Curator
curator
momotachi
1 followers
summary intro: 5990

[นิยาย] High School Love Story (Yuri) ตอนที่ 7

เรื่องราวความรักของสองสาวที่นิสัยต่างขั้วและต่างวัฒนธรรมกันสุดๆ เมื่อเด็กสาวขี้เบื่อจากไทยตัดสินใจไปใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นเพียงลำพัง และได้พบเพื่อนข้างห้องเป็นสาวญี่ปุ่นสุดสวย แต่แทนที่จะได้ผูกมิตรกัน ดันโดนเกลียดขี้หน้าซะงั้น

11 January 2016
curator_momotachi momotachi
11 January 2016

 

 



-7-



แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายในห้องของสาวน้อย เธอค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งและมองรอบๆตัวอย่างแปลกใจ ‘นี่เรามานอนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ แถมยังห่มผ้าซะเรียบร้อยเลยด้วย’ เธอนึกสงสัยอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ล้มเลิกความคิดไปเพราะกระเพาะเจ้ากรรมเริ่มประท้วงหาของกินอีกครั้งอีกทั้งคิดว่ามีเพียงคนเดียวที่จะทำเช่นนี้ได้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆเมื่อคิดว่าคนข้างห้องพยุงเธอมานอนที่เตียงอย่างไร แต่เธอมั่นใจว่าเธอไม่หนักเกินไปกว่าที่คนๆนั้นจะรับได้


สาวน้อยลุกขึ้นจากเตียงนอนอันแสนอบอุ่นอย่างเสียดายเล็กๆ แล้วเดินไปยังส่วนที่เป็นครัวเพื่อหาอะไรมาให้พยาธิในท้องน้อยๆของเธอ แต่เมื่อเธอกำลังจะเปิดตู้เย็นเธอก็สังเกตเห็นกระดาษสีชมพูแผ่นเล็กๆติดอยู่


อรุณสวัสดิ์ ตื่นมาคงจะหิวในตู้มีแซนด์วิชอยู่กินเป็นข้าวเช้าซะ ...อิง

”

สาวเจ้าของห้องอมยิ้มเมื่อได้อ่านข้อความในกระดาษใบเล็กนั่น เธอหยิบของที่อิงเตรียมไว้ให้ออกมากินจนหมดจากนั้นเธอจึงไปจัดการทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย...


ด้านอิงที่เวลาล่วงเข้าไปจนตะวันโด่งก็ยังไม่อยากจะตื่น เพราะว่าวันนี้เป็นวันหยุดเธอจึงฉวยโอกาสพักผ่อนให้มากเข้าไว้จนกระทั่ง...


ก๊อกๆๆ ...


“ตื่นรึยังชั้นเข้าไปล่ะนะ”

”

ไม่คิดจะรอคำอนุญาตจากเจ้าของห้อง คุมิค่อยๆเปิดประตูห้องของอิงอย่างเงียบเชียบและเดินเข้าไปยังห้องนอนของอิงอย่างระวังที่สุด


“ยังหลับอยู่จริงๆด้วย” เธอคิดพลางมองใบหน้ายามหลับของเจ้าของห้องอย่างพิจารณา ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งดูตัดกับผิวขาวราวหิมะของคนญี่ปุ่น รูปหน้าคมที่ดูทั้งสวยและเท่ แล้วไหนจะริมฝีปากคู่นั้น...ที่เคยฉวยเอาสิ่งที่เธอหวงแหนไปได้เป็นครั้งแรก


ใบหน้าของสาวน้อยเริ่มมีสีเลือดสูบฉีดอยู่ทั่วใบหน้าเมื่อคิดถึงเรื่องในตอนนั้น สาวน้อยส่ายหน้าไปมาเพื่อไล่ความคิดเช่นนิ้ออกไปเสีย


“อรุณสวัสดิ์”…” อิงที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เอื้อมมือมาจับแขนของเธอไว้และกล่าวทักทายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม


“อ๊ะ!  ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” ”คุมิที่ได้สติจากเสียงทักทายยามเช้าของเจ้าของห้องพยายามสะบัดมืออิงให้หลุด “แล้วยังมีหน้ามายิ้มอีก คนอะไรยิ้มทีน่ารักซะ เอ้ยไม่ใช่ต้องกวนบาทาต่างหาก ขณะที่คุมิกำลังเถียงกับตัวเองในใจนั้นอิงก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียง เธอชันเข่าขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วนั่งกอดเข่าเอาไว้พลางมองสาวญี่ปุ่นทำท่าสับสนในตัวเอง


“ยิ้มที่มีคนน่ารักมาแอบเข้าห้อง ไม่ได้หรอ” ”อิงตอบคำถามของร่างบางตรงหน้าตรงๆตามใจคิดแต่ก็เรียกสีเลือดจากใบหน้าของสาวน้อยตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย


“บ้า อยู่ๆก็มาชม ชั้นน่ะสวยอยู่แล้ว ไม่ต้องมาบอกย่ะ แล้วอีกอย่างคิดว่ายังไม่ตื่นเลยจะเข้ามาปลุกให้ แค่นั้นแหละ”” คุมิรีบปฏิเสธทันควันแม้สีหน้าจะต่างจากคำพูดไปไม่น้อยก็ตาม เธอเอามือน้อยไปตีหลังของอิงเบาๆแก้เขิน...


พลั่ก


“โอ๊ย ตีเราทำไม มือหนักชะมัด”” อิงบ่นพลางเอามือลูบตรงที่โดนตีป้อยๆ


“อยากตีไง มีอะไรมะ”” คุมิตีหน้าซื่อ เธอมองใบหน้าคมกวนๆ ทำไมกันนะทุกครั้งที่อยู่กับอิงเธอจึงไม่รู้สึกว่าต้องเสแสร้งเหมือนตอนอยู่ข้างนอก เธอรู้สึกถึงอิสระที่จะทำอะไรก็ได้กับเธอคนนี้...


“วันนี้วันหยุด ออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันเถอะ” ”เธอบอกอิงพลางทำท่าอ้อนเหมือนเด็กเล็กๆขอข้างนอกไม่มีผิด


“...ไม่มีตัง”” อิงทำหน้านิ่วแล้วบอกสาวน้อยที่ตอนนี้ทรุดตัวลงมานั่งกอดแขนเธออยู่ข้างๆ


“ไหนบอกว่าจะรับผิดชอบกันไง”” เธอแกล้งทำหน้างอแล้วปล่อยมือออกจากแขนของอิงช้าๆพลางขยับออกห่างเล็กน้อย


อิงมองดูท่าทีของสาวน้อยข้างๆ ไม่นึกเลยว่าจากคนปากแข็งที่เธอเจอในตอนแรกจะกลายเป็นคนขี้งอนขนาดนี้ไปได้ แล้วรับผิดชอบที่ว่าเธอก็พูดกับอาจารย์ตอนที่รู้ว่าต้องติวหนังสือให้ก็แค่นั้น สงสัยสาวเจ้าคงนึกเป็นอย่างอื่นไปแน่ๆ เธอค่อยๆเอามือกุมมือของคุมิอย่างอ่อนโยนแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ


“จะให้รับผิดชอบเรื่องไหน เรียนหรือว่า...จูบ” เธอจงใจกระซิบข้างๆหูเบาๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำสุดท้ายของประโยคที่เน้นเสียงมากเป็นพิเศษ


คุมิรีบผลักร่างของอิงออกไปทันทีที่พูดจบ เธอรู้สึกถึงอุณหภูมิบนใบหน้าของเธอที่กำลังสูงขึ้น เธอจึงรีบหันหน้าไปอีกทางหนึ่งเพื่อไม่ให้อิงเห็นสีหน้าตอนนี้ของเธอ


อิงหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็เดินเข้ามากอดสาวน้อยจากข้างหลังและก้มลงกระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง “แต่ว่าถ้าหากเธอรอได้ ชั้นจะออกไปกดเงิน เดี๋ยวก็มา แต่งตัวรอไว้ละกัน”


“จริงเหรอ งั้นเร็วๆนะชั้นจะรอที่ห้อง เอ่อ แล้วก็ถ้าจะช่วยกรุณาปล่อยดิฉันได้จะเป็นพระคุณอย่างสูงนะคะคุณหนู”” คุมิรีบหันหน้ามาตอบตกลงอย่างเร็วพลางหยอดมุขเล็กน้อยอย่างอารมณ์ดี ก็เธอไม่มีตังพอจะออกไปซื้อของกินข้างนอกได้นี่นา แล้วอีกอย่างของกินที่ห้องก็ไม่มีเหลือด้วย ว่าแล้วเจ้าตัวก็กลับไปแต่งตัวรอที่ห้องอย่างว่าง่าย ส่วนอิงก็เดินออกไปกดเงิน


อิงเดินคิดอะไรไปเรื่อยๆระหว่างไปที่มินิมาร์ทข้างๆหอเพื่อไปกดเงิน เธอแปลกใจปกติคุมิไม่เคยชวนเธอไปไหน แต่ก็หาข้อสรุปเอาเองว่าวันนี้สาวร่างเล็กคงจะหิวจัดถึงชวนเธอออกมา สาวไทยไม่รู้สึกระแคะระคายว่าคุมิแค่หลอกใช้เธอเป็นกระเป๋าเงินส่วนตัวเท่านั้นเอง


ทางด้านคุมิที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่นั้น เมื่อเปลี่ยนเสร็จเธอก็เดินมาที่โต๊ะเขียนหนังสือแล้วหยิบกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งที่ถูกเขียนโดยลายมือที่ดูไม่ค่อยคุ้นตา ตัวอักษรบางตัวที่ดูแล้วเขียนเหมือนจะผิด หรือเกือบจะถูกมากมายบอกให้รู้ว่าผู้เขียนเป็นคนที่ไม่คุ้นเคยกับภาษาของเธอมากนัก เธออ่านโน้ตในแผ่นนั้นไปช้าๆ มันเป็นสรุปย่อของวิชาประวัติศาสตร์โลกที่อิงจะติวให้เธอเมื่อคืนนั่นเอง


คิก เห็นพูดญี่ปุ่นซะเก่งไหงลายมือมันอนุบาลอย่างนี้ล่ะเนี่ย แต่โน้ตนี่ละเอียดเอาเรื่องเลย หรือว่าเมื่อคืนตอนที่เราไปนั่งพักอิงจะเขียนเจ้านี่ให้ มิน่าล่ะหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตั้งนาน ไอ้เราก็นึกว่าทำอะไรอยู่ ตั้งใจทำเพื่อเราขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ยัยนี่พอตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็จริงจังดีนะ ตอนทำหน้าอย่างเมื่อคืนก็น่ารักดี


‘คุมินั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเห็นความพยายามของติวเตอร์จำเป็นของเธอ เธอนั่งอ่านโน้ตนั้นไปอีกเพียงครู่เดียวเท่านั้นก็มีเสียงเรียกจากหน้าห้องดังขึ้น


“ชั้นเอง จะไปมั้ยเดี๋ยวร้านเต็ม” ”อิงตะโกนถามจากหน้าห้องของคุมิ สักพักหนึ่งประตูก็ถูกเปิดออกมา


คุมิที่วันนี้แต่งตัวสบายๆ ผมยาวหยักศกปล่อยสยายเหมือนเช่นปกติ ใบหน้าที่ไม่ได้มีการแต่งเดิมใดๆดูสวยเปล่งปลั่งสมดังวัย อิงหยุดมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความตั้งใจ เธอแทบจะมองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วย้อนกลับมาที่หัวอีกครั้งหลายๆรอบ


“เอ่อ แต่งแบบนี้ก็น่ารักดีนะ ดีกว่าแต่งหน้าหนาแบบรอบที่แล้วเยอะเลย” อิงที่อยู่ๆก็พูดขึ้นหลังจากมองคุมิจนพอใจตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดอยู่ออกมาตรงๆ


“เอ๊ะ เอ่อ ขอบใจนะ...” โอ้ย เราอยากจะบ้า ทำไมแค่ถูกยัยนี่ชมก็ต้องเขินด้วยนะ บ้าๆๆ อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงนะ ควบคุมตัวเองหน่อยสิ คุมิที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเขินกับการชมของอิงทะเลาะกับตัวเองในใจ “


“หิวแล้วๆ รีบไปกันเหอะ”” เธอรีบจูงมืออิงไปที่ร้านโปรดของเธอข้างสถานีทันทีที่ตั้งสติได้


ที่ร้านอาหาร บรรยากาศในร้านดูคึกคักมากเป็นพิเศษ พนักงานเดินกันขวักไขว่ภายในร้านที่มีการจัดแต่งแบบเรียบง่ายแต่ดูดี เพราะเป็นวันหยุดที่นั่งในร้านจึงเต็มเกือบหมดแต่โชคก็ยังเข้าข้างพวกคุมิ มีที่นั่งฝั่งปลอดบุหรี่ว่างอยู่ที่นึงพอดี แม้จะเป็นมุมอับๆของร้านที่ยากที่บริกรจะมองเห็นลูกค้าที่เรียกตัวเองได้ แต่ในเวลาแบบนี้ขอแค่มีที่นั่งก็โอเคแล้วสำหรับพวกเธอ


“เอ่อ เอาสลัดรวมผักสีเขียวหนึ่งที่แล้วก็ชาเย็นนะคะ อ้อแล้วก็ขอซุปฟักทองใส่ขนมปังกรอบมาอีกที่นึงด้วยค่ะ...อิง ไม่สั่งเหรอ”” คุมิที่รัวรายการอาการส่วนของตัวเสร็จทันทีที่บริกรเข้ามารับรายการหันมาถามตัวคนจ่ายที่นั่งทำตาปริบๆฟังรายการที่เธอสั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะตัวเล็ก


“หา เอ่อเราเอาสเต็กแฮมเบิร์กที่นึงกับน้ำชา แค่นี้แหละ””


คุมิสังเกตเห็นว่าอิงทำหน้าพะอืดพะอมเมื่อได้ยินเธอสั่งอาหารก็ชักสงสัยจึงลองถามดูด้วยน้ำเสียงน่ารักๆติดกวนเล็กน้อย


“แหม คุณหนูอิงไม่ชอบกินผักใช่มั้ยเอ่ย เด็กจริงๆนะ ฮิฮิ”” เธอล้ออิงที่ตอนนี้เริ่มทำเป็นเอามือไปเขี่ยนู่นเขี่ยนี่เล่นอยู่เนืองๆ


“จริงๆซะด้วย นึกว่าจะเพอร์เฟคไปหมดที่แท้ก็ยังเป็นเด็ก ไม่ชอบกินผักนี่นา น่ารักจังนะ” สาวคุมิยิ้มตาหยีใส่คนตรงหน้าอย่างอารมณ์ดีเริ่มลงมือจัดการสลัดที่มาเสิร์ฟเป็นอย่างแรกแต่ภาพคนกินผักตรงหน้าก็ทำอิงชักสีหน้าแปลกๆได้ไม่น้อยทีเดียว คุมิที่เห็นอิงทำท่าเช่นนั้นก็ยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่


“เอ้านี่จ้ะอิงผักสดกรอบๆ อร่อยนะ อ้ามม””


“ไม่ล่ะ กินไปเถอะ”” คนถูกแกล้งเริ่มยกมือไม้ปัดไปมาเป็นพัลวันแต่ทันทีที่ลดมือลงผักแสนอร่อยที่อีกคนนึงว่าก็ถูกประเคนเข้าในปากทันที


“ห้ามคาย ผักน่ะมีประโยชน์กินๆไปซะ”” เธอพูดเสียงเขียวใส่อิงที่เคี้ยวของในปากอย่างยากลำบาก ถึงจะบอกงั้นก็เถอะ แต่คนมันไม่ชอบจริงๆนี่นา สาวอิงยังคงทำหน้าเบ้แล้วกล้ำกลืนฝืนทนกลืนผักในปากลงคอไปประหนึ่งว่ามันเป็นของมีพิษที่คุมิบังคับให้อิงกินเข้าไป


“นั่น อย่างนั้นแหละดีมากๆ”” เธอปรบมือให้อิงหลังจากที่เห็นว่าอิงนั้นกลืนผักลงไปแล้ว


“ก็รู้ว่ามันดี แต่ไม่เห็นต้องบังคับกันเลยนี่นา จะคายก็ไม่ได้ อยู่ที่ร้านคนมองอยู่ตั้งเยอะ”” อิงที่ทำหน้ามุ่ยหันมากระซิบให้คุมิฟังเบาๆ


“ฮิฮิ สมน้ำหน้า ก็อยากไม่กินผักเองนี่””


อิงได้แค่ทำหน้าไม่สบอารมณ์แค่เพียงพักหนึ่งแล้วการเล่นก็หยุดลงเมื่ออาหารมาเสิร์ฟจนครบ ไม่มีคำพูดใดๆลอดออกมาอีกเมื่อมีอาหารเข้ามาชิงพื้นที่ในปากไป เมื่อกินจนเสร็จอิงก็รีบสั่งเช็คบิลด้วยกลัวว่าสาวน้อยหน้าหวานจะแผลงฤทธิ์สั่งอะไรมากินเพิ่มอีก


“อิ่มจังเลย ขอบคุณที่เลี้ยงนะคะ” ”คุมิที่เข้าไปกอดแขนเรียวของอิงอย่างจงใจเงยหน้าขึ้นสบตาอิงแล้วกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ อิงมองใบหน้างามนั้นพลางยิ้มตอบรับแล้วพูดเบาพอได้ยิน


“อืม ไม่เป็นไร แต่ว่าวันนี้ต้องติวต่อจากเมื่อวานให้จบนะ”


เพล้ง !


หมดกันบรรยากาศที่อุตส่าห์สร้างมา โธ่คุณหญิงอิง ดิฉันเข้าใจดีว่าจะสอบแล้วแต่จะให้อ่านหนังสือทุกวันสมองอย่างอิฉันก็พังกันพอดีสิเจ้าคะ


“...แต่ว่าเปลี่ยนใจดีกว่า วันนี้จะติวให้ชั่วโมงนึงพอ แล้วเธอไปพักผ่อนซะ เห็นสภาพแต่ละวันนี่น่าสงสาร”” อิงที่ตอนนี้เริ่มได้ใจ เอาแขนของเธอมาโอบรอบเอวของคุมิแล้วโน้มหน้าลงพูดเสียงทุ้มนุ่มนวลและสบตากับหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างเจ้าเล่ห์


“แต่แน่นอนว่าต้องมีข้อแม้ถ้าอยากจะให้ติวแบบนี้นะ...” สิ้นคำอิงก็หัวเราะเบาๆใส่หน้าคุมิที่ตอนนี้หน้าแดงไปถึงใบหูด้วยความเขินและความโกรธรวมกัน แต่อิงก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากเอวบางของสาวน้อยข้างตนง่ายๆ เธอต้องยอมรับว่าคิดถูกจริงๆที่เลือกมาเรียนที่โรงเรียนนี้ การที่ได้มาพบกับคุมิก็ทำให้เธอได้รู้ว่าการไปไหนมาไหนกับคนอื่นซะบ้างก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ว่าคงเป็นเพราะคนตัวเล็กข้างๆมากกว่าที่ทำให้อะไรๆก็ดูสบายใจไปซะหมด


ที่ห้องของคุมิ…


“เอ้าๆ เป็นอะไรไป ทำไปแค่นี้เอง เหนื่อยแล้วเหรอ””


“อืม ก็เธอไม่ยอมผ่อนๆให้บ้างเลยนี่นา รู้ๆอยู่ว่าชั้นไม่เคยแล้วยังจะมาเร่งแบบนี้อีก””


“อ้าว ก็ใครกันล่ะที่ไม่ชอบทำนานๆ เราก็ช่วยเร่งให้แล้วไง ยังจะเอาอะไรอีก””


“โอ้ยยย ก็บอกว่าไม่เคยนั่งติวแบบม้วนเดียวจบแบบนี้ไงเล่า ยังจะมาเร่งอีก สมองคนเรามันรับรู้ได้มากน้อยไม่เท่ากันนะรู้มั้ย แล้วประวัติศาสตร์โลกนี่มันจำได้ง่ายๆซะเมื่อไหร่กัน อิงใจร้ายอ่ะ”” เสียงตัดพ้อของคุมิดังขึ้นเป็นครั้งที่ร้อยของชั่วโมงนี้ ก็อยากจะไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ คนอุตส่าห์ช่วยแล้วยังจะมาบ่นอีก อิงที่ทำหน้างงกับคำพูดของคุมิหยุดติวแล้วมองหน้าคุมิพักหนึ่ง


“จ้าๆ เข้าใจแล้ว ทีนี้ก็กลับไปที่หน้านี้ต่อกันนะ” ”อิงตัดสินใจกลับมาเข้าเรื่องต่อเปิดชีทหน้าต่อไปขึ้นมา “หน้าสุดท้ายแล้วน่า หมดนี่ก็ไม่มีอะไรต้องติวต่อแล้วล่ะเหลือแค่เธอตั้งใจทำข้อสอบให้ดีก็พอแล้ว อ้อ แล้วเดี๋ยวทำเสร็จจะมีรางวัลให้” แม้น้ำเสียงของอิงฟังดูช่างอบอุ่นหากแต่สีหน้าของผู้พูดกลับไม่มีแววใดๆฉายออกมานอกไปจากคำว่า “รีบๆทำซะ” เท่านั้น


“จริงเหรอ หน้านี้สุดท้ายแล้วจริงๆนะจะรีบทำให้เร็วเลยล่ะ ฮิฮิ ต่อจากนี้อีก1อาทิตย์เต็มเราก็สบายแล้วสินะ”” คุมิทำท่าทางดีใจที่ไม่ต้องติวนรกแตกอีกต่อไป อิงมองอากัปกริยาของสาวน้อยอย่างหน่ายๆ ไม่น่าเชื่อว่าสาวน้อยคนนี้จะเกลียดการเรียนมากขนาดนี้ สำหรับเธอที่จำเป็นต้องเรียนอย่างเคร่งเครียดภายใต้หลักสูตรของโรงเรียนเก่าที่บ้านเกิดแล้วเธอก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกที่โรงเรียนอื่นๆในโลกกว้างใบนี้จะมีคนที่ไม่ชอบเรียนเช่นนี้อยู่


การติวในวิชาสุดท้ายผ่านไปได้ด้วยความทุลักทุเลเล็กน้อย แต่ก็ยังดีที่คุมิเริ่มมีใจฮึดที่จะทำเก็งข้อสอบชุดสุดท้ายนี้ให้เสร็จไม่เช่นนั้นคงจะอีกนานกว่าที่วิชาสุดท้ายจะเสร็จได้


“เย้ๆๆ สำเร็จแล้ว เสร็จซะที”” คุมิทำท่าดีใจจนแทบกระโดดทันทีที่ทำเสร็จส่วนอิงก็นั่งยิ้มมองสาวน้อยอยู่ใกล้ๆด้วยท่าทีล้าๆ


“รออยู่นี่เดี๋ยวนะ” ”อิงสั่งคุมิให้นั่งรอที่โต๊ะแล้วตัวเองก็เดินออกนอกห้องไป สักพักอิงก็กลับมา “ห้ามหันมามอง”เธอตะโกนสั่งคุมิที่รอในห้องอย่างว่าง่ายแล้วเดินเข้าไปหาสาวน้อยจากทางข้างหลัง


“อุ๊ย!” คุมิอุทานเบาๆเมื่อมือของอิงสอดเข้ามาจากทางข้างหลังเธอ


“ของขวัญล่วงหน้า ไม่รู้ว่าผลสอบจะเป็นไงนะ แต่ให้ไว้ก่อนดีกว่า”” อิงยื่นกล่องเล็กๆผูกโบว์ให้คุมิที่หันมามองหน้าเอ๋อๆ “


“เอ้อ ก็เราบอกว่าถ้าทำเสร็จจะมีรางวัลให้น่ะ นี่ไงของที่ว่า” อิงยกมือขึ้นเกาคอแก้เก้อ พลางพยักเพยิดให้คุมิเปิดกล่องดู


เมื่อสาวน้อยเปิดกล่องออกมาก็พบกับจิ้เงินรูปหัวใจ ตรงกลางมีเพชรสีชมพูเล็กประดับอยู่เป็นรูปหัวใจ


“อิง นี่มัน...”…” ยังไม่ทันที่คุมิจะพูดต่ออิงก็เอานิ้วมาปิดปากเรียวงามคู่นั้นไว้


“ตอนเดินกลับบ้านเธอชอบแวะไปดูเจ้านี่บ่อยๆ”ไม่ใช่เหรอ”  อิงยิ้มให้พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่มีความอบอุ่นแฝงไว้


“ขอบใจนะ ชั้นจะรักษามันไว้อย่างดีที่สุดเลย” ”คุมิเข้าไปสวมกอดร่างสูงเอาไว้แน่นเป็นการขอบคุณ


“อืม ไม่เป็นไร ของไม่ได้แพงอะไรมากหรอก แต่ว่าอย่าลืมตั้งใจทำข้อสอบแล้วกัน”” ถึงจะไม่ลืมที่จะย้ำถึงเรื่องเรียนแต่อิงก็ยังกระชับอ้อมกอดเอาไว้แนบแน่น ตอนนี้ในใจของเธอคิดแต่เพียงว่าไม่อยากให้เวลาแบบนี้จบลงเลย และแวบหนึ่งคุมิก็เหลือบไปเห็นร่างสูงยิ้มเศร้าๆ แต่ก็เพียงแค่ไม่ถึง1วินาทีซะด้วยซ้ำไป


“อิง มู้ดดีๆอย่าพูดแบบนี้สิ”” หญิงสาวทำแก้มป่องพูดเสียงอู้อี้ในอ้อมแขนของติวเตอร์จำเป็นอย่างตำหนิ แต่กอดกับอิงนี่ทำไมมันรู้สึกดีอย่างนี้นะ อบอุ่นจัง...อยากให้เวลาหยุดอยู่ที่ตรงนี้เท่านั้น คุมินึกในใจพลางซุกหน้าเข้าไปในอ้อมกอดของคนตรงหน้ามากขึ้น


ตี้ดดดด ตี้ดดด ตี้ดดดด”


เสียงมือถือของคุมิดังขึ้นขัดจังหวะ ทำไมกันนะพอคนอารมณ์ดีๆมันต้องมีเรื่องแบบนี้ทุกทีสิน่ะ คุมิคิดอย่างหัวเสียแล้วลุกขึ้นไปหยิบมือถือมารับสายอย่างหน่ายๆ


“เอ่อ สวัสดีค่ะ รุ่นพี่คุมินะคะ หนูอายากะค่ะ พี่ช่วยมาที่โรงยิมหน่อยได้มั้ยคะ พี่นัทสึกิได้รับอุบัติเหตุตอนฝึกซ้อม ไม่แน่ใจว่าจะเป็นอะไรมากรึเปล่าด้วย แล้วหนูเลย เอ่อ...คิดว่าพี่อยากจะรู้”” เสียงเล็กมีความกังวลอยู่อย่างเห็นได้ชัด และเรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้คุมิและอิงต้องรีบออกไปหาทันทีที่รู้เรื่องทันที

 

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com

Tags

Comments

Sticker
Comment
โฆษณา
Search @