สมัครงานอย่างไรไม่ให้ "นก" เคล็ดลับดีๆ ที่ควรดึงสติก่อนร่อนใบสมัคร จากใจ HR ตัวแม่!

สมัครงานอย่างไรไม่ให้ "นก" เคล็ดลับดีๆ ที่ควรดึงสติก่อนร่อนใบสมัคร จากใจ HR ตัวแม่!

เอ้าดึงสติกันก่อนนะคะลูกๆ อย่าพึ่งกระเหี้ยนกระหือรือร่อน E-mail เปล่า, E-mail ติสแตก หรือ E-mail ไม่สมประกอบให้กับบริษัทผู้เคราะห์ร้ายต่างๆ ได้กดรายงาน spam!

20 July 2016
แอนนา เบลล์
20 July 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ


ต้องขอบ่นกันก่อนนะคะ ว่าทุกวันนี้แม่ได้รับอีเมลขยะเยอะมาก ลบผิดลบถูกไปก็เยอะ ส่วนใหญ่เป็นจดหมายสมัครงานที่ไม่สมประกอบ ก็พลอยทำให้แม่เองสติสตังไม่สมประดีไปด้วย  บางครั้งแม่เองก็เอาเรซูเม่แปลกๆ ของลูกๆ ไปนินทาลับหลังกันอย่างสนุกปาก  จนตอนนี้คุณแม่เป็นร้อนในก็แอบคิดในใจว่าคงเป็นเพราะบาปกรรมเหล่านี้หรือไม่

ดังนั้นในบทความนี้เรามาช่วยกัน " แก้กรรม " นะคะ  ตั้งสติ และสำรวจทุกสิ่งอย่าง ก่อนร่อนใบสมัครค่ะ

image_159556

ก่อนร่อนใบสมัคร คิดถึงสัตว์ที่ชื่อ "นก" ไว้นะคะ

- ที่มารูป: 3.bp.blogspot.com

.
.

1. อะไรคือเป้าหมายในชีวิต

image_159558
- ที่มารูป: sv5.postjung.com


"จะไปสมัครแอร์ค่ะ"
คำตอบนี้อาจจะดูดีงามในสายตาคนไทย แต่กับต่างชาติแล้ว หากลูกๆ ไปบอกพวกนาง ชาวคอเคซอยด์เหล่านี้จะตื่นตะลึงกับคำตอบของลูกๆ ราวกับเห็นผี  เพราะมันเหมือนกับการที่ลูกๆ ทิ้งสิ่งที่ร่ำเรียนมาทุกอย่างเข้าสู่สายงานบริการ ที่เมื่อสิ้นวาระแล้วก็ไม่รู้จะต่อยอดไปทางไหน  อันนี้ก็นานาจิตตังค่ะ เพราะในสายตาคนไทยการเป็นแอร์โฮสเตสคือ ดีงาม เงินเดือนสูง เก่งภาษา และสวยอยู่ดี 


ลองวางอนาคตของตัวเองเอาไว้ค่ะ ว่างานแรกเราจะทำอะไร หลังจากนั้นจะไต่เต้าไปเป็นอะไร ต่อยอดไปทำอะไร ไม่เน้นงานแบบธุรกิจส่วนตัวนะคะ อันนั้นเอาไว้คิดนอกรอบ  เอางานใน office ก่อน อารมณ์เหมือนเล่นเกมส์ MMO RPG ค่ะ  เลือกอาชีพแรก อาชีพที่ 2 ดูกันไปยาว ๆ ค่ะ  

ยกตัวอย่าง  เริ่มแรกอยากทำงาน Designer สายเกม แต่ในบ้านเราสายเกมที่ผลิตเองอาจจะไม่ได้เด่นมาก ส่วนใหญ่เป็น outsource หากเลือกสายนี้ต้องพัฒนาฝีมือให้เต็มที่ เลือกบริษัทที่มีคนเก่งๆ ต้องฝึกภาษา โอกาสที่จะเติบโตไปเป็น Art Director น้อยมาก เพราะเราไม่ได้ผลิดเอง  ถ้าอยากไปด้านนั้นต้องดิ้นรนไปทำงานที่ต่างประเทศ เป็นต้นค่ะ

สำหรับเรื่องอนาคตของการทำงาน หรือสายที่ควรไป ลองปรึกษารุ่นพี่ดูค่ะ อาจจะได้ลู่ทางที่น่าสนใจ อย่าไปปรึกษา Hr หรือ ครูแนะแนวค่ะ พวกนางไม่ได้อินไซต์ขนาดนั้น

2. บริษัทไหนดี

image_159578
- ที่มารูป: nicolala924.files.wordpress.com


ไม่ใช่ว่าจะส่ง E-mail แบบสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่ดูตาม้าตาเรือ ได้ที่ไหนก็วิ่งปรี่ไปรับตำแหน่งนะคะ ควรจะพิจารณาบริษัทให้ดีด้วย ว่าทำอะไร เป็นองค์กรแบบไหน ตรงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือไม่ ซึ่งมีหลายอย่างเหลือเกินค่ะที่ต้องคำนึงอันได้แก่ 


บริษัทขนาดเล็ก
บริษัทประเภทนี้ก็จะแยกย่อยไปอีกหลายสิ่งอย่างค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็น Start up คือเพิ่งเริ่มก่อตั้ง เพิ่งเริ่มต้นกิจการ หากเราได้เข้าไปอยู่ในบริษัทแบบนี้ ที่ต้องเตรียมใจเลยก็คือ จะได้ทำงานทุกอย่าง ได้มีบทบาทในทุกสิ่ง ทำตั้งแต่สากกระเบือยันเรือดำน้ำ ไม่มีรุ่นพี่คอยสอนงาน เงินเดือนก็แล้วแต่ที่ แต่โบนัสต้องทำใจ  เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประสบการณ์การทำงานอย่างหนักหน่วงของจริง อยากแกร่งจริงๆ ทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ

image_159579
- ที่มารูป: seriousstartups.com


บริษัท หรือองค์กรขนาดใหญ่
 


องค์กรเหล่านี้จะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยมนุษย์ป้า มนุษย์ลุง พร้อมด้วยบริวารทั้งหลายตามลำดับขั้น และระบบการทำงานที่พิสูจน์กันมาว่าดีแล้วค่ะ ดังนั้นลูกๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำงานเกินขอบเขตเลยค่ะ  เงินเดือนก็ได้ดีตามมาตรฐาน โบนัสตามอัตราที่แจ้งค่ะ  

แต่บริษัทใหญ่ไม่ได้หมายความว่าจะมั่นคงอย่างที่เราเข้าใจนะคะ ทุกวันนี้เราเห็นบริษัทใหญ่ปลดพนักงาน ยุบแผนกนั้น ก่อตั้งแผนกนี้ หรือจ้างให้ออกเลยก็มีมากมายเพราะปัญหาธุรกิจ บางที่ร้ายกาจกว่านั้นตรงที่ไม่ขึ้นเงินเดือนให้พนักงานที่ทำงานมานานเกินไป เหมือนเป็นการบีบให้ออกเพื่อรับเด็กใหม่ที่รับเงินเดือนน้อยกว่าค่ะ 

Comfort Zone แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาพลวงค่ะ  ลูกต้องดิ้นรนตะกายขึ้นไปยังห่วงโซ่อาหารที่สูงกว่า เพื่อทำงานที่นี่ให้ยาวนานขึ้นค่ะ แต่ถ้าไม่อยากขึ้นจริงๆ ก็คงต้องหาที่ใหม่ซึ่งก็จะเริ่มยากแล้วเพราะอายุที่มากขึ้น 

แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ลูกจะได้จากองค์กรใหญ่คือ เงิน หน้าตา และโฟรไฟล์ดีๆ สำหรับหาที่ทำงานใหม่ค่ะ

image_159580
- ที่มารูป: static1.1.sqspcdn.com


บริษัทข้ามชาติ


บริษัทเหล่านี้เงินเดือนดีค่ะ อาหารตาก็เต็มที่ แม่เองทำงานบริษัทญี่ปุ่นก็มีหนุ่มญีปุ่นมาให้แทะโลมไม่ขาดสาย แต่ภาษาเราก็ต้องดีด้วยนะคะ

อีกสิ่งหนึ่งที่อยากให้ล้วงลึกคือเป็นชาติอะไรค่ะ เพราะวัฒนธรรมองค์กรก็แตกต่างกันไปด้วย  ยกตัวอย่าง ญีปุ่นสายไอทีก็จะสุภาพ แต่ตรงไปตรงมา( ตรงจริงๆ นะคะ ไม่ใช่ไร้มารยาทแบบที่เราเข้าใจว่ามันคือความตรง )  ส่วนญีปุ่นสายโรงงาน ก็จะพูดเร็ว มาตรฐานสูงมาก ต้องจิตแข็งเท่านั้นเลย 

อีกอย่างหนึ่งคือ ชาวต่างชาติไม่ได้มองโลกในมุมมองเดียวกับเรานะคะ โดยเฉพาะฝรั่ง เขาไม่ได้ใช้ตรรกะเดียวกับเรา ลูกต้องเปิดใจให้กว้างค่ะ และหลายครั้งที่จะต้องใช้เวลานานกว่าจะอธิบายให้เขาเข้าใจมนุษย์คนไทยได้ค่ะ   " ทุกวันนี้แม่ก็ยังเถียงกับบอสอยู่เลยค่ะ ว่าคนไทยชอบเสพดราม่า และมีความย้อนแย้งในตัวเองสูง ยูจะขายของแบบนำเสนอเรียงความไม่ได้ " 

3. เขียนเรซูเม่เอง

image_159581
- ที่มารูป: www.hercampus.com


แม้ว่าจะมีบริการเรซูเม่วิเศษ CV เทพ ออกมามากมาย แต่ก็ไม่มีอะไรดีงามเท่าเรซูเม่ที่เราเขียนเองหรอกค่ะ  ของที่ทำแบบแผนขึ้นมาสำหรับคนเป็นร้อยเป็นพัน มันจะไปดีงามเท่าของที่ทำมาเพื่อเราคนเดียวได้ยังไง


การเลือกข้อมูลมาเขียน แม่อยากจะบอกว่า เขียนอะไรก็เขียนไปเถอะค่ะ  บทความไหนบอกว่าเขียนเฉพาะที่เกี่ยวกับงานเท่านั้น อย่าไปเชื่อค่ะ  ใครๆ ก็ต้องการรับคนที่มีความสามารถ มีประวัติน่าสนใจเท่านั้น จุดนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการเรียบเรียงของเรานั่นแหละค่ะ ว่าทำยังไงอ่านง่ายไม่เยิ่นเย้อ

สิ่งที่ควรมีอย่างขาดไม่ได้เลยใน Resume
-  รูปถ่าย( ต้องสุภาพ เป็นทางการในระดับหนึ่งค่ะ ไม่เอาเซลฟี่บนเตียงนอนนะคะ )
-  ข้อมูลสำหรับติดต่อกลับ ( เบอร์โทร )  

-  ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ เพศ สถานะ  สถานะการเกณท์ทหาร
-  ประวัติการศึกษา
-  ประวัติการทำงานอย่างชัดเจน บอกได้ว่าทำหน้าที่อะไร
-  ความสามารถทางการทำงาน 
-  กิจกรรมต่างๆ เช่นการประกวด การเข้าร่วมกิจกรรม การอบรมต่างๆ
-  ความสนใจ กิจกรรมยามว่าง จุดมุ่งหมายในการทำงาน

สิ่งที่ห้ามใส่ลงไปใน resume หรือ CV ค่ะ 
-  เพ้อเจ้อ ( อ่านไม่ไหวนะคะ ผู้พิจารณาอาจจะคิดไปได้ว่าลูกไม่เต็มด้วย )
-  ทัศนคติเชิงลบทุกสิ่งอย่าง  
-  รก อ่านยาก (สงสารคนแก่บ้างนะคะ)

4. จะกดส่งแล้ว ตรวจดูให้ถี่ถ้วน

image_159602

คำผิดก็สำคัญ แต่ไม่ถึงขนาดนั้น

- ที่มารูป: www.lostgirlsworld.com


ชื่อ E-mail  ขอให้ไม่เป็นคำหยาบคายก็พอค่ะ
อย่าลืมเช็ครูปโปรไฟล์ใน E-mail ด้วยนะคะ เพราะของพวกนี้มันก็สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของเราได้เยอะเหมือนกัน 


การสะกด คำผิดคำถูก  ตรงนี้พิจารณาหนักเลยค่ะ ในกรณีที่สมัครเป็นนักเขียน หรือผู้ตรวจบทความ ถ้าเจอคำผิดแทบจะเรียกได้ว่าโดนปรับตกแน่นอน  แต่ในบางตำแหน่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้สำคัญมากค่ะ  หลายๆ บทความบอกถึงความน่ากลัวในการสะกดคำผิด แม่เองก็คิดว่า HR เหล่านั้นเรื่องมาก และอาจจะทำให้พลาดคนเก่ง ๆ ไปได้เหมือนกัน  

หัวข้อของ E-mail  ควรเขียนฟอร์แม็ตตามนี้นะคะ     " สมัครงาน...(ตำแหน่ง).......    .......(ชื่อ)....... "  ไม่ควรให้ยาวไปหรือสั้นไปอย่างเช่นสมัครงานนะคะ เพราะผู้คัดเลือกจะสามารถกรองจดหมายได้เลย รวมถึงค้นหาผ่านชื่อของเราได้ง่ายด้วย

ถ้าต้องแนบไฟล์ ให้ใช้ชื่อตัวเองเป็นชื่อไฟล์ด้วย เช่น  Portfolio_Anna_Belle  เพื่อป้องกันความสับสนค่ะ

ในกรณีที่ต้องแนบไฟล์  ไม่ควรแนบไฟล์ที่ใหญ่เกินไปค่ะ และไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการใส่ Zip ด้วย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่างการส่ง source code หรือไฟล์โปรเจ็กต์ก็ไม่ควรใส่ Zip เลยค่ะ  ควรจะทำเป็นฟอร์แม็ตที่เข้าดูได้ง่าย เช่น เว็ปไซต์ portfolio online ต่างๆ  หรือ Youtube  เพราะบริษัทหนึ่งเมื่อมีประกาศรับสมัครงาน จะมีผู้สมัครเยอะมาก ถ้าต้องมา download ทีละคน จะเสียเวลามาก และจะทำให้ปะปนกันค่ะ 

ตรวจสอบสิ่งที่เราจะส่งไปว่าครบตามความต้องการของบริษัท  ในบางกรณีเช่นตำแหน่ง Designer ต้องมี portfolio ด้วยเสมอ ต่อให้บริษัทไม่ได้ข้อก็ตามค่ะ เพราะแม่เชื่อว่าที่พวกนางไม่ได้ขอคือทาง Hr ลืมใส่อย่างแน่นอนค่ะ 

สุดท้ายอย่าลืมใส่ เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับด้วยนะคะ

image_159614

ถ้าทำถูก โฟรไฟล์ดี ก็เตรียมรับมงฯ ได้เลยค่ะ

- ที่มารูป: akphoto3.ask.fm


นี่แค่รอบคัดเลือกนะคะลูกๆ ของจริงคือตอนสัมภาษณ์ค่ะ ซึ่งก็จะแตกต่างกันไป บางที่เป็นผู้ที่ทำงานด้วยโดยตรง ส่วนบางที่เป็นด่านของ HR  ณ จุดนี้ คุณแม่จะขอเสนอเรื่องของการเตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์ในโอกาสต่อไปค่ะ 


หากมีอะไรเพิ่มเติม สงสัย สอบถามกันเข้ามาได้นะคะ แม่แอนยินดีตอบให้ค่ะ  ส่วนใครที่เริ่มร่อนไปแล้วยังไม่มีการตอบกลับ ถ้าไม่ได้ผิดพลาดอะไร อันนี้แม่เองก็คิดว่ามันเป็นดวงนะคะ ก็ต้องลุ้นกันต่อไป เป็นกำลังใจให้คนหางานทุกคนค่ะ

ด้วยรัก และอยากสิง
แอนนา  เบลล์   

บทความที่เกี่ยวข้อง

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]

Tags

Comments

Sticker
Comment
Search @