#ทำไมต้องให้ช็อกโกแลต? 7 เกร็ดน่ารู้ Fun Facts เกี่ยวกับ ' วันวาเลนไทน์ ' ที่สาวๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน 💝

#ทำไมต้องให้ช็อกโกแลต? 7 เกร็ดน่ารู้ Fun Facts เกี่ยวกับ ' วันวาเลนไทน์ ' ที่สาวๆ อาจไม่เคยรู้มาก่อน 💝

รู้ก็ดี ไม่รู้ก็ได้ แต่ถ้ารู้ไว้ก็จะเข้าใจประวัติของวันแห่งความรักกันมากขึ้น กว่าจะมาเป็น 14 กุมภาอย่างปัจจุบันนี้ มันเริ่มมาจากอะไร? ทำไมต้องเป็นรูปหัวใจ? ทำไมต้องให้ช็อกโกแลต? มาหาคำตอบที่นี่เลย

15 February 2021
Mollacake
15 February 2021
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1030680
- ที่มารูป: pa1.narvii.com


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe ที่น่ารักสุดคิ้วท์ๆ ทุกคน

ช่วงนี้ก็ยังอยู่ในเดือนกุมภาพันธ์ กับควันหลงเทศกาลวาเลนไทน์กันอยู่เนอะ! หากพูดถึงวันแห่งความรัก สาวซิสจะคิดถึงเรื่องอะไรเป็นอันดับแรก? ที่เราเห็นผ่านตากันบ่อยๆ ก็คงเป็นการให้ดอกไม้ ช็อกโกแลต แลกการ์ด ติดสติ๊กเกอร์หัวใจที่ปกเสื้อสมัยเรียน แอบไปสารภาพรักกับคนที่ชอบ ถ้ามีแฟนก็พากันไปเดต ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นธรรมเนียมที่ทำกันทั่วโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า ประเพณีเหล่านี้มันมีประวัติหรือที่มาจากอะไรกันแน่?  

คนที่ยังไม่เคยศึกษาก็อาจคิดว่า มีประวัติริเริ่มจากความรักมุ้งมิ้ง หัวใจสีชมพูแน่เลย แต่ที่จริงมันมีความหมายซับซ้อนและดราม่ากว่านั้นเยอะมากๆ! แม้แต่การพาไปเลี้ยงข้าวในร้านหรู ก็มีรากฐานจากประเพณีเก่าแก่เกี่ยวกับการแต่งงานในสมัยโบราณ ในบทความนี้เราจะพาสาวๆ ไปรู้ ที่มาของวันวาเลนไทน์ทั้งหมด 7 ข้อที่อาจไม่เคยรู้มาก่อน จะมีอะไรบ้างเราไปอ่านพร้อมๆ กันเลยค่า

1. ในสมัยก่อน วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็น ' เทศกาลตั้งครรภ์ ' ของชาวโรมัน
image_1024018
- ที่มารูป: www.thesun.co.uk

หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ทำไมทั้งโลกต้องกำหนดให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันที่แสดงถึงความรัก อาจจะน่าตกใจ แต่มันคือ ' วันตาย ' ของนักบวชคาทอลิกชื่อวาเลนไทน์ ( St. Valentine ) ที่ถูกประหารชีวิตโดยจักรพรรดิชาวโรมัน พระเจ้าคลอเดียสที่สองในช่วงคริสตศักราชที่ 3 ซึ่งมีการคาดเดาสาเหตุการประหารกันมากมาย อย่างไรก็ตาม ในยุคโบราณ ช่วงวันที่ 13-15 กุมภาของทุกปีคือเทศกาลนอกรีตอย่าง ' the pagan festival ' ค่ะ

ในเทศกาลนี้ คนโรมันจะเฉลิมฉลองด้วยการบูชายัญแพะ สุนัขและเฆี่ยนตีผู้หญิงอย่างโหดร้าย! ซึ่งไม่ได้ตีเบาๆ พอเป็นพิธีนะ แต่ตีให้เจ็บปวดเป็นแผลจริงๆ เพราะมีความเชื่อว่าการทำแบบนี้จะทำให้ผู้หญิง ' เจริญพันธุ์ ' หรือตั้งครรภ์ มีลูกได้มากขึ้น ซึ่งผู้หญิงในสมัยนั้นก็ต่อคิวเรียงให้ถูกโบยตีจนเลือดอาบจริงๆ ในช่วงศตวรรษที่ 5 พระสันตะปาปา Gelasius I ประกาศให้พิธีนี้ผิดกฎหมาย และสถาปนา 14 กุมภาพันธ์เป็นวันวาเลนไทน์อย่างเป็นทางการ ถือว่าเป็นพิธีที่มาก่อนวันวาเลนไทน์ในโลกใบนี้ที่เหี้ยมโหดที่สุดแล้ว

