หัวตื้อ เบลอ อารมณ์แปรปรวน! 7 สาเหตุของ 'ภาวะสมองล้า (brain fog)' โรคฮิตของสาวๆ ยุคออนไลน์

หัวตื้อ เบลอ อารมณ์แปรปรวน! 7 สาเหตุของ 'ภาวะสมองล้า (brain fog)' โรคฮิตของสาวๆ ยุคออนไลน์

ทั้งนอนไม่หลับ สมองตื้อ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ตื่นมาไม่สดชื่นเลย รู้สึกดิ่งๆ ดาวน์ๆ ยังไงไม่รู้ อย่านิ่งนอนใจไป เพราะอาจเป็นอาการเริ่มต้นของ 'Brain Fog Syndrome' หรือภาวะสมองล้า มันคืออะไร มาหาคำตอบในบทความนี้กันค่ะ

10 October 2020
Mollacake
10 October 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

image_1008321
- ที่มารูป: imgix.bustle.com


ฮัลโหลค่าา สาวๆ SistaCafe ยุคโซเชียลทั้งหลาย 

[[ คนรุ่นใหม่ที่ต้องทำงานกับหน้าจอแทบจะ 24 ชั่วโมง ซ้ำยังมีงานนอก งานในให้ต้องทำจนหัวหมุน ต้องทนทรมานกับการจราจรแย่ๆ รถติดเป็นแพกว่าจะถึงบ้าน กลับมาก็ต้องเคลียร์งานต่อ กว่าจะนอนก็นู่น ตี 1 ตี 2 อาหารการกินก็เลือกมากไม่ได้ ต้องซื้อจากมินิมาร์ทหรือของเซลล์ถูกๆ เพื่อประหยัดและจะได้ไม่ไปทำงานสาย ออกกำลังกายเหรอ? อย่าว่าแต่ไปฟิตเนส แค่ออกไปเดินรอบหมู่บ้านยังไม่มีเวลาเลยจ้า... ]]

เชื่อว่าสาวๆ ยุคโซเชียลทั้งนักเรียน นักศึกษาหรือคนวัยทำงาน ต้องเจอปัญหานี้กันมาแทบทุกคน นานๆ เข้าก็หัวตื้อ เบลอ คิดอะไรไม่ค่อยออก จำอะไรไม่ค่อยได้ แถมอารมณ์ก็ขึ้นๆ ลงๆ จนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ อาการนี้ไม่ใช่การมโนไปเองนะคะ แต่เป็นภาวะทางการแพทย์ที่เรียกว่า ' สมองล้า ( Brain Fog Syndrome ) ' แถมคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่เป็นกันเยอะแต่ไม่รู้ตัวด้วยค่ะ .__.

อย่าคิดว่า แค่หัวตื้อๆ ล้าๆ เอง ไม่ต้องไปสนใจมันมากเดี๋ยวก็หายเอง เพราะถ้า ' สมอง ' ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดสั่งการได้ไม่เต็มที่ ทุกอย่างในชีวิตของเธอก็จะพังเป็นโดมิโนอยู่ดี เพราะทุกอย่างมาจากสมองสั่งการ จริงไหม? ดังนั้นอย่าละเลย และรู้เท่าทันภาวะนี้ด้วยการสืบไปถึงต้นตอของ ' ภาวะสมองล้า ' กันดีกว่า ว่ามันเกิดจากอะไร และจะมีวิธีป้องกัน ยับยั้งให้สมองกลับมาสดใส หัวโล่ง คิดอะไรได้ราบรื่นเหมือนเดิมบ้าง มาค่ะ ไปดูกัน!

1. ความเครียด
image_1007454
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาเหตุอันดับต้นๆ เรียกว่าเป็นท็อปลิสต์อันดับหนึ่งในการเกิดภาวะสมองล้า ก็คือ ' ความเครียด ' ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะความเครียดคือต้นเหตุของภาวะผิดปกติหลายอย่างในร่างกายค่ะ เช่น เพิ่มความดันโลหิต, กระตุ้นให้โรคซึมเศร้ารุนแรงขึ้น หรือทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนลงจนติดเชื้อได้ง่าย

สาเหตุของความเครียด นอกจากคลื่นแม่เหล็กจากหน้าจอที่เราต้องจดจ่อกับมันทั้งวัน ก็จะเกี่ยวกับภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติด้วยเช่นกัน ( สังเกตง่ายๆ เดือนไหนเครียด เมนส์มักมาเลทหรือหายไปดื้อๆ เพราะระบบภายในมีปัญหานั่นเองค่ะ ) เมื่อเครียด สมองจะสั่งการได้ไม่ดีเท่าที่ควร เหมือนสมองถูกบล็อกการใช้งาน จึงทำให้คิดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ หรือใช้สมาธิได้ยากขึ้น ส่งผลให้เครียดมากขึ้นอีก ( เพราะคิดงานไม่ออก ) กลายเป็นวงจรอุบาทว์ไปซะงั้น


