มาทำ "Homemade Greek Yogurt" สำหรับคนรักสุขภาพ กันเถอะ

มาทำ "Homemade Greek Yogurt" สำหรับคนรักสุขภาพ กันเถอะ

กรีกโยเกิร์ตทำเองได้ง่ายๆ สบายกระเป๋าด้วยค่ะ

18 November 2015
LittleFilmz
18 November 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่ะ สาวๆ SistaCafe ณ เวลานี้คงปฎิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสการหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ กลุ่มอาหารคลีนนั้น ฮอตฮิตเป็นที่สุด เนื่องจากหนุ่มสาวสมัยนี้หันมาใส่ใจดูแลสูขภาพของตัวเองกันมากขึ้น ทั้งเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย การควบคุมน้ำหนัก บลา บลา บลา

ซึ่งในปัจจุบันนี้ตามท้องตลาดบ้านเรา ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มที่รักสุขภาพมากขึ้นอีกด้วย แหมมม เลือกซื้อหาจับจองกันได้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะเลยล่ะค่ะ และแน่นอน หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญที่สาวๆ สายรักสุขภาพต้องรู้จักกันอย่างดีนั้น ก็คือ " Greek yogurt ( กรีกโยเกิร์ต ) "

กรีกโยเกิร์ตนั้น จริงๆ แล้วก็คือ โยเกิร์ตธรรมดา ( Plain yogurt ) ที่ผ่านการแยกเอาส่วนของเหลวอย่าง เวย์ ( Whey ) ที่ประกอบไปด้วยโปรตีนและแล็คโทสออกมา เนื้อโยเกิร์ตก็จะมีความคงตัวมากกว่า ข้นกว่า ทานแล้วอยู่ท้องมากกว่า แถมยังมีโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตธรรมดาถึงเท่าตัวเลยล่ะค่ะ
 แต่เนื่องจากกรีกโยเกิร์ตนั้นมีความเข้มข้นกว่า จึงอาจจะทำให้มีปริมาณคลอเรสเตอรอลที่มากกว่า ยกเว้นจะหันมามองหากรีกโยเกิร์ตที่เขียนว่า 0% คลอเรสเตอรอล ซึ่งก็มีขายอยู่มากมายในท้องตลาด มีหลากหลายแบรนด์เลยค่ะ

แต่กรีกโยเกิร์ตก็มีราคาที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโยเกิร์ตทั่วไป ดังนั้นวันนี้!! LittleFilmz จะชวนสาวๆมาลองทำ " โฮมเมดกรีกโยเกิร์ต " กันเองดีกว่าค่ะ สุขภาพดีง่ายๆ แถมยังสบายกระเป๋าอีกต่างหาก วิธีทำเนี่ยก็ดูไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะคะ พร้อมแล้วมาลองทำตามกันเลยดีกว่าาา

ส่วนประกอบ

โฮมเมดกรีกโยเกิร์ต | ( ประมาณ : 3-4 ถ้วย )

1. | นมสด   8  ถ้วยตวง หรือ 2000 ml. ( จะใช้นมสดธรรมดา หรือ พร่องมันเนยก็ได้นะคะ* )
2. | โยเกิร์ตรสธรรมชาติ    1  ช้อนโต๊ะ

* นมสดไขมันปกตินั่นจะได้เนื้อโยเกิร์ตที่ข้นกว่า อร่อยกว่า ส่วนนมพร่องมันเนยจะได้เนื้อโยเกิร์ตที่น้อยกว่าค่ะ

เพิ่มเติมอีกนิด : ใช้นมพาร์สเจอไรส์ที่เป็นนมสดแท้ๆ 100% ไม่ผสมนมผงจะดีมากๆ เลยนะคะ ในบ้านเรานั้นรู้สึกจะมี ฟาร์มโชคชัย หนองโพ จิตรลดา ไทยเดนมาร์ค ค่ะ )

วิธีทำ


ขั้นที่ 1 
- เทนมลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน - กลาง หมั่นคนเพื่อไม่ให้นมไหม้ติดก้นหม้อนะคะ ตั้งไฟไปเรื่อยๆ จนกระทั่งนมมีอุณหภูมิอยู่ที่ 180 องศาฟาเรนไฮต์ ( 80 - 82 องศาเซลเซียส ) ที่อุณหภูมิประมาณนี้ นมจะเริ่มร้อนมีไอ มีฟองเล็กๆ ขึ้นมา แต่ยังไม่ถึงกับเดือดนะคะ

image_57270
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 2 

- เทนมลงในภาชนะแก้วที่ล้างสะอาดแล้ว หรือว่าจะทิ้งไว้ให้หม้อใบเดิมก็ได้นะคะ หลังจากนั้นรอให้นมเย็นตัวลงอยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 110 - 115 องศาฟาเรนไฮต์ ( 43 - 46 องศาเซลเซียส ) 

image_57271
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com
image_57284
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 3

- ใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปค่ะ และค่อยๆ คนให้นมและโยเกิร์ตเข้ากัน (จากที่ฟิล์มลองทำ ฟิล์มใช้กรีกโยเกิร์ตมาเป็นหัวเชื้อนะคะ )

image_57285
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 4 

- ปิดฝา หาผ้าขนหนูหมาดๆ มาห่อไว้ นำเข้าเตาอบที่เปิดไว้ที่อุณหภูมิอะไรก็ได้สัก 1 นาทีแล้วก็ปิด  จับถ้วยที่เราห่อไว้ใส่เข้าไปเลยค่ะ หมั่นคอยเช็คอุณหภูมิให้อุ่นอยู่เสมอ ถ้าเริ่มเย็นให้เปิดเตาอบอีกสัก 1 นาที ทำเป็นระยะๆ เพื่อให้มีอุณหภูมิที่จุลินทรีย์เติบโตได้อย่างเหมาะสม 

** ในขั้นตอนนี้เจ้าของบทความของเค้าอยู่ต่างประเทศ น่าจะมีอากาศที่เย็น แต่ถ้าเป็นบ้านเราฟิล์ม แค่ปิดฝา หรือหาพาสติกแรปมาห่อเอาไว้ แล้วทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 8 - 12 ชั่วโมงก็พอแล้วค่ะ ฟิล์มทำตอนกลางคืน ตื่นเช้าก็ตื่นมาดู ก็พอดีเบยยย

image_57295
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 5 

- พอตื่นเช้ามา เราก็มาดูว่าโยเกิร์ตของเราได้ที่รึยัง ถ้าโยเกิร์ตได้ที่แล้วจะมีลักษณะข้นขึ้น มีน้ำสีเหลืองที่เรียกว่า ( Whey ) ให้เราเห็น เราต้องจัดการนำน้ำส่วนนี้ออกจากตัวโยเกิร์ต ก็จะได้ออกมาเป็นกรีกโยเกิร์ต ส่วนถ้าใครอยากได้โยเกิร์ตแบบธรรมดา ขั้นตอนนี้ก็สามารถนำมารับทานได้แล้วล่ะค่ะ

image_57296
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 6

- หาชามใบใหญ่ และนำกระชอนมาวาง นำผ้าขาวบางมาวางบนกระชอน เทตัวโยเกิร์ตของเราลงไปเลยค่ะ มัดด้วยเชือกหรือหนังยางก็ได้ จากนั้นทิ้งไว้ในตู้เย็นสัก 8 ชั่วโมง จนกระทั้งส่วนของน้ำแยกออกมาจากตัวโยเกิร์ต 

image_57297
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 7

- หลังจากทิ้งไว้ให้ส่วนของน้ำแยกตัวออกจากโยเกิร์ต เราก็จะได้เนื้อโยเกิร์ตที่มีลักษณะข้นๆ ตักมาใส่ถ้วยแล้วคนให้เนื้อเนียนเข้ากันเลยค่ะ 

image_57298
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com
image_57299
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


ขั้นที่ 8
 
- เมื่อคนจนได้ที่ เราก็จะได้กรีกโยเกิร์ตโฮมเมด ทำการเก็บใส่ภาชนะได้เลยค่ะ อ่อ ควรใช้ภาชนะที่สะอาด ผ่านการลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อได้ยิ่งดีเลยนะคะ จะทำให้เราสามารถเก็บโยเกิร์ตไว้ได้นานยิ่งขึ้นค่ะ

image_57300
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com


เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ สำหรับ " โฮมเมดกรีกโยเกิร์ต " ง่ายมากเลยใช่ไหมคะ แถมต้นทุนยังถูกมากๆ เลยด้วย สุขภาพดีแถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าได้ขนาดนี้ เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจสมัยนี้ซะจริงงงงง ^-^ สาวๆ คนไหนสนใจ ลองนำไปทำตามกันดูนะคะ ผลออกมาเป็นยังไงมาเล่าให้ฟังกันบ้างน้าาาา

สำหรับวันนี้ลากันไปก่อน แล้วพบกันใหม่นะคะ

image_57301
- ที่มารูป: kristineskitchenblog.com
image_58029

อันนี้ก็เป็นฝีมือฟิล์มเองงง ลองทำตามสูตรดูเนื้อนุ่มอร่อยเลย เหมือนที่ซื้อๆ กินเลยล่ะค่ะ

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @