7 วิธี แก้อาการ "กลัว หรือ รู้สึกผิด ที่จะทานอาหาร "

7 วิธี แก้อาการ "กลัว หรือ รู้สึกผิด ที่จะทานอาหาร "

การกินเป็นเรื่องปกติ อย่าวิตกจริตไปเลย กินให้มีความสุขกันเถอะ!

30 August 2015
Mollacake
30 August 2015
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

สาวบางคนก็เหมือนเป็นโรคจิตอ่อนๆ นั่นคือ  " กลัวและรู้สึกผิดที่จะกินอาหาร " ( ภาษาอังกฤษเรียกว่า food guilt ) อาการคือไม่กล้ากินอาหารแคลอรี่สูง หรือถ้าเผลอกัดกินไปสักคำ จะรู้สึกผิดอย่างมาก รู้สึกผิดยิ่งกว่าฆ่าคนตายซะอีก! อาการนี้มักจะเกิดกับคนที่เพิ่งลดความอ้วนได้น้ำหนักตามเป้าหมาย หรือคนทีไม่เคยอ้วน เพราะควบคุมน้ำหนักมาตลอดชีวิต กลัวเริ่มกินแล้วจะตบะแตก!

อย่าเศร้าเสียใจไป โลกนี้ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น! เรามีวิธีทำให้เธอกินได้เหมือนมนุษย์ปกติอีกครั้ง เพียงแค่ทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้ รับรองว่าเธอจะไม่หวาดกลัวน้ำตาลเคลือบบนโดนัท ไส้ครีมเยิ้มๆ ในเค้ก หรือลูกกวาดรสหวานอีกต่อไป ไปดูกันเลยว่าต้องทำยังไงบ้าง!

 

1. หาสาเหตุให้เจอ ว่าทำไมเธอกลัวที่จะกิน

image_30678
- ที่มารูป: i.huffpost.com

ลองสังเกตสิ คนที่ไม่มีความทุกข์ ความเครียดในชีวิตอย่างเด็กทารก หรือเด็กวิ่งเล่นทั่วไป พวกเขาก็กินโน่นกินนี่กันตามปกติ ไม่ต้องละอาย เครียด กินแล้วอยากล้วงคอเสียเมื่อไหร่ อยากกินอะไรก็กิน! 

ต้องมีสาเหตุที่วัยรุ่นอย่างเธอกลัวการกิน จริงไหม อาจเป็นญาติพี่น้องที่ชอบย้ำว่าเธออ้วน หรือเสพสื่อออนไลน์ นิตยสารที่หน้าปกเป็นนางแบบสาวผอมเพรียวเหมือนถูกจับไปขังที่เอธิโอเปีย =_= ต้องมีสักสาเหตุหนึ่งสิน่า 

พยายามหาสาเหตุให้ได้ เมื่อเธอรู้ต้นตอแล้ว จะแก้โรคนี้ได้ง่ายขึ้น!

แนะนำซิสป้ายยาใหม่
Babymy
น้ำยาล้างเล็บแบบใหม่สับ💅
0 Likes
0 Comments
Kittiyanee Thongaram
คลีนซิ่งสำหรับผิวบอบบางง
0 Likes
0 Comments
Pronyada Jainaknan
ป้ายยามาส์กลดรอยสิว ช่วยผิวแข็วแรงขึ้น
0 Likes
0 Comments

 

2. อย่าไปฟังคำห้าม คำเตือนว่า " ห้ามกิน " ของคนอื่นมากเกินไป

image_30679
- ที่มารูป: healthsouls.com

มีสาวๆ หลายคนที่เป็นโรค " กลัวการกิน " เพราะเจอแรงกดดันจากภายนอก ไม่ใช่ใคร คำพูดคำเตือนที่บอกว่าหวังดีของพ่อแม่หรือเพื่อนสนิทนี่แหละ! ยกตัวอย่างเช่น เธอชอบกินไส้กรอกสุดๆ แต่พ่อหรือแม่ก็เอาแต่บอกว่า ถ้ากินไส้กรอกจะอ้วน จะอ้วน จะอ้วน!!! ย้ำไปมาจนสมองจดจำว่าไส้กรอกคือ  " อาหารอันตราย " โดยอัตโนมัติ ในที่สุดก็กลัวที่จะเอาเข้าปากไปโดยปริยาย!

พยายามทำหูทวนลมบ้างก็ได้ ตราบใดที่เธอรู้ขีดจำกัดของตัวเองว่าควรกินกี่ชิ้น ก็ไม่อ้วนขึ้นหรอก วางใจเถอะ!

 

3. กินอาหารให้ครบหมู่

image_30680
- ที่มารูป: www.aljamila.com

อาหารเป็นเชื้อเพลิงอย่างหนึ่ง และถ้ามันไม่ขึ้นรา แบคทีเรียขึ้น มันก็ไม่ใช่อาหาร " ขยะ " เสียทีเดียวหรอก! เธอไม่ควรกินช็อกโกแลตแท่งเป็นอาหารเย็นก็จริง แต่ถ้าเธอเอาแต่เคี้ยวผัก เคี้ยวแครอทโดยไม่แตะอย่างอื่นเลย เธอก็จะขาดสารอาหารเช่นกัน!

หลักสำคัญคือการกินอาหารอย่างเหมาะสมครบห้าหมู่ ไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล กินช็อกโกแลตได้บ้าง ยังไงน้ำตาลทำให้ร่างกายมีแรงนะจ๊ะเธอ!

 

4. " รวม " อาหารให้อยู่ในมื้อเดียวกัน ไม่ใช่ " จำกัด " ปริมาณอาหาร

image_30681
- ที่มารูป: www.activebeat.com

เวลาสาวๆ ต้องกินอาหารที่น้อยสุดๆ เหมือนแมวดม สมองจะสั่งการให้รู้สึกเครียด เส้นเลือดขึ้นตุบๆ ทันที กินแต่ข้าวกล้องกับผักจืดๆ น่าเบื่อเป็นที่สุด แต่ก็ไม่กล้ากินขนม! ารทำแบบนี้จะเกิดความวิตกจริต กดดันที่ต้องมานั่งสะกดจิตตัวเองว่าเธอกิน " อาหารคลีน " อยู่

แทนที่จะนับแคลอรี่อย่างบ้าคลั่ง หรืองดแป้งจนเดินแล้วเซจะล้มล่ะก็ ลองรวมอาหารให้ครบ 5 หมู่อยู่ในจานเดียว แต่จำกัดปริมาณสิ เธอจะรู้สึกว่ายังกินน้อยอยู่ แต่ที่จริงได้สารอาหารครบถ้วนไปเต็มๆ!

 

5. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ " อาหาร "

image_30682
- ที่มารูป: www.awomenpark.com

จะบอกว่า " ให้อภัยอาหาร " ก็คงจะไม่ผิดนัก! พยายามศึกษาความรู้ของอาหารชนิดต่างๆ ให้ลึกซึ้ง เธอจะรู้ว่าไม่มีอาหารชนิดไหนที่เป็นอันตรายอย่างแท้จริง ถ้าเธอเลือกชนิดของอาหารที่กินและออกกำลังกายควบคู่อย่างเหมาะสม  หยุดหมายหัวว่าอาหารมันๆ ทำให้เธออ้วน ที่เธอตัวพองเป็นโดเรมอน เพราะเธอกินแล้วนั่งทั้งวันต่างหากเล่า!

ถ้าเธอปล่อยวาง และยอมกินอาหารทุกชนิดบนโลกนี้ได้แล้วล่ะก็ โลกจะสดใสขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ! เอาเวลากังวลเรื่องพวกนี้ไปทำอย่างอื่นสิ เช่น ไปช้อปปิ้ง เลี้ยงหมา เล่นเกม หมกมุ่นกับอาหารมากไปก็ไม่ดีหรอกนะเออ!

 

6. หาสาเหตุว่าทำไมเธอถึง " กินแหลก "

image_30683
- ที่มารูป: www.bestofbanff.com

การลงโทษตัวเองหลังจาก " กินแหลกไร้สติ " ด้วยการทำร้ายตัวเอง หรืออดอาหารทั้งวันในวันถัดไป ไม่เกิดผลดีอะไรขึ้นมาหรอกนะ! ตรงกันข้าม เธอจะติดอยู่ในวังวนอุบาทว์ ทำร้ายตัวเอง-กิน-รู้สึกผิด-ทำร้ายตัวเอง-กิน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักจบสิ้น!

ลองหาสาเหตุซิว่า แรงกดดันแบบไหนที่มักทำให้เธอตบะแตก เช่น เครียดจากที่โรงเรียน/ที่ทำงาน มีปัญหาด้านการเงิน ค่าขนมไม่พอใช้ ผิดใจกับเพื่อนสนิท ทะเลาะกับพ่อแม่ หรือมีปัญหากับแฟน 

บางครั้งเราใช้การ " กิน " เพื่อปกปิดความหม่นหมองภายในใจ ทำให้ลืมความเครียดไปชั่วขณะ แต่ในที่สุดก็ไม่ยั่งยืนหรอก แป๊บเดียวกลับมาอ้วนกว่าเดิมอีก โบกมือลาขาด!

 

7. เรียนรู้ที่จะ " รักตัวเอง "

image_30684
- ที่มารูป: i.huffpost.com

ความรู้สึกผิดในการกินอาหาร มักเกิดขึ้นจากพ่อแม่ที่มีนิสัยจอมบงการ จุกจิกจู้จี้ อยากให้ลูกหุ่นดีแข่งกับข้างบ้าน หรือมีความเชื่อทางสังคมว่าผอมแล้วสวย ในที่สุดค่านิยมนี้จะถูกปลูกฝังในใจเธออย่างช้าๆ ซึ่งไม่ใช่ผลดีกับสุขภาพของเธอในภายภาคหน้าเลยนะ

เรียนรู้ที่จะรักตัวเองบ้าง! ถ้าเธอเผลอกินคุกกี้เกินโควต้าไปหนึ่งชิ้น ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรอก ลืมความรู้สึกด้านลบไปบ้าง การกินอาหารรสอร่อยไม่ใช่เรื่องผิดซะหน่อย เธอไม่ใช่นก เธอเป็นคน จะให้กินแต่เมล็ดธัญพืชก็ไม่ไหวนะ

 

===========================

บางครั้งสาวๆ ก็ยึดติดกับตัวเลขบนตาชั่งและรูปร่างผอมเพรียวของนางแบบบนปกนิตยสารมากเกินไป! ผู้หญิงไม่ได้เกิดมารูปร่างเดียวกันทุกคน บางคนมีรูปร่างใหญ่ส่วนบนบ้าง ใหญ่ส่วนล่างบ้าง แล้วแต่กรรมพันธุ์ บางคนลดให้ตายก็ไม่ผอม! ใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างสุขภาพดี ด้วยการคุมอาหาร ออกกำลังกายดีกว่า กินน้อยก็ใช่ว่าจะผอมเหมือนนางแบบรันเวย์ เผลอๆ จะถูกหามส่งโรงพยาบาลซะก่อนน่ะสิ!

อย่าใช้ชีวิตให้ตึงหรือหย่อนเกินไป กินอาหารได้ทุกอย่าง แต่เลือกชนิดอาหารและจำกัดปริมาณให้พอเหมาะพอควร เท่านี้ก็หุ่นดีในแบบของตัวเองแล้ว ขอให้ทุกคนโชคดีค่ะ ><

===========================

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @