ว่าด้วยเรื่อง.... " ทฤษฎี 21 วัน " เริ่มต้นมาจากไหน? ทำแล้วได้ผลจริงรึเปล่า? กับความรักล่ะใช้ได้ไหม?

ว่าด้วยเรื่อง.... " ทฤษฎี 21 วัน " เริ่มต้นมาจากไหน? ทำแล้วได้ผลจริงรึเปล่า? กับความรักล่ะใช้ได้ไหม?

ได้ยินกันมาเนิ่นนานสำหรับ " ทฤษฎี 21 วัน " เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยลองทำตามกันแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีที่มาจากไหน ทำแล้วได้ผลจริงไหม มีวิจัยรึเปล่า หรือสามารถใช้กับความรักได้จริง ๆ เหรอ มาไขคำตอบจากบทความนี้ได้เล้ย

13 October 2022
SIS GURU
13 October 2022
เลือกอ่านตามหัวข้อ

image_1100329
- ที่มารูป: c.tenor.com

ฮัลโหลค่าชาวซิสสสสส วันนี้เรามาเมาท์มอยหอยสังข์กันดีกว่า ว่ากันด้วยเรื่อง " ทฤษฎี 21 วัน " อ๋าาาา~ เคยได้ยินกันมาบ้างใช่ไหมล่ะคะ? เพราะว่าทฤษฎีนี้ดังม้ากกกก คนก็เอามาใช้กันเยอะมาก ซึ่งการเอามาใช้ส่วนใหญ่มักจะใช้ในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งหรือสร้างนิสัยบางอย่าง ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการทำงาน การเรียน การเงิน การใช้ชีวิต หรือแม้กระทั่งกับความรักนะคะ แต่!! ทุกคนรู้ไหมคะว่า ทฤษฎี 21 วันเนี่ยมันเริ่มต้นมาจากไหน? แล้วมันใช้ได้ผลจริงไหม? กับความรักล่ะ มันใช้ได้จริง ๆ เหรอ? วันนี้เรามีคำตอบมาบอกทุกคนเลยค่ะ แต่ขอเตือนไว้นิดนึงนะคะว่าอาจจะทำให้ทุกคนช็อกได้ ถ้าเตรียมใจพร้อมช็อกแล้วก็มาอ่านกันให้ไวให้ว่องเลยจ้าาาา ♥

 

 

" ทฤษฎี 21 วัน " มาจากที่ไหน แล้วมันคืออะไร?

image_1100330
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ซิสป้ายยาที่น่าสนใจ

⭐️ใหม่!! เซรั่มสู้สิวอัพผิวไบรท์ จาก Garnier เพื่อคนเป็นสิวโดยเพราะ 🫶🏻
ผิวหน้า
8
4
7.2K
ผิวโทรมแค่ไหน เซรั่มไฮยาแตงโมก็เอาอยู่ 🍉💦
ผิวหน้า
8
4
6.7K
#เเซมพูซันซิล
ผม/หนังศีรษะ
12
5
7K

ที่มาของทฤษฎี 21 วันก็คือหนังสือ ' Psycho-Cybernetics ' ของ Dr. Maxwell Maltz โดยในหนังสือก็จะมีการพูดเกี่ยวกับทฤษฎี 21 วันไว้ประมาณว่า " การทำอะไรซ้ำไปซ้ำมาจนครบ 21 วัน อาจจะส่งผลให้สิ่งนั้นกลายเป็นนิสัยได้ " ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ยังไม่ถึงขั้นเป็นทฤษฎีนะคะ น่าจะเป็นแค่ข้อสังเกตมากกว่าเพราะดร.แม็กซ์เวลล์เองก็ยังไม่ได้ศึกษามันอย่างจริงจัง แต่เมื่อหนังสือนี้ได้เผยแพร่ออกไปในตลาด วลี ' 21 วันสร้างนิสัย ' ก็เริ่มกระจายเป็นวงกว้างในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกเชื่อและมีความตื่นเต้นที่จะเปลี่ยนแปลงตัวในระยะเวลาอันสั้น แล้วก็ส่งผลให้ทุกคนเชื่อมาจนถึงปัจจุบันนั่นเองค่ะ

 

แล้วแบบนี้ " ทฤษฎี 21 วัน " มันใช้ได้ผลไหม?

image_1100332
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ถึงแม้ว่าทฤษฎี 21 วันมันอาจจะยังไม่เป็นทฤษฎี 100% ก็ตามแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะคะ เพราะต่อมาในปี 2009 ฟิลิปปา แลลลี นักวิจัยด้านสุขภาพที่ University College London ได้ทำการวิจัยออกมาว่า " จริง ๆ การสร้างนิสัยใหม่ ช่วงเริ่มต้นประมาณ 18 วันแรกการกระทำต่าง ๆ จะเริ่มเกิดเป็นนิสัยแล้ว แต่ถ้าอยากให้เป็นนิสัยที่คุ้นชินมากขึ้นต้องใช้เวลาเฉลี่ย 66 วัน ส่วนถ้าจะให้เป็นนิสัยแบบเต็มตัวก็อาจจะต้องใช้เวลาถึง 254 วัน " สรุปง่าย ๆ ว่ามันได้ผลอยู่นะคะ เพราะอย่างน้อยก็พิสูจน์แล้วว่าทฤษฎี 21 วันเป็นจุดเริ่มต้นการสร้างนิสัยได้ แต่ถ้าอยากให้เป็นนิสัยจริง ๆ ก็ต้องทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ เน้อชาวซิส ♥

 

ถ้าอยากเริ่มสร้างนิสัยใหม่ สามารถใช้ " ทฤษฎี 21 วัน " ได้รึเปล่า?

image_1100331
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ถ้าอยากจะเริ่มสร้างนิสัยใหม่ด้วยทฤษฎี 21 วัน ฟิลิปา แลลลี่ก็ได้บอกวิธีไว้อีกด้วยนะคะ เธอบอกว่าให้เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ที่สามารถทำได้จริงทุกวัน ไม่ฝืนตัวเองเกินไป พอเราเริ่มชินก็อาจจะเริ่มต้นชาเลนจ์อะไรใหม่ ๆ เช่น อยากออกกำลังกายให้เป็นนิสัย ก็ให้เริ่มต้นวันแรกที่ประมาณ 10 นาทีก่อน วันต่อไปก็ค่อย ๆ เพิ่มเป็น 11 12 13 ไปเรื่อย ๆ จนถึง 21 นาที หลังจากครบ 21 วันก็อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 30 นาทีเลยก็ได้นะคะเพราะเราเริ่มชินมากขึ้น ( หรือใครจะเพิ่มวันละนาทีเหมือนเดิมก็ได้นะ ) แต่ช่วง 21 วันแรกอย่าเพิ่มแบบวันแรก 10 นาที วันต่อมา 15 นาที วันถัดไปอีกเป็น 20 นาที แบบนี้มีสิทธิ์ที่จะล่มสูงมากนะคะ ให้เริ่มแบบทีละเล็กละน้อยจนครบ 21 วันก่อน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนครบ 66 วัน เราก็จะเริ่มชินกับการออกกำลังประมาณ 1 ชั่วโมงแล้วนั่นเองค่า รู้ทริคดี ๆ แล้วก็ลองเอาไปทำกันดูน้า~

 

มีวิธีอะไรง่าย ๆ บ้างในการเปลี่ยนนิสัยด้วย " ทฤษฎี 21 วัน " ?

image_1100333
- ที่มารูป: i.pinimg.com

บางคนยังนึกนิสัยง่าย ๆ ที่ไม่ฝืนตัวเองในการเริ่มทำทฤษฎี 21 วันไม่ออกใช่ไหมคะ งั้นเราขอแนะนำ 5 วิธีที่ไม่ฝืนตัวเองเกินไปในการเริ่มสร้างนิสัย จะมีข้อไหนน่าสนใจไปลองทำตามบ้างก็มาดูกันเลยจ้า

1. ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว : วิธีนี้ให้เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน > ก่อนกินข้าวทุกมื้อ 30 นาที > หลังกินข้าวทุกมื้อ 1 ชั่วโมง > ช่วง 15:00 น.อีกหนึ่งครั้ง และปิดจบด้วยก่อนนอน 2 ชั่วโมง แค่นี้ก็ครบ 8 แล้วล่ะ!

2. ออกกำลังกาย : วิธีนี้ตามที่บอกไปในข้อข้างบนเลยค่ะให้เริ่มจาก 10 - 15 นาทีก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มวันละ 1 นาที โดยห้ามเพิ่มมากกว่านั้นจนกว่าจะครบ 21 นะคะ

3. ทานผักและผลไม้ : ให้เริ่มจากผักที่รสชาติติดหวาน ไม่เหม็นเขียวหน่อยแบบข้าวโพดอ่อน ผักกาดขาว แครอต ส่วนผลไม้ให้เริ่มจากแอปเปิล ฝรั่ง ชมพู่ เพราะมีรสชาติไม่หวานมากจนเกินไปทานง่ายด้วยนะคะ ถ้าใครอยากเริ่มก็ลองเริ่มจากพวกนี้ดูได้น้า

image_1100336
- ที่มารูป: i.pinimg.com

4. อ่านหนังสือวันละ 15 นาที : ใครขี้เกียจอ่านช่วงใกล้สอบวิธีนี้แนะนำมากนะคะ ให้อ่านวันละ 15 นาที ทำไปเรื่อย ๆ สัก 21 วันก่อน ถ้ารู้สึกว่าเพิ่มขึ้นได้แล้วก็ค่อย ๆ ปรับเพิ่มเป็น 20 นาทีหรือ 30 นาทีได้นะคะ

5. เขียน Bullet Journal : บุลเล็ต โจนอลหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ' บูโจ ' จะคล้าย ๆ ไดอารี่นะคะ คือเราสามารถเขียนเรื่องราวในวันนี้ที่เจอได้ เขียนความรู้สึกของวันนี้ได้ หรือจะเขียนสิ่งที่จะทำในวันพรุ่งนี้ก็ได้ รวมไปถึงหนัง / เพลง / หนังสือ ฯลฯ ที่ได้เจอใหม่ ๆ ได้หมดเลยค่ะ การทำแบบนี้จะช่วยให้ความคิดมีระเบียบมากขึ้น ช่วยเตือนความจำ แล้วก็ยังทำให้เราได้เห็นอดีตต่าง ๆ ที่จดไว้ด้วย

ทั้ง 5 วิธีเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ไม่ฝืนตัวเองมากไปนะคะ แต่ถ้าใครรู้สึกว่ายังไม่ใช่จะลองคิดเพิ่มเติมในแบบตัวเองก็ได้เน้อ แล้วก็พยายามกำหนดเวลาในการเริ่มต้นประมาณ 10-15 นาที หลังจากนั้นค่อย ๆ เพิ่มเวลาขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เราทำสำเร็จได้ง่ายขึ้นแล้วจ้า

 

แล้วมีทริคในการทำ " ทฤษฎี 21 วัน " ให้สำเร็จไหม?

image_1100334
- ที่มารูป: i.pinimg.com

ใครสายกันไว้ดีกว่าแก้ต้องอ่านเลยค่ะ คือเราเข้าใจคนที่กลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้ ไม่มั่นใจ ถ้าพังก็ต้องเริ่มใหม่อีก ( การทำทฤษฎี 21 วัน ถ้ามีการหยุดทำไประหว่าง 21 วันต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ) มันแบบเป็นคนล่กท่านหนึ่งอะไรงี้ ก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะเรามีทริคง่าย ๆ ในการที่จะช่วยให้มันผ่านไปได้อย่างราบรื่นแค่ 3 ข้อเท่านั้นค่ะ

1. ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป : อย่ารีบ อย่าเร่งตัวเองเกินไปค่ะ ให้ทำทีละน้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยไล่ระดับไปเรื่อย ๆ จะเห็นผลได้ดีกว่า

2. ถ้าทำแล้วรู้สึกฝืนไป ก็ให้หาทางแก้ใหม่ : ถ้าเราทำแล้วรู้สึกฝืนเกินไป ไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้ลดเวลาหรือลดปริมาณไปอีกก็ได้นะคะ เช่น ปกติให้เริ่มที่ 10 นาที แต่ไม่ไหวจริง ๆ ก็เป็น 5 นาทีก่อนก็ได้ค่ะแล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาไปเรื่อย ๆ

3. พยายามคิดถึงข้อดีเข้าไว้ : ในการสร้างนิสัยบางอย่างมันเป็นอะไรที่ฝืนใจและทำให้ท้อได้ง่ายนะคะเช่น จะนอนให้เป็นเวลามากขึ้น ถ้าเรามัวแต่คิดว่าทำไม่ได้หรอกมันก็จะทำไม่ได้นะคะ ให้คิดถึงข้อดีว่าถ้าเรานอนเป็นเวลาสุขภาพเราจะดีขึ้น สิวก็น้อยลง การทำแบบนี้จะทำให้มีกำลังใจมากกว่าน้า ลองดูค่า!

 

นอกจากสร้างนิสัย " ทฤษฎี 21 วัน " สามารถใช้กับ " ความรัก " ได้ไหมนะ?

image_1100335
- ที่มารูป: i.pinimg.com

เรียนรู้ทฤษฎี 21 วันกันไปเยอะพอสมควรแล้ว หลายคนน่าจะเกิดคำถามขึ้นว่าแล้วแบบนี้ " ทฤษฎี 21 วันมันสามารถที่จะนำไปใช้กับความรักได้ไหม " คือเราเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินที่คนบอกว่าถ้าจะจีบใครให้เริ่มทักไปหาเขาเป็นเวลา 21 วัน หลังจากนั้นก็ให้หายไป ถ้าวันที่ 22 เขาเป็นฝ่ายทักมาก่อนก็หมายความว่าประสบความสำเร็จ ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจัยที่จะทำให้เขารักเราหรือสนใจในตัวเรา มันไม่ใช่แค่การใช้เวลานะคะ ความรู้สึกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บางคู่คุยกันแค่ 10 วันแล้วคลิกจนคบกันไปหลายปีก็มี แล้วอีกอย่างการที่เขาไม่ทักเราในวันที่ 22 เขาอาจจะแค่ไม่กล้าทักก็ได้นะคะ หรือไม่แน่เขาก็อาจจะไม่สนใจเราตั้งแต่แรกเลยก็ได้ มันเอามาใช้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่นะคะ ทางที่ดีทุกคนน่าจะงัดกลเม็ดการทักหรือการคุยให้น่าสนใจออกมาดีกว่าการใช้ระยะเวลา 21 วันในการตัดสิน ซึ่งถ้าใครคิดกลเม็ดการทักไม่ออกก็เข้ามาอ่านในบทความนี้ได้เลยค่า >>

 

 

ลบภาพจำเดิม ๆ เรื่องทฤษฎี 21 วันไปเลยใช่ไหมล่ะคะ? หลายคนน่าจะเชื่อมานานมากว่าทฤษฎี 21 วันทำให้เกิดนิสัยที่เคยชิน ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นการสร้างนิสัยเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าทำแล้วมันจะไม่มีประโยชน์เลย ยังไงก็อยากให้ทุกคนลองไปทำตามกันดูนะคะ เราจะได้สร้างนิสัยให้เคยชินจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพอย่างการดื่มน้ำ การออกกำลังกาย การทานผัก-ผลไม้เนี่ยยิ่งอยากให้ทุกคนไปเริ่มทำกันเยอะ ๆ เลยนะคะ จะได้แข็งแรง ๆ ไม่มีโรคร้ายมาระรานเนอะ ก็จบไปแล้วนะคะสำหรับการเมาท์มอยเรื่องทฤษฎี 21 วัน ครั้งหน้า Women Talk จะมีอะไรมาเมาท์มอยให้ฟังอีกก็ฝากติดตามด้วยน้า บ๊ายบาย > 3 <


   ✉   ✉ 

Designer : namoodong
Writer : saturnxjan_

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @

เว็บไซต์ของเราได้มีการให้ความสำคัญกับข้อมูลของสมาชิกตามกฏหมาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

รับทราบ