เราสามารถบรรเทาความเครียดได้ง่ายๆ ด้วยการเลี่ยงทุกอย่างที่มีคาเฟอีน, แอลกอฮอล์และนิโคติน ง่ายๆ คือเลี่ยงชากาแฟ ไม่ดื่มเหล้าและไม่สูบบุหรี่ค่ะ นอกจากจะช่วยเรื่องสุขภาพกายได้แน่นอนแล้ว ยังช่วยเพิ่มสุขภาพใจให้เฮลตี้ หัวสมองปลอดโปร่งอีกด้วย ยิ่งถ้าได้ออกกำลังกาย หาเพื่อนคุยช่วยระบายความเครียด ทำสมาธิ รู้จักบริหารจัดการเวลาให้สมดุลได้ ก็จะยิ่งกำจัดความเครียดได้อย่างยั่งยืนมากขึ้นค่ะ

2. อาหารการกิน
image_1007455
- ที่มารูป: www.img.in.th

ถ้าจะบอกว่า คนรุ่นใหม่เลือกกินอาหารได้แย่ลงก็คงจะจริง! ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ ต้องออกจากบ้านให้ทันเวลา จะมากินอาหารสุขภาพเป็นเซ็ตๆ นั่งกินชิลล์ๆ ก็คงไม่ใช่ สุดท้ายก็ลงเอยที่แซนด์วิช เบอร์เกอร์หรือข้าวกล่องตามร้านแผงทั่วไปหรือมินิมาร์ท ที่ราคาถูก อิ่มท้องและประหยัด แต่สารอาหารเข้าขั้นวิกฤติ บางทีมีแต่คาร์โบไฮเดรตกับเนื้อติดมัน ไขมันทรานส์ ไหนจะของปิ้งๆ ย่างๆ ที่ติดไหม้ ซึ่งส่วนไหม้ๆ นั่นแหละเป็นสารเคมีก่อมะเร็งได้ สรุปทั้งอ้วน ทั้งป่วยเลยจ้า

หากสาวๆ ได้รับอาหารที่มีวิตามิน B12 ไม่เพียงพอ จะเกิด ' ภาวะสมองล้า ' ได้ง่ายมากๆ และอาจส่งผลต่อโรคเกี่ยวกับสภาพจิตใจและระบบประสาทอื่นๆ อีกด้วย โดยมีงานวิจัยออกมาว่า วัยผู้ใหญ่เกือบ 40% ขาดวิตามินชนิดนี้เลยทีเดียว! ซึ่งวิตามินนี้จะพบได้ในเนื้อสัตว์ค่ะ ( คนเป็นมังสวิรัติจึงมีแนวโน้มเป็นโรคนี้ง่าย ถ้าไม่กินอาหารเสริมช่วย ) อีกทั้งยังไม่ควรขาดวิตามิน D และโอเมก้า 3 เพราะกรดไขมันจะช่วยทำให้สมองสั่งการและใช้สมาธิได้ดี ซึ่งหาได้ในอาหารจำพวกปลาทะเล นม ไข่แดง ตับ เป็นต้น

อาหารที่สาวๆ ควรลด ละ เลิก ( แม้จะยากมากก็ตาม ) คือรสหวานจากน้ำตาล, คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ข้าวขาว ขนมปังขาว เพราะยิ่งกินยิ่งกระตุ้นให้ระดับน้ำตาลในเลือดสวิง ทำให้หิวบ่อย กินจุกจิก อ้วนขึ้น แถมหัวตื้อ เพลีย นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวนอีกด้วย ดังนั้นถ้าอยากหัวโปร่งๆ ' อย่าเสพติดน้ำตาล ' เป็นอันขาด #เตือนแล้วนะเออ!

3. โรคภูมิแพ้
image_1007456
- ที่มารูป: www.img.in.th

โรคภูมิแพ้ในที่นี้หมายถึง ' ภูมิแพ้อาหาร ' ค่ะ ถ้าสาวๆ มีประวัติแพ้อาหารชนิดไหนอย่างรุนแรง หรือกินแล้วร่างกายจะเกิดเซนซิทีฟ หรือแสดงอาการผิดปกติขึ้นมา เช่น ถั่วต่างๆ ข้าวโพด งาดำ ข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์จากนม ( dairy products ) หรือแอสปาแตมจากน้ำตาลเทียม หากเผลอกินอาหารที่ปนเปื้อนเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ก็อาจเกิดภาวะสมองล้าได้เช่นกัน บางคนมีอาการแพ้รุนแรงที่หมอตรวจพบตั้งแต่เด็กๆ แต่บางคนก็ไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ เพราะไม่ได้ส่งผลรุนแรงต่อร่างกายขนาดแอดมิต แต่ส่งผลแบบผิดปกตินิดๆ หน่อยๆ เช่นสมองล้า หัวตื้อ นอนไม่หลับ คนส่วนใหญ่เลยปล่อยผ่าน แต่ที่จริงอาหารนั่นแหละสาเหตุ!

ถ้าเธอแอบสงสัยว่าแพ้สิ่งที่กินหรือไม่ ลองงดของกินทุกชนิดที่มีส่วนผสมเป็นของต้องสงสัยนั้นสัก 2 สัปดาห์ ( เป็นเวลาโดยประมาณที่ร่างกายจะขับสารพิษออกจนหมด ) หากอาการดีขึ้น ก็ฟันธงได้เลยว่าเป็นเพราะอาหารชัวร์! แต่ถ้าไม่แน่ใจจริงๆ ว่าแพ้อะไร ก็แนะนำให้ปรึกษาหมอดีกว่าค่ะ

4. นอนหลับไม่สนิท พักผ่อนไม่พอ
image_1007457
- ที่มารูป: www.img.in.th

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออดนอนเนี่ย เป็นบ่อเกิดของความผิดปกติหลายๆ อย่างในร่างกายเลยล่ะค่ะ เพราะอย่างที่เรียนกันมาแต่เด็กว่า เราทุกคนต้องนอนหลับ เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ หากนอนน้อย ร่างกายก็ซ่อมได้ไม่เต็มที่ ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ก็ต้องยอมรับว่ามีคนบางประเภทที่นอนน้อยแค่ 3-4 ชั่วโมง ก็สุขภาพดีปกติ แต่ต้องเป็นคนมียีนชนิดพิเศษซึ่งหายากมากๆ ให้คิดก่อนเลยว่าไม่ใช่พวกเราอย่างแน่นอน!

คนทั่วไปต้องการพักผ่อน 8-9 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพที่ดี หากนอนน้อยกว่านั้น ผลเสียจะตกอยู่กับสมองของเธอนั่นแหละ นานเข้าก็จะเกิดอาการ brain fog สมองล้า ความจำสั้น สมาธิแย่ลง หรือที่เรียกกันว่า ' อ๊องๆ ' นั่นแหละ เวลาล้อเพื่อนเหมือนจะขำ แต่ถ้าเป็นเองบอกเลยว่าไม่สนุกนะ ฟีลเหมือนคนเมาตลอดเวลาน่ะค่ะ สุดท้ายตื่นเช้าก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเวลาที่ตื่นก็ทำงานไม่ได้อยู่ดี

ดังนั้นหากเป็นไปได้ พยายามจัดการเวลาให้เข้านอนได้เร็วที่สุด นอนแต่หัวค่ำ ใส่ชุดนอนสบายๆ ปิดผ้าม่านให้มืด ดื่มนมอุ่นๆ กินเมลาโทนิน ทำวิธีไหนก็ได้ให้หลับลึก เราไม่แนะนำให้เปิดทีวีกล่อม หรือหลับคาหน้าจอคอม เพราะแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอเหล่านี้จะลดจำนวนเมลาโทนินในร่างกาย ทำให้เวลาตื่นจะตาค้างยิ่งกว่าเดิม ทางที่ดีไม่ควรทำอะไรเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนเลยจะดีที่สุด ให้อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงแจ๊ส เพลงคลาสสิกให้เคลิ้มๆ จะหลับง่ายกว่า

5. ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง / ฮอร์โมนภายในไม่สมดุล
image_1007458
- ที่มารูป: cache.gmo2.sistacafe.com

บางครั้งการที่เราคิดอะไรไม่ออก สมองไม่แล่นก็มาจากการที่ ' ฮอร์โมนสวิง ' หรือฮอร์โมนแปรปรวน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องมีประจำเดือนทุกเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโพรเจสเทอโรนจะไม่เสถียร ขึ้นๆ ลงๆ ได้ตลอด สาวๆ บางคนจึงอาจเคยเจอกับภาวะ ' ความจำระยะสั้นขาดหาย ' ลืมไปเฉยๆ ว่าเมื่อเช้าทำอะไร กินข้าวกับอะไร หรือความจำในแง่อื่นๆ ก็อาจแย่ลงด้วยเช่นกัน

หากสาวๆ ตั้งครรภ์ กำลังจะมีเจ้าตัวน้อย หรือมีคุณแม่ คุณน้า คุณป้าที่กำลังจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ( menopause ) ก็ไม่ต้องแปลกใจที่พวกเขาจะเริ่มความจำแย่ลง เป็นเรื่องปกติ แต่สามารถบำรุงให้กลับมาใกล้เคียงปกติได้ด้วยการนอนหลับพักผ่อนให้พอ กินอาหารที่มีประโยชน์นะคะ

6. ผลข้างเคียงจากยารักษาโรค
image_1007459
- ที่มารูป: i.pinimg.com

หากเธอกำลังป่วยเป็นโรคอะไรสักอย่าง ที่ต้องกินยารักษาตามอาการอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เธออาจเจอกับ ' ภาวะสมองล้า ' ค่ะ โดยอาจจะเริ่มลืมเรื่องง่ายๆ ที่เคยจำได้ หรือเริ่มสับสน งุนงงกับเรื่องทั่วไปที่เคยเข้าใจได้ปกติ ตั้งสมาธิอย่างที่เคยทำได้ยากขึ้น พอเกริ่นมาแบบนี้หลายคนอาจจะกลัว เหมือนร่างกายค่อยๆ เสื่อมลง แต่ที่จริงไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เพราะมันไม่ได้เป็นตลอดไป เป็นแค่ผลข้างเคียงเท่านั้น

แก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการลดโดสยาลง หรือเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นแทน เพราะแต่ละคนถูกโรคกับยาไม่เหมือนกัน ยาตัวเดียวกัน บางคนกินแล้วดี หายขาด บางคนกินแล้วแพ้ อาการแย่กว่าเดิม ถ้าเปลี่ยนยาแล้ว อาการควรจะค่อยๆ ดีขึ้นหรือหายไป แต่ถ้ายังไม่หาย กลับแรงกว่าเดิม แนะนำให้ปรึกษาหมอเพิ่มเติมนะคะซิส

7. กำลังป่วย มีโรคประจำตัว / อยู่ในระหว่างการรักษาตัว
image_1007460
- ที่มารูป: www.img.in.th

สำหรับสาวๆ บางคนที่ป่วยเป็นโรคประจำตัว หรือเกิดป่วยเป็นโรคต่างๆ และกำลังอยู่ในช่วงรักษา ก็เป็นปกติมากๆ เช่นกันที่จะเกิด ' ภาวะสมองล้า ' ได้ ตั้งแต่อาการเล็กๆ อย่างการอักเสบ ร่างกายเหนื่อยล้า ภาวะร่างกายขาดน้ำ ระดับกลูโคสในเลือดเปลี่ยนแปลง หรือโรคร้ายแรงอย่างปวดเมื่อยเรื้อรัง, โรคซึมเศร้า, โรคเบาหวาน, โรคไมเกรน, โรคไฮเปอร์ไทรอยด์, โรคโลหิตจาง หรือโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น 

ใครที่ตรงกับข้อนี้ ก็ต้องบอกก่อนว่าบางโรคไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ได้แต่รักษาตามอาการ เช่น อัลไซเมอร์ หรือโลหิตจาง ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือเข้ารับการรักษา กินยาให้ตรงตามเวลาไม่ขาด กินอาหารดีๆ ออกกำลังกายบ้าง ทำจิตใจให้ร่าเริงสดใสอยู่เสมอ ก็จะช่วยลดภาวะสมองล้าไม่ให้รุนแรงไปมากกว่านี้ได้ค่ะ


-----------------------------------------
หวังว่าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สาวๆ จะรู้เท่าทันและตรวจเช็คตัวเองได้ถูกต้องว่า ' Brain fog syndrome ' เกิดจากอะไร และรู้จักป้องกัน แก้ไขไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น หรือกำจัดให้หายไปได้ด้วยตัวเองนะคะ ^^ บางวิธีก้ทำได้ยากแหละ ในยุคที่ต้องการความเร่งรีบแบบนี้ แต่ถ้าทำได้ก็จะดีต่อสุขภาพของเธอเอง เช่นอาหาร อาจจะลองทำอาหารเอง เพื่อจะคุมส่วนผสมและสารอาหารได้เอง รู้จักบริหารเวลาให้ไม่จมอยู่กับความเครียดจนเกินไป ไม่อดนอน เพราะเรามีร่างกายเดียว ก็ต้องถนอมให้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เนอะ >< สำหรับวันนี้ก็คงต้องลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้านะคะ บ๊ายบายยย

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @