป็นไขมันได้ง่ายขึ้น

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡


7 How to กินของหวานให้ไม่อ้วน กินแซ่บแบบไม่กลัวมีพุง


กินของหวานให้ไม่อ้วน ทริคที่ 1. กินให้พอหายอยาก

View post on Instagram
 

กินให้พอหายอยากก็คือเอาแค่นิดเดียวก็พอ เอาให้พอรู้รสชาติว่ามันเป็นยังไง มันอร่อยยังไง ฟีลคล้าย ๆ ชิมแต่มากกว่าชิมนิดนึงนะคะ หลังจากนั้นก็คือเก็บเข้าตู้เย็นได้เลย เพราะถ้ายังตั้งไว้ให้เห็น มีหวังหยิบกินต่อแน่นอนค่ะ เราต้องหักห้ามใจให้ได้นะคะ ซึ่งคำว่าเอาแค่พอหายอยากของคนเราไม่เท่ากันด้วย บางคนอาจจะตีความไม่ถูก คือพูดง่าย ๆ ว่าให้ลดลงจากที่กินไหวให้เหลือสักครึ่งนึงหรืออาจจะน้อยกว่านั้นอะค่ะ เช่น ปกติทานเค้ก 2 ชิ้น คืออิ่ม แต่ถ้ากินแค่พอหายอยากก็คือกินไปสักนิดนึงแล้วรู้สึกว่าพอแล้ว แบบไม่กินต่อก็ได้ ก็ให้เก็บได้เลยนะคะ แต่ถ้ากินไปเรื่อย ๆ ก็ยังไม่เจอจุดที่รู้สึกว่าพอละ ก็ให้จบลงแค่ 1 ชิ้นก็พอนะคะ อีก 1 ชิ้นขอให้มันเป็นในวันอื่น ๆ แทนเน้อ


ทริคกินของหวาน ยังไงให้ไม่อ้วน 2. เน้นของหวานที่หวานน้อย

ปัจจุบันขนมหวานหลายเจ้ามาก ๆ ที่เริ่มทำสูตรหวานน้อย หรือ ใช้หญ้าหวานในการให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งก็จะดีต่อสุขภาพมากขึ้นนะคะ เพียงแต่ว่ามันอาจจะรสชาติไม่ถูกปากเราเท่าแบบสูตรเดิม แต่หลาย ๆ ร้านเขาก็ปรับสูตรให้อร่อยเทียบเคียงสูตรเดิมได้อยู่นะคะ ยังไงก็ลองไปตามหาร้านที่มีขนมหวานสูตรหวานน้อย Low Fat หรือใช้หญ้าหวานแทนกันดูนะคะ จะได้ช่วยลดการเพิ่มพลังงานจากพวกน้ำตาล อ้อ! อีกทางนึงก็คือ สั่งระดับความหวานแบบต่ำ ๆ แทนก็ได้ นะคะ พวกชานมไข่มุก น้ำหวานน้ำชงพวกนี้เริ่มมีให้บอกเปอร์เซ็นความหวานแล้ว นี่ก็เป็นอีกทางที่จะช่วยให้น้ำหนักไม่พุ่งด้วยน้า


วิธีกินของหวานให้ไม่อ้วน 3. ทานหลังมื้ออาหาร

View post on Instagram
 

ที่ให้กินหลังมื้ออาหารไม่ใช่เพราะว่าตัดกำลังการกินนะคะ แต่เป็นเพราะถ้าเราทานของหวานตอนท้องว่าง ระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะสูงขึ้น หนำซ้ำอินซูลินยังไปกักตุนคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ถูกใช้ให้ไปเป็นพลังงานไขมันอีกด้วย แค่ฟังก็รับรู้ถึงพุงที่จะยื่นเพิ่มออกมาเลยใช่ไหมล่า ? ดังนั้นเนี่ยก็อย่าทานของหวานในตอนที่ท้องว่างนะคะ ไม่งั้นน้ำตาลในเลือดสูง แล้วยังมีไขมันมาเพิ่มอีก น้ำหนักขึ้นหนึ่ง เสี่ยงโรคเบาหวานเพิ่มอีกสอง ไม่คุ้มกันเท่าไหร่เน้อ


กินของหวานแบบไม่อ้วน ทริคที่ 4. ลดแคลอรีลงด้วยตัวเอง

ฟังดูงง ๆ ใช่ไหมคะ คือไม่ใช่ทุกคนจะมานั่งนับแคลอรี่ได้แบบเป๊ะ ๆ เราก็เลยคิดว่า ถ้าพอจะรู้แคลอรีของสิ่งที่จะกินคร่าว ๆเราก็น่าจะลดมันลงไปด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น เค้ก 305 กิโลแคลอรี ถ้าเราเอาครีมที่อยู่บนตัวเค้กออกไป แคลอรี่น่าจะลดไปสัก 100 - 160 กิโลแคลอรี่ ทำให้การกินของหวานของเราในครั้งนี้ได้รับพลังงานลดลงนั่นเองค่ะ คือเราสามารถควบคุมแคลอรี่คร่าว ๆ ได้ อย่างเวลาสั่งเครื่องดื่มก็สั่งหวานน้อย ไม่เอาวิป แค่นี้ก็ช่วยให้เราทานของหวานได้แบบสบายใจมากขึ้นไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักจะพุ่งพรวดนั่นเองค่า


ฮาวทูกินของหวานให้ไม่อ้วน 5. กินในเวลาที่เหมาะสม

View post on Instagram
 

กินของหวานในเวลาที่เหมาะสมหมายถึงหลังมื้ออาหารประมาณ 2 ชั่วโมงนั่นเองค่ะ คือช่วงนั้นระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะคงที่แล้วแม้เราจะทานของหวานเข้าไปก็ไม่ได้ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งพรวด ซึ่ง 2 ชั่วโมงที่ว่าต้องอยู่ในช่วงระหว่างบ่าย 2 โมง - บ่าย 4 โมงนะคะ ( 14:00 - 16:00 น. )แค่นี้ก็จะช่วยให้เรากินของหวานได้แบบสบายใจขึ้นอีกหนึ่งเปราะ แต่ ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าจะกินเยอะเท่าไหร่ก็ได้นะคะ กินในปริมาณที่เหมาะสม แค่พอหายอยากแบบข้อด้านบนก็จะดีที่สุดค่ะ :-D


ทริคกินขนมหวานให้ไม่อ้วน 6. หันมาทานผลไม้แทน

ของหวานมันเป็นน้ำตาลแบบขัดสีอะไรพวกนี้นะคะ ซึ่งมันก็จะให้พลังงานที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร ไหนจะไขมันจำพวกเนยหรือน้ำมันในของหวานอีก ยิ่งมีแต่ของที่จะชวนให้น้ำหนักพุ่งพรวด งั้นหันมาทานผลไม้แทนดีกว่าค่ะ คือผลไม้บางชนิดก็หวานจนอันตรายเหมือนกันนะคะ แต่อย่างน้อย ๆ ถ้าเรากินแบบพอประมาณก็จะช่วยให้เราหายอยากของหวานไปได้เหมือนกัน หรือถ้ายังอยากทานของหวานอยู่ก็เลือกของหวานที่มีผลไม้ด้วยก็จะดีนะคะ จะได้เพิ่มประโยชน์ให้กับร่างกายด้วย :-)


เทคนิคกินของหวาน 7. กินแล้วต้องเบิร์นออก

View post on Instagram
 

ถ้าวันนี้กินของหวานแล้ว ตอนเย็นก็ต้องไปเบิร์นออกนะคะ เพราะหลาย ๆ คนกินขนมหวานแล้วไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย หรือได้ออกไปไหน ยิ่งช่วงนี้มีโรคระบาดอีกด้วย ยิ่งไม่ได้ออกไปใช้ชีวิต ไปเดินทางด้วยการเดินเท้าให้มันเผาผลาญแคลอรี่ลงไปบ้างเลย ยิ่งทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม อ้วนง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ๆ แต่เราก็ยังสามารถเบิร์นพลังงาน หรือ ออกกำลังกายที่บ้านได้นะคะ เสิร์ชพวกยูทูปหาคลิปที่เขานำออกกำลังกาย หรือจะเต้นพวกเพลงต่าง ๆ ก็ได้นะคะ เช่น เพลงเกาหลีที่มีท่าเต้น หลาย ๆ เพลงก็ช่วยเบิร์นพลังงานได้ดีทีเดียวเลยล่ะค่ะ


ทริคเสริม สายหวานต้องรู้

✦ ฝึกสั่ง “หวานน้อย” ให้ติดปาก ช่วยลดน้ำตาลได้แบบไม่ต้องเลิกกินเลย

✦ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจัด เพราะจะทำให้ craving ของหวานหนักขึ้น

✦ นอนให้พอ = ลดอยากหวาน การพักผ่อนไม่พอทำให้ร่างกายเรียกร้องน้ำตาลมากขึ้น


♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡


ของหวานไม่ได้น่ากลัวเลยค่ะ น่ากลัวคือ “กินแบบไม่รู้ตัว” มากกว่า 👀

ถ้ารู้จักเลือกเวลา เลือกปริมาณ และปรับพฤติกรรมนิดเดียวก็สามารถเป็นสายหวานแบบสวย ๆ ไม่ต้องรู้สึกผิดได้เลย! ลองเอาทริคพวกนี้ไปใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่า… “กินหวานก็หุ่นดีได้” มีอยู่จริง!


บทความแนะนำ