ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารสุขภาพ สาวๆ ซิสต้าหลายคนก็ตาลุกวาวเลยทีเดียว!
แต่ก็มีอาหารหลายอย่างที่หลอกผู้บริโภค แค่มีลักษณะ รส สีและกลิ่นคล้ายกันเท่านั้น ไม่ใช่ " อาหารสุขภาพ " โดยแท้จริง!
ผู้หญิงหลายคนที่หลงเชื่อคำโฆษณา หรือมีความรู้ด้านโภชนาการไม่มากพอ มักเสียรู้ให้บรรดา " ของปลอม " เหล่านี้และน้ำหนักขึ้นพรวดโดยไม่รู้ตัว
แทนที่จะผอม กลับอ้วนขึ้นซะงั้น
วันนี้เรามีบทความ" 6 คู่แฝดอาหารสุขภาพ ที่หลอกให้เราอ้วนไม่รู้ตัว "มาเตือนสาวๆ ให้รู้ทันอาหารเลียนแบบเหล่านี้
ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง! (」`o´)」
1. มาร์การีน VS เนย

มาร์การีน กับ เนย เป็นคู่หูคู่แค้นที่นักโภชนาการถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่าแบบไหนที่ดีต่อสุขภาพมากกว่ากันแน่ช่วงแรกมาร์การีนถูกกล่าวหาว่า “ อันตราย ” เพราะมีส่วนผสมปรุงแต่ง ไม่ได้มาจากธรรมชาติ 100% เหมือนเนยแต่ทีมวิจัยทางการแพทย์ที่ไม่แสวงหากำไรของอเมริกาชื่อ Mayo Clinic อ้างว่ามาร์การีนดีต่อสุขภาพหัวใจมากกว่าเพราะทำจากน้ำมันพืชและไขมันไม่อิ่มตัว ในขณะที่เนยมาจากไขมันสัตว์ มีไขมันทรานส์หรือไขมันชนิดเลวมากกว่า ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงตามไปด้วย
แต่อย่างไรก็ตาม Mayo Clinic ก็เตือนว่ามาร์การีนทุกยี่ห้อไม่เหมือนกัน บางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมที่ไม่ดีต่อร่างกาย
ควรอ่านฉลากให้ดีก่อนซื้อว่า มาร์การีนที่เธอจะซื้อมีไขมันทรานส์มากน้อยแค่ไหน เพราะไขมันชนิดนี้หากกินมากอาจเป็นโรคหัวใจได้!
อีกทั้งควรซื้อมาร์การีนที่ขายเป็นกระปุกมากกว่าที่ขายเป็นแท่ง เพราะเราคุมปริมาณการกินได้ดีกว่านั่นเอง
2. เนยถั่วรสธรรมชาติ ( Natural ) VS เนยถั่วรสธรรมดา ( Regular )

สาวๆ หลายคนคลั่งไคล้เนยถั่ว เพราะมีรสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางอาหารสูงเนยถั่วทำจากถั่วมาบด ปั่นให้เนื้อเนียนเป็นครีม “ ถั่ว ” เป็นไขมันดีต่อร่างกายแต่เนยถั่วทำออกมาหลากหลายแบบ บางยี่ห้อก็มีส่วนผสมประหลาด ไม่ใช่ “ เนยถั่วแท้ๆ ” จากธรรมชาติโดยแท้จริง ต้องดูฉลากให้ดีก่อนซื้อค่ะ
เนยถั่วที่เธอควรหลีกเลี่ยง คือยี่ห้อที่มีไขมันทรานส์สูง โดยเฉพาะยี่ห้อที่มีน้ำมันเติมสารไฮโดรเจน ( hydrogenated oils ) บนฉลากนี่ต้องรีบวางกลับไปบนชั้นรัวๆ!
( แม้บางยี่ห้อจะอ้างว่าไม่มีไขมันทรานส์ ก็อาจมีน้ำมันนี้แอบแฝงมาจนได้ )
จงเลือกแบบที่เป็นเนยถั่ว 100% ( Natural ) มากกว่าเนยถั่วปกติ ( Regular ) ที่ลดต้นทุนด้วยการใส่ส่วนผสมแฝงอย่างน้ำมันปาล์ม น้ำตาล และเกลือ
ซึ่งเพิ่มแคลอรี่ให้เธอโดยใช่เหตุ และไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วยค่ะ
3. เส้นก๋วยเตี๋ยว VS เส้นพาสต้า

เส้นก๋วยเตี๋ยวมักเป็นสิ่งที่สาวไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เพราะเราเติบโตมากับร้านก๋วยเตี๋ยว เส้นเล็ก เส้นใหญ่ ขนมจีนหรือก๋วยเตี๋ยวเฝอ อาหารยอดฮิตของคนเวียดนามแต่เส้นพวกนี้มักทำจากแป้งขาว ซึ่งสารอาหารเทียบเท่าเส้นพาสต้าไม่ได้เส้นพาสต้าส่วนใหญ่มักทำจากแป้งสาลีซึ่งมีโปรตีนและไฟเบอร์มากกว่าเส้นก๋วยเตี๋ยวค่ะ
พาสต้าหลายยี่ห้อเสริมสารอาหารอย่างธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมกนีเซียมเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้มากขึ้น แต่พาสต้าบางยี่ห้อก็มีกลูเต็น ซึ่งอาจก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้
ถ้าเธอเป็นโรคแพ้กลูเต็น ก็ควรเลือกเส้นก๋วยเตี๋ยว
อีกทั้งเส้นก๋วยเตี๋ยวจะมีแป้งเพื่อนำไปย่อยและเป็นพลังงานในแต่ละวันอย่างเพียงพอ
ดังนั้นเลือกกินตามความเหมาะสมก็แล้วกันนะคะ ><
4. โยเกิร์ตแบบธรรมดา VS โยเกิร์ตออร์แกนิก

โยเกิร์ตเป็นอาหารสุขภาพชนิดหนึ่งที่ทำให้อิ่มท้อง ที่มีวิตามินและสารอาหารมากมาย เหมาะกับสาวซิสต้าสุดๆแต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งวิ่งไปที่แผนกโยเกิร์ตแล้วโกยของใส่ตะกร้ารัวๆ โดยไม่สนใจยี่ห้อล่ะแต่ละยี่ห้อมีส่วนผสมไม่เหมือนกัน บางยี่ห้ออาจมีการแต่งสี เติมกลิ่นจนกลายเป็นขนมหวานพาอ้วน มากกว่ากินให้สุขภาพดีซะอย่างนั้น
มีงานวิจัยเปรียบเทียบระหว่าง " กรีกโยเกิร์ต " ( โยเกิร์ตชนิดที่ไม่ปรุงรสอะไรเลย มาจากธรรมชาติล้วนๆ เช่น โยเกิร์ตดัชชี่บัลแกเรีย และโยลิดา ) กับโยเกิร์ตออร์แกนิกทั่วไปค้นพบว่าโยเกิร์ตออร์แกนิกจะเติมแป้ง น้ำตาลและโซเดียมมากกว่า แถมยังมีโปรตีนน้อยกว่าอีกด้วยกรีกโยเกิร์ตอาจมีไขมันนมมากกว่า แต่ไม่มีส่วนผสมอื่นมาเพิ่มแคลอรี่ให้อ้วนแน่นอน
5. โปรตีนบาร์ VS สแน็คบาร์ ( ขนมอัดแท่ง )

สาวๆ หลายคนตกม้าตายกับข้อนี้ โปรตีนบาร์กับสแน็คบาร์เป็นคนละเรื่องกันเลย!คนส่วนใหญ่มักหยิบมาโดยไม่สนใจส่วนผสมบนฉลาก เพราะเจ้าของร้านมักหัวใส วางอาหารสองชนิดนี้ไว้ใกล้กัน“ สแน็คบาร์ ” มักมาในรูปแบบของกราโนล่าอัดแท่ง หรือธัญพืชที่ผสมน้ำตาลอัดแท่ง อ้างว่าไว้กินเพิ่มพลังในมื้อเช้าแต่แท้จริงแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการอ้างว่าสแน็คบาร์เหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์มากไปกว่าคุกกี้ด้วยซ้ำ!
โปรตีนบาร์อาจมีส่วนผสมที่ไม่ดีต่อสุขภาพบ้าง เช่นน้ำตาลและไอซิ่งที่เคลือบให้เกาะตัวเป็นแท่ง แต่สามารถกินให้มีประโยชน์ได้ โดยเลือกยี่ห้อที่มีจำนวนกรัมของโปรตีน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของจำนวนคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดทำให้โปรตีนบาร์แท่งหนึ่งมีพลังงานไม่เกิน 200 แคลอรี่เท่านั้น!โปรตีนบาร์ที่ดีต้องใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด มีไฟเบอร์และโปรตีนเป็นส่วนผสมหลัก เท่านี้ก็กินได้ อร่อย ไม่อ้วนแล้ว!
6. อบเชยชนิด Ceylon VS อบเชยชนิด Cassia

หลายคนสับสนกับอบเชยสองชนิดนี้ เพราะมีสีคล้ายกันจนแทบแยกไม่ออกอบเชยชนิดแคสเซีย ( Cassia ) มักมีสารเคมีชื่อคูมาริน ( Coumarin ) ซึ่งส่งผลเสียต่อตับสารนี้มักนำไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ทำเพื่อการบริโภค เช่น น้ำหอม หรือสารเคมีแสนอันตรายอย่างสารกำจัดศัตรูพืชนั่นเอง
อบเชยที่ดีต่อสุขภาพ และมักนำมาทำอาหารคืออบเชยชนิดซีลอน ( Ceylon ) เพราะมีสารคูมารินน้อยมากอบเชยชนิดนี้ยังส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหากกินคู่กับอาหารที่มีไขมันทั้งยังทำให้สมองตื่นตัวและสั่งการได้ดีขึ้นด้วยค่ะ
ซื้ออบเชยมาทำอาหารครั้งต่อไป อย่าลืมพลิกดูชนิดของอบเชยบนฉลากให้ถี่ถ้วนด้วยนะคะ ><
=====================================
สาวๆ หลายคนติดนิสัยใช้ " ความเคยชิน " กับรูปลักษณ์ของอาหารที่คล้ายกัน จึงละเลยที่จะดูฉลากหรือสี กลิ่น รสที่อาจจะไม่ใช่อย่างที่ต้องการบางคนเสียเงินซื้อมาแล้วก็ต้องกินอย่างเสียไม่ได้ บางคนก็คิดว่ารสสัมผัสคล้ายกัน ก็คงมีสารอาหารไม่ต่างกัน แต่ที่จริงแคลอรี่และสารอาหารห่างกันมากโขยกตัวอย่างมาร์การีนกับเนย แม้จะมีสีเหลือง และมีความมันคล้ายกัน แต่มาร์การีนมีไขมันพืชซึ่งอ้วนน้อยกว่าเนยที่ใช้ไขมันสัตว์ค่ะ ถ้าดูฉลากผ่านๆ ก็มีสิทธิ์หยิบผิดได้ง่ายๆ เลยล่ะ
ใส่ใจอ่านส่วนประกอบในอาหารสักนิด เพื่อหุ่นเพรียวและสวยงามตลอดไปนะคะ ヾ(o´∀`o)ノแล้วเจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ
=====================================
Cr. 6 Evil Twins of Healthy Foods
http://www.activebeat.com/diet-nutrition/6-evil-twins-of-healthy-foods/
บทความที่เกี่ยวข้อง

7 อาหารที่ 'สาวนักวิ่ง' ควรหลีกเลี่ยง ถ้าไม่อยากอ้วน!
https://sistacafe.com/summaries/2094

ความเครียดทำให้เรา "อ้วน" ได้จริงเหรอ? ლ(◉◞⊖◟◉`ლ)
https://sistacafe.com/summaries/1937

8 Tips Diet!! ที่ 'ลดความอ้วน' ไม่ได้ผล!!
https://sistacafe.com/summaries/1780