การเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนนอนก็ส่งผลกระทบต่อการนอนในระดับนึงอยู่แล้ว ยิ่งถ้า ปิดไฟเล่นมือถือ เสริมกับการทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันก่อนนอนทุกครั้ง บอกเลยว่าใครที่กำลังทำพฤติกรรมแบบนี้อย่างต่อเนื่องต้องหยุดหากไม่อยากสายตาพัง ดวงตาเสื่อมก่อนวัยอันควรไปมากกว่านี้! ตามมาดูถึงข้อเสียของการปิดไฟเล่นมือถือและมาดูวิธีแก้ไขขอบตาดำหลังจากที่เราสังเกตเห็นได้ชัดเจนกันเลยค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อ

parae
Content Manager
นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี
ข้อเสียการปิดไฟเล่นมือถือ อันตรายกว่าที่คิด !

“คุณอาจเกิดอาการตาล้าได้ ดวงตาของคุณจะตึงเครียดจากการนั่งอยู่ในห้องมืดพร้อมหน้าจอสว่าง” ดร. มาซิห์ อาห์เหม็ด, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจักษุวิทยา, Baylor College of Medicine เคยให้ข้อมูลไว้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ แสงสีฟ้า หรือ Blue Light ที่ทุกคนได้ยินมาบ่อยๆ มีส่วนของ UVA และ UVB ที่จะสามารถทะลุเข้ามาในโลกของเราได้ โดยการกระจายตัวของแสงสีฟ้าเสี่ยงต่อการแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล ปวดกระบอกตา ปวดศรีษะ สายตาไม่ชัด เมื่อใช้แสงสีนี้อาจมีผลกระทบต่อการนอนและการตื่นของร่างกายได้เหมือนกัน โดยแสงสีฟ้าสามารถพบได้ทั่วไปจากแสงอาทิตย์ จากหลอดไฟ แต่ส่วนมากพบได้ที่คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แต่แสงสีฟ้าไม่ได้ทำให้ผู้ที่ใช้ตาบอดแต่อย่างใด เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้ไม่สบายตาเมื่อใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันหรือในที่มืดๆ นั่นเอง

ผลกระทบจากการเล่นมือถือในที่มืด

ข้อเสียของการใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเสี่ยงทำให้เป็น โรคเทคโนโลยีซินโดรม เพราะการมองไปที่หน้าจอตลอดเวลาทำให้ม่านตาขยายใหญ่ มากกว่าปกติ โดยเฉพาะยิ่งถ้าใครที่ปิดไฟเล่นก่อนนอนบ่อยๆ จนกลายมาเป็นโรคเทคโนโลยีซินโดรมเข้าไปแล้ว
นอกจากนี้ปัญหาสุขภาพตาอาจมีการลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่จนกลายเป็น ต้อหิน ในที่สุดซึ่งโรคต้อหินนั้นเป็นกลุ่มโรคที่มีการเสื่อมของประสาทตาส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเนื่องจากโรคต้อหินไม่มีอาการเตือนในระยะแรก การสูญเสียการมองเห็นจะเริ่มที่ขอบนอกของลานสายตาคือการมองเห็นจากด้านข้างส่วนตรงกลางภาพยังเห็นชัดชัดเจน แต่หากไม่ได้รับการรักษา การมองเห็นภาพจะมีการแคบลงเรื่อยๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวซึ่งปัจจัยเสี่ยงของโรคต้อหินเป็นได้หลายสาเหตุ ได้แก่
- พันธุกรรม ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นต้อหิน พออายุเพิ่มขึ้นหรือช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจมีความเสี่ยงเพิ่ม
- ความดันลูกตาสูง ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเส้นประสาทตาได้
- โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไมเกรน สามารถทำให้เกิดต้อหินร่วมด้วยได้
- ใช้สายตาหนัก และอยู่ในที่แสงน้อยนาน ๆ จะทำให้การไหลเวียนเลือดในดวงตาแย่ลง
สำหรับการรักษานั้นจะมีตั้งแต่การใช้ยา การใช้เลเซอร์ และการผ่าตัดนั่นเอง แต่หากอยากแก้ปัญหาในระยะยาวก็ควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยดูแลรักษาดวงตาของเราด้วยนะคะ ซึ่งอาจจะยังทำไม่ได้ทุกข้อในตอนแรก แต่ค่อยๆ ทำไปย่อมดีกว่าไม่เริ่มเลย โดยคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้ดวงตาของเราปลอดภัยมากขึ้นได้ มีดังนี้
คำถามที่พบบ่อย
- หยุดเล่นมือถืออย่างน้อย 30–60 นาทีก่อนนอน
- เปิดไฟในห้องให้มีแสงอ่อน ๆ ระหว่างใช้งาน
- ปรับโหมดมือถือเป็น “Night Mode” หรือ “Blue Light Filter” เพื่อลดแสงสีฟ้า
กระพริบตาให้บ่อยขึ้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ตา หรือดื่มน้ำระหว่างวัน ๆ และอาจใช้น้ำตาเทียมในกรณีตาแห้งบ่อย
- หลีกเลี่ยงการเล่นมือถือในที่มืดเป็นเวลานาน
- ไปตรวจสุขภาพตาประจำปี
- พักสายตาเมื่อรู้สึกปวดตาหรือมองภาพมัว
จับมือถือในระดับสายตา เพื่อลดการก้มหน้า จัดท่านั่งให้หลังตรง พิงพนัก หรือใช้หมอนรองแขน และยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ทุก ๆ 30 นาทีหากจำเป็นต้องอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน
จำกัดเวลาเล่นมือถือในที่แสงน้อย ออกไปมองวิวระยะไกลเป็นประจำ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย และตรวจวัดค่าสายตาเป็นระยะ โดยเฉพาะหากเริ่มมองไกลไม่ชัด
วิธีรักษาใต้ตาดำให้กลับมาดูสดใส ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน
อาการใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้า ใครไม่เคยเป็นอาจจะไม่เข้าใจว่าดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ทำเราหมดความมั่นใจ และทำให้เสียบุคลิก ดูหน้าหมองไม่สดใสไปเลยก็ได้ ทางที่ดีนอกจากจะปรับพฤติกรรมแล้ว ลองใช้วิธีง่ายๆ เหล่านี้ช่วยเซฟดวงตาของเรากันดูค่ะ
ประคบเย็นรอบดวงตา

วิธีนี้เพื่อน ๆ อาจจะใช้ช้อนแช่เย็น ถุงน้ำแข็งห่อผ้าบาง ๆ หรือเจลเย็นในรูปแบบผ้าปิดตา มาประคบใต้ตาทิ้งไว้ 5–10 นาที ช่วยลดอาการบวมและทำให้เส้นเลือดใต้ตาไม่ขยายตัว รอยคล้ำดูจางลง และยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ เวลาจ้องหน้าจอนาน ๆ ได้อีกด้วย
ถุงชาเอาถุงชาแปะตา

วิธีนี้อาจดูเป็นวิธีโบราณ แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากชงชาแล้วเอาถุงชามาประคบใต้ตา 10–15 นาที คาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระจากใบชาในถุง สามารถช่วยลดบวมและรอยคล้ำได้ง่าย ๆ
นอนหลับให้เพียงพอ

เราสามารถลดความคล้ำรอบดวงตาได้ง่าย ๆ ด้วยการแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการพักผ่อน 7–8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูผิวและเลือดไหลเวียนดีขึ้น เมื่อทำต่อเนื่องสักประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไปรอยคล้ำใต้ตาจะลดลงเองตามธรรมชาติ
ดื่มน้ำเยอะ ๆ ระหว่างวัน

การดื่มน้ำสะอาดเหมือนจะช่วยได้ทุกเรื่อง แต่นั่นคือเรื่องจริง โดยควรดื่มน้ำตามปริมาณที่เหมาะสมแต่ละวัน ซึ่งก็คือ 1.5–2 ลิตรต่อวัน ทยอยจิบเรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้คอแห้ง การดื่มนอกจากจะช่วยเรื่องระบบในร่างกายแล้วก็ยังสามารถช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำและบวมใต้ตาได้
ทาอายครีมหรือออยล์จากธรรมชาติรอบ ๆ ดวงตา

ใช้อายครีม น้ำมันมะพร้าว อโลเวร่าเจล หรือแม้กระทั่งของที่มีติดบ้านอย่างวาสลีน ทาใต้ตาเพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว บรรเทาความหมองคล้ำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ค่อยๆ บรรจงแต้มลงที่ใต้ตาล่ะ อย่าขยี้หรือทากดแรงเกินไปนะคะซิส
นวดเบา ๆ รอบดวงตา

การนวดก็ต้องทำเบาๆ ค่ะ ใช้นิ้วนางนวดวนเบา ๆ จากหัวตาไปหางตา 1–2 นาที ที่เป็นนิ้วนางเพราะเป็นนิ้วมือที่มือแรงกดน้อยที่สุด เพื่อถนอมอวัยวะที่บอบบาง อย่างดวงตา และเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รอยคล้ำรอบดวงตาจางลงได้
กินอาหารที่บำรุงผิว

อาหารง่าย ๆ ที่ว่าก็ต้องมีประโยชน์ด้วยนะ เช่น ผักผลไม้สีส้ม เขียว และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวรอบดวงตาแข็งแรง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเต่งตึง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น
สรุป ปิดไฟเล่นมือถือเลิกไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ปรับพฤติกรรมยังทัน
ผลเสียของการ ปิดไฟเล่นมือถือ นั้นเรียกได้ว่าเสี่ยงเกิดโรคต้อหินได้โดยไม่รู้ตัวหากทำเป็นกิจวัตรประจำวันติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการเล่นในที่มืดจะดีที่สุด แต่ถ้ายังทำไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ต้องกดดันตัวเองค่ะ ค่อยๆ ลองทำปรับไปทีละข้อ วันละอย่าง และเลือกที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อไม่เป็นการฝืนร่างกาย และรักษารอยคล้ำใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่าย ๆ ที่บ้านที่เรารวบรวมไว้ให้แล้ว ทำแบบต่อเนื่องก็จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดขึ้น หรือหากพบข้อสงสัยผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด อย่าละเลยอาการต่างๆ ทางสายตานะคะทุกคน
ขอบคุณรูปภาพ จาก Freepik
ขอบคุณรูปภาพ จาก the standard และ sanook.com
บทความแนะนำ

8 อาหารเพื่อสุขภาพ ราคาประหยัด เหมาะกับวัยเรียน! | บทความของ Mollacake | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/1959

รวม 7 ' อายครีม Eye Cream เกาหลี ' ตัวดัง แก้ปัญหาใต้ตาแพนด้าจนอยู่หมัด ! | บทความของ A dolly.ble | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/92984

รู้ไว้ไม่โป๊ะ 5 ข้อควรรู้ก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา | บทความของ Chan_Atijit | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/92842

ตาบวม ใต้ตาคล้ำ เห็นแล้วช้ำหนัก บำรุงหน่อย ด้วย 6 มาสก์ตาอุ่น ตัวช่วยดีๆ ที่คนใช้สายตาหนักๆ ต้องมี | บทความของ belfry | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/87426

#เเพนด้าจ้าลาก่อน 4 เทคนิค กลบใต้ตา ด้วย คอนซีลเลอร์ บอกลาความหมองคล้ำ | บทความของ FEVER.TH | SistaCafe ครบเครื่องเรื่องบิวตี้
https://sistacafe.com/summaries/89168



