#เมื่อไหร่โลกจะแตก! 7 สาเหตุที่ทำให้ 'รู้สึกเฉื่อย หมดแรงใจใช้ชีวิต' และวิธีแก้ไข ให้มีความสุขอีกครั้ง♡

#เมื่อไหร่โลกจะแตก! 7 สาเหตุที่ทำให้ 'รู้สึกเฉื่อย หมดแรงใจใช้ชีวิต' และวิธีแก้ไข ให้มีความสุขอีกครั้ง♡

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนเริ่มหมดไฟ หมดใจกับการใช้ชีวิตในช่วงนี้อย่างมาก (เราเองก็หนึ่งในนั้น...) แต่ไม่ว่ายังไง ชีวิตของเราก็ต้องดำเนินต่อไป ลองไปย้อนดูสาเหตุของมันก่อนดีกว่า ว่ามันเกิดจากอะไร และจะกอบกู้ให้ตัวเอง happy อีกครั้งได้ไหม ไปดูกัน!

17 October 2020
Mollacake
17 October 2020
เลือกอ่านตามหัวข้อ


สวัสดีค่าา สาวๆ SistaCafe #คนหงอย2020 ทุกคน! (o´〰`o)♡*✲゚*。

เป็นกันบ้างไหม? อยู่ดีๆ ก็หมดแพชชั่นในการใช้ชีวิต! คือไม่ได้อยากโดดตึกตายนะ ใจเย็นๆ แต่ไม่รู้จะมีชีวิตต่อไปเพื่ออะไร ไม่รู้จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ไปได้ยังไง สมมุติพรุ่งนี้โลกแตก หรือมีสงครามโลกขึ้นมาก็เป็นพวกแรกที่ยอมพลีชีพ เพราะไม่รู้จะสู้ไปทำไม -__- หากเธอมีความคิดแบบนี้วนเวียนในหัวบ่อยๆ อาจเป็นสัญญาณของการ ' ขาดแรงบันดาลใจ ' อย่างรุนแรงแล้วล่ะค่ะ //เฮ้ออ -[]-

แรงบันดาลใจอาจดูเป็นคำนามธรรมลอยๆ แต่พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ' เหตุผลในการใช้ชีวิตต่อ ' ซึ่งคนรุ่นใหม่เยอะมากที่หาเหตุผลนั้นไม่เจอ เมื่อไม่รู้จะไปไหน ก็เหมือนคลำไปในอุโมงค์ที่มืดมิดและว่างเปล่า นานเข้าก็เหมือนซากที่ยังมีลมหายใจ บางคนหันเข้าสู่ด้านมืด ติดยา ติดเหล้า หรือมีปัญหาทางจิตเลยก็มี บทความวันนี้จึงขอให้สาวๆ ทุกคนมาค้นหาตัวเองด้วย ' 7 สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เราเฉื่อย ขาดแรงในการใช้ชีวิต ' เพื่อแก้ไขปัญหาและจุดไฟความหวังให้ตัวเองขึ้นใหม่ ไม่แน่ว่าอ่านบทความนี้จบแล้ว เธออาจจะปิ๊งอะไรขึ้นมาก็ได้ ไม่ลองอ่านก็ไม่รู้ (•‾⌣‾•)و ̑̑♡ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปเริ่มกันเลย!

❦ 1. ไม่รู้ว่าชีวิตนี้ ตัวเองต้องการอะไรกันแน่??
image_1008857
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาเหตุข้อแรกที่สาวๆ หลายคนมักเป็นเหมือนกันโดยไม่รู้ตัวคือ ' ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ' หรือถึงรู้ว่าชอบอะไร ก็ไม่ชัดเจนในแนวทางว่าจะไปทางไหน ครึ่งๆ กลางๆ แบบที่ล้อกันว่ารู้เป็นเป็ด คือรู้หลายทางแต่รู้ไม่ลึกสักอย่าง ไม่รู้ว่าควรคาดหวังความสำเร็จแบบไหน อะไรคือ ' ความสุข ' ที่เธอต้องกาเมื่อเป้าหมายเบลอๆ มัวๆ ก็เหมือนยืนบนริมผาที่ใกล้ถล่ม หากไม่รีบยึดอะไรเอาไว้ เธอก็อาจเป็นเหมือนอีกหลายๆ คนที่ร่วงหล่นลงไป กลายเป็นคนไร้ความฝัน ไร้ความละเอียดอ่อนในชีวิต หรือที่ฝรั่งเรียกว่า dead inside คือมีแต่ร่าง แต่จิตใจเหี่ยวแห้งไม่สดใส

ดังนั้นมาสะกิด ' ความต้องการภายในใจ ' กันอีกครั้ง ด้วยการหยิบกระดาษ 1 แผ่นกับปากกาด้ามใหญ่ๆ นึกถึงเป้าหมายในชีวิต เอาความคิดแว้บแรกแล้วเขียนลงไป! เป้าหมายนั้นอาจจะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ตะลุยคาเฟ่ให้ทั่วกรุงเทพ หรือ อ่านหนังสือให้ครบ 1000 เล่ม หรือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เช่น มีเงินในบัญชี 10 ล้าน, ปลูกบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่, ได้เที่ยวรอบโลก แต่ขอแค่ ' เป้าหมายเดียวที่สำคัญที่สุด ' เมื่อเขียนลงกระดาษแล้ว แรงใจเพื่อบรรลุเป้าหมายจะมาโดยอัตโนมัติ ลองทำดูค่ะ! 

❦ 2. ควบคุมร่างกายของตัวเองได้ 'ไม่คล่องแคล่ว สง่างาม'
image_1008859
- ที่มารูป: www.img.in.th

ข้อนี้อาจจะดูงงๆ ว่าการขยับร่างกายเกี่ยวข้องอะไรกับแรงบันดาลใจ แต่มันมีส่วนทางอ้อมเหมือนกันนะ! เธอลองสังเกตคนที่อยู่ไปวันๆ ชีวิตเหี่ยวแห้ง แล้วดูบุคลิกท่าทาง ยืน เดิน นั่งของเขาสิ ส่วนใหญ่ก็จะหลังค่อม ไหล่ตก หน้าตาอ่อนแรง ดูเหม่อลอย พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง เดินลากขาแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย ต่างกับคนไฟแรงที่ทำอะไรก็ดูคล่องตัว เดินเร็ว วิ่งเร็ว นั่งหลังตรง พูดจาฉะฉานไปหมด เห็นความแตกต่างแล้วรึยังล่ะ?


ปล่อยให้ตัวเองบุคลิกแย่คงไม่ดีแน่ในอนาคต มาเริ่มแก้ไขท่าทางตัวเองกันค่ะ! เริ่มจากนึกภาพว่าถ้าเธอมีเป้าหมายดีๆ ตัวเธอจะมีบุคลิกที่เปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง แล้วค่อยๆ ปรับไปตามใจที่คิด โดยที่อาจยังไม่มีเป้าหมายก็ได้ แต่แค่ ' คิด ' ว่าตัวเองมีไฟ ทำท่าทางคล่องแคล่วเหมือนคนมีจุดหมายในชีวิต ในทางจิตวิทยามันจะทำให้รู้สึกฮึกเหิมในชีวิตขึ้นมาเอง ง่ายที่สุดคือเดินไปหน้ากระจก ยิ้มให้ตัวเอง แล้วบอกว่า ' ฉันสวย ฉันเก่ง ฉันทำได้ ' ทุกวัน ทำต่อเนื่องสักสัปดาห์ แล้วดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เราเชื่อว่าอย่างน้อยเธอจะไม่ห่อเหี่ยวเหมือนเดิมแน่นอน!

❦ 3. เธอยังไขว่คว้าหาเป้าหมายได้ 'ไม่สูงพอ'
image_1008860
- ที่มารูป: www.img.in.th

เวลาเราจะไขว่คว้า หรือมุ่งสู่จุดมุ่งหมายอะไรสักอย่าง เช่น ลดน้ำหนัก เก็บเงิน หาแฟน เที่ยวต่างประเทศ etc. หากเป็นเป้าหมายที่ง่ายเกินไป ข้อดีคือทำสำเร็จได้ง่ายก็จริง แต่ข้อเสียคือเธอจะหมดไฟได้ในระยะยาวค่ะ! สาวๆ บางคนคิดลบ ดูถูกตัวเองว่า ' ก็มาไกลได้แค่นี้แหละ จะมีสิทธิ์ฝันอะไรได้มากมาย ' ซึ่งเป็นความคิดที่อันตรายมาก เพราะนั่นคือการสร้างกำแพงให้ตัวเอง ทำให้เธอค่อยๆ กลายเป็นคนเฉื่อย ปิดกั้นความสามารถตัวเองไปซะงั้น

เรามีเทคนิคมาฝาก ไม่ว่าเธอจะฝันอะไรที่ดูง่ายเกินไป ให้เพิ่มความยาก X10 เช่น ไปต่างประเทศ 10 ประเทศ, เป็นดาราดังระดับโลก, ได้เงินเดือนละแสน แล้วทำตามเป้าหมายนั้นซ้ำๆ 10 ครั้ง ได้ไม่ได้ช่างมัน! เพราะสาระสำคัญคือ เธอได้เรียนรู้อะไรระหว่างทางบ้างต่างหาก เธออาจไม่ได้เป้าหมายที่สูงลิบลิ่วนั้น แต่ระหว่างที่กำลังพยายาม เราเชื่อว่าเธอจะไปได้ไกลกว่าเป้าหมายเล็กๆ ที่เคยฝันไว้อย่างแน่นอนค่ะ

❦ 4. รับแรงกดดันเยอะเกินไป เครียดจนส่งผลกับ 'สภาพจิตใจ'
image_1008861
- ที่มารูป: www.img.in.th

ในสถานการณ์ช่วงนี้ ยิ่งในสาวๆ วัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เราเชื่อว่าแทบทุกคนต้องเจอกับภาวะเครียด กดดันจากทั้งที่บ้าน โรงเรียน บางคนกดดันตัวเองเข้าไปอีก จนเกิดความรู้สึกเหลือรับ ไม่สามารถใส่เป้าหมายอะไรได้อีก เพราะชีวิตประจำวันก็จะตายอยู่แล้ว ใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆ ก็พอ ซึ่งการคิดแบบนี้จะบั่นทอนสุขภาพจิตในระยะยาว จนอาจมีปัญหาทางสภาพจิตใจได้ในอนาคตค่ะ


ในข้อข้างบน เราแนะนำให้เธอตั้งเป้าหมายสูงๆ เข้าไว้ แต่ถ้าความเครียดทำให้เธอรู้สึกรับไม่ไหว ก็ไม่ต้องอายที่จะลดเป้าหมายให้ต่ำลง แต่ก็ไม่ใช่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปเลยนะ เอาให้อยู่ในระดับพอดีๆ ที่เธอยังเอื้อมถึง แต่ก็ยังท้าทายอยู่ หรือถ้าแอบโลภ ตั้งเป้าหมายไว้หลายอย่างเกินไป ก็อาจถึงเวลาที่ต้องตัดช้อยส์ออกบ้าง ให้เหลือแค่เป้าสำคัญๆ แค่ 1-2 อย่างก็พอ บางครั้งการ multitask หรือทำทุกอย่างในเวลาเดียวกัน ก็ใช้ไม่ได้กับทุกอย่าง โฟกัสแค่สิ่งเดียว แต่ยิ่งใหญ่พอจะเปลี่ยนชีวิตเธอได้ก็พอ!

❦ 5. เป็นโรคเลื่อน ไม่ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจสักที เอะอะก็ 'เลื่อนไปก่อน'
image_1008863
- ที่มารูป: www.img.in.th

เจอได้บ่อยมาก กับโรคขาประจำที่สาวๆ หลายคนเป็นอย่าง ' โรคเลื่อน ( ไปก่อน ) ' ผัดวันประกันพรุ่งเก่งมาก ยังไม่พร้อม ยังไม่ไหว ยังไม่เก่ง เอาไว้เดือนหน้า เอาไว้ปีหน้าแล้วกัน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำสักที ไม่พร้อมตอนนี้แล้วเมื่อไหร่จะพร้อมล่ะ ชีวิตคนเราไม่มีจุดเริ่มต้นแน่นอนหรอกนะ บางเรื่องโอกาสมันมาต้องคว้าเลยมัวลังเลอาจไม่ได้ทำอีกเลยตลอดชีวิต ถ้าคิดจะทำ ต้องทำเลยค่ะ อย่ารอ!!

ไม่ว่าเธอจะฝันหรือมีเป้าหมายอะไร นับจากนี้ขอให้เปลี่ยนความคิดจาก ' ไว้ก่อน ' เป็น ' ทำเลย ' ไม่มีข้อยกเว้น ห้ามแก้ตัว! และทำต่อเนื่องให้ได้อย่างน้อย 30 วัน แล้วความคิดของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เผลอๆ ย้อนกลับมามองด้วยซ้ำว่าตัวเองก็ทำได้ ทำไมไม่เริ่มซะตั้งแต่แรก ก็คงทำเสร็จไปตั้งนานแล้ว (๑・ω-)~♥”

❦ 6. ตั้งเป้าหมายไว้ 'กว้างเกินไป' จนไม่รู้จะโฟกัสอะไรก่อนดี
image_1008864
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาเหตุอีกอย่างที่สาวๆ หลายคนติดกับดัก นอกจากเป้าหมายที่ต่ำเกินไป สูงเกินไป ก็คือ ' กว้างเกินไป ' นั่นเอง ลองนึกภาพเป้าหมายเป็นจุดเล็กๆ ที่เราจะวิ่งเข้าหามัน ถ้าเป้าหมายนั้นกว้างไป ก็เหมือนพื้นที่ใหญ่ๆ ที่เธอหาพิกัดไม่เจอ สุดท้ายเลยไม่รู้จะโฟกัสอะไร เช่น ' อยากมีความสุข ', ' อยากลดน้ำหนักให้ได้ใน 5 ปี ' ' อยากตื่นเช้าขึ้น ' เธอทำดีแล้วที่รู้ว่าชอบอะไร แต่ขอให้ระบุรายละเอียดอีกนิดจะดีกว่า!

เริ่มจากถามคำถามตัวเอง สมมุติอยากตื่นเร็วขึ้น ลองคิดว่า " กี่โมงถึงเรียกว่าเช้า ", " อยากตื่นเช้าไปทำอะไร กิจกรรมนั้นตื่นกี่โมงถึงจะทัน " แล้วความต้องการมันจะค่อยๆ แคบลงมาจนเป็นสิ่งที่ทำได้แบบไม่มีคำถามอีก และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เมื่อลองทำตามเป้าหมายนั้นระยะหนึ่ง คิดทบทวนอีกรอบว่าเรามีความสุขแล้วจริงๆ หรือยัง ยังปรับอะไรได้อีกไหม ถ้ามีก็ปรับต่อจนกว่าจะได้ผลที่เราแฮปปี้ที่สุด ของพวกนี้ยืดหยุ่นได้ตลอดอยู่แล้ว ไม่ต้องกดดันตัวเองมากไปนะ! 

❦ 7. ไม่ยอมเปลี่ยน 'แรงบันดาลใจ' เป็น 'นิสัยในชีวิตประจำวัน'
image_1008865
- ที่มารูป: www.img.in.th

สาเหตุข้อสุดท้ายที่หลายคนต้องทนทุกข์กับการ ' ไร้เป้าหมายในชีวิต ' อาจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อยู่ใต้จมูกตัวเอง ง่ายๆ คือ แทนที่จะหวังกับเป้าหมายนั้นไปวันๆ ทำไมไม่แปลงความฝันนั้นเป็นแผนที่ทำได้จริง แล้วแทรกเข้าไปในชีวิตประจำวันของเธอเองล่ะ?? เช่น ถ้าฝันจะผอม ก็แค่เขียนแพลนไดเอท แล้วตั้งกิจวัตรเพื่อให้ตัวเองเลย เช่น ตื่นเช้าไปวิ่ง ลดแป้งมื้อเย็น ดื่มน้ำให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน #บางทีมันก็ง่ายแค่นั้นจริงๆ นะ


พอพูดว่า ' ความฝัน ' มันดูเป็นนามธรรมเพ้อฝัน ฟุ้งๆ ลอยๆ ใช่ไหมคะ แต่เมื่อเราจัดระเบียบมันใหม่ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น เป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำทุกวัน เราก็จะรู้สึกว่าความฝันจับต้องได้มากขึ้น เข้าใกล้จุดหมายได้ง่ายขึ้น เพราะงั้นนับจากวันนี้ คิดให้จริงจังว่าเราจะทำยังไงเพื่อเข้าใกล้ฝันนั้น แล้วลงมือทำซะ! แม้ในที่สุดจะไม่ประสบผลสำเร็จ 100% แต่อย่างน้อยเธอก็ได้ลองทำแล้ว และเธอจะไม่เสียใจกับการกระทำนั้นแน่นอนค่ะ (´∀`)♡


------------------------------
แน่นอนว่า แรงบันดาลใจระยะยาว ไม่ได้หาเจอในทันที บางคนรู้ตัวตั้งแต่เด็ก บางคนโตจนทำงานแล้วถึงรู้ บางคนทำงานสักพักถึงจะรู้ ดังนั้นไม่ต้องรีบร้อนกดดันตัวเองให้รู้เป้าหมายชีวิตเร็วๆ ก็ได้ แค่ไม่ทำร้าย ไม่ด้อยค่าตัวเอง มีความสุขกับเรื่องเล็กๆ ของทุกวัน ก็ช่วยเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าได้ระดับหนึ่งแล้ว ที่แน่ๆ ถ้ารู้สาเหตุได้ ก็ไม่ยากที่จะแก้ไขปัญหานั้น ขอแค่อย่าเพิ่งหมดหวังกับชีวิตไปเสียก่อน ถ้าเรายังตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ก็ยังมีโอกาสแก้ไขเรื่องแย่ๆ ได้เสมอ สู้เขานะคะ เป็นกำลังใจให้สาวซิสทุกคนเลย มาจุดไฟให้ชีวิต จุดไฟให้การรักตัวเองไปด้วยกัน!! (∗ᵒ̶̶̷̀ω˂̶́∗)੭₎₎̊₊♡

Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ info@sistacafe.com
Search @