1. SistaCafe
  2. ปิดไฟเล่นมือถือ มีข้อเสีย ? พร้อมแชร์วิธีกู้ขอบตาดำให้กลับมาสดใสง่าย ๆ ที่บ้าน

การเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนนอนก็ส่งผลกระทบต่อการนอนในระดับนึงอยู่แล้ว ยิ่งถ้า ปิดไฟเล่นมือถือ เสริมกับการทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันก่อนนอนทุกครั้ง บอกเลยว่าใครที่กำลังทำพฤติกรรมแบบนี้อย่างต่อเนื่องต้องหยุดหากไม่อยากสายตาพัง ดวงตาเสื่อมก่อนวัยอันควรไปมากกว่านี้! ตามมาดูถึงข้อเสียของการปิดไฟเล่นมือถือและมาดูวิธีแก้ไขขอบตาดำหลังจากที่เราสังเกตเห็นได้ชัดเจนกันเลยค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

Profile picture of parae

parae

บรรณาธิการ/Supervisor

Content Manager

นักคิดนักเขียนผู้มีประสบการณ์ด้านเนื้อหาบิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพในออนไลน์กว่า 10 ปี

ข้อเสียการปิดไฟเล่นมือถือ อันตรายกว่าที่คิด !

ภาพประกอบบทความ:sistacafe-assets:____%2Fc%2F97556%2FxFiSzeZDOCs4jrqj7kvILP6mlFF6FDX9huy4N6wQ.jpg?v=1762161703
Dr. Masih Ahmed ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจักษุวิทยา ที่ Baylor College of Medicine

“คุณอาจเกิดอาการตาล้าได้ ดวงตาของคุณจะตึงเครียดจากการนั่งอยู่ในห้องมืดพร้อมหน้าจอสว่าง” ดร. มาซิห์ อาห์เหม็ด, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจักษุวิทยา, Baylor College of Medicine เคยให้ข้อมูลไว้ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ แสงสีฟ้า หรือ Blue Light ที่ทุกคนได้ยินมาบ่อยๆ มีส่วนของ UVA และ UVB ที่จะสามารถทะลุเข้ามาในโลกของเราได้ โดยการกระจายตัวของแสงสีฟ้าเสี่ยงต่อการแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล ปวดกระบอกตา ปวดศรีษะ สายตาไม่ชัด เมื่อใช้แสงสีนี้อาจมีผลกระทบต่อการนอนและการตื่นของร่างกายได้เหมือนกัน โดยแสงสีฟ้าสามารถพบได้ทั่วไปจากแสงอาทิตย์ จากหลอดไฟ แต่ส่วนมากพบได้ที่คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แต่แสงสีฟ้าไม่ได้ทำให้ผู้ที่ใช้ตาบอดแต่อย่างใด เพียงแต่ทำให้ผู้ใช้ไม่สบายตาเมื่อใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ติดต่อกันหรือในที่มืดๆ นั่นเอง



ผลกระทบจากการเล่นมือถือในที่มืด

ข้อเสียของการใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานานอาจเสี่ยงทำให้เป็น โรคเทคโนโลยีซินโดรม เพราะการมองไปที่หน้าจอตลอดเวลาทำให้ม่านตาขยายใหญ่ มากกว่าปกติ โดยเฉพาะยิ่งถ้าใครที่ปิดไฟเล่นก่อนนอนบ่อยๆ จนกลายมาเป็นโรคเทคโนโลยีซินโดรมเข้าไปแล้ว

นอกจากนี้ปัญหาสุขภาพตาอาจมีการลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่จนกลายเป็น ต้อหิน ในที่สุดซึ่งโรคต้อหินนั้นเป็นกลุ่มโรคที่มีการเสื่อมของประสาทตาส่งผลให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นและเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะตาบอดที่เกิดขึ้นทั่วโลก และเนื่องจากโรคต้อหินไม่มีอาการเตือนในระยะแรก การสูญเสียการมองเห็นจะเริ่มที่ขอบนอกของลานสายตาคือการมองเห็นจากด้านข้างส่วนตรงกลางภาพยังเห็นชัดชัดเจน แต่หากไม่ได้รับการรักษา การมองเห็นภาพจะมีการแคบลงเรื่อยๆ โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวซึ่งปัจจัยเสี่ยงของโรคต้อหินเป็นได้หลายสาเหตุ ได้แก่

  • พันธุกรรม ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นต้อหิน พออายุเพิ่มขึ้นหรือช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจมีความเสี่ยงเพิ่ม
  • ความดันลูกตาสูง ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเส้นประสาทตาได้
  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไมเกรน สามารถทำให้เกิดต้อหินร่วมด้วยได้
  • ใช้สายตาหนัก และอยู่ในที่แสงน้อยนาน ๆ จะทำให้การไหลเวียนเลือดในดวงตาแย่ลง

สำหรับการรักษานั้นจะมีตั้งแต่การใช้ยา การใช้เลเซอร์ และการผ่าตัดนั่นเอง แต่หากอยากแก้ปัญหาในระยะยาวก็ควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยดูแลรักษาดวงตาของเราด้วยนะคะ ซึ่งอาจจะยังทำไม่ได้ทุกข้อในตอนแรก แต่ค่อยๆ ทำไปย่อมดีกว่าไม่เริ่มเลย โดยคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้ดวงตาของเราปลอดภัยมากขึ้นได้ มีดังนี้

คำถามที่พบบ่อย

แสงสีฟ้ารบกวนการนอน แก้ไขยังไงดี
  • หยุดเล่นมือถืออย่างน้อย 30–60 นาทีก่อนนอน
  • เปิดไฟในห้องให้มีแสงอ่อน ๆ ระหว่างใช้งาน
  • ปรับโหมดมือถือเป็น “Night Mode” หรือ “Blue Light Filter” เพื่อลดแสงสีฟ้า
หากเกิดอาการตาแห้งและอาการตาล้า ทำยังไงให้ดีขึ้นได้บ้าง

กระพริบตาให้บ่อยขึ้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ตา หรือดื่มน้ำระหว่างวัน ๆ และอาจใช้น้ำตาเทียมในกรณีตาแห้งบ่อย

อะไรช่วยลดความเสี่ยงโรคต้อหินได้บ้าง
  • หลีกเลี่ยงการเล่นมือถือในที่มืดเป็นเวลานาน
  • ไปตรวจสุขภาพตาประจำปี
  • พักสายตาเมื่อรู้สึกปวดตาหรือมองภาพมัว
มีวิธีแก้ปวดคอ ไหล่ หลัง จากการใช้งานหน้าจอหรือเล่นมือถือยังไงบ้าง

จับมือถือในระดับสายตา เพื่อลดการก้มหน้า จัดท่านั่งให้หลังตรง พิงพนัก หรือใช้หมอนรองแขน และยืดกล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ทุก ๆ 30 นาทีหากจำเป็นต้องอยู่หน้าจอเป็นเวลานาน

สายตาสั้นอยู่แล้ว และการมองระยะไกลแย่ลงจากการใช้จอ ควรดูแลสายตาอย่างไรดี

จำกัดเวลาเล่นมือถือในที่แสงน้อย ออกไปมองวิวระยะไกลเป็นประจำ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย และตรวจวัดค่าสายตาเป็นระยะ โดยเฉพาะหากเริ่มมองไกลไม่ชัด

วิธีรักษาใต้ตาดำให้กลับมาดูสดใส ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน


อาการใต้ตาคล้ำเป็นแพนด้า ใครไม่เคยเป็นอาจจะไม่เข้าใจว่าดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ทำเราหมดความมั่นใจ และทำให้เสียบุคลิก ดูหน้าหมองไม่สดใสไปเลยก็ได้ ทางที่ดีนอกจากจะปรับพฤติกรรมแล้ว ลองใช้วิธีง่ายๆ เหล่านี้ช่วยเซฟดวงตาของเรากันดูค่ะ


ประคบเย็นรอบดวงตา

วิธีนี้เพื่อน ๆ อาจจะใช้ช้อนแช่เย็น ถุงน้ำแข็งห่อผ้าบาง ๆ หรือเจลเย็นในรูปแบบผ้าปิดตา มาประคบใต้ตาทิ้งไว้ 5–10 นาที ช่วยลดอาการบวมและทำให้เส้นเลือดใต้ตาไม่ขยายตัว รอยคล้ำดูจางลง และยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้ง่าย ๆ เวลาจ้องหน้าจอนาน ๆ ได้อีกด้วย


ถุงชาเอาถุงชาแปะตา

วิธีนี้อาจดูเป็นวิธีโบราณ แต่ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากชงชาแล้วเอาถุงชามาประคบใต้ตา 10–15 นาที คาเฟอีนและสารต้านอนุมูลอิสระจากใบชาในถุง สามารถช่วยลดบวมและรอยคล้ำได้ง่าย ๆ


นอนหลับให้เพียงพอ


เราสามารถลดความคล้ำรอบดวงตาได้ง่าย ๆ ด้วยการแก้ที่ต้นเหตุ ด้วยการพักผ่อน 7–8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูผิวและเลือดไหลเวียนดีขึ้น เมื่อทำต่อเนื่องสักประมาณ 2 สัปดาห์ขึ้นไปรอยคล้ำใต้ตาจะลดลงเองตามธรรมชาติ


ดื่มน้ำเยอะ ๆ ระหว่างวัน


การดื่มน้ำสะอาดเหมือนจะช่วยได้ทุกเรื่อง แต่นั่นคือเรื่องจริง โดยควรดื่มน้ำตามปริมาณที่เหมาะสมแต่ละวัน ซึ่งก็คือ 1.5–2 ลิตรต่อวัน ทยอยจิบเรื่อย ๆ อย่าปล่อยให้คอแห้ง การดื่มนอกจากจะช่วยเรื่องระบบในร่างกายแล้วก็ยังสามารถช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดความหมองคล้ำและบวมใต้ตาได้


ทาอายครีมหรือออยล์จากธรรมชาติรอบ ๆ ดวงตา

ใช้อายครีม น้ำมันมะพร้าว อโลเวร่าเจล หรือแม้กระทั่งของที่มีติดบ้านอย่างวาสลีน ทาใต้ตาเพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว บรรเทาความหมองคล้ำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ค่อยๆ บรรจงแต้มลงที่ใต้ตาล่ะ อย่าขยี้หรือทากดแรงเกินไปนะคะซิส


นวดเบา ๆ รอบดวงตา

การนวดก็ต้องทำเบาๆ ค่ะ ใช้นิ้วนางนวดวนเบา ๆ จากหัวตาไปหางตา 1–2 นาที ที่เป็นนิ้วนางเพราะเป็นนิ้วมือที่มือแรงกดน้อยที่สุด เพื่อถนอมอวัยวะที่บอบบาง อย่างดวงตา และเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รอยคล้ำรอบดวงตาจางลงได้


กินอาหารที่บำรุงผิว

อาหารง่าย ๆ ที่ว่าก็ต้องมีประโยชน์ด้วยนะ เช่น ผักผลไม้สีส้ม เขียว และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวรอบดวงตาแข็งแรง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวเต่งตึง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดความหมองคล้ำ ทำให้ผิวดูสว่างขึ้น


สรุป ปิดไฟเล่นมือถือเลิกไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ปรับพฤติกรรมยังทัน

ผลเสียของการ ปิดไฟเล่นมือถือ นั้นเรียกได้ว่าเสี่ยงเกิดโรคต้อหินได้โดยไม่รู้ตัวหากทำเป็นกิจวัตรประจำวันติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการเล่นในที่มืดจะดีที่สุด แต่ถ้ายังทำไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ต้องกดดันตัวเองค่ะ ค่อยๆ ลองทำปรับไปทีละข้อ วันละอย่าง และเลือกที่จะนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อไม่เป็นการฝืนร่างกาย และรักษารอยคล้ำใต้ตาด้วยวิธีธรรมชาติแบบง่าย ๆ ที่บ้านที่เรารวบรวมไว้ให้แล้ว ทำแบบต่อเนื่องก็จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดขึ้น หรือหากพบข้อสงสัยผิดปกติควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด อย่าละเลยอาการต่างๆ ทางสายตานะคะทุกคน


ขอบคุณรูปภาพ จาก Freepik

ขอบคุณรูปภาพ จาก the standard และ sanook.com


บทความแนะนำ

🔮 ดูดวงกับ SistaCafe ผ่าน Line Official !
รูปภาพสำหรับป๊อปอัพลอย:1