7 ทริคที่ทำให้เราชิล์ทั้ง "การกิน" และ "การออกกำลังกาย" ไปพร้อมๆ กันได้

7 ทริคที่ทำให้เราชิล์ทั้ง "การกิน" และ "การออกกำลังกาย" ไปพร้อมๆ กันได้

ใครว่าความเฟิร์มแบบไม่ทรมานมีแค่ยาและอาหารเสริม ออกกำลังกายไปด้วย ทานของโปรดไปด้วย ก็ทำได้นะ

01 June 2016
art_twisty
01 June 2016
เลือกอ่านตามหัวข้อ


เทรนด์สาวเฮลตี้ โดยเฉพาะสาวมีกล้ามหน้าท้องเป็น 4packs 6packs เดี๋ยวนี้กำลังมาแรง บางคนก็มุ่งมั่นทำจนได้ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ถอดใจไม่ทำแล้ว โดยเฉพาะมือใหม่หัดเข้ายิมทั้งหลายที่มักจะคิดว่า " หุ่นเฟิร์มๆ มันลำบาก " ถ้าออกกำลังก็ต้องงดของโปรด หรือถ้าอยากได้ทางลัด เช่น ยาลดน้ำหนัก, อาหารเสริม ก็ต้องมีเงินเยอะๆ เพื่อซื้อมากิน ( เพราะแต่ละกระปุกราคาไม่ใช่เล่นเลย )


หยุดความคิดที่จะใช้ยาลดน้ำหนักหรืออาหารเสริมเลยจ้ะสาวๆ ที่รักสุขภาพ ถึงแม้นั่นจะโฆษณาว่าบล็อกหรือเบิร์นไขมัน แต่ความจริงทางวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ ก็คือ ยาพวกนั้นมันไม่ได้ฉลาดพอที่จะเลือกได้ว่าไขมันในร่างกายเราแบบไหนดี แบบไหนเลวสมควรโดนบล็อกออก พูดง่ายๆ ก็คือ " มันบล็อกหมดแม้กระทั่งไขมันดีในร่างกายเรา " ดังนั้น ถ้าไม่อยากเจ็บป่วย ภูมิร่างกายเสียในภายหลัง อย่าเสี่ยงเลย

กลับมาที่วิธีธรรมชาติๆ อย่างการออกกำลังกาย และควบคุมอาหาร สาวๆ หลายคนมักจะฝังใจว่า " มันลำบาก มันเหนื่อย ร้อน เปลืองแรง ของที่ชอบก็ต้องงดไปอีก " ความจริงแล้วหุ่นเฟิร์มๆ ก็มาจากการออกกำลังกายและการกินของโปรดที่ชิลล์ได้จ้ะ แต่จะเป็นเงื่อนไขอะไรบ้าง มาดูกัน

ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่วิธีหนักๆ ในการออกกำลังกาย


เทรนด์ผู้หญิงมีกล้ามท้องกำลังมาแรง ไม่ว่าจะ 4packs หรือ 6packs ก็ตาม ดูแล้วเท่ เซ็กซี่กว่าหุ่นเฟิร์มแบบธรรมดาเสียอีก แน่นอนว่าเส้นทางของกล้ามสวย หุ่นงามนั้น ต้องแลกมากับการออกกำลังกายอย่างหนัก และควบคุมการกิน และแน่นอนอีกเช่นกันว่า สาวๆ หลายคนฟังอย่างงี้ปุ๊บ! เกิดความฮึดอยากปั้นหุ่นได้ไม่นานก็ล้มเหลว เพราะคิดว่าออกกำลังกายมันเป็นเรื่องยุ่งยาก ลำบาก สาหัส ไหนจะต้องงดของโปรดเพื่อปั้นหุ่นอีก สู้กลับไปกินๆๆ อย่างเดียวดีกว่า สบายใจ สบายกาย อ้วนช่างมัน ไม่เหนื่อยดี


ถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดเข้ายิม หยุดความรู้สึกแย่เกี่ยวกับการออกกำลังกายไปได้เลยค่ะ ความจริงแล้วเราสามารถชิลล์ทั้งการออกกำลังกายและการกินไปพร้อมกันได้นะ

หมายเหตุ
- บทความนี้ไม่อนุญาตให้คัดลอกลงเว็บไซต์อื่นนะคะ อนุญาตแต่เพียงการแชร์จากโพสต์นี้ออกไปเท่านั้นค่ะ
- บทความนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของนักเขียน ผ่านการทดลองจริงและการติดตามเทรนเนอร์ทั้งหลายในโลกออนไลน์และคนรักสุขภาพแบบถูกวิธีหลายคน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ ( ข้อมูลใดไม่ถูกต้อง หลังไมค์มาท้วงติงกันได้นะคะ ^^ )


#1 เริ่มที่การออกกำลังกายแบบเด็กๆ ก็ได้
image_134787
- ที่มารูป: data.whicdn.com


...ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่ม T25 แล้วไม่ได้ผล ตรงกันข้ามกลับทรมาน ไม่เอาอีกแล้วกับการออกกำลัง
....ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เข้าฟิตเนสแล้วรู้สึกท้อที่จะต้องยกอะไรหนักๆ ออกแรงเยอะๆ

" หยุดการออกกำลังแบบนั้นไว้ก่อน แล้วมาปรับความเข้าใจเสียใหม่ "

เพราะหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งของการออกกำลังกายที่ดีก็คือ " ความสม่ำเสมอ " ค่ะ ไม่ใช่การออกหนักๆ เยอะๆ เข้าไว้ สำหรับมือใหม่หัดเข้ายิมแล้วควรจะเริ่มง่ายๆ ที่กายบริหารแบบเด็กประถมไม่กี่ท่าก่อนก็ได้ เช่น กระโดดตบ, ซิทอัพ, กระโดดเชือก เลือกมาอย่างเดียวหรือหลายอย่างแล้วทำวันละ 50 ครั้ง ทำสัปดาห์ละ 5-7 วัน ไปเรื่อยๆ จนครบ 1 เดือน ค่อยขยับเพิ่มจำนวนเป็น 60, 70, 80, 90, 100 แล้วรักษาความสม่ำเสมอนี้ไปเรื่อยๆ เกินนิดหน่อยได้ แต่ห้ามขี้โกงแอบขาดนิดๆ หน่อยๆ แอบลาโดยไม่มีเหตุผล มิฉะนั้นจะเป็นการสร้างนิสัยให้ตัวเองยอมแพ้อะไรง่ายๆ ค่ะ 

#2 ในกรณีที่แต่ละท่าของการออกกำลังกาย จำนวนเลขมันดูเยอะ ให้แบ่งเป็นเซ็ต
image_134791
- ที่มารูป: a3559z1.americdn.com


บางคนอาจจะมองหาโปรแกรมออกกำลังกายจากในเน็ต เช่น พวกเว็บบอร์ดรีวิวออกกำลังกาย, IGเทรนเนอร์ แล้วรู้สึกว่า โหหหหห... ทำไมเขาออกกำลังกายทีนึง 200-300 ครั้งเลยหรอ??? อย่างที่บอกไปในข้อ#1 ค่ะว่าให้เราแบ่งเซตเอา


เช่น ถ้าในโปรแกรมบอกว่า 200 ครั้ง
1) ให้แบ่งเป็นเซตละ 20 ครั้ง ก็จะได้ 10 เซ็ต
2) ออกกำลังกายท่านั้นไป 1 เซ็ต ให้พักเหนื่อย 1-2 นาที แล้วเริ่มเซ็ตต่อไป
3) ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 10 เซ็ต ก็จะจบท่านั้นโดยสมบูรณ์ เริ่มท่าใหม่ได้

เหตุผลที่ต้องแบ่งเซ็ต ก็เพื่อให้ร่างกายของเราไม่เหนื่อยเกินไป ไม่รู้สึกว่าการออกกำลังกายนี้เป็นเรื่องสาหัสเกินกว่าร่างกายจะรับไหว เป็นการรักษาความสม่ำเสมออย่างหนึ่งให้ร่างกายปรับตัวได้ค่ะ ขืนออกท่าละ 200-300 ไม่มีพัก มีหวังได้ช็อคตายไปก่อนแน่ๆ 

#3 อย่าเพิ่งซีเรียสถึงกับนับแคลฯ หรืองดของโปรด
image_134793
- ที่มารูป: www.hawasoria.com


จริงๆ แล้วคนที่ออกกำลังกายจริงจัง อย่างเช่นคนเล่นกล้ามที่พอจะชำนาญในระดับนึงแล้ว ไม่ถึงกับต้องรีบฟิตหุ่นเพื่อประกวดอะไรด่วน เขาจะมีวัน " ให้รางวัล " ตัวเอง 1 วันของแต่ละสัปดาห์ค่ะ ดังนั้น มือใหม่หัดเข้ายิม อย่าเพิ่งเครียดไปว่าของโปรดพวกหวานๆ อร่อยๆ จะต้องเลิกกินเมื่อเข้าสู่วิถีคนเฟิร์ม กินได้เพื่อเป็นการให้รางวัลตัวเองหลังจากฟิตเหนื่อยๆ มาแต่ละสัปดาห์ แต่ถ้าสัปดาห์ไหนไม่ได้ออกกำลังกายหรือลดความถี่ของการออกกำลังกายไป ก็ต้องอดของโปรด ทบยอดเป็นครั้งต่อไปนะ ( บอกแล้วว่าอย่าทำให้ตัวเองนิสัยเสีย )


ส่วนเรื่องการนับแคลฯ หรือถึงกับงดของไม่มีประโยชน์นั้น มันดีต่อสุขภาพจริงๆ จ้ะ ถ้าทำได้จะดีมาก แต่มันเป็นวิธีที่ค่อนข้างหักดิบและต้องใจแกร่งพอควร จึงไม่เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพระดับเบสิคสักเท่าไหร่ เอาไว้บรรลุระดับเบสิค ค่อยอัพเลเวลกันเนาะ

#4 ปรับจังหวะการเคี้ยวให้ช้าลง
image_134805
- ที่มารูป: eatdrinkbetter.com


ดูเหมือนจะไม่เกี่ยว แต่มันก็คือการสร้างนิสัยการกินที่ดีอย่างหนึ่งเลยเชียว เพราะการเคี้ยวช้าๆ ส่งผลให้อาหารย่อยละเอียดมากขึ้น กระเพาะดูดซึมง่ายขึ้น ไม่อืดท้องเหมือนการรีบกินรีบกลืน และที่สำคัญคือ มันทำให้เราอิ่มเร็ว รับรู้รสชาติได้เต็มที่ ดีกว่าการทานหวานแล้วต้องทานเยอะๆ ถึงจะรู้ว่าหวานอร่อย ( พูดง่ายๆ คือการทานแบบหยาบๆ ไม่ละเอียด มันส่งผลให้เรากินจุโดยไม่รู้ตัว และระบบการย่อยอาหารก็ไม่ดีจากการเคี้ยวไม่ละเอียด )

#5 อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ
image_134807
- ที่มารูป: snap.triomediagroup.com


ไม่เฉพาะเวลาออกกำลังกายเท่านั้นที่ต้องจิบน้ำเพื่อทดแทนการเสียเหงื่อ ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามควรพกน้ำเปล่าติดตัวไว้เสมอ เพราะร่างกายเรามีการสูญเสียน้ำตลอดเวลา และต้องการน้ำเข้าไปหล่อเลี้ยงเซลล์ให้ชุ่มชื่นเสมอ นอกจากน้ำจะทำให้สมองไม่ล้า ผิวหน้าผิวกายดูเต่งตึงอ่อนเยาว์ น้ำยังทำให้เราไม่หิวจุบจิบอีกด้วย
นะ

#6 ของขบเคี้ยว ( snack ) ควรเป็นพวกที่ปรุงรสน้อยที่สุด มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด
image_134808
- ที่มารูป: cdn.ohsheglows.com


ถ้าไม่สามารถเลิกนิสัยทานจุบจิบได้ ควรมีการ " เลือก " ของขบเคี้ยวให้กับตัวเองสักหน่อยค่ะ เป็นพวกมีประโยชน์ต่อร่างกายสูง ปรุงรสน้อยที่สุด เช่น พวก snack protein ที่วางขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต, ถั่ว, อัลมอนด์, เม็ดทานตะวัน ของพวกนี้มีโปรตีนสูง ทานได้เพลิน ไม่อ้วนง่ายเมื่อเทียบกับขนมกรุบกรอบตามท้องตลาดทั่วไป

#7 จำกัดโควต้าการสังสรรค์
image_134816
- ที่มารูป: cdn.ohsheglows.com


การจำกัดตัวเองให้มีปาร์ตี้แต่ละเดือนน้อยลง เหลือเฉพาะนัดสำคัญๆ หรืองดไปเลย นอกจากประหยัดตังค์แล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูสุขภาพตัวเอง หลีกเลี่ยงของทำลายสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อาหารปรุงรสจัด, อาหารที่มีไขมัน, การสูดดมควันบุหรี่ ฯลฯ


ถ้าจำเป็นต้องมีนัดจริงๆ เราเลือกได้ที่จะเบรกตัวเองเพื่อสุขภาพ ควรสั่งอาหารไขมันน้อย หรือถ้าจำเป็นต้องชนแก้วกัน ควรเลือกไวน์จิบเก๋ๆ เป็นอันพอแทนที่จะดื่มเบียร์หรือเหล้า จะได้ไม่ลงพุงทีหลังไงล่ะ

ความจริงแล้วยังมีทริคหุ่นเฟิร์มอีกมาก แต่ระดับเบสิคแล้ว เอาแค่นี้ก่อน ถ้าผ่าน 7 ข้อนี้ไปได้ มีวินัยกับตัวเองดี คอนเฟิร์มเลยจ้ะว่าหุ่นเฟิร์ม กล้ามท้องสวยๆ จะเป็นของคุณไม่เกิน 1 ปีแน่นอน

บทความที่เกี่ยวข้อง
Disclaimer : หากมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อทีมงานมาที่ [email protected]
Search @