2. ชื่อ ' วาเลนไทน์ ' มาจากชื่อนักบวชชื่อ เซนต์ วาเลนไทน์ ที่สละชีวิตเพื่อความรัก
image_1024026
- ที่มารูป: www.img.in.th

มีตำนานหนึ่งกล่าวไว้ว่า ตอนที่นักบวชวาเลนไทน์ถูกจองจำในคุก เพราะไปทำพิธีแต่งงานให้คู่รักที่อายุน้อย ซึ่งผิดกับกฎหมายของจักรพรรดิในสมัยนั้น เขาได้สวดภาวนาให้กับลูกสาวของหนึ่งในผู้พิพากษาที่ทำการตัดสินคดี และรักษาอาการตาบอดของเธอได้! ก่อนเขาจะถูกประหารชีวิต เขาได้เขียนจดหมายและลงท้ายด้วยคำว่า " จากวาเลนไทน์ของเธอ ( from your valentine ) ' 

ไม่ว่าแท้จริงแล้วจดหมายนั้นจะแสดงความรักในเชิงโรแมนติกหรือชู้สาวหรือไม่ ( ซึ่งก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ) การกระทำนี้ก็ถูกมองว่าเป็นความหลงใหลและความห่วงใย ซึ่งนำมาสู่การแสดงความรักในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปีค่ะ

3. รูปร่างของ ' หัวใจ ' ที่ใช้กันแพร่หลาย มีที่มาจาก ' พืช '
image_1024027
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อนี้คิดว่าสาวๆ หลายคนอาจจะไม่รู้ แต่รูปร่างหัวใจที่แพร่หลายไปทั่วโลกนั้น มันไม่ได้มาจากหัวใจในร่างกายคนจริงๆ นะคะซิส ถ้าเคยดูซีรีส์แนวหมอๆ ที่ต้องผ่าตัด เห็นอนาโตมีร่างกายก็จะรู้ว่าหัวใจจริงๆ จะเหมือนก้อนทรงกลมที่มีเส้นเลือดและกล้ามเนื้อพันกันมากกว่า ส่วนหัวใจที่เป็นสัญลักษณ์ของความรักที่วาดง่ายกว่ากันเยอะนั้น ถ้าเอาจริงๆ ก็ไม่สามารถระบุได้ชัดว่ามาจากอะไรกันแน่

แต่ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งคือรูปทรงมันไปคล้ายกับพืชชื่อ ' silphium ' ที่ปัจจุบันนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว สมัยก่อนเคยพบที่เมือง cyrene ในทวีปแอฟริกา โดยนำไปใช้ในรูปแบบของสีผสมอาหาร, น้ำเชื่อมแก้ไอและที่โด่งดังที่สุดคือนำมาทำเป็น ' ยาคุมกำเนิด ' หรือบางความเชื่อก็กล่าวว่า รูปทรงหัวใจนี้มีความเชื่อมโยงกับเพศสัมพันธ์ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความรัก หรือเป็นตัวแทนของรูปทรงหน้าอก บั้นท้าย อวัยวะเพศ หรือรูปวาดคร่าวๆ ของหัวใจทางกายภาพ เป็นต้นค่ะ

4. 'ดอกกุหลาบสีแดง' หมายถึงสิเน่หา (romance) ในภาษาดอกไม้ของชาววิกตอเรียน
image_1024030
- ที่มารูป: www.img.in.th

ย้อนกลับไปในสมัยวิกตอเรียน ผู้คนจะแสดงออกทางความรู้สึกผ่าน ' floriography ' หรือภาษาดอกไม้ ซึ่งการให้ดอกไม้ชนิดไหนกับใครจะมีความหมายแฝงที่ค่อนข้างชัดเจน เช่น ดอกกุหลาบสีแดงหมายถึง ' สิเน่หา ( romance ) ' ซึ่งความหมายนี้ก็นำมาใช้ถึงปัจจุบัน เช่นในสหรัฐอเมริกาที่เป็นตลาดของวาเลนไทน์ที่ใหญ่อันดับต้นๆ จะซื้อดอกกุหลาบจำนวนมหาศาลจากฟาร์มในโคลัมเบียและเอกวาดอร์ที่ค่าแรงถูกมากๆ และใช้เวลาขนส่งเพียง 3-4 วันเท่านั้น

โดยผู้ปลูกมีการควบคุมอุณหภูมิในการเติบโตของดอกกุหลาบ เพื่อให้ดอกเต่งตูมและบานสวยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์พอดี จะมองว่าคนปลูกดอกไม้ปรับตัวรับกับความต้องการซื้อช่วงเทศกาล หรือมองว่าเป็นมาร์เกตติ้งชั้นยอดที่ทำให้คนขายดอกไม้มีกำไรก็เป็นได้ทั้งหมด เพราะในเมืองไทยเอง ดอกกุหลาบก็จะถูกโก่งราคาสูงลิบในช่วงนี้เช่นกัน

5. ' ช็อกโกแลต ' ในวันวาเลนไทน์ เป็นแค่การตลาดที่คนฮิตมากๆ เท่านั้น
image_1024053
- ที่มารูป: www.img.in.th

เคยสงสัยไหมว่า ทำไมขนมหวานที่ฮิตสุดๆ ในวันวาเลนไทน์ต้องเป็น ' ช็อกโกแลต ' โดยเฉพาะช็อกโกแลตหลายไส้ หลากสีที่อยู่ในกล่อง เป็นของขวัญสิ้นคิดที่มอบให้คนรักได้ง่ายๆ เลย ก็ต้องย้อนเล่าไปถึง Richard Cadbury เจ้าของบริษัทช็อกโกแลต Cadbury ของอังกฤษค่ะ หลังจากเขาและน้องชายรับกิจการขายช็อกโกแลตของที่บ้านมาทำต่อ เขาพบวิธีที่จะสกัดโกโก้บัตเตอร์แท้ๆ จากเมล็ดเพื่อนำช็อกโกแลตแบบดื่ม ทำไปทำมาก็เหลือโกโก้บัตเตอร์เยอะกว่าที่คิดไว้ เขาเลยนำมาทำเป็น ' ช็อกโกแลตแบบเคี้ยว ' อีกชนิดซะเลย

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มคิดอุบายทางธุรกิจ เพื่อจะมียอดขายช็อกโกแลตให้มากขึ้นเพื่อระบายโกโก้บัตเตอร์เหล่านั้นออกไป ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าจะทำให้เปลี่ยนอุตสาหกรรมการขายขนมชนิดนี้โดยสิ้นเชิง! Cadbury เริ่มออกแบบลวดลายกล่องสวยๆ ที่ใส่ช็อกโกแลตแบบใหม่ ทำแพ็กเกจพิเศษเฉพาะวาเลนไทน์ มีรูปคิวปิดและดอกกุหลาบ มีความเชื่อว่าเขานี่แหละ ทำกล่องช็อกโกแลตรูปทรงหัวใจเป็นเจ้าแรก แม้จะไม่ได้จดสิทธิบัตรไว้ก็ตาม

ดังนั้นใครที่ยึดถือว่าต้องซื้อช็อกโกแลตให้เพื่อนให้แฟน ให้รู้ไว้ว่ามันไม่มีความหมายลึกซึ้งในอดีตอะไรเลยค่ะ แค่เป็นการตลาดปล่อยของให้ได้เยอะๆ ของเจ้าของโรงงานช็อกโกแลตเท่านั้น ( แต่ก็ถือว่าฉลาดมากเลยละ )

6. คิวปิด (กามเทพแผลงศร) แท้จริงแล้วเป็น ' เทพเจ้าแห่งความรัก ' ในตำนานกรีก
image_1024054
- ที่มารูป: www.img.in.th

ใครที่จบเอกวรรณกรรม ชอบดูหนังหรือการ์ตูนเกี่ยวกับโลกของเทพเจ้ากรีก หรือเคยอ่านเทพนิยายปกรณัมของกรีกและโรมันมาบ้าง หนึ่งในเทพเจ้าที่จะมองข้ามไปไม่ได้ก็คือ ' คิวปิด ' ที่มีรูปลักษณ์เป็นเด็กชายตัวน้อยมีปีกสองข้าง คอยบินหาหนุ่มสาวเพื่อแผลงศรความรักนั่นเอง! ที่จริงแล้วก่อนจะถูกเรียกว่าคิวปิด คนกรีกจะเรียกว่า ' อีรอส เทพเจ้าแห่งความรัก '

อีรอสยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของเซ็กซ์ เพราะมีสัมพันธ์กับทั้งมนุษย์และพระเจ้า เพราะในบางตำนาน อีรอสไม่ได้มีแค่ร่างเด็ก แต่เป็นหนุ่มกำยำร่างสูงใหญ่ที่หน้าตาดีมาก ตามตำนานกรีกแล้วนั้น คิวปิดจะมีศรเพียงสองคัน คืออันที่ทำให้ตกหลุมรักกัน และอันที่ทำให้คนเกลียดกัน แต่คนโรมันใส่เทพองค์นี้ไปในตำนานของตัวเองและเรียกว่า ' คิวปิด ลูกชายวีนัส เทพีแห่งความรัก ' แทน

ในช่วงยุคเรอเนสซองต์ มีศิลปินที่สรรสร้างรูปปั้นคิวปิดที่มองแล้วคล้ายกับเด็กเปลือยกาย ซึ่งรูปปั้นกลับกลายเป็นดังพลุแตก กลายเป็นอิมเมจภาพจำของวันวาเลนไทน์ไปในที่สุดค่ะ

7. ' ลูกไม้และริบบิ้น ' เชื่อมโยงกับความรัก มาตั้งแต่สมัยโบราณ
image_1024055
- ที่มารูป: www.img.in.th

เป็นความจริงว่าในช่วงเทศกาลวาเลนไทน์นั้น แม้แต่กล่องช็อกโกแลตที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายที่สุด ก็มักจะมีการวาด ' ริบบิ้นและลูกไม้ ' ประดับอยู่บนตัวกล่องเสมอ หรือถ้าซื้อยี่ห้อพรีเมียมราคาแพงหน่อยก็จะห่อริบบิ้นแบบที่จับต้องได้จริงๆ มาให้เลย ไม่ใช่แค่ให้ดูสวยละมุนอ่อนหวานเท่านั้น แต่เรื่องนี้มีที่มาซับซ้อนกว่านั้นค่ะ! 

ทั้งลูกไม้และริบบิ้น เป็นชิ้นส่วนของเครื่องแต่งกายที่มีความหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ช่วงยุคกลาง เหล่านักรบที่ต้องออกไปรบในช่วงสงคราม จะนำริบบิ้นจากคนรักติดตัวไปด้วยเสมอ เพราะเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความโชคดี รอดชีวิตกลับมาจากสงครามครั้งนั้น และลูกไม้ นอกจากเป็นของประดับส่วนหนึ่งของริบบิ้นด้วยนั้น คำว่า Lace ( ลูกไม้ ) ในภาษาอังกฤษยังมาจากรากศัพท์ภาษาละตินที่แปลว่า ' ยึดครอง ' หรือมีความหมายแฝงว่าได้ยึดหัวใจของคนคนนั้นไปแล้วนั่นเอง #เขินนน

image_1030679
- ที่มารูป: i.pinimg.com


------------------------------------------
อ่านจบถึงตรงนี้ คิดว่าซิสน่าจะได้รู้จักประวัติของวันวาเลนไทน์กันมากขึ้นแล้วเนอะ ~('▽^人) มีทั้งแบบ fun facts สนุกประดับความรู้ และแบบที่อาจจะดาร์ก มืดมนกว่าที่ซิสคิด แต่มันก็คือความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต และบางการกระทำก็ส่งผลมาถึงปัจจุบัน สิ่งที่เบื้องหน้ามองว่าสวยงาม อาจจะมาจากรอยเลือดและคราบน้ำตา ซึ่งก็ไม่ต่างกับความรักในชีวิตจริงที่ไม่ได้มีแต่ด้านสวีทหวาน แต่ถ้าคิดจะจริงจังก็มีอุปสรรคให้ฝ่าฟัน ทะเลาะจนเสียน้ำตาได้เช่นกัน

สุดท้ายแล้ว ความรักที่จะยืนยาวอย่างแท้จริง ไม่ได้มีองค์ประกอบแค่สิเน่หา ดอกไม้ ช็อกโกแลตเท่านั้น แต่ต้องมีความรัก ความเข้าใจ และพร้อมจะจับมือก้าวเดินไปด้วยกันในทุกๆ วัน ไม่ใช่แค่วันวาเลนไทน์เท่านั้น ^^ สำหรับวันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้าค่ะ บ๊ายบายย 


Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @