Curator
curator
Mollacake
481 followers
เลือกอ่านตามหัวข้อ
  • หยุดอาการ "โหยน้ำตาล" : เห็นผลทันที
  • 1. กินไปเถอะ แต่กินแค่นิดหน่อยก็พอ!
  • 2. กินขนมหวานกับอาหารเพื่อสุขภาพ!
  • 3. หักดิบไปเลย!
  • 4. เคี้ยวหมากฝรั่ง!
  • 5. กินผลไม้แทน!
  • 6. เดินเล่น เบี่ยงเบนความสนใจ!
  • 7. เลือกขนมชนิดที่ "ได้ประโยชน์" ที่สุด!
  • 8. กินอาหารครบสามมื้อ เว้นระยะห่างระหว่างมื้อเท่าๆ กัน!
  • หยุดอาการ "โหยน้ำตาล" : เห็นผลระยะยาว
  • 1. เลิกใส่สารให้ความหวาน (Artificial sweeteners)
  • 2. ให้รางวัลตัวเองบ้าง!
  • 3. ตั้งสติ วางแผนว่าควรกินอะไรกันแน่!
  • 4. หาเพื่อนช่วยให้กำลังใจ!
  • 5. ใช้เทคนิคนี้บ้าง เทคนิคนั้นบ้าง สลับกันไป!
  • บทความที่เกี่ยวข้องกับ 'การลดของหวาน' และ ที่มา

รวมวิธี 'ลดน้ำตาล' ตัดใจจากความหวาน อย่างได้ผล เพื่อสุขภาพดี

วิธีสกัดอาการโหย "น้ำตาล" (Sugar cravings)

23 July 2015
curator_Mollacake Mollacake
23 July 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

ได้ยินเสียงกรี๊ดอะไรแว่วๆ เสียงของสาวซิสต้าหน้าเครื่องชั่งเซเว่นนี่เอง กินขนมไม่บันยะบันยังก็เป็นแบบนี้แหละ ร่างกายไม่เคยโกหก กินแป้ง กินน้ำตาลเข้าไปรัวๆ ก็ส่งผลให้แก้ม หน้าท้อง แขน ขา ของเธอพองเป็นบอลลูน แต่ไม่น่าจะลอยไปไหนเพราะติดพุง ʅ(´◔౪◔)ʃ สาวๆ อย่าเพิ่งมองตาเขียวใส่สิ วันนี้เรามีอะไรดีๆ มานำเสนอ (พูดเหมือนโฆษณาขายตรงเลยนะยะ!)

สาเหตุหนึ่งที่กินขนมกันรัวๆ จนฟันผุไปหลายซี่ นั่นเพราะเธอมีอาการ “อยาก” ของหวาน หรือพูดให้ชัดคือเธอ “ติด” น้ำตาลนั่นเอง! ขนมห่อเดียวไม่เคยพอ เคี้ยวกรุบกรอบเสร็จก็ต้องต่อด้วยน้ำอัดลมหวานจี๊ดสุดซ่า รู้ไหมว่าการกินคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวโดยไม่เสริมโปรตีนหรือไขมันดีเลย ทำให้เธอหิวเร็ว กระตุ้นพลังงานให้ร่างกายได้ในระยะสั้นๆ เท่านั้น อีกไม่กี่นาทีเธอก็จะโหย และอยากกินขนมหวานมากขึ้นอีก ถ้าไม่รีบลดปริมาณขนมที่กิน อาจจะสายเกินแก้ไปแล้วก็เป็นได้

วันนี้เราจึงมีวิธี “หยุดยั้งอาการอยากขนมหวาน” มาฝาก เพราะเราอยากให้สาวซิสต้าหุ่นดีกันถ้วนหน้า เย้! พร้อมแล้วก็เลื่อนลงมาดูกันเลย ლ(^ω^ლ) 

 

หยุดอาการ "โหยน้ำตาล" : เห็นผลทันที
1. กินไปเถอะ แต่กินแค่นิดหน่อยก็พอ!
image_19930
- ที่มารูป: popcultureasylum.com

ข้อนี้สำหรับสาวๆ ที่ยังทำใจไม่ได้! เธอยังกินขนมได้อยู่ แต่ลดปริมาณลงสักหน่อย คยเห็นขนมถุงรวมมิตรชิ้นเล็กชิ้นน้อย หรือคุกกี้ที่แบ่งเป็นห่อเล็กๆ ขายตามห้างสรรพสินค้าไหม เวลากินก็แบ่งกินทีละถุงเล็กๆ ถุงเดียวพอ การกินน้อยทำให้เธอรู้สึกดี แถมยังไม่รู้สึกผิดอีกด้วย "กินแค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอกน่า!" ปริมาณที่แนะนำคือ อย่าให้ขนมกินเล่นของเธอมีพลังงานเกิน 150 แคลอรี่ต่อถุงค่ะ

 

2. กินขนมหวานกับอาหารเพื่อสุขภาพ!
image_19931
- ที่มารูป: cf.diethood.com

ถ้าเธอรู้สึกว่า การละเลียดกินขนมถุงจิ๋วๆ แบบนั้นไม่สะเทือนกระเพาะของเธอหรอก ลองทำตามข้อนี้ดู ลดส่วนขนม แล้วกินร่วมกับอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพแทน ไม่หงุดหงิดโมโหหิวและกินได้มากขึ้นอีกด้วย เช่น ถ้าเธอเป็นสาวกช็อกโกแลต ลองละลายเป็นซอสแล้วจุ่มกินกับกล้วยดูสิ! กล้วยเป็นผลไม้ที่ช่วยระบายท้อง และมีวิตามินมากมาย รสก็หวานถูกใจวัยรุ่นอีกต่างหาก หรือผสมถั่วอัลมอนด์กับดาร์คช็อกโกแลตก็ไม่เลว

ไม่ต้องทรมานกับการโหยของหวาน แล้วยังได้ของแถมคือสารอาหารดีๆ โอ๊ย มีแต่ได้กับได้! 

 

3. หักดิบไปเลย!
image_19933
- ที่มารูป: i.dailymail.co.uk

ข้อนี้สำหรับสาวๆ สายโหด! เรื่องบางอย่างก็ต้องหักดิบไปเลยถึงจะอยู่รอด  "งด" น้ำตาลทุกชนิดไปเลยเป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง (ประมาณ 2-3 วัน) ถ้าเธอทนได้ อาการอยากของหวานจะลดลงอย่างมาก สาวๆ หลายคนเข้าใจผิดว่าถึงตอนนั้นเธอคงอยากกินขนมแทบขาดใจ แต่ผิดถนัด! เธอจะแทบไม่อยากกินขนมอีกเลย 


คนส่วนใหญ่จะยอมแพ้ในวันแรกนี่แหละ ถ้าเธอกล้าและใจเด็ดพอก็จัดไปเลยค่ะ

 

4. เคี้ยวหมากฝรั่ง!
image_19936
- ที่มารูป: www.getholistichealth.com

ข้อนี้จัดมาสำหรับสาวปากว่างไม่ได้ ต้องหาอะไรมาเคี้ยว! ถ้าเธอไม่อยากให้ตัวเองเผลอหยิบขนมในตู้เย็นมากินกลางดึก ลองเคี้ยวหมากฝรั่งดูสิ! เลือกแบบที่ไม่มีน้ำตาล รสมิ้นท์หอมสดชื่นได้จะดีมาก 


มีงานวิจัยยืนยันแล้วว่าการเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดความอยากอาหาร และรสมิ้นท์ช่วยทำให้ไม่หิวอีกด้วย!

 

5. กินผลไม้แทน!
image_19938
- ที่มารูป: nspt4kids.com

สาวรักผลไม้น่าจะเข้าทาง! หาซื้อผลไม้มาไว้ใกล้ตัวไว้ตลอด เมื่อมีอาการ “โหย” น้ำตาล ก็คว้าผลไม้มาเคี้ยวกร้วมๆ ได้เลย นอกจากจะมีรสหวานถูกใจ ยังได้ไฟเบอร์และสารอาหารที่มีประโยชน์อีกด้วย กินร่วมกับอาหารจำพวกถั่ว เมล็ดธัญพืชและผลไม้แห้งด้วยยิ่งดี

แนะนำเป็นกล้วยหรือแอปเปิ้ลเพราะพลังงานต่ำ พกพาไปไหนได้สะดวก หิวเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมากิน ดีกว่าคุกกี้ชิ้นโตหรือเค้กน้ำตาลท่วมเป็นไหนๆ!

 

6. เดินเล่น เบี่ยงเบนความสนใจ!
image_19939
- ที่มารูป: en.fbw.vn

ข้อนี้ดีสุดๆ ทั้งลดความหวานและได้ออกกำลังกายเพิ่มอีกด้วย เมื่อเธออยากกินขนม ให้ออกไปเดินเล่นข้างนอกซะ! อาจจะเดินเล่นหน้าปากซอย เดินในสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า หรือออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเลยก็ได้! อยู่กับบ้านหรือห้องเรียน บางทีบรรยากาศเดิมๆ ทำให้เรารู้สึกเบื่อ และนั่นคือสาเหตุที่อยากหาอะไรเข้าปาก

ดังนั้นต้องเบี่ยงเบนความสนใจของสมอง หาอะไรสนุกๆ ทำเพื่อให้เลิกคิดถึงเรื่องกินค่ะ คิดซะว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้เที่ยว สถานที่ไหนยังไม่เคยไปก็ไปซะตอนนี้เลย!

 

7. เลือกขนมชนิดที่ "ได้ประโยชน์" ที่สุด!
image_19940
- ที่มารูป: www.afternoonrecipes.com

ถ้าจะต้องอ้วนแล้ว ก็ต้องเลือกชนิดขนมกันหน่อย! ถ้าอยากกินมาก ทนไม่ไหวจริงๆ (เช่น ประจำเดือนกำลังมา) ก็กินได้แต่เลือกที่มีประโยชน์ที่สุด เลือกดาร์คช็อกโกแลตย่อมดีต่อพุงน้อยๆ ของเธอมากกว่าเบอร์เกอร์ชีสเยิ้มน้ำมันท่วม และเวลาเคี้ยว ให้เคี้ยวช้าๆ ซึมซับทุกช่วงเวลาที่ได้กิน ทำให้เธออิ่มได้นานขึ้นด้วย

อย่าคิดจะเลิกขนมของโปรด เพราะยิ่งทำให้เธอหิวและกินเยอะกว่าเดิมอีก แค่จำกัดปริมาณให้น้อยลง แต่ใส่ใจชนิดอาหารดีกว่า เลือกแบบน้ำตาลน้อยและได้ประโยชน์กับสุขภาพนะจ๊ะ!

 

8. กินอาหารครบสามมื้อ เว้นระยะห่างระหว่างมื้อเท่าๆ กัน!
image_19941
- ที่มารูป: itadakimasuanime.files.wordpress.com

สาวบางคนก็เป็นสายอด กว่าจะกินได้แต่ละมื้อ รอนานจนน้ำย่อยในกระเพาะจะกัดไส้ขาดแล้ว! ข้อนี้จะบอกให้เธอรู้ว่า การเว้นระยะระหว่างมื้อมากเกินไปทำให้ร่างกายคิดว่าเธอกำลังอยู่ในภาวะขาดอาหาร ดังนั้น เมื่อถึงเวลากิน สมองจะสั่งให้เธอเลือกอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงทันที แล้วจะไม่อ้วนได้ยังไง! แทนที่จะรอให้กระเพาะเป็นแผล กินน้อยๆ แต่กินบ่อย (ทุกๆ 3-5 ชั่วโมง)ดีกว่า ช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้พฤติกรรมการกินของเธอเป็นปกติ เป็นไปตามแผนไดเอทอีกด้วย

จำไว้ว่า เมื่อต้องกินอาหาร เลือกโปรตีนที่มีไฟเบอร์สูงอย่างผลิตภัณฑ์โฮลเกรน ดีที่สุดค่ะ!

 

หยุดอาการ "โหยน้ำตาล" : เห็นผลระยะยาว
1. เลิกใส่สารให้ความหวาน (Artificial sweeteners)
image_19942
- ที่มารูป: static1.squarespace.com

น้ำตาลเทียม หรือ สารให้ความหวานเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สาวๆ นิยม เพราะไม่มีแคลอรี่และยังได้กินของหวานตามใจปรารถนา จะมีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่านี้อีก แต่ที่จริงน้ำตาลเทียมไม่ช่วยระงับความอยากหวาน และไม่ได้ส่งผลเป็นนัยสำคัญต่อการลดความอ้วนเลย อีกทั้งยังเป็นสารเคมีสังเคราะห์อีกด้วย แม้จะยังไม่มีงานวิจัยชัดเจนว่าจะส่งผลต่อร่างกายอย่างไรในระยะยาวก็ตาม

ดังนั้น หากอยากกินหวาน เลือกน้ำตาลปกติจากธรรมชาติดีกว่าค่ะ (แต่เป็นไปได้ เลิกกินเลยดีที่สุด)

2. ให้รางวัลตัวเองบ้าง!
image_19943
- ที่มารูป: s-media-cache-ak0.pinimg.com

เธอไม่ใช่นักโทษในเรือนจำที่ทำผิดคดีร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องทรมาน ลงโทษตัวเองด้วยการไม่กินของหวานตลอดไป ให้รางวัลตัวเองบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ตราบใดที่จำกัดปริมาณและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ในบางวันที่หิวมากจริงๆ จะจัดช็อกโกแลตชิ้นโตเลยก็ได้ (ถ้าแน่ใจว่าออกกำลังเผาผลาญได้หมด)

จำไว้ว่าจุดหมายของเธอคือการมีสุขภาพดี ไม่ใช่ผอมกะหร่อง ก้าวช้าๆ แต่มั่นคง ดีกว่าค่ะ


3. ตั้งสติ วางแผนว่าควรกินอะไรกันแน่!
image_19944
- ที่มารูป: www.doncooper.com

ข้อนี้สำหรับสาวๆ จอมวางแผน! ให้เวลาตัวเองหนึ่งสัปดาห์ สังเกตว่าอาการอยากของหวานของเธอมาจากไหน โดยเริ่มจากสิ่งที่เธอกินอยู่ทุกวันนั่นแหละ หลายครั้งที่แผนไดเอทของสาวๆ ล้มเลิกเพราะมีการวางแผนจัดการไม่ดีพอ พูดง่ายๆ เตรียมรับมือความหิวไม่ทันนั่นเอง

ลองหาสมุดโน้ตมาร่างคร่าวๆ ว่าเธอกินอะไรบ้าง เมื่อเขียนเป็นตัวอักษรเธอจะเห็นภาพรวมชัดเจนขึ้น สิ่งไหนควรเลี่ยงก็เปลี่ยนชนิดอาหารซะ เลือกอาหารอย่างตั้งใจ ดีกว่าหิวเมื่อไหร่ก็ยัดทุกสิ่งเข้าปาก น้ำหนักลดก็แปลกแล้วล่ะ!

4. หาเพื่อนช่วยให้กำลังใจ!
image_19945
- ที่มารูป: www.mervetigli.com

สาวๆ หลายคนเลือกขนมหวานเป็น “ที่พักพิงทางใจ” เมื่อเธอเครียด กดดัน ผิดหวัง โมโหจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ เธอจะหันไปหาไอศกรีมกระปุกโต ช็อกโกแลตหวานๆ หรือคุกกี้ชามยักษ์ทันที ที่จริงก็ไม่แปลกเพราะน้ำตาลทำให้สมองหลั่งสารที่ทำให้มีความสุข จนเรียกได้ว่า “เสพติด” แต่ความสุขแบบนี้อยู่ได้แค่ชั่วครั้งชั่วคราว ความอ้วนสิยั่งยืน!

ลองสำรวจตัวเองว่าอารมณ์หรือสถานการณ์ไหนที่ทำให้เธอต้องกินขนม แล้วแก้ปัญหานั้นด้วยวิธีอื่นแทน เช่น หาเพื่อนคุย เล่นเกม ฟังเพลง อย่าตกเป็นทาสของน้ำตาลนะคะ ด้วยความหวังดี!

5. ใช้เทคนิคนี้บ้าง เทคนิคนั้นบ้าง สลับกันไป!
image_19946
- ที่มารูป: cdn29.elitedaily.com

ไม่มีมนุษย์คนไหนทำวิธีเดียวได้ตลอดรอดฝั่งหรอก! เธอต้องใช้เทคนิคหลายแบบสลับกันไป ก็แหม เมื่อวานกับวันนี้เรายังคิดไม่เหมือนกันเลยนี่นา! อาทิตย์นี้อาจทำแบบนี้ได้ แต่อาทิตย์หน้าร่างกายเริ่มจำ ต่อต้าน ก็ต้องใช้วิธีอื่นอีก

คิดหาวิธีไว้เยอะๆ แล้วนำมาปรับใช้ให้หลากหลายดีกว่า แต่ถ้าอยากใช้แค่วิธีเดียวจริงๆ ก็ศึกษาไลฟ์สไตล์ตัวเองว่าวิธีไหนเข้ากับเธอที่สุดนะคะ


สิ่งที่น่าตกใจอย่างหนึ่งคือ “รสหวานคือรสแรกที่มนุษย์ได้รับตั้งแต่แรกเกิด” เด็กเล็กจึงติดหวานได้ง่าย 
แป้งก็ช่วยให้สมองหลั่งสารเซโรโตนิน ทำให้เรารู้สึกสบายใจ น้ำตาลเป็นคาร์โบไฮเดรตอย่างหนึ่ง หวาน ทั้งอร่อย ทำไมจะไม่อยากกินล่ะ? ที่จริงได้รับในปริมาณพอดีก็ไม่มีปัญหา เรื่องมันเกิดเพราะเธอไม่รู้ว่าอาหารที่กินแต่ละวัน “มีน้ำตาลแฝง” เยอะมาก ทำให้อ้วนสุดๆ เช่น ขนมปัง โยเกิร์ต น้ำผลไม้และซอสต่างๆ รู้ตัวอีกทีก็อ้วนจนร้องไห้หนักมากแล้วล่ะจ้ะ 

แค่ทำตามวิธีข้างต้นที่แนะนำ เธอจะค่อยๆ เลิกติดหวาน และหยุดกินขนมได้ในที่สุด เมื่อไม่มีน้ำตาลส่วนเกินสะสมเป็นไขมัน น้ำหนักก็ลดฮวบ แค่นี้หุ่นเพรียวลมจะไปไหนเสีย สู้ๆ ค่ะสาวซิสต้า ^w^

บทความที่เกี่ยวข้องกับ 'การลดของหวาน' และ ที่มา
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com