กิน 'อาหารสุขภาพ' มากเกินไป ระวังจะอ้วนแบบไม่รู้ตัว [ภาค1]

กิน 'อาหารสุขภาพ' มากเกินไป ระวังจะอ้วนแบบไม่รู้ตัว [ภาค1]

รวมอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ถ้ากินมากๆ อ้วนแน่นอนจ้า [ภาค1]

21 July 2015
Mollacake
21 July 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

สาวๆ ซิสต้าที่รักคงหวาดกลัวกับตัวเลขบนตาชั่งกันแทบทุกคน! สิ่งแรกที่ทุกคนคิดเวลาลดน้ำหนักคือ “งดแป้ง ของหวาน ของทอด ของมัน” แล้วไปกินอาหารที่เขาว่ากันว่า “เพื่อสุขภาพ” แทน! แต่หารู้ไม่ว่า สิ่งที่เธอกิน (หรือยัด) เข้าไปนั้น มีไขมันและแคลอรี่สูงกว่าที่คิด! ไม่อย่างนั้นจะมีคำว่าหน่วยบริโภค (Serving size) ไปเพื่ออะไรกัน? โดยเฉพาะอาหารจำพวกผลไม้ ถั่ว โยเกิร์ตและสลัดผักที่ไม่ใช่ผักสดอย่างเดียวนั้น ต้องจำกัดปริมาณให้ดีเชียวล่ะ

เพื่อไม่ให้แผนลดความอ้วนสู่การผอมเพรียว กลายเป็นแผนสู่การเป็นหมูตัวน้อยแทนแล้วล่ะก็ เธอควรอ่านบทความนี้เป็นอย่างยิ่ง! เพราะวันนี้เรามีบทความ “อาหารเพื่อสุขภาพ ที่กินเยอะๆ ก็อ้วนอยู่ดี!” มาฝากสาวๆ ต่อไปเมื่อคิดจะซื้ออาหารอะไร แบ่งดูปริมาณให้ดีว่าวันนี้กินไปเท่าไหร่แล้ว จะได้รู้ว่าทำไมน้ำหนักถึงไม่ลดลงสักทีอย่างไรล่ะ ไปดูกันเลยค่ะ!

 

1. อโวคาโด
image_19415
- ที่มารูป: college.biggirlssmallkitchen.com

ผลไม้ชนิดนี้ "คือดีอ้ะ!" เพราะมีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มและมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่ดีต่อหัวใจอีกด้วย แต่ไม่ใช่ว่าเพราะ “มีประโยชน์” เธอจะกินเท่าไหร่ก็ได้นะ! (ส่ายหน้าแรงมาก) อโวคาโดมีไขมันและแคลอรี่รวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น หนึ่งหน่วยบริโภคที่ควรกินต่อวันคืออโวคาโด 1/5 ลูกเท่านั้น! (50 แคลอรี่) เพราะทั้งลูกมีพลังงานถึง 350 แคลอรี่ !!! (มากกว่าข้าวหนึ่งจานอีกนะเธอ)

กินพอรู้รส หรือนำไปผสมอาหารชนิดอื่นให้อิ่มดีกว่า อย่ากินเพียวๆ เพราะอาจมีไขมันหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว

 

2. ถั่วต่างๆ
image_19419
- ที่มารูป: www.mrscavanaughs.com

ถั่วเป็นแหล่งรวมของกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ โปรตีน วิตามินอีและไฟเบอร์ แต่ก็ยังมีแคลอรี่สูงด้วยเหมือนกัน อย่ากินเพลินเป็นอันขาด! เช่น ถั่วอัลมอนด์ ¼ ถ้วย จะให้พลังงานถึง 132 แคลอรี่เลยทีเดียว! สาวๆ มักจะอ้วนง่ายเพราะอาหารชนิดนี้นี่แหละ เคี้ยวไป เล่นเฟสบุ๊คไป ดูหนังไป เผลอแป๊บเดียวก็หมดชาม แล้วจะให้น้ำหนักลดได้อย่างไรกันล่ะ!

ดังนั้นเวลากิน เทใส่ชามครั้งเดียวจบ พอ! อย่าเติมเป็นอันขาด แน่ะๆ บอกว่าอย่าเติม เดี๋ยวตีมือซะเลยนี่!

 

3. ผลไม้อบแห้ง
image_19423
- ที่มารูป: www.naturallyintense.net

ผลไม้อบแห้งเป็นผลไม้ธรรมดานี่แหละ แต่นำไปเข้ากระบวนการอบแห้ง คือนำน้ำออกไปจากผลไม้นั่นเอง ดังนั้น ผลไม้อบแห้ง 1 ถ้วยจะมีแคลอรี่และน้ำตาลมากกว่าผลไม้สดในปริมาณเดียวกันประมาณ 5-8 เท่าเลยทีเดียว! ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น องุ่นสด 1 ถ้วยให้พลังงาน 60 แคลอรี่ แต่ลูกเกด (องุ่นอบแห้ง) 1 ถ้วยให้พลังงานถึง 460 แคลอรี่เลยเชียว!

ดังนั้น กินผลไม้สดๆ กันดีกว่านะเธอ ใช้ผลไม้อบแห้งโรยประดับอาหารก็พอ อย่าเคี้ยวเล่นเป็นของว่าง เดี๋ยวตัวพองไม่รู้ตัวนะเออ!

 

4. ดาร์คช็อกโกแลต (Dark Chocolate)
image_19427
- ที่มารูป: media5.onsugar.com

ดาร์คช็อกโกแลต หรือช็อกโกแลตแบบขมมีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยป้องกันโรค และมีส่วนในการช่วยลดน้ำหนักอีกด้วย แต่อยู่ในข้อแม้ที่ว่า ไม่กินมากเกินไปเท่านั้น! ยกตัวอย่างเช่น ดาร์คช็อกโกแลต 1 ออนซ์ ให้พลังงาน 155 แคลอรี่ มีไขมันถึง 9 กรัม โดยเป็นไขมันไม่อิ่มตัวแล้วไปซะ 5 กรัม! (นี่ขนาดช็อกโกแลตขมนะ แล้วแบบปกติ ใส่นมใส่ครีมจะให้พลังงานขนาดไหน ไม่อยากจะคิด!)

ถ้าเสพติดโกโก้ในช็อกโกแลต จงเลือกยี่ห้อที่มีเปอร์เซนต์โกโก้สูงๆ น้ำตาลน้อยที่สุด (ถ้ากินแบบ 100% ได้ยิ่งดี) และกินแบบหักแบ่งสักช่องสองช่องก็พอแล้ว

 

 

5. น้ำผลไม้สมูธตี้ (Smoothies)
image_19428
- ที่มารูป: rawfoodweb.cz

ร้านขายน้ำผลไม้ น้ำผักปั่นโฆษณากันให้โครมๆ ว่า “ช่วยลดไขมันหน้าท้อง”, “ช่วยลดความอ้วน” แล้วจะทำให้น้ำหนักพุ่งพรวดได้อย่างไร โม้หรือเปล่า? มีแต่ผลไม้ ผัก กับน้ำแข็งมาปั่นด้วยกันเท่านั้นเอง อยากกระซิบว่า “จะมีสักกี่ร้านที่มีส่วนผสมแค่นั้นจริงๆ?” ร้านต่างๆ ก็มีเครื่องปรุงอย่างซอสช็อกโกแลต เนยถั่ว โยเกิร์ต น้ำเชื่อมถ้วยโตใส่ลงไปผสมด้วยทั้งนั้น (เพราะน้อยคนจะรับรสชาติแท้ๆ ของผักได้) นั่นแหละตัวเพิ่มพลังงานเลย พอเป็นแบบนี้ สมูทตี้เพื่อสุขภาพก็ไม่ต่างอะไรกับมิลค์เชคน้ำตาลท่วมเลยจ้า อ้วนเหมือนกัน!

ดังนั้น เวลาเธอสั่งสมูทตี้ที่ร้านไหน กำชับคนขายว่า “พี่คะ ขอแค่ผลไม้ น้ำแข็ง โยเกิร์ตก็พอนะคะ ถ้าจะใส่น้ำเชื่อมหรือนมก็ใส่จี๊ดเดียวพอค่ะ” แต่ถ้าจะให้ดี ทำดื่มเองเลยดีที่สุด!

 

6. สลัดทูน่า
image_19430
- ที่มารูป: s3.amazonaws.com

เฮ้ย เดี๋ยวๆๆๆ! สลัดทูน่าเนี่ยนะ  กินมากก็ไม่ดี แบบนี้จะให้กินอะไรล่ะ ดื่มแต่น้ำเปล่าเลยดีไหม (สาวซิสต้าร้องโอดครวญ) ความจริงคือ ทูน่าในน้ำแร่หนึ่งกระป๋องมีโปรตีน 39 กรัม ให้พลังงานประมาณ 179 แคลอรี่ แต่ปัญหาคือ  สาวๆ ส่วนใหญ่ไม่กินแค่ผักสดกับทูน่าหรอกใช่ไหม มันจืดสินะ สารภาพมาซะดีๆ! เธอจะต้องเผ่นเข้าครัว แอบไปเหยาะมายองเนสสักนิด ครีมสักหน่อย สรุปว่ามีแคลอรี่เพิ่มจากเดิมถึง 90 แคลอรี่ และไขมันถึง 10 กรัมต่อมายองเนสหนึ่งช้อนโต๊ะเลยทีเดียว!

เปลี่ยนจากซอสมายองเนสหวานเลี่ยนๆ เป็นกรีกโยเกิร์ตไม่ใส่น้ำตาล หรือน้ำสลัดงาญี่ปุ่นดีกว่า แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีแคลอรี่เพิ่ม แต่ก็ยังเป็นพลังงานที่มีประโยชน์และได้โปรตีนอีกด้วย

 

7. กาแฟ
image_19431
- ที่มารูป: www.wallpapersdesign.net

เธออาจไม่รู้ว่า สารคาเฟอีนในกาแฟช่วยป้องกันเซลล์สมองไม่ให้เป็นโรคคุ้มคลั่งในวัยชราได้! ทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ไม่เป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย แต่ที่เราพูดถึงคือกาแฟดำ! ถ้าเธอเดินลิ่วๆ เข้าร้านกาแฟชื่อดัง สั่งกาแฟใส่นมแก้วใหญ่ เธอก็รับไปแล้วเต็มๆ 300 แคลอรี่และไขมันอีก 15 กรัมเน้นๆ เอ้า สวัสดีความอ้วนสิลูก!

 ดังนั้น เราไม่ได้บอกให้เธอเลิกดื่มกาแฟ ดื่มกาแฟดำแทนสิ! กาแฟดำ 1 แก้วให้พลังงานเพียง 5 แคลอรี่เท่านั้นเอง! ใส่นมไร้ไขมันและน้ำตาลลงไปอีกจึ๋งนึง ให้พลังงานเพิ่มอีก 30 แคลอรี่เท่านั้น เดินไปเดินมาก็ใช้หมดแล้ว!

 

8. โยเกิร์ต
image_19433
- ที่มารูป: www.dailygourmet.co.uk

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยให้พลังงานเพียง 100 แคลอรี่ และมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูกและฟันอีกด้วย แต่อย่างที่บอก โยเกิร์ต “รสธรรมชาติ” เท่านั้น หมายถึงไม่ใส่อะไรเพิ่มลงไปเลย! ถ้าเธออยากอร่อยด้วยการระดมใส่ผลไม้หวานๆ ครีมพูนๆ ล่ะก็ เธอจะได้พลังงานโดยรวมเพิ่มถึง 150 แคลอรี่และน้ำตาลอีก 26 กรัม โอย น่ากลัวยิ่งกว่าผีหลอกอีกนะ!

ซื้อโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ไร้ไขมัน (เช่นโยเกิร์ตบัลแกเรียที่มีขายในซูเปอร์ทั่วไป) เติมความหวานสักเล็กน้อยด้วยผลไม้สดหรือน้ำผึ้ง ถ้าเธอทนรสเปรี้ยวได้ กินกรีกโยเกิร์ตสดๆ ไปเลยดีที่สุด! เพราะโยเกิร์ตชนิดนี้น้ำตาลน้อยโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่มีโปรตีนเพิ่มเป็นสองเท่า! ทำให้เธออิ่มได้นานขึ้นค่ะ

 

9. ซูชิ (อาหารญี่ปุ่น)
image_19435
- ที่มารูป: iluvtokyosushi.net

ถ้าคำว่าอาหารญี่ปุ่นของเธอหมายถึงแค่ “ปลาดิบ” ก็แทบไม่กระเทือนแคลอรี่สักเท่าไหร่ แต่ถ้าคิดจะกินซูชิ ข้าวปั้นม้วนโรลแท่งยาว บีบมายองเนส ครีมชีสเป็นสายยาว ปูอัด ปลา ไข่ทั้งหลาย เห็นอะไรนั่นไหม กองทัพแคลอรี่ไงล่ะ! นี่ไม่นับถึงเครื่องเคียงอย่างเทมปุระกุ้ง (เทมปุระ = แป้งทอด คิดดูว่าไขมันเยอะขนาดไหน) และไหนจะข้าวขาวอัดเป็นก้อนโตๆ นั่นอีกล่ะ โอย สยอง! อย่าลืมน้ำจิ้มอย่างซีอิ๊วด้วย เพราะโซเดียมสูงปรี๊ด ทำให้ตัวบวม ท้องอืดไปตามๆ กัน!

กินแค่ปลาดิบ (ซาชิมิ), ซูชิข้าวกล้อง หรือซูชิธรรมดานี่แหละ แต่บีบครีม บีบมายองเนสให้มันน้อยๆ ลงหน่อยก็พอ!

 

10. แซนด์วิชม้วน (Sandwich wraps)
image_19438
- ที่มารูป: www.applecrumbles.com

อาหารยังชีพของสาวๆ วัยเรียนแทบทุกคน! แซนด์วิชม้วน ทำจากขนมปังสองแผ่นประกบกัน ใส่ไส้แล้วก็ม้วนๆ พกไปอร่อยที่ไหนก็ได้ พลังงานก็คงไม่เยอะหรอกน่า ใช่ไหม (กำลังปลอบใจตัวเองอยู่) เสียใจด้วยค่ะที่คิดผิด! ไส้ข้างในแซนด์วิชเนี่ยแหละตัวดี ถึงจะใช้ขนมปังแบบโฮลวีตก็ไม่เกิดผล เช่น แซนด์วิชม้วนไส้ผักโขม ให้พลังงาน 210 แคลอรี่ มีไขมัน 5 กรัม มีโซเดียมที่ทำให้หน้าท้องบวมเป่งถึง 440 มิลลิกรัม อื้อหือ! นี่ยังไม่ใส่เครื่องโรยหน้าอะไรเพิ่มเลยนะตัวเธอว์!

 เราเข้าใจว่าจะให้เลิกกินแซนด์วิชคงยาก เพราะสาวๆ คงไม่มีเวลามานั่งโต๊ะกินข้าวทุกวัน เธอสามารถคุมแคลอรี่ได้ด้วยการใช้แป้งขนาดเล็กลงหน่อย ถ้าซื้อแซนด์วิชโฮลวีตตามร้านก็ดูดีๆ ว่าเป็น “โฮลวีต 100%” จริงๆ และข้อสุดท้ายจำไว้ว่า “แป้งห่อผสมผัก” คือแป้งขาวที่ใส่ผักลงไปผสมเพียงเล็กน้อย และใส่สีผสมอาหารให้ดูเหมือนใส่ผักเยอะเท่านั้น! กินผักสดๆ ไปเลยยังดีกว่าอีก TwT

 

--------------------------------------
เป็นอย่างไรบ้างเมื่อรู้พลังงานที่แท้จริงของเมนูที่เธอกินอยู่ทุกวัน สยองขวัญกันไปเลยใช่ไหมล่ะ! (คนเขียนก็ช็อคไม่ต่างกัน T_T)
น้ำหนักบนตาชั่งไม่ลด ตัวยังพองๆ บวมๆ อยู่ ไม่ลดสักทีเป็นเพราะเรากินอาหารไม่ถูกชนิดนี่เอง อาหารบางอย่างที่ขึ้นชื่อว่า “มีประโยชน์/เพื่อสุขภาพ” กลับกลายเป็นการทำร้ายสุขภาพตัวเองทันที เมื่อใส่ส่วนผสมที่ไม่จำเป็น ทั้งหมดก็เพราะเธอไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องพลังงานและแคลอรี่นั่นเอง ถ้าเธอทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาหาร 5 หมู่ และขนมหวานที่ควรหลีกเลี่ยงให้ชัดเจน เธอจะเลือกใส่ไส้ต่างๆ และเครื่องเคียงในอาหารได้ดีมากขึ้น คราวนี้หุ่นผอมๆ ก็ถามหาแล้วค่ะ

ถ้าเธอโล่งใจเพราะคิดว่าไม่มีอาหารโปรดของเธอในลิสต์ คิดผิดแล้วล่ะค่ะ! รายการในบทความนี้มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เราจะไปลุยกันต่อที่ภาค 2 ในบทความหน้า คอยติดตามกันด้วยนะคะ สาวซิสต้า แล้วพบกันเร็วๆ นี้ค่ะ! ^____^
--------------------------------------

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @